เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 80 ปลุกสัตว์อสูรล้านปี

    เขตชายแดนทวีปเหนือ ติดกับ อาณาเขต แดนอสูรหิมะ มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่มีชื่อว่า สำนักงานปราบอสูรหิมะ  ด้านในมีทหารรับจ้าง พรานนักล่าอสูร มากันเป็นจำนวนมาก โดยที่มีเจ้าหน้าที่ คอยจ่ายเงินให้กับ ใครที่สังหารอสูร แล้วนำ หัวใจอสูรที่รูปร่างคล้ายแก้วผลึก นำมาขึ้นรางวัล โดยแบ่งเป็นหลายระดับ ตั้งแต่ผลึกอสูรระดับนักรบอสูร ผลึกละ 1,000 เหรียญทอง ระดับนายพลอสูร 1,000,000 เหรียญทอง ระดับราชันอสูร 10,000,000 เหรียญทอง

    มีคนถือถุงใหญ่ ใส่มาแล้วมากอง เพื่อขอขึ้นเงินเป็นร้อยคน เสี่ยวเดินตัวเปล่า เดินเข้ามาในเขตชายแดน พบว่ามีคน นั่งกินน้ำชา ในร้านข้างทางเป็นจำนวนมาก แต่ละโต๊ะรับสมัครร่วมทีมล่า เหล่าพวกอสูรกันหลายโต๊ะ เสี่ยวเทียนลองเข้าไปสอบถาม 

    โต๊ะที่ขายข้อมูล แผนที่  แหล่งที่อยู่ของอสูร ให้กับ น่าล่าอสูรหลายคนที่เข้ามาใหม่

    “ คุณชาย ท่านสนใจแผนที่ และข้อมูลต่าง ๆ ของพวกอสูรไหม ข้ามีขายให้ สองระดับเลย”

    “ นี่ท่านรู้จริงๆ แล้วทำไมไม่ส่งให้ทางการจัดการล่ะ” เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ ฮ่า ฮ่า ไอ้หนูนี่แสดงว่า เพิ่งมาใช่ไหม ที่นี่เขาจ้างคนไปแล้วจ่ายเงิน ไม่มีเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางมากันหรอก หากจะมี ก็มีแต่พวกสำนักเซียนยุทธ์ที่มาพเพื่อฝึกฝนเท่านั้น  พวกเขามาถึงก็เข้าไปลุย  จัดการกับพวกเผ่าอสูรหิมะกันเลย

    ไม่สนใจแผ่นที่ ข้อมูลของข้าหรอก” คนขายหนุ่มน้อย รีบเอ่ยทันที

    “ มีพวกเซียนยุทธ์มากันด้วย?”

    “ ใช่แล้ว แต่พวกเขา ไม่สนใจ นักรบอสูรธรรมดาหรอก พวกเขาสนใจแต่พวกระดับขุนพลอสูรมากกว่า”  เสี่ยวเทียนช่วยซื้อแผนที่ แล้ว รายละเอียดของพวกอสูรทั้งหมดที่คนขาย บันทึกเอาไว้ มาชิ้นหนึ่ง มี ศิษย์สำนักเซียนยุทธ์มองเสี่ยวเทียนเหมือนเด็กน้อย บางคนต่างหัวเราะ แบบขำขัน ที่ซื้อของพวกนี้

    ศิษย์สำนักยุทธ์ แต่ละคน ถือดาบใหญ่ ปืนกลสะพาย หอก ทวน คันธนู ระเบิด เต็มอัตราศึก แต่ละคนแต่งชุดที่มี ตราสัญลักษณ์ของสำนักของแต่ละคน เดินกันขวักไขว่ไปหมด ด่านประตูทางออกไปล่าสัตว์อสูร ถูกเจ้าหน้าที่เรียกเก็บเงิน คนละ10 เหรียญทองต่อวัน ล่าได้ไม่ได้ ก็ต้องเรียกเก็บ

    เสี่ยวเทียนเดินขึ้นไปบนกำแพงเมือง มีป้อมปืนกล ขนาดใหญ่ ที่นำมาติดตั้งวางเรียงเอาไว้ บนกำแพง ที่สร้างไว้  ระหว่างสองเขตแดน มีมากว่า ห้าสิบกระบอก  พบทหารประจำการหลายร้อยคน เรียงรายตามจุดต่าง ๆ  มีคนมามองสำรวจกันมากมาย 

    ทันใดนั้นเองเสี่ยวเทียนสัมผัส ถึงนักรบอสูรนั้นกำลังเคลื่อนไหว อยู่ห่างออกไปอีกหลายกิโลจากที่นี่   ซึ่งประสาทสัมผัสของเสี่ยวเทียนตรวจพบการเคลื่อนตัวเข้ามาของนักรบอสูร มากมาย กำลังไหลออกมาจากมิติแห่งหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่โลกใบนี้อย่างแน่นอน และบัดนี้มันก็เผยโฉมออกมาแล้ว 

    นักรบอสูรที่ปรากฏออกมาให้เห็น เห็นตัวประหลาดที่เสี่ยวเทียนไม่เคยเห็นมาก่อน

    หน้าตาของมันดูคล้ายกับกระทิงป่า แต่ตัวของมันใหญ่เท่ากับช้าง ผิวหนังหนาคล้ายเกราะเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ลักษณะคล้ายฮิปโป เสียงสัญญาณเตือนดังลั่น

    พวกมันพุ่งเข้าชนกำแพงทีเดียวกำแพงพังทะลาย แล้วบุกเข้ามาในเมือง ในบันทึกเรียกมันว่า กระทิงน้ำแข็งปกติเผยโฉมแค่ ตัวสองตัว แต่คราวนี้ มันมีกว่าพันตัว พุ่งเข้ามาเหยียบ คนเป็นจำนวนมากที่ไม่ได้ตั้งรับ

    ป้อมปืนกระหน่ำยิง ร่างของกระทิงป่า แต่ไม่ระคายผิวของมันได้เลยแม้แต่น้อย

    มีเหล่าเซียนยุทธ์ ที่อาวุธพิเศษ ใช้ดาบยักษ์ กระบี่ยันต์ ขวานสายฟ้า เข้าฟาดฟัน เจ้ากระทิงน้ำแข็งจนขาดสองท่อน สู้รบกันอย่างชุลมุน  เสี่ยวเทียนจะเข้าไปช่วยแต่ต้องชะงัก  เพราะมีอสูรตัวที่ใหญ่กว่า ร่างสีขาวใหญ่โต 

    ปรากฏขึ้นหลังกระทิงเกล็ดน้ำแข็ง พอเดินเข้ามาใกล้ๆ ภาพใบหน้าของมันก็ปรากฏชัดขึ้น มันคือ พญาหมีใหญสีขาวสวมเกราะสีเงินทั้งส่วนหัว และทั่วร่างกาย เดินตัวตรงเหมือนมนุษย์ ถือกระบองเหล็กใหญ่โต ร่างมันสูงเท่าเสาไฟฟ้า ดวงตาสีแดง มีอถือ ก้อนสีดำทมิฬเอาไว้ในมือ แล้วมันก็โยนเข้าใส่เมืองชายแดน ปรากฏว่า พอมันลอยมาใกล้ เสี่ยวเทียนสัมผัสได้เลยว่า มันคือ รังผึ้งราชสำนักทมิฬ ตัวผึ้งใหญ่โตเท่ากับกำปั้น บินกระจายไปทั่วอากาศ คราวนี้วุ่นกันไปทั่วทั้ง เมือง เสี่ยวเทียนเห็นเจ้าขุนพลหมียักษ์กระโดดลอยตัวมาแล้วใช้ กระบองเหล็กฟาดใส่ กำแพงอีกด้านจนพังทลาย เหล่านักล่า ล้วนถูกทุบแบน ไปหลายคน

    เสี่ยวเทียนต้องพุ่งร่างออกไปแนวตรง แทงกระบี่อัสนีสายฟ้า เข้าใส่ ขุนพลอสูรพญาหมีทันที  เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ มันถูกพลังอัสนีสายฟ้ากระแทก ถอยหลังไปแค่ก้าวเดียว ด้วยขนที่หนาและทนไฟฟ้า ขนาดนี้ มันแค่รู้สึกคันๆเท่านั้น มันหันขวับ ไปมองเสี่ยวเทียนด้วยความโกรธ  แล้วอ้าปาก พ่นเปลวไฟเข้าใส่เสี่ยวเทียนทันที่  แต่เสี่ยเทียนเห็นแล้วไม่หวั่นเกรง ปล่อยเกราะเทพเจ้าออกมา แล้วเปลี่ยนเป็นใช้ดาบเทพเจ้า ยกขึ้นเหนือหัว ฝ่าเปลวเพลิง กลายเป็นเสียงกรีดอากาศ ตัดเปลวเพลิง พุ่งเข้าศรีษะพญาหมี แต่ว่าขุนพลอสูรหมีขาว รู้สึกได้ถึงพลังมหาศาล เลยถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว หมวกเกราะที่มันสวมที่หัวถูกผ่าครึ่ง ปรากฏรอยแผลแนวยาวลงมา เลือดไหลพราก  ดีที่มันถอยหลังได้ทัน

    อ๊ากกกกกก !! มันร้องออกมาด้วยความเจ็บ และแค้นใจ มันเริ่มเหวี่ยวกระบองเหล็กเข้าใส่เสี่ยวเทียนอย่างสะเปะ สปะ ทำลายกำแพง และป้อมปืน ที่ยิงมันเท่าไรก็ยิ่งไม่เข้า ถูกมันทำลาย ระเบิดกระจุย เสี่ยวเทียน หายวับเข้าไปลอยตัวอยู่บนฟ้า ทิ้งตัวลงมา ใช้ฝ่ามือสุญญตาระดับที่ เก้า กระแทกให้กลางกระหม่อมของมัน

    เปรี้ยง !!  มันทรุดตัวลงไนนั่งในท่าคุกเข่า  มันพยามลุกขึ้นยืนได้อีกครั้ง แล้วทุบอกตัวเองเหมือนจะบอกว่า มันไม่เป็นไรเว้ย ! แต่มันไม่ทันจะหัวเราะออกมา อวัยวะร่างกายของมันก็ค่อย ๆ ระเบิดออกมาจากภายใน ตูม ! ตูม  ! ตูม   !  ตับ ไต ไส้พุ่ง กระดูกของมันกระจายออกมาอย่างน่าสยดสยอง  เหล่านักล่าเห็นเช่นนี้ต่างตกใจ สงสัยว่าเสี่ยวเทียนเป็นใครกันแน่ !

    ห่างออกไปในแนวชายป่าหิมะ มีชายหนุ่มคนหนึ่งยืนอยู่กับชายชราอีกคน ยืนมองการต่อสู้ของ ขุนพลอสูรหมีขาวกับเสี่ยวเทียน

    “ นึกไม่ถึง มนุษย์กระจอกงอกง่อย กับมีคนที่พลังล้ม เจ้าหมีขาวได้ด้วย”

    “ บ่าวไม่เคยรู้สึกถึงตัวตนของมันมาก่อน สงสัยว่ามันเพิ่งมาปรากฏตัวในวันนี้”

    “ เรียก พวกกระทิงน้ำแข็ง กับผึ้งราชสำนักทมิฬ กลับมา ข้าต้องกลับไปรายงานผลให้องค์จักรพรรดินีอสูร ก่อน”

    “ ขอรับ องค์ชาย”  จากนั้นชายชราก็นำ เขากระทิงออกมาแล้วเป่าออกไป เสียงที่ปล่อยออกไปกระทบโสตของ กระทิงน้ำแข็ง กับ ผึ้งราชสำนักทมิฬ ทั้งหมดหยุดโจมตีกลับ เข้าป่าแดนอสูรทันที

    หลังสถานการณ์จบลง มีผู้คนล้มตายกันไปหลายสิบคน บาดเจ็บอีกเป็นร้อย ส่วนเหล่าจอมยุทธ์น้อยทั้งหลาย ที่มาฝึกฝน ต่างถูกผึ้งราชสำนักทมิฬต่อยกัน หน้าตาบวมปูดกันเป็นแถว ถึงมียาถอนพิษลดอาการปวดบวม แต่ต้องใช้การ ดูดเข็มเหล็กในออก สร้างความเจ็บปวดให้แต่ละคนไม่น้อย มีคนมากมายตามไปเก็บ ผลึกอสูรที่ตกเพื่อที่จะมาขึ้นเงินรางวัล  แต่ผลึกอสูรระดับขุนพล ของหมียักษ์มีคนเก็บมาให้เสี่ยวเทียน ไม่กล้าเอาไปเป็นของตนเอง

    “ น้องชายท่านนี้ มีนามว่าอะไร ข้าคือ อูซู หัวหน้าทหารรักษาชายแดนเขตนี้

    ไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน ครั้งนี้  ขุนพลอสูรหมีขาว ช่างร้ายกาจยิ่งนัก ! โชคดีน้องชายกำจัดมันได้ ข้าในนามชาวบ้าน ต้องขอขอบคุณ แทนพวกเขาด้วย”

    “ ข้าชื่อ เฉินเสี่ยวเทียน แค่มา เพื่อกำจัดพวกอสูรเท่านั้น พี่อูซูไม่ต้องเกรงใจ”

    “ น้องเฉิน มีฝีมือระดับนี้ ไม่ทราบจะอยู่ที่นี่อีกนานไหม?”

    “ ข้าตั้งใจ ว่าจะอยู่อีกระยะหนึ่ง”

    “ ถ้าเช่นนั้น เจ้าไปพักที่ที่ว่าการทหารชายแดนของข้า  หากเจ้าสงสัย หรือต้องการอะไรก็ขอให้บอกกับข้าได้เลย” อูซูเชิญชวนให้เสี่ยวเทียนไปพักด้วยกัน ซึ่งเสี่ยวเทียนก็ไม่ปฏิเสธ ทันที

    พอได้ที่พักเรียบร้อย คืนนั้น พี่อูซู ก็จัดเลี้ยงเล็กให้กับเสี่ยวเทียน โดยมีลูกน้องของเขาอีก ห้าหกคน มากินเลี้ยงด้วย

    “ น้องชายฝีมือสุดยอดจริงๆ พี่ชายทุกคนต้องยอมรับนับถืออย่างใจจริง”

    พี่อูซู เอ่ยชมเชยเสี่ยวเทียนต่อหน้าทุกคนอีกครั้ง

    “ น้องเสี่ยวเทียน เจ้าอยู่สำนักใด ทำไม พวกเราไม่เคยเห็นหน้าเจ้ามาก่อน”

    “ ข้ามาจากดินแดนเก้าพิภพ เพิ่งจะมาถึงไม่กี่วัน”

    “ โอ้โห นี่เจ้ามาไกลขนาดนั้นเลยรึ?”

    ทั้งหมดคุยกัน ถามประวิติของเสี่ยวเทียนโดยละเอียด เสี่ยวเทียนก็ไม่ได้ปิดบัง

    “อะไรนะ นี่เจ้าเป็นบุตรชาย ของท่านผู้ว่าเขต1 เฉินคุนรึ?”

    “  ใช่ เฉินคุน คือ พ่อของข้า”  ทุกคนพอฟังก็ต้องตกใจรีบเรียกเสี่ยวเทียนใหม่

    “ เจ้าเป็นคุณชายใหญ่ของท่านผู้ว่า ต้องขออภัยด้วย ที่พวกเราบังอาจตีเสมอคุณชาย”  อูซูรีบเอ่ยก่อนใคร

    “ พี่อูซู อย่าไปใส่ใจ เรียกข้าน้องชายดีแล้ว ไม่ต้องเรียกคุณชายอะไรนั่นหรอก” เสี่ยวเทียนอยากให้ทำตัวง่ายๆ มากกว่า

    “ ได้ ได้ น้องเสี่ยวเทียน” 

    “ ข้าอยากรู้ว่า ที่ผ่านมาพวกท่านเคยเห็นตัวตนระดับ ราชันอสูรบ้างหรือไม่”

    “ ในชีวิตข้าเคยเห็นครั้งหนึ่ง เมื่องสิบปีมาแล้ว มันปรากฏตัวครั้งเดียว เมืองชายแดนก็กลายเป็นเมืองร้างไปในทันที ชาวบ้านล้มตายไปกว่าครึ่งเมือง”

    อูซูเอ่ยออกมาอย่างหวาดกลัว

    “ พวกอสูรเหล่านี้ มันมีวัตถุประสงค์อะไรที่บุกมากันแน่?”

    “ มันคิดว่า มนุษย์เป็นอาหารของมัน แต่พวกระดับขุนพลมันมาเพื่อล่า มนุษย์มากกว่า” อูซูออกความเห็นทำให้เสี่ยวเทียนนึก สภาพกระทิงที่ไล่ขวิดคนแล้วอ้ากัดกินร่างที่ตายอย่างเอร็ดอร่อย ส่วนผึ้งราชสำนัก ก็นอกจากปล่อยเข็มใส่ ยังดูดเลือดมนุษย์ แทนที่จะดูดน้ำผึ้งตามธรรมชาติของมัน

    “พวกขุนพลอสูร จะออกมาแทบจะทุกเดือน แต่ระยะหลังพวกมัน มาบ่อยขึ้น ทำให้คนที่ตายก็เริ่มมากขึ้น ทางเขต10 ต้องออกประกาศเพิ่มเงินรางวัล ค่าหัวอสูรมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อจะมีคนสนใจเข้ามา ล่าอสูรกันมากเยี่ยงนี้”

    เสี่ยวเทียนคิดในใจ ยิ่งอสูรมากเท่าไร งบประมาณของท่านพ่อ ก็ต้องใช้มากขึ้นเท่านั้น คงต้องเข้าไปในเขตแดนอสูร แล้วเริ่มล่าพวกมันบ้างแล้ว

    ณ วังอสูรหิมะ มีคนยืนเข้าแถวยืนเรียงรายฝั่งละ สิบความคนมี จักรพรรดินีอสูรนั่งอยู่บนบัลลังก์ องค์ชายใหญ่ที่วันนี้อยู่ในเหตุการณ์เริ่มรายงานออกมาว่า

    “ เรียน เสด็จแม่ วันนี้ขุนพลอสูรหมีขาว ถูกมนุษย์ฆ่าตายไปอย่างรวดเร็ว แผนการณ์ ที่เราจะยึดเขตชายแดน คงต้องใช้ ปลุกตัวตนของสัตว์โบราณล้านปีออกมาจัดการบ้างแล้ว เลือดมนุษย์ที่เรามีบัดนี้ น่าจะพอปลุกได้สามตัวแล้ว”

    จักรพรรดินีที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ นั่งมองชายหนุ่มด้วยสายตาเย็นชา แล้วเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา ทำให้คนที่อยู่ในห้องโถง ต้องคอยเงี่ยหูฟัง ไม่กล้าทำเสียงดังออกมา กลัวพลาดไม่ได้ยิน

    “ แค่เด็กคนเดียว เจ้าจะเรียกสัตว์เยือกแข็ง ล้านปี ออกมาจัดการถึงสามตัว

    มันจะกลายเป็น ขี่ช้างจับตั๊กแตนไป   !  แต่ว่า..ปลุกมันขึ้นมา แล้วสั่งให้มันยึดเมืองชายแดนไปพร้อมกันเลย ก็ไม่เลว พรุ่งนี้เตรียมจัดแท่นพิธี ข้าจะทำการปลุกพวกมันขึ้นมา”  จักรพรรดินีเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งสนิท ทุกคนที่เกี่ยวข้องรับคำสั่งทันที 

    รุ่งเช้า ที่ดินแดนอสูรหิมะ ชั้นใต้ดินของวังอสูร ข้างใน เป็นถ้ำน้ำแข็งขนาดใหญ่ ด้านในมีสัตว์โบราณยุค ล้านปี ถูกแช่แข็ง เรียงตัวกันนับสิบ ตัว วันนี้มีสามตัวจะถูกทำการคืนชีพ โดยจักรรพรรดินีอสูรหิมะ สัตว์ยักษ์น้ำแข็งโบราณทั้งสามตัว มี อสูรงูยักษ์ไพธอน อสูรหิมะเสือเขี้ยวดาบ และ อสูรหิมะช้างแมมมอธ  สัตว์น้ำแข็งโบราณทั้งสามตัวถูกชโลมไปด้วยโลหิตมนุษย์  จักรพรรดินีอสูรหิมะ เริ่มร่ายเวทย์มนตร์ เอ่ยคำภาษาโบราณเป็นภาษาสัตว์โบราณเพื่อบูชาเทพอสูรผู้ยิ่งใหญ่โบราณ เสียงเวทย์มนตร์ก้องกังวานไปทั่ว จนน้ำแข็งที่จับตัว ของสัตว์ยักษ์ทั้งสามตัวเริ่มละลาย แล้วมันทั้งสามตัวระเบิด น้ำแข็งออกไปจากตัว แล้วพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า คำรามด้วยเสียงอันกึกก้อง หมายจะบอกให้โลกได้รู้ว่า บัดนี้สัตว์โลกล้านปีอย่างพวกมัน ได้กลับมาแล้ว

    เสียงที่ได้ยินนั้นดังไปทั่ว หลายเขตทางตอนเหนือ ได้ยินชัดเจน เสี่ยวเทียน ยืนมองไปที่ตำแหน่งของเสียงที่คำรามออกมา

    “  อาจารย์ ..มันคือตัวอะไร?”

    “ สัตว์โบราณล้านปี  พลังของมันเทียบได้กับ ระดับ เซียนสวรรค์ของ พวกเซียนอสูร”

    “ โอ้โห มันต้องมาหาข้าแน่ แล้วจะสยบมันอย่างไรดี ข้าได้ยินเสียงของพวกมันแล้ว มีสามตัวเชียวนะ?”

    “ เจ้ามีพลังของท่านเทพอสูรมังกรฟ้า อยู่แล้ว อสูรพวกนี้เป็นแค่เศษพลังของท่านเทพอสูรเพียงเจ้ารู้จักนำพลังออกมาใช้ ก็จัดการพวกมันไม่ยาก”

    “ พลังเทพอสูรเฉินหนงน่ะหรือ?”

    “ ไม่ใช่ เป็นพลังของเจ้าแม่หนี่วา  ร่างที่แท้จริงของท่านคือเทพอสูรมังกรฟ้า”

    “ เจ้าแม่หนี่วา เป็นเทพอสูรมังกรฟ้าด้วยหรือ?”

    “ ใช่แล้ว ข้าจะถ่ายทอดฝ่าเท้ามังกรเหยียบโลกา ให้กับเจ้าก่อน แล้วค่อยนำพลังเทพอสูรของเจ้าแม่หนี่วามาใช้ร่วมกัน”

    “ แล้วไม่มีท่าหมัดมังกรหรือฝ่ามือมังกรบ้างรึ? เสี่ยวเทียนสงสัย

    “ ฮึ เจ้าเด็กน้อยนี่ แค่นี้เจ้าก็มีฝ่ามือยูไล พิชิตทุกคนในใต้หล้าได้แล้ว แต่ว่า ฝ่าเท้ามังกรเหยียบโลกา เป็นเพียง วิชาเสริม ที่จะทำให้พื้นฐานของเจ้ามั่นคงมากกว่าเดิม แล้วยังช่วยจัดการกับ อสูรพวกนี้ได้อีกด้วย”

    “ แล้ววิชานี้เจ้าแม่เป็นคนคิดขึ้นหรือขอรับ”

    “ เปล่า ข้าคิดค้น ขึ้นมาเอง” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย !….

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน