“โอยปวดหัวจังวะ” เปลือกตาสาวน้อยตัวเล็กบอบบางนางหนึ่ง ขนตาสั่นไหวพยายามอย่างยิ่งที่จะเปิดเปลือกตา หัวคิ้วขมวดมุ่นในที่สุดความพยายามก็สำเร็จจนได้
เปลือกตาบางค่อยๆเปิดขึ้น ปากพึมพำ “น้ำ ขอน้ำ”
เพล้ง! เสียงอ่างน้ำร่วงจากมือของบ่าวรับใช้สาว
“คุ คุณหนูรองคุณหนูรองของบ่าวฟื้นแล้ว ฮือๆๆ” สาวใช้ตัวจ้อยรีบวิ่งเข้ามาหาคุณหนูรองของนางที่นอนนิ่งบนเตียงมาถึงสามวันเต็มๆ
สตรีบนเตียงกลอกตามองเด็กสาวตรงหน้าที่ร้องห่มร้องไห้เสียงดังชวนให้ปวดหัวยิ่งขึ้นกว่าเดิมจนนางต้องย่นคิ้วมากขึ้น “ขอน้ำ” นางพูดซ้ำเสียงแ่เบา
“น้ำน้ำหรือเ้าคะ เ้าค่ะ เ้าค่ะ รอบ่าวสักครู่นะเ้าคะ”ไม่รอให้สตรีที่เรียกร้องหาน้ำเอ่ยคำใดอีกนางรีบผลุนผลันไปหาน้ำมาให้เ้านายสาวของนางทันที
“ได้แล้วเ้าค่ะค่อยๆ ดื่มนะเ้าคะ ไม่ต้องรีบ” สาวใช้ค่อยๆ พยุงนางลุกขึ้นนั่งและป้อนน้ำหลังจากนางดื่มน้ำได้ไม่นาน ก็เหมือนมีลมพัดวูบเข้ามาจากนั้นนางก็ถูกกอดรัดเอาไว้แน่น
“จูเอ๋อร์ฟื้นแล้วจริงๆด้วย” บุรุษเสียงทุ้มดังอยู่เหนือศีรษะนาง ยังไม่ทันจะหายมึนงงและปวดศีรษะนางก็ต้องใที่มีบุรุษที่ไหนก็ไม่รู้มากอด ขนนี่ลุกพรึ่บทั้งตัว โธ่ก็ั้แ่เกิดมา ยังไม่เคยถูกผู้ชายกอดเลยนี่ ถ้าเป็สตรีวิ่งเข้ามากอดแม้จะปวดหัวมากเพียงใด ก็จะดีใจรีบยิ้มแฉ่งกอดตอบแทบไม่ทัน
“อะ อะอะไรกัน ปล่อยนะ”ไม่พูดเปล่าสตรีร่างบางยังพยายามดิ้นรนและผลักอกที่กว้างใหญ่อย่างกับกำแพงเพื่อให้ตัวเองหลุดออก
“ิเอ๋อร์ปล่อยน้องก่อนเดี๋ยวน้องหายใจไม่ออก” เสียงชายวัยกลางคนอีกคนพูดขึ้นข้างๆ เตียงนาง ซึ่งก็ได้ผลแรงกอดรัดที่ตัวนางคลายออกทันที
“ขอโทษเ้าพี่ดีใจมากเกินไปหน่อย” แม้จะคลายอ้อมกอด แต่ก็ยังไม่ปล่อยตัวนางมือยังจับที่ต้นแขน ตามองสำรวจทั่วตัวว่ามีส่วนใดผิดปกติหรือไม่
ขณะที่เขาพิจารณานางนางก็มองพิจารณาเขาตาแป๋วเช่นกัน บุรุษผู้นี้หน้าตาหล่อเหลาดูดีมากแม้ผิวจะกร้านแดดไปหน่อย แต่ก็ยิ่งเพิ่มเสน่ห์เพิ่มความหล่อเหลาน่าครั่นคร้ามมากยิ่งขึ้น
“คุณเป็ใคร”ปากบางจิ้มลิ้มสีซีดเอ่ยถามเสียงแ่ แล้วหันไปมองบุรุษวัยกลางคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆอีกคน หน้าตาคล้ายกับบุรุษที่ยังจับแขนของนางอยู่
“เ้าจำไม่ได้หรือจูเอ๋อร์พี่คือไป๋เฟยิ พี่ชายของเ้าอย่างไรเล่า และนี่ก็ท่านพ่อของเราแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉู่นามไป๋หนิงเทียน ส่วนเ้าเป็น้องสาวของพี่ ไป๋เฟยจู”บุรุษที่บอกว่าตนคือพี่ชายชื่อไป๋เฟยิเป็ผู้ตอบคำถามนางด้วยสายตาที่แสดงออกถึงความเป็ห่วง
หญิงสาวหน้าตื่นทั้งใและมึนงง “คุณอย่ามาอำผม ผมไม่ตลกด้วยนะ แค่กๆๆ”นางส่งเสียงดุะโใส่หน้าไป๋เฟยิ แม้นางจะคิดว่าตัวเองะโเสียงดังแล้วแต่ในความเป็จริงเสียงที่เปล่งออกมาดังเพียงแ่เบา และเพราะออกแรงตะคอกจึงทำให้นางรู้สึกคันคอ และไอออกมาไม่หยุด
แม้บุรุษผู้นั้นและบุรุษวัยกลางคนอยากจะถามอะไรเพิ่มเติม เพราะอาการแปลกๆ และคำพูดที่ผิดเพี้ยนไปแต่ก็สงสารที่นางไอไม่หยุด บุรุษวัยกลางคนจึงห้ามไม่ให้บุตรชายถามอะไรนางต่อ
“ิเอ๋อร์เ้าอย่าเพิ่งถามอะไรน้องเลย นางเพิ่งฟื้น น่าจะกำลังสับสน”จากนั้นหันไปถามสาวใช้ของบุตรสาว “ท่านหมอยังมาไม่ถึงอีกหรือ” แม้จะถามเสียงเรียบแต่ก็เห็นแววตาที่แสดงออกถึงความกังวลใจ
“บ่าวให้คนไปตามท่านหมอั้แ่คุณหนูรองฟื้นแล้วเ้าค่ะประเดี๋ยวท่านหมอก็คงจะมาถึงแล้วเ้า...” สาวใช้ยังตอบไม่ทันจบคำดีท่านหมอก็เดินเข้ามาในห้อง โดยมีสาวใช้อีกคนเดินนำเข้ามา
“เชิญเชิญท่านหมอ จูเอ๋อร์ฟื้นแล้ว รบกวนท่านช่วยดูนางให้หน่อยเถิด” ท่านแม่ทัพกล่าว
หมอชราวางผ้าผืนบางๆบนข้อมือขาวเนียนของหญิงสาวที่นั่งพิงหัวเตียง เมื่อหมอชรายกมือขึ้นไป๋เฟยิก็รีบถามอาการทันที “นางเป็เช่นไรบ้างขอรับ” เขาถามอย่างร้อนรน
“อืมไม่เป็อะไรแล้ว นางเพียงอ่อนเพลีย ประเดี๋ยวข้าเขียนเทียบยาให้นำไปต้มดื่มสักสามสี่วันอาการของนางก็จะดีขึ้น” หมอชราตอบและเขียนเทียบยาส่งให้เขา
ขณะที่ท่านหมอเตรียมจะกลับจู่ๆ ไป๋เฟยจูก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง นางถึงกับกุมศีรษะร้องโอดโอยเหงื่อออกเต็มหน้าผากและแผ่นหลัง นางดิ้นพล่านไปมา ขณะที่สองมือกุมศีรษะทุกคนที่อยู่ในเรือนของนางต่างใ
“ท่านหมอไหนท่านว่านางไม่เป็อะไรแล้วอย่างไรเล่า” ท่านแม่ทัพตะคอกใส่หมอชรา หน้าตาดุดันบุตรชายของท่านแม่ทัพก็หน้าตาถมึงทึงน่ากลัวยิ่งนักเมื่อหันไปมองผู้เป็น้องสาวก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นด้วยความเป็ห่วง รีบเข้าไปประคอง
“จูเอ๋อร์จูเอ๋อร์ เป็เช่นไรบ้าง” จากนั้นก็หันไปตะคอกหมอชรา
“ยังไม่รีบมาดูนางอีกท่านไม่อยากมีลมหายใจแล้วใช่หรือไม่” หมอชรารีบลนลานมาตรวจชีพจรให้หญิงสาวอีกครั้งสาวใช้ตัวสั่นด้วยความเป็ห่วงเ้านายสาว
หญิงสาวไม่รู้ถึงความวุ่นวายที่อยู่รอบตัวของนางในขณะนี้นางทำได้เพียงกรีดร้อง จากนั้นภาพเหตุการณ์ต่างๆ ที่เป็ความทรงจำของเ้าของร่างก็พรั่งพรูเข้าสู่สมองของนางเวลาชั่วครึ่งก้านธูปต่อมา อาการปวดหัวของนางก็ทุเลาลงแต่นางเหมือนรู้สึกว่าเวลามันผ่านมาแล้วเป็ปีเพราะความเ็ป แล้วนางก็สงบลงหยุดร้อง หยุดดิ้น เพียงหอบหายใจ ได้เห็นใบหน้าของทุกคนที่ส่งสายตาเป็ห่วงมายังนางจากนั้นทุกอย่างก็ดับมืดลง
กลางยามเซินไป๋เฟยจูลืมตาตื่นขึ้นมา และพยายามลุกขึ้นนั่งสาวใช้ที่นั่งเฝ้าอยู่ไม่ห่างรีบเข้ามาประคองให้นางนั่งพิงหัวเตียง
“คุณหนูรองท่านฟื้นแล้ว”
“อืม”นางตอบรับเสียงในลำคอ
“คุณหนูรองอยากดื่มน้ำหรือไม่เ้าคะ”กล่าวพลางหันไปรินน้ำใส่จอกแล้วส่งให้ไป๋เฟยจูโดยไม่รอคำตอบ
ไป๋เฟยจูรับจอกแล้วดื่มน้ำ “ค่อยๆ ดื่มนะเ้าคะ ไม่ต้องรีบ” สาวใช้กล่าวและเมื่อเห็นนายสาวดื่มน้ำจนหมดจึงรับจอกคืนแล้วกล่าวต่อ
“นายท่านและคุณชายใหญ่เป็ห่วงคุณหนูรองมากหลังจากคุณหนูรองสลบไป ท่านหมอก็ตรวจดูคุณหนูรองอีกครั้งและคุณชายใหญ่ก็ช่วยป้อนยาให้คุณหนูรอง คุณหนูรองสลบไปนานถึงสามชั่วยามเชียวนะเ้าคะประเดี๋ยวบ่าวจะไปแจ้งแก่นายท่านและคุณชายใหญ่ก่อนนะเ้าคะ”สาวใช้เล่าเื่ราวหลังจากที่นางสลบไปอีกครั้งหลังจากที่นางปวดหัวมากจนดิ้นพล่าน
ไป๋เฟยจูพยักหน้า“ไปเถอะ”
เมื่อได้ยินคำอนุญาตจากเ้านายสาวใช้คนสนิทของไป๋เฟยจูก็รีบไปแจ้งท่านแม่ทัพไป๋หนิงเทียนและคุณชายใหญ่ไป๋เฟยิทันที
ตอนนี้ความทรงจำทุกอย่างของ‘ไป๋เฟยจู’ ซึ่งเป็นามของเ้าของร่าง ที่เขา ‘อันโหย่วอี้’ มาอาศัย ได้หลอมรวมกับความทรงจำกับนางแล้ว
นางรู้แล้วว่าสาวใช้คนที่คุยกับนางเมื่อสักครู่ชื่อ‘อ้ายเยว่’ เป็สาวใช้คนสนิทของไป๋เฟยจู เด็กกว่านางเล็กน้อย มีอายุสิบสี่ปี
ไป๋เฟยจูเป็บุตรสาวคนที่สองของแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นฉู่ท่านแม่ทัพชื่อ ไป๋หนิงเทียน มีภรรยาสามคน
ฮูหยินเอกคือแม่ของนางเดิมแซ่หยาง ชื่อเลี่ยงหรง ให้กำเนิดบุตรชายคือไป๋เฟยิ ตอนนี้เขาอายุยี่สิบปีเป็บุตรชายคนแรกและคนเดียวของแม่ทัพไป๋ ตอนนี้เป็รองแม่ทัพ และนาง ไป๋เฟยจูอีกสี่เดือนก็จะอายุสิบห้าปี ต้องเข้าพิธีปักปิ่นแล้วแม้จะเป็บุตรสาวที่กำเนิดจากฮูหยินเอก แต่ก็เป็บุตรสาวคนที่สองนางจึงเป็คุณหนูรองของจวนแม่ทัพฮูหยินเอกเสียชีวิตั้แ่นางมีอายุได้เพียงเจ็ดปี
ฮูหยินรองเดิมแซ่หวัง ชื่อซูฮวา มีบุตรสาวหนึ่งคนคือ ไป๋ซูฉี เป็บุตรสาวคนแรกของแม่ทัพไป๋นางจึงเป็คุณหนูใหญ่ของจวน อายุสิบหกปี
อนุของแม่ทัพไป๋มีหนึ่งคน แซ่เดิมซ่ง ชื่อลี่ฉุน มีบุตรสาวหนึ่งคนคือ ไป๋ลี่มี่อายุสิบสามปี อนุนางนี้เดิมทีเป็สาวใช้ของหยางเลี่ยงหรง ฮูหยินเอกแต่เนื่องจากนางใฝ่สูงจึงปีนเตียงแม่ทัพไป๋ยามที่ท่านแม่ทัพเมาในคืนหนึ่งแล้วเกิดตั้งครรภ์ แม่ทัพไป๋จึงจำต้องรับนางเป็อนุ
ไป๋เฟยจูล้มตัวลงนอนอีกครั้งสองมือขาวเรียวประสานกันวางใต้ศีรษะ กะพริบตาปริบๆ “โอ้โห มีเมียเยอะ ลูกแยะแท้ จำแทบไม่หวาดไม่ไหว บรรดาเมียๆทั้งหลายไม่ตีกันบ้างเหรอวะ” หญิงสาวบ่นพึมพำ
“เฮ้อแล้วเราจะเอายังไงต่อดีวะเนี่ย” หญิงสาวบ่นงึมงำไม่หยุด
“โธ่เว้ยจะไปเกิดใหม่ จะไปสิงร่างใครทั้งที ทำไมต้องเป็ผู้หญิงว๊า”แล้วนางก็ลุกขึ้นนั่งยกมือทั้งสองข้างเกาศีรษะจนผมยุ่งไปหมดนางขมวดคิ้วมุ่นหน้าตายุ่งเหยิง ท่าทางกลุ้มใจก็จะไม่ให้นางมีอาการเช่นนี้ได้อย่างไรเล่า ก็ในเมื่อ...........