เขากระแทกเสียงตำหนิใส่อย่างไม่เกรงใจ
“ อ๋อ แล้วผู้ชายที่ด่าผู้หญิงลับหลังนะ มีมารยาทมากเลยใช่ไหมค่ะคุณสุภาพบุรุษ”
หญิงสาวสวนทันควัน
“ ยัยบ้า”
เขาตวาดแล้วผลุนผลันจากไปอย่างโกรธจัด
“ ฐิตา เข้ามาในนี้ก่อนเถอะ”
คุณชนิการีบเรียกเมื่อเห็นหญิงสาวมองตามหลังบุตรชายของเธอไปอย่างไม่พอใจเช่นกัน
“ สวัสดีค่ะท่านประธาน ฐิตาไม่มีเจตนาที่จะแอบฟังจริงๆนะค่ะ เพียงแต่...”
ฐิตาภาหันมายกมือไหว้แล้วออกตัวด้วยความสัตย์จริง คุณชนิกาโบกมืออย่างไม่ถือสา
“ ช่างเถอะเื่นั้น แล้วฉันก็ต้องขอโทษเธอแทนลูกด้วยน่ะ คือเขาพึ่งกลับเข้าบ้านมาหลังจากออกไปั้แ่เมื่อวาน เลยอารมณ์เสียไปหน่อย”
ด้วยความรักของคนที่เป็แม่จึงทำให้คุณชนิกาไม่วายแก้ตัวให้ลูกทั้งที่ก็รู้อยู่เต็มอกว่าเขาทำไม่ถูกนัก
ฐิตาภายังมองตามทางที่ผู้ชายคนนั้นเดินจากไปด้วยสายตาขุ่นเคืองนี่เป็ครั้งแรกที่หญิงสาวมีโอกาสเผชิญหน้าและได้พูดจากับเขาตรงๆ ทำให้รู้สึกซึ้งในลักษณะนิสัยของเขาได้ดีขึ้น ก็ไม่รู้ว่าพวกผู้หญิงอื่นๆนั้นพากันหลงใหลเขาอยู่ได้ยังไง สำหรับฐิตาภาแล้วต่อให้มีเขาเป็ผู้ชายคนเดียวที่เหลืออยู่ในโลกก็จะไม่ขอแลแม้แต่หางตาเลยทีเดียว
“ ฐิตาทานข้าวมาหรือยัง”
เสียงของคุณชนิกาดึงความคิดของฐิตาภาให้กลับมาสู่สถานการณ์ตรงหน้า
“ ยังเลยค่ะ ฐิตาออกจากบ้านมาั้แ่บ่ายสามโมง”
“ ดีจ๊ะ จะได้ทานด้วยกันเลย ฉันสั่งให้คนทำเผื่อไว้ให้แล้ว แล้วไหนล่ะกระเป๋าเสื้อผ้า มีแค่นี้เองเหรอ”
ท่านทำเสียงแปลกใจที่เห็นหญิงสาวมีแค่กระเป๋าใบย่อมคล้องไหล่อยู่ใบเดียว
“ ค่ะ ฐิตาเอามาแค่เท่าที่จำเป็จริงๆเท่านั้น เพราะยังไงก็ต้องขออนุญาตกลับบ้านบ่อยๆอยู่แล้ว เป็ห่วงแม่กับน้อง”
“ จ๊ะ เื่นั้นไม่เป็ไร ฉันอนุญาตและให้อิสระในการอยู่ที่นี่กับเธอเต็มที่ นึกเสียว่าเป็บ้านของเธอเองแล้วกัน”
ท่านช่างดีกับฐิตาภาเหลือเกิน
“ ขอบคุณค่ะท่านประธาน”
หญิงสาวยกมือไหว้
“ อ้อ แต่ฉันขออีกอย่างน่ะ เลิกเรียกฉันว่าท่านประธานเถอะ ฉันอยากให้เธออยู่ที่นี่เหมือนลูกเหมือนหลาน เรียกฉันว่าป้าดีกว่า”
“ ขอบคุณค่ะ”
“ ไป ฉันจะพาเอาของขึ้นไปเก็บที่ห้อง แล้วได้ลงมาทานข้าวกัน”
“ ให้เด็กพาไปก็ได้ค่ะ”
ฐิตาภาบอกอย่างเกรงใจ แต่คุณชนิกาไม่ฟังเสียง ฉวยข้อมือหญิงสาวพาเดินออกจากห้องนั่งเล่นแล้วขึ้นบันได้ไปชั้นบน
“ นี่ห้องของฐิตาน่ะ อยู่ตรงข้ามกับห้องตากันต์พอดี”