“พี่นึกว่าเราจะขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมลงมากินข้าวเสียอีก” คายเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นคนตัวเล็กที่หน้าตาค่อนข้างไปทางยุ่งเหยิงเดินลงบันไดมาอย่างเชื่องช้าเมื่อได้ยินเขาเอ่ยทักก็สะดุ้งพร้อมกับส่งยิ้มแบบฝืน ๆ มาให้
“ก็อยากทำอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน” ศรวัณเอ่ยเสียงแ่เบาการแยกตัวไปอาบน้ำทำให้เขาพอจะคิดอะไรออกได้ไม่น้อย อย่างเมื่อมาถึงบ้านหลังนี้ตอนลงจากรถเขาก็อ้อนขอขี่หลังคายไม่เพียงแค่กอดแต่ยังจะกัดต้นคอแกร่งไปสองสามครั้งด้วย แต่นั่นยังไม่น่าอายจนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีก็เมื่อตอนที่เข้าไปในห้องนอนแล้วนะสิ
เขาทำเื่น่าอายแบบนั้นลงได้ยังไงกัน...ศรวัณอยากเอามือตบหน้าตัวเองให้เจ็บเมื่อคิดถึงเื่ที่เกิดขึ้นในห้องนอนของคายเมื่อคืน...
“พี่คาย...น้องอะนะ พี่เข้าใจน้องปะ น้องอะนะต้องรีบหาหออยู่ให้ได้พี่เข้าใจปะ น้องอยู่บ้านไม่ได้ เดี๋ยวเงินมันจะไม่เหลือ แต่ตอนนี้อะนะ น้องหาหออยู่ไม่ได้หอในก็จองไม่ทัน หอนอกที่ราคาไม่แพงก็ไม่ทันอีก น้องจะทำยังไงดีครับ”ไม่เพียงแค่ถามแบบเสียงยืดเสียงยานและวกไปวนมาตามประสาคนครองสติตัวเองไม่อยู่หากแต่ใบหน้าผมนี่น่ะสิ มันวนเวียนไปซบกับต้นไหล่กว้างของพี่คายอยู่เรื่อยเลย
“ก็พอจะเข้าใจอยู่นะ ยอดรักมีอะไรให้พี่ช่วยไหมล่ะ”
“พี่จะช่วยผมจริง ๆ เหรอครับ...พี่ไม่หลอกให้ผมดีใจเก้อนะถ้าเป็อย่างนั้นจริง ผมจะ...จะอะไรดี” ศรวัณพึมพำก่อนจะส่ายศีรษะเพราะคิดไม่ออกแต่ใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม
“ถ้าช่วยได้ พร้อมช่วยทุกอย่างแต่ก็ต้องมีข้อแลกเปลี่ยนกันนะ” คายบอกพร้อมกับลูบแขนคนตัวเล็กแ่เบาโดยที่ศรวัณก็ไม่ได้ดึงแขนหนีด้วย
“รู้แล้วละน่า...ไม่มีใครช่วยใครฟรี ๆ หรอกไม่เคยได้ยินหรือไง ของฟรีไม่มีในโลก ว่าแต่...ผมต้องทำอะไรให้พี่ล่ะอ๋อ...บอกไว้ก่อนนะ ผมไม่ทำอะไรที่ทำไม่ได้นะเออ” ศรวัณเงยหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างให้กับคายพลางกะพริบตาปริบ ๆ รอฟังว่าคายจะให้ตนทำสิ่งใดเป็การแลกเปลี่ยน
“แต่ตอนนี้พี่ยังคิดไม่ออกนะสิ ถ้ายอดรักจะเสนอมาแล้วน่าสนใจพี่อาจจะเอาไปคิดดูก็ได้นะ”
เขาก็รู้แหละว่าคายกำลังยั่วยุให้ผมตกลงโดยไม่ต้องคิดอะไรมากแล้วใน่อารมณ์ที่ทุกอย่างอยู่ใกล้มือเอื้อมไปหยิบมา ผมมันก็พวกคิดอะไรมากไม่เป็อยู่แล้วก็ะโลงไปในหลุมที่อีกฝ่ายขุดไว้
“ผมแทบไม่เก่งอะไรเลยนอกจากเื่เรียนที่ก็ถือได้ว่าถึงจะไม่ติดหนึ่งในสิบแต่ก็ไม่ได้อยู่ในลำดับที่โหล่แน่นอนรูปร่างก็ถือว่าผอมไปสักหน่อยเพราะไม่ค่อยได้กินอิ่มสักเท่าไหร่หน้าตาก็เกลี้ยงเกลาไม่มีสิวหนองที่มองแล้วน่ารำคาญลูกตากับการซักเสื้อผ้าและทำความสะอาดบ้านแล้วก็ทำอาหารที่ถ้าเป็อาหารง่าย ๆที่น่าจะใช้แลกเปลี่ยนกับพี่ได้อยู่นะ”
“คอนโดพี่มีแม่บ้านคอยทำความสะอาดอยู่แล้ว ส่วนอาหารก็ไม่แน่ไม่นอนแล้วแต่วันว่าจะยุ่งมากแค่ไหนก็มีบ้างที่ทำกินเอง แต่ไม่บ่อย”
ศรวัณบุ้ยปากทำหน้าเบ้เล็กน้อยเพราะไม่ถูกใจที่คายบอกมา“พี่ยังเรียนอยู่ใช่ไหม”
คายพยักหน้ารับ
“ก็นั่นไง ผมก็เป็พนักงานส่งอาหารให้พี่ได้ไงผมจะคอยดูแลพี่แบบ...พี่อยากได้อะไร ผมจะรีบจัดหามาให้โดยเร็วแต่ต้องเป็ที่ผมทำได้ด้วยนะเออ”
“ทำไมพี่ฟังแล้วเหมือนเราเสนอตัวเป็เมียพี่เลย”
ศรวัณอ้าปากค้าง ดวงตากลมใสเบิกกว้างทันควันก่อนจะส่ายศีรษะปฏิเสธ “พี่พูดอะไรแบบนี้เนี่ย ผมเป็ผู้ชาย พี่ก็เป็ผู้ชายผมจะเป็เมียพี่ได้ไงกันเล่า” แต่ทำไมเขาถึงได้รู้สึกว่าหน้ามันร้อน ๆ ก็ไม่รู้
“แล้วถ้าเป็ได้...ยอดรักจะยอมเป็เมียพี่ไหมล่ะ”
เขาอยากโวยวายบอกว่าไม่ แต่คิดแล้วในสถานการณ์แบบนี้มันดูจะไม่ดีต่อตัวเองสักเท่าไหร่ก็เลยนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะขยับเคลื่อนกายขึ้นไปนั่งบนตักของพี่คายสองแขนพาดบนบ่ากว้างอย่างคนที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวในหัวก็คิดเพียงอยากทำให้คายใจอ่อนยอมช่วยเหลือตนเองเท่านั้น
“ถึงผมจะไม่เก่งในหลาย ๆ เื่ แต่ถ้าพี่คายช่วยแนะนำผมว่าผมน่าจะเป็ผู้ช่วยที่ดี เป็คนที่คอยรับคำสั่งจัดหาของที่พี่คาย้าได้ดีไม่น้อยเลยนะครับ”ศรวัณเอ่ยอย่างคาดหวังสิ่งที่เสนอไปจะทำให้คายสนใจยินยอมที่จะช่วยเหลือตนเองเื่ที่พักโดยง่ายรวมถึงอาจจะมีค่าเหนื่อยเล็ก ๆ น้อย ๆพอให้เขาเป็ทุนให้เขาได้ใช่จ่ายระหว่างรอเื่ทุนที่ขอไว้ผ่าน
“ก็น่าสนใจอยู่นะ” คายพยักหน้ารับ “แต่ที่ยอดรักว่ามา พี่ทำเองก็ได้นะหรือถ้ามันวุ่นวายมาจริง ๆ พี่ก็มีเพื่อนคอยช่วยอยู่นะ”
ศรวัณทำหน้าเบ้ด้วยความไม่ชอบใจเมื่อสิ่งที่เสนอไปไม่ได้รับการตอบสนองก็เลยเอ่ยออกไปอย่างมีโทสะเล็กน้อย“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็บอกมาสิ จะให้ผมทำอะไร”
“ถ้าพี่บอกไปแล้วเราจะกล้าทำหรือเปล่าล่ะ”
ศรวัณเอียงศีรษะเล็กน้อยขณะกะพริบตามองคายที่เขารู้สึกว่ารอยยิ้มที่ได้เห็นมันค่อนข้างจะ...เ้าเล่ห์อยู่“ก็ต้องดูก่อนหรือเปล่าล่ะ พี่เอาแต่ใจมากไปไหมสิ่งที่พี่้าผมทำได้หรือเปล่า”
“ถ้ายอดรักตกลงนะ อย่างแรกนอกจากจะได้ที่พักที่ทั้งสะดวกสบายแล้วห้องก็สะอาดยังจะมีแม่บ้านคอยทำความสะอาดทุกอาทิตย์ ข้าวของเสื้อผ้าก็มีให้พร้อมไม่ต้องคิดมากเื่เงินที่จะใช้เรียนั้แ่ปีหนึ่งถึงปีสี่จะค่าอะไรจิปาถะก็ไม่ต้องไปคิดให้มากความ แค่บอกมาพี่ก็พร้อมจะจ่ายให้ ยังจะมีคนคอยขับรถไปรับไปส่งทุกวันอยากกินอะไรก็ได้ทั้งนั้น วันไหนหยุดก็อาจจะพากันไปเที่ยวจะใกล้หรือไกลก็แล้วแต่ว่าจะหยุดกี่วัน”
“ข้อเสนอดีแบบนี้ผมว่าสิ่งของแลกเปลี่ยนก็จะต้องไม่น้อยหน้ากันแล้วผมน่าจะไม่มีในสิ่งที่พี่้านะ” ศรวัณพูดด้วยความผิดหวังและเสียดายเพราะคิดว่าสิ่งแลกเปลี่ยนที่คาย้าเขาน่าจะไม่มีให้
“แล้วสิ่งที่ต้องแลกเปลี่ยนกัน พี่ก็ไม่ได้บังคับว่าจะต้องได้หลังจากที่ยอดรักตกลงแล้วนะยังไงพี่ให้เวลาเราเตรียมตัวนะ เพียงแค่ว่า...”
ศรวัณเฝ้ารอคอยว่าคายจะพูดอะไรแต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเงียบที่มันทำให้เขาสงสัยและอยากรู้อย่างที่เก็บเอาไว้ไม่ได้“เพียงแค่ว่าอะไรละครับ”
หากคายก็ทำเพียงแค่ยิ้มขณะมองเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนก็จริงหากก็เต็มไปด้วยความเ้าเล่ห์อย่างที่ปกปิดเอาไว้ไม่มิดขณะเดียวกันก็คล้ายกับจะท้าทายแกมยั่วยุให้เขาตกลงรับข้อเสนอที่ถูกยื่นมาให้
“ยอดรักว่ายังไงล่ะ”
“คือ...” ทั้งที่เขาควรจะรู้สึกแปลก ๆกับการที่มานั่งอยู่บนตักของผู้ชายด้วยกันแล้วยังจะถูกท่อนแขนกำยำโอบรัดรอบกายไหนจะนิ้วยาวเรียวที่ลากไล้อยู่บนใบหน้าอย่างแ่เบาโดยที่เขาไม่ได้รู้สึกรังเกียจแล้วยังจะรู้สึกอบอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกอีกล่ะ
“อะไรละครับ”
น้ำเสียงที่อบอุ่นและอ่อนโยนของคายทำให้ศรวัณเผลอยิ้มขณะยกมือไปทาบบนริมฝีปากหนาอย่างเผลอไผล“จะรู้สึกยังไงถ้าเรา...”
คายคลี่ยิ้ม “ถ้าอยากรู้ จะลองทำดูก็ได้นะ พี่ไม่ว่าหรอก”
ศรวัณครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่เพราะฤทธิ์จากสิ่งที่กินเข้าไปยังจะมีความอยากรู้อยากลองและถูกกระตุ้นโดยคนตัวใหญ่จอมเ้าเล่ห์ที่สองมือลูบไล้แผ่นหลังขณะปากหนาก็ขบเม้มนิ้วเล็กอย่างแ่เบา ทำให้คนตัวเล็กกล้าที่จะกดริมฝีปากลงไปบนปากหนาแต่ครั้งแรกก็ทำเพียงแค่แตะปากกับปากเท่านั้น แต่คงได้ยินเสียงหัวเราะของเขาก็เลยกดลงมาใหม่อีกครั้งที่เขาก็ช่วยจัดองศาใบหน้าเพื่อให้คนตัวเล็กจูบตนเองได้อย่างถนัดถนี่ขณะเดียวกันเขาก็หลอกล่อให้ศรวัณเผลอไผลชื่นชอบรสชาติจูบหวาน ๆ ที่เขามอบให้จนยอมให้จูบบ่อยๆ