เช้าวันนั้น…ห้องขนมในวังเงียบผิดปกติ
อุณหภูมิอุ่น ๆ จากเตาอบกับกลิ่นเปี๊ยะถั่วหอมไข่เค็มที่คุ้นเคย ยังอยู่ครบ
แต่มีบางอย่างแปลกไป
เซียงเซียงเปิดถังแป้งแล้วขมวดคิ้วทันที
กลิ่นบางอย่าง…ไม่ใช่น้ำมันงาไม่ใช่ถั่ว หรือกลิ่นหอมดอกไม้ที่เธอใช้เสมอ
แต่มันเหมือน...ผงรากไม้เน่าหรือผงสมุนไพรที่เธอไม่เคยใช้มาก่อน
“ไม่ใช่ข้าแน่...แต่ก็อยู่ในถังข้า”
เธอรีบหยิบแป้งชุดนั้นแยกออกไปใส่ถังใหม่
จากนั้นเริ่มนวดใหม่ั้แ่ต้นขณะที่บ่าวในวังหลายคนเริ่มซุบซิบว่า
“เมื่อคืนคุณหนูหวังฮวาเข้ามาในครัว่ที่ไม่มีใครอยู่…”
ตอนสายขันทีคนสนิทของเ้าชายมารับขนมไป
เป็รอบที่มักนำไปถวายเ้าชายและบางส่วนส่งให้พระมารดา
เซียงเซียงลังเล...
“ข้าควรพูดไหมว่า…มีอะไรแปลกๆ ในแป้งบางถัง?”
“แต่ถ้าพูดแล้วคนหาว่าข้าใส่ร้ายตระกูลหวัง…จะยิ่งซวยกว่าที่เป็”
สุดท้ายเธอเลือกเงียบ — และส่งเฉพาะชุดที่เธอทำใหม่ให้
ยามค่ำ
เสียงกลองยามตีหนึ่งดังไปทั่ววัง
พระมารดาของเ้าชายมีอาการปวดท้องรุนแรง!
ขันทีและหมอหลวงถูกเรียกตัวด่วน
ขนมเปี๊ยะเป็สิ่งสุดท้ายที่เสวยก่อนเกิดอาการ
“สอบสวนห้องขนมเดี๋ยวนี้!”
“จับแม่นางเซียงเซียงไว้ก่อน!”
เซียงเซียงไม่พูดแม้แต่คำเดียว
ยอมให้จับตัวไปแต่ระหว่างถูกควบคุมตัว
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในความเงียบ
“ปล่อยนาง...!”
เ้าชายหลีจิ่งหานเดินเข้ามาท่ามกลางแสงโคมไฟ
ในมือของเขา —คือเปลือกขนมเปี๊ยะที่แตกละเอียด กับเศษแป้งติดกลิ่นประหลาด
“แป้งนี้...ไม่ใช่แป้งที่แม่นางใช้”
“ข้าเคยอยู่ในครัวกับนางข้าแยกกลิ่นแป้งของนางออกจากคนอื่นได้ทันที”
“ใครก็ตามที่กล้าลอบวางยาในวังจะต้องถูกเปิดโปง”
ภายหลังหมอหลวงสรุปว่า
พระมารดาไม่ได้เสวยขนมที่มีพิษ —แต่อาการเกิดจากโรคเก่ากำเริบ
แต่เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกสายตาหันมาเพ่งเล็งเซียงเซียง
รวมถึงคุณหนูหวังฮวา...ที่ยังยิ้มเย็นอยู่เื้ั
[จบตอนที่ 8]