ตอนที่ 2 เตรียมพร้อมรับมือ
หลังจากพวกเสี่ยวลู่ทั้งสามคนออกมาจากบ้านอาจิ่งแล้วนั้น พวกเขาก็ขึ้นรถแท๊กซี่ออกเดินทางไปบ้านหลังใหม่โดยไม่มีใครพูดอะไร ถึงการย้ายออกครั้งนี้หมายถึงพวกเข้าจะไม่ได้กลับไปอยู่บ้านหลังนั้นอีก บ้านที่พวกเขาเคยอยู่กับพ่อกับแม่ แต่เมื่อเลือกที่จะย้ายออกมาแล้ว เขาและเสี่ยวลี่ก็ไม่คิดจะย้อนกลับไป พวกเขาเลือกแล้วที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังใหม่ อาจเพราะข่าวลือยังไม่แพร่หลายมากนัก ผู้คนส่วนมากจึงยังใช้ชีวิตไปตามกิจวัตรปกติ ถนนหนทางยังเต็มไปด้วยผู้คนและรถรา ด้วยที่รถติดพอสมควรและยังอีกไกลกว่าจะถึงบ้านใหม่เด็กชายและเด็กหญิงจึงหลับไปด้วยความรู้สึกปลอดโปร่งในหัวใจ พอทั้งสองตื่นขึ้นอีกครั้งก็พบว่าพวกเขาได้มาถึงบ้านหลังใหม่แล้ว
ถ้าถามว่าทำไมหลีจิ่งถึงให้พวกเสี่ยวลู่ออกจากบ้าน นั่นเพราะหลีจิ่งทำงานในองค์กรภาครัฐหนึ่งที่มีความเกี่ยวของกับความอยู่รอดของประเทศ ทำให้เขารับรู้ถึงเื่ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ แน่นอนว่าเพื่อลดภาระของพวกเขาและเตรียมตัวรับมือกับเื่ที่จะเกิดขึ้น การตัดภาระไปอย่างแรกจึงนับว่าสำคัญ ถึงเสี่ยวลู่และเสี่ยวลี่จะเป็หลานของเขา แต่อย่าลืมไปว่าหลีจิ่งผู้นี้เป็คนที่ได้รับผลประโยชน์จากสมบัติเมื่อพี่ชายตาย ถึงจะไม่ได้ทั้งหมดเพราะติดที่ว่าบางส่วนเป็มรดกของผู้สืบสันดานซึ่งมีกฎหมายคุ่มครอง แต่หลีจิ่งก็ได้รับผลประโยชน์จากภายนอกไปมากมายเช่นกันจากการตายของหลีเฉิง ผู้เป็พ่อของเสี่ยวลู่และเสี่ยวลี่
บ้านหลังใหม่ของเสี่ยวลู่นั้นเป็บ้านหลังใหญ่ที่มีพื้นที่อาณาบริเวณกว้างใหญ่ อีกทั้งมีรั้วรอบขอบชิดสูงกว่ารั้วบ้านทั่วไป บ้านหลังนี้เสี่ยวลู่ให้ป้าหยานซื้อที่ดินเปล่าและเริ่มก่อสร้างั้แ่ปีก่อน เสี่ยวลู่เคยคิดไว้ว่าหลังเขาอายุ 18 ปี เสี่ยวลู่จะพาเสี่ยวลี่และป้าหยานมาอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขกันสามคน แต่การย้ายมาอยู่ในครั้งนี้มันไม่เป็ดังฝันของพวกเขาที่เคยตั้งใจเอาไว้ เื่ที่เสี่ยวลู่อธิบายให้ป้าหยานฟังนั้นมันดูเหลือเชื่อเกินไป แต่ถึงอย่างนั้นหลงหยานฉุ่ยก็เชื่อในสิ่งที่เสี่ยวลู่พูด การไม่ประมาทอย่างไรก็ดีกว่าประมาท เพราะถ้ามาแก้ไขในทีหลังมันอาจทำให้พลาดโอกาสบางอย่างไปแล้วก็เป็ได้
“มันจะเกิดเื่อย่างที่เสี่ยวลู่พูดจริงหรือ แล้วพวกเราสามคนจะอยู่กันได้ไหม?” อย่างไรป้าหยานก็เป็ผู้หญิงคนหนึ่ง เธอย่อมรู้สึกกังวลกับเื่ที่อาจเกิดขึ้น
“ป้าหยานไว้ใจผมได้ ผมกับกลุ่มเพื่อนพวกเราจะทำให้ป้าและเสี่ยวลี่อยู่อย่างปลอดภัยหลังจากนี้” หลีชิงลู่ยืนยันเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่น
หลายคนคงสงสัยว่าเด็กอายุแค่ 12 ปี จะมีเพื่อนเป็แบบไหน หากเป็เด็กปกติคำว่าเพื่อนเหล่านี้คงเป็เด็กเหมือนกัน แต่เด็กอย่างเสี่ยวลู่นั่นเพื่อนของเขานั้นต่างออกไป ย้อนกลับไป่สองปีก่อนเสี่ยวลู่ได้จัดตั้งกลุ่มลับในโลกอินเตอร์เน็ทขึ้นมาหนึ่งกลุ่ม โดยคนที่อยู่ในกลุ่มนี้คือคนที่ผ่านการทดสอบจากเสี่ยวลู่มาแล้วทั้งสิ้น โดยการประเมินของเขาทำให้เพื่อนในกลุ่มลับนี้ไม่ใช่แค่เด็กอย่างเช่นที่ทุกคนเข้าใจ ใน่แรกกลุ่มลับนี้มีคนหลายร้อยคน แต่เมื่อสืบค้นจนพบว่ากลุ่มลับนี้ถูกจัดตั้งขึ้นโดยเด็กอายุเพียง 10 ขวบปี กับการโน้มน้าวชวนเชื่อเกินจริงไปไกล ทำให้หลายคนออกจากกลุ่มลับนี้ไป ส่วนที่ยังเหลือยู่ก็แค่หลักสิบคน ใน่แรกหลายคนที่อยู่ต่อก็เพื่อที่จะเล่นกับเด็กคนหนึ่งเท่านั้น อีกทั้งการเคลื่อนไหวในกลุ่มลับก็ไม่มีอะไรมาก ในเวลาต่อมาหลายคนได้ออกจากกลุ่มไปอีก จนเหลือแค่สี่คนในกลุ่มที่ยังอยู่ต่อและไม่มีท่าทีจะออกจากกลุ่ม เมื่อในกลุ่มเหลือคนน้อยลงความสามารถที่แท้จริงของเสี่ยวลู่จึงได้ปรากฏต่อสายตาเพื่อนทั้งสี่คนที่เหลือ
ด้วยความสามารถของเสี่ยวลู่ในการทำนายและวิเคราะห์ต่าง ๆ ทำให้คนในกลุ่มลับนี้สามารถสร้างรายได้และผลประโยชน์อย่างมหาสารใน่เวลาสั้น ๆ ตลอดระยะเวลาสองปีที่ผ่านมานั้นทั้งห้าคนถึงจะไม่เคยพบเจอหน้าตากันจริง ๆ แต่พวกเขาก็เชื่อในตัวเสี่ยวลู่อย่างสนิทใจ จนเมื่อเดือนก่อนเสี่ยวลู่ได้เตือนพวกเขาถึงเื่ที่อาจจะเกิดขึ้น แน่นอนว่าทั้งสี่คนนั้นเชื่อว่ามันจะเกิดขึ้นจริง ๆ เมื่อพวกเขาเริ่มทำการตรวจสอบด้วยตัวเอง ยิ่งทำให้พวกเขาเห็นถึงความจริงที่อาจจะเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มเตรียมรับมือกับเื่ที่อาจจะเกิดขึ้นไปพร้อมกับเสี่ยวลู่ ถึงเภทภัยต่อชีวิตและเศรษฐกิจที่จะเกิดขึ้น
“พี่หลี พี่เป็เด็กอายุ 12 จริง ๆ หรือ” เสียงหนึ่งในกลุ่มลับพูดด้วยความชื่นชม
“จริง บอกกี่รอบแล้วทำไมยังไม่เชื่อกันว่าพึ่ง 12” เสี่ยวลู่พูดด้วยความเบื่อหน่าย
“พอพวกเราไปตรวจสอบเื่ที่นายเตือน ก็ต้องใ ตอนนี้ก็เตรียมพร้อมรับมือแล้ว จริง ๆ อยากให้พวกเราอยู่ด้วยกัน จะได้ผ่านไปด้วยกัน” อีกเสียงพูดขึ้นมา
แน่นอนว่าในกลุ่มนี้ถูกตั้งค่าให้เสียงเป็เสียงสังเคราะห์จนไม่อาจบอกได้ว่าตัวจริงพวกเขาเป็ใครกันบ้าง เพราะกฎสำคัญของกลุ่มลับนี้คือพวกเขาจะไม่เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง
“แต่เท่าที่รู้พวกเราถึงจะอยู่ประเทศเดียวกันแต่ก็คนละเมือง นี่ก็รอลุ้นว่าพอเกิดพายุสุริยะแล้วพวกเรา 5 คนจะมีคนรอดกี่คน” อีกเสียงพูดด้วยความกังวล
“ก็อย่างที่ตกลงกันไว้ ทันทีที่พายุจบลงให้รีบออนไลน์ทันทีแล้วเตรียมฟังแผนต่อไป” เสี่ยวลู่บอกกับเพื่อนในกลุ่ม
“คุณหลี ตอนนี้เงินในบัญชีครึ่งหนึ่งของพวกเราถูกเปลี่ยนเป็ทรัพยกรแล้ว เส้นสายของผมก็เตรียมพร้อมช่วยเช่นกัน ผมก็หวังว่าเื่ที่คุณวิเคราะห์มันจะไม่เป็จริงทั้งหมด” อีกเสียงบอก
“ผมก็ไม่อยากให้มันเกิด แต่ทุกอย่างเหมือนมันชี้ชัดว่าจะเป็แบบนั้น แต่อย่างน้อยก็ขอให้ทุกคนปลอดภัย” เสี่ยวลู่พูดทิ้งท้าย ก่อนที่ทุกคนจะพากันออกจากห้องประชุมและออฟไลน์ไป ไม่ทันไรหลังออกจากการใช้งานระบบโลกจำลอง เสียงประตูไม้ถูกเคาะเป็จังหวะก็ดังขึ้น
“พี่ชายได้เวลากินข้าวแล้ว” เสียงสดใสของเสี่ยวลี่ดังกังวาน
“ป้าหยานทำไรกินหรือ” เสี่ยวลู่ถามด้วยความอยากรู้
“ไม่ได้ทำเองไปซื้อจากข้างนอกเข้ามา” เสี่ยวลี่ตอบ
ถ้าจะพูดถึงสองพี่น้องแซ่ “หลี” หลีชิงลู่และหลีเหมยลี่นั้น ต้องบอกก่อนว่าทั้งสองคนเป็แฝดกัน หนึ่งชายหนึ่งหญิง ดังนั้นเสี่ยวลี่เองก็อายุ 12 ปี เช่นเดียวกัน แต่ทางเสี่ยวลี่ดูจะเป็เด็กหญิงปกติทั่วไปมากกว่า กินเล่นนอนอ้อนไปตามภาษาเด็ก ไม่มีอะไรแปลกประหลาดเลย แต่อย่างน้อยเธอก็เชื่อฟังเสี่ยวลู่อย่างมาก ตอนที่พ่อแม่เสียใหม่ ๆ เสี่ยวลี่ค่อนข้างพูดคุยด้วยยาก แต่ด้วยความสามารถของเสี่ยวลู่ก็ทำให้เธอกลับมาเป็เด็กที่ควรจะเป็
“อ้าว ปกติทำเอง ทำไมถึงอยากกินอะไรข้างนอก” เสี่ยวลู่สงสัย
“ก็ถ้าเกิดเื่ไม่ดีแบบที่พี่ชายบอก พวกเราก็จะไม่ได้กินอะไรแบบนี้ไม่ใช่หรอ” เสี่ยวลี่ตอบไปตามตรง พอเสี่ยวลู่ได้ยินก็ยิ้มแล้วบอกกับน้องสาวไปว่า
“เช่นนั้นพรุ่งนี้พวกเราชวนป้าหยานไปเดินห้างหาอะไรอร่อย ๆ กินกันดีกว่า ไม่รู้ว่าถ้าเกิดเื่ขึ้นแล้วพวกเราจะมีโอกาสได้ไปกินอีกทีตอนไหนก็ไม่รู้” หลีชิงลู่พูดพร้อมถอนหายใจเบา ๆ แต่ก็ยังยิ้มออกมา
“หนูซื้อของที่อยากซื้อได้ใช่ไหม” เสี่ยวลี่ถาม
“ซื้อได้ เท่าที่เสี่ยวลี่้าได้เลย” หลีชิงลู่ตอบด้วยรอยยิ้ม เพราะถ้าเกิดเื่ขึ้นจริง ๆ เงินอาจจะไม่มีค่าอีกต่อไปในระยะเวลาอันสั้นนี้ เพราะกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวคงอีกพักใหญ่
ถ้าถามว่าทำไมเสี่ยวลู่ต้องหาเงินมามากมาย ตลอดจนสร้างกลุ่มลับจนเป็กลุ่มพิเศษอย่างทุกวันนี้ นั่นก็เพราะเขา้าออกจากการดูแลของหลีจิ่ง เพื่อที่เขาจะได้ทำการแก้แค้นอาและผู้สมรู้ร่วมคิดได้ ในตลอดหลายปีมานี้บุคคลปริศนาคู่สนทนาของหลีจิ่งในคืนนั้น เสี่ยวลู่และกลุ่มเพื่อนได้สืบจนพบตัวตนแล้วว่าแท้จริงเป็กลุ่มตระกูลหนึ่ง ซึ่งเป็คู่แข่งกับบริษัทที่พ่อเสี่ยวลู่บริหารอยู่ แค่เพื่อ้ากำจัดคู่แข่งทางการตลาดพวกมันได้วางแผนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่ไหนเลยจะทำให้แผนสำเร็จได้ถ้ามีไม่คนในช่วยเหลือและคนผู้นั้นคือหลีจิ่ง ในวันก่อนเกิดเหตุหลีจิ่งได้ยืมรถยนต์ของหลีเฉิงไปใช้ ซึ่งในครั้งนั้นเขาได้ส่งมอบรถให้กับคู่แข่งของหลีเฉิงเพื่อทำการปรับแก้อะไรบางอย่าง จนเป็เหตุให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในวันต่อมา แต่มีเื่หนึ่งที่หลีจิ่งไม่คาดคิดเอาไว้ เพราะในวันที่เกิดเหตุพี่สะใภ้และพวกเด็ก ๆ ได้ออกไปกับหลีเฉิงด้วย โดยกำหนดการเดิมของวันนั้นหลีเฉิงจำต้องออกไปเจรจาธุรกิจแต่เพียงผู้เดียว แต่หลีเฉิงกับยกเลิกการเจรจาเพราะ้าให้เวลากับพวกเด็กในวันหยุดแทน จนเป็เหตุให้ทั้งพ่อและแม่ของเสี่ยวลู่เสียชีวิต จนพวกเขาสองคนต้องกลายเป็กำพร้า ในท้ายที่สุดเมื่อเสี่ยวลู่เข้าถึงอำนาจกระแสเงินในสังคมได้ เขาได้บีบให้บริษัทแห่งนั้นต้องล้มละลาย อีกทั้งใช้อำนาจที่หยิบยืมมาเปิดโปงการทุจริตของคนต้นคิดแผนร้ายนี้ รวมถึงจัดการฉากให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นจนเป็เหตุให้คนผู้นั้นต้องตาย ถึงการมีเงินเยอะใช่ว่าจะจัดการเื่เหล่านี้ได้โดยง่าย โชคดีที่เพื่อนในกลุ่มของเขาทำได้และมีอำนาจบารมีมากพอ ดังนั้นแล้วเสี่ยวลู่เพียงหยิบยืมอำนาจของเพื่อนจัดการคนผู้นั้นได้ในที่สุด แต่ในกรณีของหลีจิ่งนั้น เสี่ยวลู่หมายจะจัดการด้วยวิธีอื่น ทว่ากลับเกิดเื่ความเป็ความตายของโลกขึ้นมาก่อน
ในวันรุ่งขึ้นทั้งสามคนนั่งรถแท๊กซี่เดินทางไปห้างใหญ่แห่งหนึ่งในใจกลางเมืองที่พวกเขาเคยอยู่ มันเป็ห้างที่ได้ชื่อว่ามีแต่ของราคาแพง ซึ่งในห้างแห่งนี้เองก็มีร้านอาหารหรูชื่อดังอยู่หลายร้าน ดังนั้นจึงเป็จุดหมายของทั้งสามคนเพื่อจะไปกินของอร่อย ช้อปปิ่งและทำทุกอย่างที่อยากจะทำก่อนที่ไม่รู้ว่าจะมีโอกาสได้ทำเช่นนี้อีกเมื่อไร
“พี่ชาย หนูอยากกินร้านนี้” เสี่ยวลี่พูดขึ้นมา
พอเสี่ยวลู่มองที่ร้านก็แอบนึกถึงอดีต เพราะมันเป็ร้านที่พ่อกับแม่เคยพาพวกเขามากินเมื่อนานมาแล้ว มันเป็ร้านที่แพงแต่ก็อร่อยสมราคา เขาคิดว่าเสี่ยวลี่เหมือนจะจำไม่ได้ พอพวกเขาเดินเข้าร้านไปก็มีบริกรมารับพาไปนั่งโต๊ะ ป้าหยานดูเกร็ง ๆ เพราะปกติเธอไม่เคยมานั่งร้านอาหารแบบนี้ แต่ที่ทำให้เธอกล้าเข้ามาเพราะในกระเป๋าถือของเธอเวลานี้มีเงินสดมากเสียจนมั่นใจว่าเธอจ่ายไหว ก่อนจะเข้ามาร้านอาหารเสี่ยวลู่ได้พาเธอไปกดเงินสดจากตู้ ATM มาก่อนแล้ว ครั้งแรกที่เธอเห็นจำนวนตัวเลข เธอถึงกลับยืนนิ่งค้างไปหลายอึดใจ ถึงเธอจะรู้ว่าตอนนี้เธอรวยมาก แต่เธอก็ไม่คิดฝันว่าเธอจะมีเงินเยอะมากมายขนาดนี้จากฝีมือเด็กคนหนึ่ง
หลังจากที่ทั้งสามคนกินจนอิ่มและพอใจไปกับรสชาติแล้ว ต่างพากันไปเดินย่อยอาหารพร้อมซื้อของต่าง ๆ ที่พวกเขาอยากซื้อ โดยปกติเสี่ยวลู่จะสั่งของออนไลน์ให้ไปส่งที่บ้านหลังใหม่มาตลอด แต่ครั้งนี้นับว่าเป็การซื้อของแบบถึงไม้ถึงมือจริง ๆ และได้เลือกของด้วยตาตนเอง พวกเขาเดินไปเดินมาอย่างมีความสุข จนกระทั้งในสายตาของเสี่ยวลู่เห็นอาจิ่งและครอบครัว ที่กำลังใช้บันไดเลื่อนขึ้นมาบนชั้นเดียวกับที่พวกเขาอยู่ ในที่สุดทั้งสองกลุ่มต่างมองเห็นกันและกัน