ตอนที่ 6: เงาแห่งดินแดนอื่น
สองสัปดาห์หลังจากภารกิจลอบทำลายเส้นลำเลียงของโจรชายแดนสำเร็จ
ป้อมหลูเฉิงกลับมาเงียบสงบ…อย่างผิดปกติ
ในเช้าของวันที่สาม
เสียงแตรเตือนภัยก็ดังขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่เสียงเตือนศัตรูเก่า
ทหารยามรายงานว่า
“ธงของแคว้นลู่หาน” ปรากฏที่เชิงเขาทางทิศใต้
แม่ทัพซ่งเจี้ยนขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยิน
เพราะแม้แคว้นลู่หานจะอยู่ติดชายแดนกับหลันชิง
แต่สองแคว้นนี้ไม่เคยมีประวัติศัตรูชัดเจนมาก่อน
และการยกธงมานอกเขตแดนเช่นนี้ คือ “การท้าทายทางการทูต”
—
เฟิงิในฐานะหน่วยเฉพาะกิจ ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการประชุมทหารระดับสูง
แต่เถี่ยจงกลับสั่งให้เขาไปด้วยในฐานะ “ผู้สังเกตการณ์”
“อยากเป็แม่ทัพรึเปล่า?” เถี่ยจงถามขณะสวมเกราะ
“ก็ต้องเริ่มจากฟังพวกแม่ทัพก่อน”
—
ในเต็นท์แม่ทัพกลาง
ซ่งเจี้ยนยืนอยู่หน้ากระดานไม้แสดงแนวพรมแดน
ข้างเขาคือแม่ทัพภาคตะวันตก และนายทหารฝ่ายข่าว
“ธงของลู่หานแน่นอน พวกมันส่งทัพเบาเข้ามาในเขตเราโดยอ้างว่า ‘หลงทาง’”
แม่ทัพภาคพูดเสียงต่ำ
“แต่ทัพที่ ‘หลงทาง’ จะติดหอกยาวกับธนูร้อยดอกมาด้วยหรือ?”
“พวกมันอยากหยั่งเชิง” ซ่งเจี้ยนกล่าวเสียงเรียบ
“หลังจากที่เราตัดเสบียงพวกโจร พวกมันคงคิดว่าเราอ่อนแรง”
—
เฟิงินั่งอยู่มุมหลังสุดของเต็นท์
สายตาเขามองเคลื่อนจากผังแนวรบ ไปยังชายคนหนึ่งในชุดคลุมขาว
ชายผู้นั้นคือ กุนซือโม่เฉิน แห่งแคว้นหลันชิง
ชายผู้มีชื่อว่า “ผู้ไม่เคยพูดคำว่าโชคดี”
“หากเรายกทัพออกไปตอบโต้อย่างเปิดเผย…”
โม่เฉินเอ่ยเสียงเบา
“ก็เท่ากับยอมรับว่ารับมือภัยชายแดนไม่ได้ และแคว้นลู่หานจะมีข้ออ้างส่งกำลังเสริมตามมาได้อีกไม่ต่ำกว่าพัน”
แม่ทัพทั้งหลายเงียบไป
“ข้าขออาสา”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง
ทุกคนหันไปมอง
เฟิงิยืนขึ้น ชูมือด้วยท่าทางมั่นคง
“ขออนุญาตจัดหน่วยเฉพาะกิจ…ลอบสังเกตและซุ่มทำลายค่ายชั่วคราวของทัพลู่หาน
โดยไม่ให้เกิดการปะทะเปิดเผย”
ทุกคนเงียบสนิทอยู่ชั่วขณะ
“เ้าคิดว่าเ้าจะทำไหวหรือ?” แม่ทัพภาคพูดเสียงเข้ม
“เ้าเพิ่งรบครั้งแรกไปไม่กี่วัน”
เฟิงิยกตามอง
“ข้ารู้…แต่ถ้าเรานั่งรอให้พวกมันข้ามมาอีกสองลี้
เมื่อนั้นเราอาจไม่มีทางเลือกให้เลือกแล้ว”
—
หลังการพิจารณาอย่างเคร่งเครียด
ซ่งเจี้ยนอนุมัติแผน
โดยมีเถี่ยจงและซูเหวินร่วมออกภารกิจด้วย พร้อมทหารฝีมือดีอีกห้าคน
เป้าหมาย: “ค่ายเคลื่อนที่ลับ” ของแคว้นลู่หานที่ตั้งรออยู่ห่างชายแดนเพียงสามลี้
—
การลอบโจมตีเริ่มขึ้นในค่ำของวันที่สอง
ทีมของเฟิงิใช้ควันที่ปล่อยจากกองไฟตบตา
และซูเหวินยิงธนูไฟใส่กองเกวียนเสบียงเพื่อสร้างความแตกตื่น
ขณะเดียวกัน เถี่ยจงพุ่งฝ่าค่ายชั่วคราวเข้าไปพร้อมเฟิงิ
การปะทะรวดเร็ว รุนแรง และปิดฉากในครึ่งชั่วยาม
ก่อนที่ทัพลู่หานจะตั้งตัวทัน หน่วยเฉพาะกิจได้ถอยหายไปในม่านควันและเงาคืน
—
วันรุ่งขึ้น
แม่ทัพลู่หานส่งทูตมายังป้อมหลูเฉิง พร้อมแถลงว่า
“ค่ายเคลื่อนนั้นเป็กลุ่มทหารฝึกผิดระเบียบที่กระทำโดยพลการ และจะถูกลงโทษตามกฎหมายของแคว้นลู่หาน”
ไม่มีใครเชื่อ
แต่ทุกคนยอม “เชื่อ”
เพราะาเปิดคือสิ่งที่หลันชิงยังไม่้าในตอนนี้
—
เฟิงิได้รับคำชมจากซ่งเจี้ยนอย่างเป็ทางการ
และในประกาศภายในกองทัพ
เขาได้รับตำแหน่ง “รองหัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ” ในวัยเพียง 15 ปีเศษ
แต่ในคืนนั้นเอง ขณะมองแสงจันทร์ที่เหนือค่าย
เฟิงิกระซิบกับตัวเองเบา ๆ
“หากข้าจะเดินทางไปสู่จุดสูงสุด…นี่คงเป็แค่ลมวูบแรกเท่านั้น”