บทที่ 4 ถึงจะมีไม่มีก็ตาม!
“อะไรหมดแล้วหรอ”
“แสดงว่า ข่าวที่ว่าใช้พลังเวทย์ไฟไม่ได้อีกแล้วก็คงเื่จริง”
“ถ้าในเวทย์เวทย์ไฟไม่ได้ ไอ้นี้มันก็ไม่ต่างจากคนธรรมดาเท่าไรแล้ว”
“เออวะ”
“ฮ่าๆๆๆๆ”
คำพูดของพวกเขาเ็ปทิ่มแทงเข้าที่ใจของผมมากเหมือนความรู้ของผมกับเอมเบรสเชื่อมต่อกันทำให้รับรู้สึกกันอย่างหน้าประหลาด
เอมเบรสเป็คนที่รักและภูมิใจในพลังเวทย์ไฟของตนเองเป็อย่างมาก
มันเหมือนตราเกียรติยศชื่อเสียงอำนาจของตัวเองที่เขาพยายามได้มันมา สำหรับเขาผู้ที่ได้ฉายาว่าจอมเวทย์อัจฉริยะแม้แต่ผมก็รู้สึกได้ว่าพลังเวทย์ไฟที่ร้อนแรงนั้นมันคือชีวิตของเขา การที่ไม่อาจใช้เวทย์ไฟได้มันก็เหมือนชีวิตที่มอดดับไปแล้วสำหรับเขาจนไม่อาจจะมีชีวิตอยู่ได้
ความจริงอยู่ตรงหน้าว่าไม่อาจใช้เวทย์ไฟภายในได้ร่ายกายนี้กำลังซ๊อกกับสิ่งนั้นผมรู้สึกได้ ความสิ้นหวังทางเดินที่ไร้แสงนำทางเอมเบรสไม่อาจเดินต่อไปได้
ผมทำได้เพียงเอามือกุมหน้าอกไว้กับความรู้สิ้นหวังนี้ ถ้าไม่ใช้ผมมาอยู่ในร่างเอมเบรสนี้ ถ้าไม่ใช่ผมที่กลายเป็เอมเบรสอยู่ตอนนี้ เขาคงไม่อาจยืนขึ้นมาได้อีกเลยก็เป็ได้
“ถ้าไม่ยิงอะไรมาแล้ว ทางนี้ถือเป็ว่าขอยิงเอาคืนบ้างอะนะ”
เสียงหัวเราะทั้งสามต่างร่ายวงแหวนเวทย์ยิงะุเวทย์มาที่ผม ทั้งเวทย์ะุไฟ เวทย์ะุน้ำ เวทย์ะุมานา ต่างถูกยิงออกมาหลายนั้นมาที่ผมไปทั่วร่างที่ไร้การป้องกันจนกระเด็นไปกองอยู่กับพื้นอีกครั้ง
ไม่ใช่หลบไม่ได้ แต่ไม่มีใจจะหลบเพราะมันเปล่าประโยชน์ จอมเวทย์ที่ใช้เวทย์ไม่ได้จะเรียกว่าจอมเวทย์ได้เหรอเอมเบรสคิดอย่างนั้นจึงไม่หลบแล้วปล่อยให้เป็ไปแล้วนอนอยู่อย่างนั้นยังดีกว่ายังไงก็ไม่มีอะไรจะเสียอีก
…แต่ผมไม่ใช่
“อึก ฮันนา…”
ผมที่เป็วีระนั้นไม่ใช่ ตัวผมที่เกิดใหม่ในโลกนี้พึ่งได้รู้จักและสนิทเป็แรก
ถึงจะเป็เพราะร่างกายของเอมเบรสก็ตามแต่นั้นไม่สำคัญกับความรู้ที่ยินดีที่ได้เพื่อนใหม่คนแรกในต่างโลกนี้
ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเสียใจหรือสิ้นหวังอะไรทั้งนั้นและ ตอนนี้ฮันนากำลังตกอยู่ในอันตรายและมีแต่ผมที่ช่วย ฮันนาใที่ผมโดนเวทย์ยิงลงไปนอนกับจนทำอะไรไม่ถูก
ผมไม่ใช่เอมเบรส คัดเดิล ซี วอร์ม แต่คือ วีระ นำพา ต่างหากละตอนนี้ร่ายกายนี้เป็ของผมแล้ว ผมจะทำอะไรกับมันก็ได้เพราะงั้นเอมเบรสขอใช้มันอย่างเต็มที่เลยละกัน
พยายามหายใจเข้า…หายใจออก…หายใจเข้า…หายใจออก ต้องรีบดึงสติกลับมาให้เร็วที่สุด
ที่เอมเบรสศูนย์เสียพลังไปเพราะไปใช้เวทย์ต้องห้ามเข้า ทำให้วงจรพลังเวทย์มานาต่างๆในร่างกายเพี้ยนไปหมดจนไม่อาจแก้ไขได้ มันเป็บทลงโทษสำหรับเอมเบรสมี่ใช้เวทย์ต้องห้าม เพราะเป็อย่างนี้เลยเข้าสู่ด้านมืดเต็มตัวสินะ…พอจะเข้าใจตัวเอมเบรสขึ้นบ้างแล้ว
ชักจะรู้สึกผิดกับตัวเองในอดีตที่นั่งดูอนิเมะหัวเราะสะใจต่อฉากพวกนี้จัง อยากกลับไปต่อยตัวเองจริงๆ แต่เื่นั้นไว้ทีหลัง
“ท่านเอมเบรส! ท่านเอมเบรส!”
ฮันนาพยายามเรียกขอความช่วยเหลือจากผมอยู่คงจะมานอนอยู่กับพื้นอย่างนี้ไม่ได้ แม้ร่างกายจะสะบักสะบอมไปหมดจากโดนรุมกระทืบกับยิงเวทย์ใส่ก็เถอะไม่รู้เพราะชุดคลุมมันหนาหรือมันมีพลังเวทย์ถึงทำให้ไม่าเ็อะไรมาก
ไม่อะ ยังไงก็เจ็บอยู่ดีนั้นและ…แต่ว่า ยังมีแรงสู้อยู่
พวกมันกำลังเดินไปหาฮันนาอย่างช้าทีละเก้าพร้อมเสียงหัวเราะในลำคอ
ไม่จำเป็ต้องรีบอะไรเพราะรู้เมดสาวของเอมเบรสจะไม่ทิ้งเ้านายตัวเองเป็อันขาดแต่ถึงอยู่ก็ไม่อาดทำอะไรได้ ค่อยเข้าไปดื่มดำกับความสุขและเื่ที่จะทำต่อหน้าผมที่นอน พวกมันคงคิดอย่างนั้นเข้าใจได้เพราะเอมเบรสก็ทำอะไรคล้ายๆอย่างนั้น
“มานี้สิจะน้องสาว”
“เดี๋ยวพวกพี่จะเล่นอะไรสนุกๆกันหน่อยไม่ต้องกลัว”
“ฮิๆๆๆ”
ถ้าสู้ตัวเปล่าอย่างนี้ชนะ 3 คนที่ใช้เวทย์ไม่ได้แน่…อาวุธ ต้องหาอาวุธสู้ที่อยู่แถวนี้มาใช้สู้กับพวกมัน
“ท่านเอมเบรส…ช่วยด้วย!”
“ร้องไปก็เท่านั้น มันลุกขึ้นมาไม่ไหวหรอกโดนไปขนาดนั้น”
“อยู่เชยๆทำตัวดีๆ…ฮ๊ากกก”
มือของหนึ่งในสามคนที่กำลังยืนไปจับฮันนาที่กลัวถูกบางอย่างกระแทกใส่ที่มือจนเป็แผลลึกเืไหลหยดติ๋งๆ มันลงไปกุมมือที่เป็แผลอย่างเ็ปจนอยากจะร้องออกมา
ฮันนากับอีกสองคนต่างใกับเื่ที่เกิดขึ้น พอมองอิฐแดงที่หล่นอยู่ข้างที่มีรอยเืติดอยู่ถึงเข้าใจว่ามีคนปาอิฐใส่มือเขา ส่วนคนที่ปาใสก็ไม่ต้องสงสัยคือคนที่ทั้งสามหันหลังให้โดยไม่คิดว่าจะลุกขึ้นมาอีก เอมเบรส
“ใครมันจะไปหาอาวุธได้ตอนนี้ทัน ก็เลยเอาอะไรที่หยิบไปปาไปก่อนเลยละกัน”
“ท่านเอมเบรส!”
ฮันนาดีใจที่ผมยืนขึ้นมาได้อีกครั้งแม้สภาพจะดูไม่ค่อยได้ก็ตาม แต่อีกสามคนคงไม่ดีใจด้วยโดยเฉพาะคนที่กุมมือที่เืไหลอยู่
“นี้แก…”
“คร้าบๆ ผมเอมเบรสผู้นี้เองคร้าบที่ปาอิฐใส่รุ่นพี่ แค่นี้อย่ามาโวยวายหน่อยเลยเมื่อกี่นี้เล่นรุมกระทืบแถมยังยิงเวทย์ใส่ด้วย”
ทำเป็ปากเก่งกวนบาทาได้แต่ที่จริงตามร่างกายช้ำปวดไปหมดตัวจนอยากลงไปนอนเหมือนเดิมมากกว่า แต่ทำไม่ได้…จะปล่อยให้พวกมันเอามือโสโครกนั้นจับฮันนาไม่ได้เด็ดขาด!
“จะยืนจ้องหน้ากันทั้งวันหรือจะมาสู้ต่อดีละ รุ่นพี่~ครับ?”
“แกตาย!”
ดูเหมือนจะกลับสนใจผมเหมือนเดิม ส่วนฮันนาเหมือนจะเข้าใจที่ผมทำเลยรีบไปหนีหลบหลังต้นไม้หนึ่งเรียบร้อยแล้ว เอาละต่อจากนี้เอาไงดี
“พวกข้าจะจัดการแกให้สาสมเลย”
รุ่นพี่ที่มือเจ็บดูจะแค้นเป็พิเศษ คงก็จะจัดการผมให้ตายแบบที่พูดไว้แน่…ถ้าอย่างนั้น
“หรอ? ถ้าทำได้ก็ลองยิงเวทย์มาให้โดนอีกรอบสิ ถ้าคิดว่าตัวเองเก่งพออะนะ?”
“แกได้โดนสมใจอยากแน่ ยิงมันเลย”
“จัดไป” “อา”
พวกมันตอบรับคำท้าทายผมเป็อย่างดี ทั้งสามต่างกางมือร่ายเวทย์เตียมยิงเวทย์มาที่ผม วงแหวนขนาดเล็กปรากฏที่ฝ่ามือทั้งสามก่อนยิงะุเวทย์ตรงยังที่ที่ผมยืนอยู่ รอบแรกผมปล่อยให้ยิงโดนไม่ขัดขืนแต่ไม่ใช่ครั้งนี้
ะุเวทย์ขนาดเล็กถูกยิงออกมาเป็เส้นตรง ทำการมองวิธีะุเวทย์และเบี่ยงตัวหลบให้พ้นวิถีะุเวทย์ผ่านตัวไปกลับไปยืนแบบเดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หลบได้จริงด้วยแหะสุดยอดเลยเอมเบรสเนี่ย”
อาศัยความรู้และประสบการณ์การต่อที่ผ่านของเอมเบรสที่เคยต่อมาทั้งหมดใช้การตัดสินใจของตัวเองตามสถานะการณ์ดูเหมือนจะไปได้สวย
“บ้าน่า…”
“หลบได้หมดเลย รอเล่นใช่ไหม?”
“อย่าไปสนใจยิงมันจนการจะร่วง!”
พวกมันยังไม่ยอมทำการยิงะุเวทย์มาไม่หยุดผมก็คงไม่ยืนเป็เป้านิ่งให้ซ้อมยิงหรอก ทำการวิ่งไปรอบสวนเพื่อหลบและหาที่กำบังช่วยกัน
แม้จะศูนย์เสียกำลังกายและพลังเวทย์ไป ตัวเอมเบรสก็เป็ถึงตัวร้ายประจำเื่ ‘เกิดใหม่ครั้งนี้ขอใช้ชีวิตให้มันเทพสุดๆไปเลย’ ไม่ได้กระจอกอย่างที่คิด
แม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยรอยช้ำและอาการปวดต่างๆแต่ร่างกายนี้ยังเคลื่อนไหวได้ ยังขยับได้แม้จะเ็ปทั้งครั้งที่ขยับก็ตามยังฝืนได้…ไม่สิ มีแต่ต้องฝืนเท่านั้น จะมาให้ฮันนาเห็นเสียท่าแพ้นอนกับพื้นอย่างนี้ไม่ได้!
“เล็งให้มันแม่นหน่อยสิวะ”
“แกเองก็เถอะยิงมันให้โดนหน่อย”
“มันจะหลบเก่งไปไหนเนี่ย”
แม้ทั้งสามจะช่วยกันรุมยิงก็ไม่มีวีแววว่าจะโดนได้ ทั้งวิ่ง ก้ม กลิ้ง โดดหลบ ใช้ทุกอย่างที่อยู่รอบๆเป็กำบัง ถึงจะดูทุเรศไปบ้างแต่ชั่งมันเถอะ ตอนนี้สนใจแต่เื่หาวิธีชนะพวกมันอยู่
“อ้าวๆ ไม่เห็นจะยิงโดนตรงไหนนี่น่า~”
ทำท่าล้อเลียนเหมือนแมวน่ารักหลบอยู่หลังต้นไม้ต้นหนึ่ง ‘มีดีแต่ยิงแมวไร้ทางสู้’นั้นคือที่ผมจะสื่อ ดูเหมือนจะเข้าใจที่จะสื่อถึงโมโหกว่าเดิมยิงเวทย์บ้าอย่างคลั่งจนะุเวทย์ออกนอกวิธีไม่ต้องหลบด้วยซ้ำ
…เป็ไปตามแผน
“เอาแต่หนีอยู่ได้ แน่จริงออกมาเผชิญหน้าอย่างลูกผู้ชายสิ”
เสียงหนึ่งะโออกมาด้วยอารมณ์โมโห
จะบ้าเหรอ ใครจะออกไปให้โง่โดนยิงกัน และที่สำคัญฉันไม่อยากได้คำว่าลูกผู้ชายจากคนที่ 3 รุน 1 ได้หน้าตาเชยอย่างพวกแกหรอกนะ! แถมยิงเวทย์ไม่ยั้งอีก
ถ้ามานาเป็พลังเวทย์ในการยิงะุเวทย์ออกมายังไงก็ต้องมีขีดจำกัด ถึงจะเป็รุ่นพี่ปี 2 ที่มีการฝึกใช้เวทย์มาปีหนึ่งแล้วแต่ก็อยู่ห้อง D ห้องหลังสุดแสดงว่ามีพลังเวทย์ไม่มาก นั้นคือข้อมูลจากในหัวของเอมเบรส
ถ้างั้นก็เื่ง่ายก็เหลือก็แค่ปล่อยให้ยิงเวทย์จนมานาหมดก็พอ
“แฮ่กๆ แฮ่กๆ”
ดูเหมือนทั้งสามจะยิงเวทย์จนหมดแรงแล้วจากท่าทางที่หอบ
การใช้เวทย์ก็ไม่ต่างจากการใช้กำลังกายเท่าไร ต้องใช้สมาธิรวบรวมเค้นมานาในร่างกายออกมาซึ่งมันไม่ง่ายหลังจากรองยิงเวทย์ทีหนึ่งถึงรู้ตัว และไอ้พวกนี้มันก็เล่นยิงเวทย์ไม่หยดจนตอนนี้หมดแรงเรียบร้อยแล้ว
“พอได้แล้วละ มานาในร่างกายก็หมดแล้วคงไม่มีแรงจะสู้ต่อแล้ว”
ออกจากที่หลบซ้อนเดินไปยืนเผชิญหน้าต่อทั้งสามที่หมดแรง จากสภาพอย่าว่าแต่ยิงเวทย์เลยเข้ามาต่อยมือเปล่ายังไม่ไหวด้วยซ้ำ
“อย่ารอเล่นกันนะ!”
ดูเหมือนคนที่เจ็บมือจะไม่ยอมพุ่งเข้าจะต่อยด้วยมือข้างที่มีแผล การเคลื่อนไหวช้าไปมากเพราะหมดแรงจาการใช้เวทย์เลยทำให้วิ่งเข้ามาได้ช้ามากจนหลบได้ไม่ยาก…แต่ไม่จำเป็ต้องหลบ
“อ๊ากกกก”
ก่อนที่หมดจะถึงตัวก็โดนบางอย่างฟาดไปเต็มแรงดังเพียะจนแผลที่มือกว้างกว่าเดิม และสิ่งที่ฟาดก็อยู่ในมือผมเองมันคือกิ่งไม้ยาวที่เก็บได้จากการยิงเวทย์จนไปโดนกิ่งไม้บนต้นไม้หักลงมา
ตอนแรกแอบไว้หลังเสื้อคลุมกะไว้เป็อาวุธแผนสำรองถ้าไม่หลงกลแต่ก็ดูเหมือนจะไม่จำเป็แต่จะทิ้งก็หน้าเสียดายเลยเอาใช้สะหน่อย
รุ่นพี่ที่มีแผลที่มือพอโดนฟาดซ้ำที่เดิมเืก็ไหวออกมาแผลเดิม สีหน้าแสดงความเ็ปมากออกอย่างเห็นได้ชัด
“โฮ้โฮ อย่าดีกว่า”
เอาไม้ชี้ไปที่หน้าอีกสองคนที่คิดจะเข้าช่วยเพื่อนที่ตอนนี้ลงไปกุมมือที่เืไหวไม่หยุด สีหน้าดูไม่สู้ดีเท่าไร
“ขอแนะนำสำหรับคนมีประสบการณ์ว่าให้รีบพอเขาไปรักษาจะดีกว่า แต่ถ้ายังอยากจะสู้ต่อก็ไม่ว่าแต่เพื่อนจะทนไหวไหมนั่นก็อีกเื่”
““!!””
พอได้ยินงั้นสองคนก็มีสีหน้าเปลี่ยนไปมองเพื่อนอย่างเป็กังวลก่อนพยักหน้าตัดสินใจจะถอยหนี ผมเห็นว่าไม่คืดจะสู้ต่อแล้วเลยลดไม้ลงแล้วเดินถอยออกมาให้สองคนใช้กันพยุงเพื่อนแล้วเดินจาก
“ดูเหมือนจะจบแล้วนะ…”
ดีที่จากไปได้ เอาจริงๆไอ้กิ่งไม้โง่ๆนี้จะใช้สู้ได้จริงหรอ…ไม่อะไม่น่าไว้หรอก ถ้ารุ่นพี่สองคนเอาเื่เข้ามาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเอาไรไปสู้ ถือว่ารอดไปที…?
พอรู้สึกโล้งอกแล้วอยู่ดีๆแรงที่ขาหายไปจนล้มนอนหงายกันพื้นอย่างช่วยไม่ได้
รู้สึกหมดแรงไม่สามารถขยับตัวได้อีกเจ็บระบมไปทั่วร่างกายเลยจากโดนทำร้ายสารพัดและฝืนทำตัวเองด้วยอะนะ
“ท่านเอมเบรสคะ!”
ฮันนารีบวิ่งมาดูด้วยความเป็ห่วง
“ไงฮันนา… ดูเหมือนเธอจะปลอดภัยดีนะ ไม่ได้าเ็ตรงไหนใช่ไหม?”
“นี้ไม่ใช่เวลามาห่วงคนอื่นไหมค่ะ คนควรเป็ห่วงคือฉันมากกว่าต้องมาเห็นท่านาเ็อย่างนี้ แถมยังเพราะฉันท่านเลย…”
“ไม่ใช่เพราะเธอสะหน่อย ไอ้สามตัวนั้นต่างหากแถมคนที่เข้าไปหาเื่ใส่ตัวคือฉันเองเธอไม่ได้ผิดอะไรเพราะอย่างนั้น อย่าร้องเลยนะ”
ทำการลูบหัวฮันนาที่นั่งน้ำตาคลอจะร้องได้ทุกเมื่อโดยไม่ขอก่อน
คนที่ผิดคือฉันเองมากกว่า เพราะคิดไม่รอบคอบพอเกือบทำให้ฮันนาโดนไปด้วยเธอแค่โดนลูกหลงไม่ได้ผิดอะไร เพราะฉะนั้น
“อย่าร้องเลย”
พอเห็นว่าเธอพยายามกลั้นน้ำไม่ให้ร้องก่อนพยักหน้าเบาๆตอบ ภาพก็เริ่มเบลอสติเหมือนจะวูบได้ทุกเมื่อ
“โทษนะฮันนา ขอฉันนอนพักอย่างนี้สักหน่อยนะ สงสัยจะเหนื่อยเกิน”
“ได้คะ ถ้าอย่างนั้น…”
ฮันนาจับหัวผมแล้วเอาอะไรนุ่มๆมารองหัวมันทั้งอบอุ่นและรู้สึกดี พอมองดีถึงรู้ตัวว่ากำลังหนุนตักอยู่
“เป็อย่างไรบ้างคะ ถ้าเป็อย่างนี้คงนอนพักสบายขึ้น”
“อีเวนต์เซอร์วิสหลังจบภารกิจได้งั้นหรอ? …ก็ไม่เลวนี้น่า…อีเวนต์แนวเลิฟคอมเมดี้อย่างนี่……”
การได้นอนตักสาวน่ารักในสภาพแบบนี้ก็ไม่แย่เท่าไร ระหว่างคิดงั้นด้วยความเหนื่อยล้าจนทนไม่ไหวภาพค่อยๆมืดลง