“เรียกพี่ก็ได้ครับ เหมือนที่เรียกนายพงษ์เพราะพี่กับนายพงษ์ก็เป็เพื่อนกัน”
เขากล่าวด้วยรอยยิ้มเอื้อเอ็นดู
“เอ่อ...ไม่นึกว่าพี่คิวจะตื่นเช้าอย่างนี้”
เด็กสาวกล่าวด้วยท่าทางที่ยังประหม่าไม่หายก็เขาเป็ถึงซุปเปอร์สตาร์นี่น่ะ
คิรากรมองเหม่อไปไกลในท้องทะเล
“พี่ชอบทะเลน่ะ แล้วก็ชอบความเงียบสงบและความเป็ส่วนตัวด้วย แต่พี่ไม่มีโอกาสได้อยู่กับสิ่งเหล่านี้มานานแล้ว ั้แ่ริอ่านไปเป็นักร้อง”
น้ำเสียงของชายหนุ่มแฝงแววขื่นๆขณะเดินช้าๆเคียงคู่ไปกับเด็กสาวที่ชอบลงไปเดินย้ำน้ำทะเลตื้นๆเล่นไปด้วย
“แต่พี่คิวก็ได้เป็นักร้องที่ดังมาก เป็ที่ชื่นชอบของคนไปทั่วประเทศ มีคนมากมายที่อยากทำได้อย่างพี่”
“แล้วรู้ไหมว่าพี่ต้องแลกกับอะไรไปบ้าง จนบางครั้งพี่ก็อดคิดไม่ได้ ว่ามันคุ้มกันหรือเปล่า”
เขาพูดเหมือนมีอะไรอยู่ในใจ
“พี่คิวหมายถึงอะไรค่ะ”
เด็กสาวหันไปถามเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ช่างเถอะ พี่ก็พูดเรื่อยเปื่อยไปอย่างนั้นเอง”
ชายหนุ่มหันมายิ้มให้เด็กสาวแล้วฝืนทำกิริยาให้ร่าเริงเป็ปกติ วนิศราก็เลยไม่กล้าซักถามอะไรเขาถึงเื่นั้นต่อไปอีก ได้แต่เปลี่ยนไปพูดเื่อื่น
“นิดไม่คิดเลยนะคะ ว่าพี่คิวจะตื่นเช้าขนาดนี้”
“พี่ฉวยโอกาสตอนที่ใครต่อใครยังไม่ตื่น ออกมาเดินเล่นในบรรยากาศที่พี่ชอบนะ เพราะเวลาที่ใครๆเขาตื่นกันแล้วพี่ก็จะทำอย่างนี้ไม่ได้ ไม่คิดว่าจะโชคดีได้เจอนิด”
มันอาจเป็คำพูดธรรมดาๆของเขา แต่มันก็มีผลทำให้แก้มใสใสแดงเรื่อขึ้นมาและได้แต่ออกตัวเก้อๆ
“นิดนึกว่าพี่คิวจะถือว่าเป็ความโชคร้ายเสียอีกที่ต้องมาเจอนิด”
“ไม่หรอก พี่ดีใจมากเลยต่างหาก เมื่อคืนตอนที่อยู่ในงานเลี้ยงพี่ไม่มีโอกาสเข้าไปคุยด้วยเลย” เขายิ้มอย่างมีความหมายและมันทำให้หัวใจของสาวน้อยเต้นตึ่กตั่กผิดจังหวะ แต่เธอยังไม่ทันจะได้พูดอะไรออกไป ชายหนุ่มก็ทำท่าชะงักก่อนกล่าวเสียงเครียดเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่างออกมา “พี่จะกลับเข้าที่พัก นิดจะกลับพร้อมพี่เลยหรือเปล่า”
“มีอะไรหรือค่ะ”
วนิศราแปลกใจในท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเขา
“พี่รู้สึกว่าเรากำลังถูกแอบถ่ายรูปเสียแล้วละ”
คำตอบของเขาทำให้เด็กสาวหน้าตื่น เธอเคยได้ยินมาถึงพวกปาปารัซซี่ที่ชอบตามแอบถ่ายภาพพวกคนดังแต่ก็ไม่คิดจะว่าจะมาเจอเข้ากับตัวเองแบบนี้
“แล้วเราจะทำอย่างไรกันดีค่ะ”
“พี่ก็ชวนนิดกลับเข้าที่พักอยู่นี่ไง”
“เชิญพี่คิวกลับเข้าไปก่อนเถอะค่ะ เขาคงมีเจตนาตามถ่ายพี่คิวคนเดียว นิดขอเดินเล่นต่ออีกสักพัก”