ฝาแฝด​อันตราย

    ตอนที่​56 แผนหนีกลับบ้าน​

    เพียงวันแรกที่แอนนี่กับชัดชายมาถึงบริษัท เธอก็จัดการทำหนังสือสั่งปลดเลขาหน้าห้องของฉัตรชัยออก พร้อมบอกให้

    ชัดชายแต่งตั้งตัวเองขึ้นมาแทน จากนั้นก็ทำหนังสือย้ายผู้จักการฝ่ายโลจิสติคออกไปทำหน้าที่อื่น แล้วเปิดรอตำแหน่ง

    ว่างให้เทวัญเข้ามารับงานในภายหลัง


    การเปลี่ยนแปลงภายในบริษัทของฉัตรชัยอย่างกระทันหัน ทำให้พนักงานเก่าแก่หลายคนต่างงุนงงสงสัย แต่ก็ไม่มีใคร

    สามารถทัดทานได้ เนื่องจากเป็นคำสั่งโดยตรงมาจากฉัตรชัยเจ้าของบริษัทโดยตรง จึงต่างพากันซุบซิบเกี่ยวกับเรื่องนี้

    เรื่องที่จุ่ๆแอนนี่เข้ามาควบคุมคอนโทรลได้ ทั้งๆที่ผ่านมาทุกคนต่างทราบดีว่าแม่แอนนี่สาวลุกครึ่งผู้นี้พยายามให้ท่าอ่อย

    เจ้านายของพวกเขาเพียงใด แต่คุณฉัตรชัยไม่เคยคล้อยตาม แต่เพราะเหตุใดเพียงแค่การกลับมาทำงานเพียงวันแรก

    ของเจ้านายหลังจากที่ลาพักร้อนไปสิบกว่าวันนั้น ถึงกลับเปลี่ยนไปแบบชนิดหน้ามือเป็นหลังเท้าได้ถึงเพียงนี้



    หลังจากที่ฉัตรชัยพาภรรยาทั้งสองคนไปเยี่ยมมารดาที่โรงพยาบาลแล้วก็เห็นอาการของมารดาดีขึ้นมากจนหมดความ

    กังวล คุณนายแจ่มจรัสได้พบเห็นหน้าลูกสะใภ้คนเล็กคือหวาน ก็นึกรักใคร่เอ็นดูชอบตั้งแต่แรกเห็น กับความใสซื่อของ

    หวาน เพียงแค่ยังไม่รู้ว่าหวานนั้นเป็นเมียของบุตรชายแฝดคนโตของหล่อนไปแล้วเหมือนกัน ในระหว่างที่ทั้งสามคนยัง

    อยู่ที่โรงพยาบาลนั้น ได้มีโทรศัพท์เข้ามาหาคุณหมิวจากมรว.จักรภพ แจ้งให้รู้ว่าตนเองได้ไปพบและปรึกษาผู้การอภิสิทธิ์

    เพื่อหาทางช่วยเหลือเรียบร้อยแล้ว


    "ลูกหมิว...ทางผุ้การต้องการให้คู่หมั้นของลูกหลบตัวออกไปจากกรุงเทพเป็นการชั่วคราวน่ะลูก...เพื่อความปลอดภัย และ

    เหตุผลทางการสืบสวน.." ก่อนจะวางสายไปมรว.จักรภพได้แจ้งให้บุตรสาวของตนเองรับรู้


    ทั้งสามคนจึงเดินออกมาจากห้องพักฟื้นของมารดาพร้อมปรึกษาเรื่องนี้กัน ได้ผลสรุปตรงกันว่าจะให้ฉัตรชัยหลบไปอยู่ที่บ้าน

    ของหวานเป็นการชั่วคราว ส่วนหวานจะอยุ่ดูแลลูแม่สามีแทน เพราะไม่มีใครรู้จักเธอ ส่วนคุณหมิวนั้นฉัตรชัยเกรงว่าจะได้

    รับอันตรายจากเรื่องนี้ จึงเดินทางไปขออนุญาติมรว.จักภพกับคุณหญิงพรรณราย เพื่อให้เธอหลบไปอยู่กับเขาที่บ้านของ

    หวานพร้อมกันเพื่อความปลอดภัย ซึ่งบิดาและมารดาของคุณหมิวก็เห็นดีด้วย ฉัตรชัยกับคุณหมิวจึงเดินทางกลับมาที่

    ชัยนาทบ้านของน้องชายฝาแฝดชัดชายอีกครั้ง ทิ้งให้หวานคอยอยู่ปรนนิบัติแม่สามีเพียงลำพัง โดยพักอยู่ที่บ้านของ

    ตนเองแทน


    ผ่านไปอีกสามวันที่บริษัทของฉัตรชัยเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งหนึ่ง นายเทวัญเข้ามาทำงานในตำแหน่งผู้จัดการฝ่าย

    โลจิสติค ส่วนผู้จัดการคนก่อนที่ถูกย้ายไปอยู่ตำแหน่งอื่นนั้นถูกปลดออกโดยได้รับเงินชดเชยไปตามกฎหมาย จากนั้น

    การลองของครั้งแรกก็ถูกวางแผนกันขึ้น ระหว่างนายเทวัญกับนายพลเดช ในการทดลองขนไม้พยูงจำนวน1ตุ้คอนเทรนเนอร์

    ส่งออกไปประเทศจีน โดยในใบกำกับขนส่งสินค้าแจ้งว่าเป็นเปลือกไม้ยูคา โดยที่ชัดชายไม่ได้สงสัยแต่อย่างใด เพราะ

    ตนเองไม่มีความรุ้ด้านนี้ เพียงแค่โทรศัพท์ไปเล่าเรื่องราวให้พี่ชายฟัง ซึ่งฉัตรชัยนั้นล่วงรู้ได้ทันทีว่าสินค้าส่งออกล็อตนี้

    ต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน จึงได้ติดต่อไปทางผู้การอภิสิทธิ์แจ้งให้ทราบความเคลื่อนไหว


    "ผมทราบเรื่องทั้งหมดจากสายสืบแล้วครับคุณฉัตร..แต่ล็อตนี้ผมจะปล่อยไปก่อนเพื่อให้กลุ่มนายพลตายใจ...เพราะที่ผม

    ทราบว่าครั้งนี้แค่เป็นการลองเชิงกัน แม้จับได้ก็ไม่สามารถสืบสาวเรื่องไปถึงนายพลเดชได้ คุณฉัตรใจเย็นๆครับ บอก

    น้องชายคุณด้วยว่าทำตามน้ำไปเรื่อยๆก่อน อย่าเพิ่งกระโตกกระตากให้ไก่ตื่นครับ..."


    "แล้วนายชัดจะไม่โดนพ่วงเข้าไปด้วยหรือครับท่านผู้การ..." ฉัตรชัยสอบถามด้วยความเป็นห่วงน้องชายฝาแฝด


    "ไม่หรอกครับ เราจะกันน้องชายคุณไว้ในฐานะพยาน..ทางคุณฉัตรก็ต้องหลบซ่อนตัวให้ดีๆนะครับ อย่าให้นายพลเดชรู้เรื่อง

    ว่าคนที่อยู่กับเขานั้นหาใช่ตัวคุณฉัตรจริงๆ..."


    ผู้การอภิสิทธิ์กำชับมาอีกครั้ง แล้วก็วางสายการติดต่อ...แต่ฉัตรชัยกลับเป็นกังวลกลัวว่าชัดชายจะวู่วามแล้วทำให้แผนของ

    ผู้การในการกวาดล้างอิทธิพลของนายพลเดชแตก จึงโทรศัพท์ไปกำชับเรื่องกับชัดชายอีกครั้ง


    "ครับพี่...ผมไม่วู่วามหรอก..วางใจได้ แต่ผมว่าทางแอนนี่กับพ่อเขาเริ่มสงสัยแล้วนะพี่ว่าคุณหมิวหายตัวไปไหน...เคยเรียก

    ผมมาสอบถาม แต่ผมปฎิเสธไปว่าไม่ได้พบกันเลยหลังจากที่คุณหมิวทราบเรื่องว่าผมจดทะเบียนสมรสกับแอนนี่แล้ว..ยังไง

    พี่ดูแลคุณหมิวกับหวานให้ดีๆนะครับ...ฝากบอกแม่ด้วยว่าผมขอโทษกับเรื่องที่ผ่านมาทั้งหมด..เสร้จเรื่องนี้แล้วจะไปกราบ

    เท้าขอขมาท่าน..."


    ฉัตรชัยได้ยินน้องชายฝาแฝดตอบมาเช่นนี้ ก้รุ้สึกดีใจว่าน้องฝาแฝดของตนคงสำนึกผิดกลับตัวกลับใจเป็นคนดีได้เสียที

    พร้อมกับนึกถึงเรื่องในอนาคตว่า ถ้าทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี ตนเองจะยกบริษัทให้กับน้อง เพราะฉัตรชัยเองเริ่มติดใจกับ

    การใช้ชีวิตในชนบท กับสาวคนรักทั้งสอง ชีวิตเขาคงมีความสุขที่ไม่ต้องดิ้นรนต่อสู้ในเชิงธุรกิจอีกต่อไป ใช้ชีวิตเรียบง่าย

    ตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำรัสของในหลวง


    เพียงแค่นี้สำหรับชีวิตคนเราจะต้องการอะไรมากไปกว่าความสุข ความสงบ แบบนี้อีก ความยากจนหรือร่ำรวยหาใช่สิ่งที่

    ตนเองปรารถนา ขอเพียงมีความพอ มีเงินหลักหมื่นหลักพันตนเองก็อยู่ได้อย่างมีความสุข ถ้าไม่เพียงพอต่อให้มีหลักล้าน

    สิบล้านหรือร้อยล้านพันล้าน ชีวิตก็จะมีแต่ความทุกข์


    ทางด้านนายพลเดชและพรรคพวกหลังจากที่ประสบความสำเร็จในการลักลอบส่งไม้ต้องห้ามออกไปประเทศที่สามได้เรียบ

    ร้อยต่างก็ยินดีในผลงานครั้งนี้ แสดงว่าสิ่งที่ตนเองวางแผนไว้ในการใช้แอนนี่บุตรสาวเข้าควบคุมกิจการของนายฉัตรชัย

    เป็นความคิดที่ถูกต้อง เพราะจากแบล็คกราวด์ของบริษัทนายฉัตรชัยว่าที่ลูกเขยของมรว.จักรภพ ที่มีตำแหน่งเป็นวุฒิสภานั้น

    จึงเป็นที่ไว้วางใจจากเจ้าหน้าที่ว่าเป็นบริษัทที่ขาวสะอาดไม่เคยทำสิ่งผิดกฎหมาย อีกทั้งเครดิตของว่าที่พ่อตาที่เป็นถึง

    วุฒิสภานั้นย่อมการันตีในตัวในบริษัทของฉัตรชัยได้เป็นอย่างดี


    เจ้าหน้าบ้านเมืองจึงไม่ติดใจสงสัยตรวจสอบแต่อย่างใด ในเมื่องานแรกสำเร็จไปได้ด้วยดี นายพลเดชจึงวางแผนงานที่

    สองอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้จะขนทั้งไม้พยูงและยาบ้าอีกล็อตใหญ่ ชนิดที่เรียกว่าถ้าทำสำเร็จ ตนเองจะกลายเป็นเศรษฐีระดับหมื่น

    ล้านเลยทีเดียว จากนั้นก็จะผันตัวเองไปเล่นการเมือง ใช้เงินที่ได้มาซื้อเสียง ถ้าได้เป็นสส.สำเร็จ คราวนี้ก็ไม่จำเป็นต้อง

    ใช้งานฉัตรชัยแล้ว เพราะตนเองจะมีทั้งเงินและบารมีตำแหน่งไว้คอยคุ้มครองธุรกิจผิดกฎหมายต่อไปอย่างถาวร


    ผ่านไปอีกร่วมสิบวันที่ฉัตรชัยกับคุณหมิวมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบท จนคุณหมิวเริ่มคิดถึงบิดาและมารดาของตนเอง จึงรบเร้าขอ

    ให้ฉัตรชัยพาไปเยี่ยม แม้ฉัตรชัยจะรุ้ว่าการทำเยี่ยงนี้มันเป็นเรื่องเสี่ยงที่อาจถูกคนของนายพลเดชจับได้ แต่ก็ไม่สามรถขัด

    ความตั้งใจความต้องการของเมียสาวได้ เพราะตนเองเข้าใจว่าคุณหมิวมาลำบากกับตนในชนบทนั้น เพราะเรื่องของตนกับ

    น้องชายเป็นสาเหตุสำคัญ จึงพาคุณหมิวกลับมาเยี่ยมบิดามารดาของเธอ พร้อมกับที่ฉัตรชัยก็คิดถึงมารดาของตนและหวาน

    ด้วยเช่นกัน


    ในระหว่างที่ฉัตรชับขับรถกระบะบุโรทั่งของน้องชายเข้ากรุงเทพมาจนถึงรังสิต ประกฎว่ารถยางแตกจึงได้แวะเข้าสถานนี

    บริการน้ำมันเพื่อทำการปะยาง แต่ลูกค้าในร้านนั้นมีจำนวนมากทำให้ทั้งสองต้องเสียเวลารอคอยไม่ต่ำกว่าสองชั่วโมง


    "พี่คะ...รอในร้านนี่ร้อนมากเลยค่ะ..หมิวว่าเราไปเดินห้างใกล้ๆนี้ฆ่าเวลาก่อนได้มั๊ยคะ.."


    คุณหมิวสอบถามฉัตรชัย พร้อมขออนุญาติ แม้ฉัตรชัยจะไม่อยากไปปรากฎตัวตามที่สาธารณธพร้อมคุณหมิว แต่พอเห็น

    ใบหน้าแดงกล่ำ พร้อมเม็ดเหงื่อที่ผุดเต็มใบหน้าสวยหวานของเมียก็อดใจอ่อนยอมทำตามที่เธอประสงค์ไม่ได้ ครั้นจะปล่อย

    ให้เมียสาวไปตามลำพังตนเองก็เป็นห่วง จึ่งทิ้งรถไว้ในปั้มน้ำมันพร้อมกับนั่งรถรับจ้างไปที่ห้างใกล้ๆเดินเล่นฆ่าเวลารอจน

    ปะยางเสร็จค่อยกลับมารับ


    แต่ก็เหมือนคราวเคราะห์กำลังมาเยือนขณะที่ฉัตรชัยกับคุณหมิวกำลังเดินดูข้าวของกันอยู่ในห้างนั้น สมุนบริวารคนหนึ่งของ

    นายเทวัญพบทั้งสองคนเข้า จึงรีบโทรศัพท์ไปหานายเทวัญเพื่อแจ้งข่าวให้ทราบทันที

    คล้ายกับเรื่องฝาแฝด​อันตราย ที่คุณอ่าน