ขบวนกองคาราวานจิตอาสาของมูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขาเดินทางต่อเนื่องมาถึงอีกหมู่บ้านหนึ่งในบ่ายวันถัดมา ทุกคนแยกย้ายกันจัดเตรียมอุปกรณ์ทำหมันและกรงพักฟื้นด้วยความชำนาญทว่าในระหว่างที่ภารกิจกู้ชีพและทำหมันเพื่อนสี่ขากำลังดำเนินไปอย่างวุ่นวายชนวนเหตุร้ายแรงที่ไม่คาดฝันก็ะเิขึ้นทำลายความสงบชั่วพริบตา เมื่อเ้าหน้าที่กำลังลำเลียงสุนัขพันธุ์ไทยผสมบางแก้วตัวโตเพศผู้ตัวใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามาดูแล มีอาการตื่นกลัวลนลานระคนดุร้ายแยกเขี้ยวขาวส่งเสียงขู่กระโชก และสะบัดจนหลุดออกจากสายจูงอย่างแรง!
มันพุ่งทะยานด้วยความเร็วตรงดิ่งมาทาง‘พิมพ์นลิน’ ที่กำลังยืนจัดขวดเบาตาดีนอยู่หน้าบูธทันที!
"คุณนลิน!ระวังครับ!"
หมอทิวากร’ ตาโตด้วยความใพยายามจะซอยเท้าเข้าไปช่วยดึงร่างเธอหลบ แต่กลับช้ากว่าทนายความหนุ่ม
‘ภาคิน’ ซึ่งยืนคุมบูธกฎหมายอยู่ฝั่งตรงข้ามที่ไกลกว่าหมอทิวากร รีบพุ่งตัวสุดกำลังอย่างรวดเร็วถลันเข้าประชิดแล้ววาดลำแขนแกร่งพุ่งเข้าคว้าหมับโอบรัดเอวคอดกิ่วของพิมพ์นลินแล้วออกแรง ‘เหวี่ยงเบี่ยงตัวเธอหลบเข้าข้างทางอย่างแรง!
’"โครม!!"
ร่างของคนทั้งคู่ล้มลุกคลุกคลานลงไปบนพื้นดินโคลนใต้ร่มเงาไม้ทว่าในเศษเสี้ยววินาทีคอขาดบาดตาย ภาคินใช้วงแขนหนา ‘โอบกอดรัดพิมพ์นลินเอาไว้แน่นที่สุด เขาเอาร่างกายของตัวเองบังป้องกันตัวเธอไว้จนมิดชิด’ ใช้แผ่นหลังรับแรงกระแทกจากท่อนไม้และเศษหินแทนเธอ จนฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณคนทั้งลานอเนกประสงค์หวีดร้องเสียงดังลั่น
และ...ทันทีที่สุนัขตัวโตถูกเ้าหน้าที่มูลนิธิหลายคนพุ่งเข้าล็อกตัวจับกุมไว้ได้หมอทิวากรที่ซอยเท้าวิ่งหน้าตั้งตามมาถึง ทรุดตัวย่อเข่าลงต่ำกำลังจะยื่นฝ่ามือหนาขยับเข้าไปช่วยพยุงประคองร่างของพิมพ์นลินให้ลุกขึ้นแต่แล้ว
"ผลัวะ!!"
ภาคินที่นอนกอดรัดพิมพ์นลินอยู่ เอื้อมมือหนาออกแรง ‘ปัด” ฝ่ามือของหมอทิวากรออกทันทีก่อนจะฉุดดึงรั้งร่างอรชรของพิมพ์นลินให้ลุกขึ้นยืน แล้วดึงตัวเธอให้ขยับมาแอบหลบอยู่ทางด้านหลังลำตัวหนาใหญ่ของตัวเองอย่างหวงแหน
ภาคินยืนจังก้า มองหน้าหมอทิวากรตาขวาง เขาทิ้งมาดทนายความผู้สุขุมเยือกเย็นไปเสียสนิทใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ก่อนะเิอารมณ์ออกมา กระชากเสียงตวาดต่อว่าสัตวแพทย์หนุ่มรุนแรงลั่นลานมูลนิธิ
“นี่หมอ ดูแลคนในมูลนิธิยังไงให้เกิดอันตรายแบบนี้ ห๊ะ วางแผนกันยังไงทำไมคนตั้งเยอะแยะปล่อยให้หมาหลุดออกมาได้ ยัยนี่ยิ่งซุ่มซ่ามอยู่ ถ้าเกิดเป็อะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ! ถ้าไม่มีปัญญาดูแลความปลอดภัยผู้หญิงของผมที่หลังก็อย่าเรียกเธอมาใช้งานอีก เข้าใจไหม”
คำว่า “ผู้หญิงของผม”ที่ออกจากปากภาคินดังลั่นลานหมู่บ้าน หมอทิวากรและทุกคนถึงกับยืนอึ้งระคนใ
คำประกาศกร้าวที่ระบุสถานะว่าเธอคือ ‘ผู้หญิงของผม’ ทำเอาหัวใจดวงน้อยของพิมพ์นลินกระตุกไหวด้วยความดีใจผิวแก้มเนียนร้อนผ่าวลามไปจนถึงใบหู หญิงสาวทำตัวไม่ถูกด้วยความขัดเขินสุดขีดจึงตัดสินใจก้มหน้าก้มตา ซบใบหน้าลงไปคลอเคลียบนกลุ่มขนนุ่ม ๆบนหัวของเ้าดุ๊กดิ๊กแน่น เพื่อซ่อนรอยยิ้มแห่งความปิติเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น
คำว่า‘ผู้หญิงของผม’ ยังคงก้องสะท้อนอยู่ในสายลมของลานอเนกประสงค์ราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ ทิ้งให้คนฟังอีกสองคนต้องตกอยู่ในกระแสความสับสนระคนปวดร้าว
‘หมอทิวากร’ สัตวแพทย์หนุ่มผู้ใจดีใจเย็น รู้สึกเหมือนมีก้อนหินทุบอกจนอึดอัด ตลอดทริปจิตอาสาหาบ้านให้หมาจรและทำหมันฟรีที่ผ่านมา ความสดใสน่ารัก เจื้อยแจ้วฉลาดช่างพูด มันเข้ามากัดเซาะหัวใจเขาทว่าคำประกาศของภาคินเมื่อครู่ กลับเป็ลิ่มแหลมที่แทงทะลุตอกหน้าให้เขารู้ซึ้งแก่ใจว่า...พี่ชายข้างบ้านคนนี้ไม่ได้มองพิมพ์นลินเป็แค่น้องสาว
และอีกคนที่หัวใจร้าวราน กลับเป็ ‘พิมพิกา’ หรือ ‘พาย’คุณหนูสาวสวยแสนดี ผู้มีกิริยานุ่มนวล หล่อนยืนนิ่งอยู่ด้านหลังความกังวลลึก ๆ ในใจที่เคยแอบตั้งข้อสงสัยตอนนั่งกินหมูกระทะเมื่อคืนก่อนนั้นบัดนี้มันได้รับการพิสูจน์ในวินาทีนี้เองว่า ภาคินไม่ได้รักเธอ ขนมและคำหวานที่เขาป้อนเอาใจเธอที่ผ่านมา ก็เพื่อใช้ประชดพิมพ์นลินเท่านั้นและที่ร้ายกาจกว่านั้นคือ... ผู้ชายที่เธอฝากหัวใจไว้อย่างหมอทิวากร ก็ดันมีดวงตาไว้มองพิมพ์นลินคนเดียวเช่นกันหล่อนกลายเป็คนไร้ค่า ที่อยู่ตรงกลางระหว่างความรักของชายสองคนที่ไม่เคยมีพื้นที่ให้เธอเลยร่างกายอรชรสั่นเครือด้วยความน้อยใจ หล่อนฝืนก้มหน้าเบือนสายตาหนีเพื่อซ่อนความบอบช้ำเอาไว้
++++++++++
หลังเหตุการณ์ปัดมือหมอทิวากร ภาคินนอนไม่หลับทั้งคืน เช้าวันต่อมาเขาจึงนัด "ภัทร" เพื่อนสนิทที่เป็ทนายความซึ่งบังเอิญมีบ้านอยู่จังหวัดเดียวกันกับที่ภาคินและมูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขามาทำภารกิจ เขามานั่งดื่มกาแฟที่ร้านอาหารในเมืองกันตามลำพัง
ภาคินพยายามทำหน้านิ่งและเปิดฉากคุยด้วยน้ำเสียงจริงจังเหมือนกำลังปรึกษาคดีความระดับชาติ
ภาคิน: "ภัทร กูมีเคสกฎหมาย... เอ่อ ไม่ใช่เคสของลูกความมาปรึกษา"
ภัทร: "ว่ามาเลย ระดับปรึกษาคุณภาคิน น่าจะคดีพันล้าน"
ภาคิน: "คือ... ลูกความกูมีน้องสาวข้างบ้านคนหนึ่ง ยัยนี่นิสัยแสบซุ่มซ่าม พูดมาก ชอบกวนประสาท แต่จู่ๆ วันหนึ่งมีหมอหมามาเกาะแกะแล้วลูกความกูคนนี้ดันรู้สึกร้อนรุ่มในอก หงุดหงิดอยากจะเข้าไปกระชากหมอคนนั้นออกไปให้พ้นหน้า... ลูกความกูเขาเป็โรคหัวใจหรือโดนคุณไสยป่ะวะ?"
ภัทร: (มองหน้าคินนิ่งๆ ก่อนจะหลุดขำ) "ลูกความมึงชื่อคินป่ะ? แล้วน้องข้างบ้านชื่อนลินใช่ไหม?"
ภาคิน: (หน้าตายิ้มยากเลิ่กลั่ก หูแดง) "เฮ้ย ไม่ใช่! กูบอกว่าลูกความ!"
ภัทร: "ไอ้คิน! อาการนี้กฎหมายเขาไม่เรียกคุณไสย เขาเรียกว่า 'หึงหวงก้าง' ครับเพื่อน มึงชอบน้องเขาแล้วแต่อีโก้มึงค้ำคออยู่ไง"
ภาคิน: "ไร้สาระ! กูรักพาย มึงก็รู้ ยัยตัวแสบนั่นมีแต่เื่ปวดหัวใครจะไปชอบ!"
ภัทร: "เออ... งั้นถ้ามึงไม่ได้ชอบ ถ้าน้องนลินเขาคบกับหมอหมาคนนั้นมึงก็คงยินดีด้วยใช่ไหม?"
คำถามของภัทรทำเอาภาคินสะอึกทนายมือหนึ่งถึงกับใบ้กิน ในใจนึกภาพพิมพ์นลินเดินจูงมือหมอทิวากรแล้วยิ้มตาหวานหยาดเยิ้ม...ภาคินทุบโต๊ะดังปังจนกาแฟกระฉอกแล้วพูดเสียงรอดไรฟัน .
"ไม่ได้!หมอนั่นดูไม่น่าไว้ใจ!"
ภัทรได้แต่ส่ายหัวขำในความปากแข็งของเพื่อน
++++++++++