บทที่ 23 สถานการณ์ยุ่งเหยิง
พบกัน?
วันนี้เขาไม่ได้ไปพบปะกับผู้ถือหุ้น แต่กลับนัดพบกับผู้หญิงคนอื่น?
ลู่จิ่นเนี่ยนมองจอโทรศัพท์ที่ค่อย ๆ ดับลง แต่คลื่นความรู้สึกในใจกลับพองโตขึ้นเรื่อย ๆ
ฮึ เมื่อวานนี้เธอเพิ่งพูดเื่สัญญาหย่าร้างกับเขา แต่วันนี้กลับนัดพบกับผู้หญิงคนอื่นได้แล้ว ความเร็วของมู่จือเหยียนก็เร็วพอสมควร รีบร้อนกำจัดเธอขนาดนั้นเชียว?
เธอมองดูชายที่หลับสนิทเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ข้าง ๆ ก็รู้สึกรังเกียจอย่างมาก
ถ้าวันนั้นเธอมองเห็นธาตุแท้ของชายคนนี้ั้แ่แรก ตอนนี้ก็คงไม่ตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้
ดูเหมือนว่ามันจะจบลงแล้วจริง ๆ
เธอผลักเขาออกไปอย่างแรง แต่เขากลับกอดเธอไว้แน่นยิ่งขึ้น
ต้นแขนเหมือนกรงเหล็กขังเธอไว้ในอ้อมกอด แม้จะเป็การกอดที่อบอุ่น แต่หญิงสาวกลับรู้สึกขยะแขยง
ลู่จิ่นเนี่ยนอดกลั้นอาการคลื่นไส้เอาไว้ ขณะที่ถูกกอดไว้ทั้งคืน
จนกระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น มู่จือเหยียนตื่นขึ้น
เมื่อเขาคลายอ้อมกอด ลู่จิ่นเนี่ยนก็รีบผลักเขาออกแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำทันที
เสียงอาเจียนดังมาจากในนั้น
มู่จือเหยียนลุกขึ้นช้า ๆ ความมึนงงจากอาการเมาค้างทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวเป็อย่างมาก และคนที่ควรจะวิ่งเข้าไปอาเจียนตอนนี้ควรเป็เขามากกว่า
เขาจำได้ว่าเมื่อคืนดื่มหนักมาก แต่กลับจำไม่ได้เลยว่าคนขับรถส่งกลับมาได้อย่างไร
ไม่กี่นาทีต่อมา ลู่จิ่นเนี่ยนก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ทันทีที่เปิดประตู เธอก็ชนเข้ากับอกหนา
เขายืนอยู่หน้าประตูถามว่า “เธอเป็อะไร?”
“ไม่มีอะไร ฉันแค่รู้สึกไม่สบาย” เธอพูดอย่างเ็า
มู่จือเหยียนหลับตาจมูกดมกลิ่นตัวเองโดยไม่รู้ตัว กลิ่นเหล้าแรงขนาดนั้นเลยเหรอ?
แต่ลู่จิ่นเนี่ยนกลับหัวเราะเ็า “ทุกนาที ทุกวินาทีที่คุณกอดฉัน ฉันรู้สึกแย่มาก”
ใบหน้าของเขาเคร่งขรึมในทันที
“ในเมื่อเป็แบบนี้ห้องนอนของฉันเธอก็ไม่ต้องนอนแล้ว เผื่อฉันกลับมาแล้วเธอจะรู้สึกแย่อีก”
“ได้สิ ฉันคิดแบบนั้นพอดี” ลู่จิ่นเนี่ยนพูด “เอาใบหย่ามา ฉันจะเซ็น แล้วจะรีบย้ายออกให้เร็วที่สุด”
“ก่อเื่ยุ่งยากแล้วจะหนีเหรอ ลู่จิ่นเนี่ยน โลกนี้ไม่มีอะไรที่ง่ายดายขนาดนั้น”
“ปัญหาของลู่อวี่ชิวเป็เื่ยุ่งเหยิงของคุณ ไม่ใช่ของฉัน”
ลู่จิ่นเนี่ยนเดินเข้าไปในห้องแต่งตัว เปลี่ยนเสื้อผ้า และเดินออกจากบ้านทันที
…...
วันนี้เป็วันหยุดสุดสัปดาห์ เธอไม่ต้องไปทำงาน หลังคิดไปคิดมาก็ตัดสินใจจะไปเยี่ยมแม่ แต่เธอยังไปไม่ถึงหน้าบ้าน ก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อ “แกอยู่ไหน? รีบกลับมาเดี๋ยวนี้!”
ลู่จิ่นเนี่ยนถอนหายใจเบา ๆ เมื่อเห็นว่าตัวเองเดินมาถึงหน้าบ้านของแม่แล้ว แต่สุดท้ายก็ต้องหันหลังหันรถไปที่คฤหาสน์ของตระกูลลู่
บรรยากาศในคฤหาสน์หลังนี้ตึงเครียดมาก
ลู่อวี่ชิวนั่งอยู่ข้างแม่ของเธอ ‘ฉินเสี่ยวชิง’ ที่ร้องไห้คร่ำครวญไม่หยุด ขณะที่พ่อของเธอ ‘ลู่เจิ้นเฟย’ มีสีหน้าเคร่งเครียดและหน้าซีดเผือด
“แกไปก่อเื่อะไรไว้ที่ตระกูลมู่? ปล่อยให้น้องสาวตัวเองเกิดเื่แบบนี้ได้ยังไง?”
ทันทีที่ลู่เจิ้นเฟยเห็นลู่จิ่นเนี่ยนเข้ามาในบ้าน เขาก็ถามเขาอย่างเข้มงวดทันที
เธอก็พอจะเข้าใจแล้วว่าเื่ของลู่อวี่ชิวคงจะรั่วไหลออกมา และคนจากตระกูลมู่คงจะตามมาหาเื่แล้ว
“คุณพ่อ ลู่อวี่ชิวต่างหากที่ถูกปีศาจเข้าสิง คิดจะมาแย่งแฟนพี่สาวตัวเอง คิดจะทำให้ฉันต้องเสื่อมเสียเกียรติ์ แต่กลับเป็เธอที่พลาดท่า แล้วทำไมถึงมาถามกับฉัน หรือว่า คุณพ่ออยากให้ฉันร้องไห้ต่อหน้าคุณพ่อสักครั้งเหรอคะ?”
“แก…”
ลู่อวี่ชิวลุกขึ้นยืนพร้อมน้ำเสียงสะอื้น "ถ้าวันนั้นพี่สาวไม่ได้ตั้งใจผลักฉันตกบันได ฉันจะเป็แบบนี้เหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะเธอ ฉันคงไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้!"
เื่การท้องปลอมถูกเปิดโปง เธอต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงต่อหน้ามู่จือเหยียน และแม้แต่แม่ของมู่จือเหยียนก็คงไม่เข้าข้างเธออีกแล้ว
ตอนนี้ เธอเหมือนกับคนที่ทำงานหนักมาทั้งวันโดยไม่ได้อะไรตอบแทน ความโกรธแค้นทั้งหมดจึงถูกระบายใส่ลู่จิ่นเนี่ยน
“เธอพูดเหมือนโยนความผิดให้คนอื่นได้หมด เธอคิดว่าฉันเป็คนบอกให้เธอเป็ชู้เหรอ หรือเป็ฉันที่ทำให้เธอแกล้งท้องเหรอ พอเธอแท้งลูกจะได้โยนความผิดให้ตัวเอง?” ลู่จิ่นเนี่ยนโต้กลับอย่างไม่เกรงใจ
“ถ้าไม่ใช่เพราะเธอมีทายาทให้ตระกูลมู่ไม่ได้ เพราะกลัวว่าการแต่งงานระหว่างสองตระกูลของเราจะต้องพังทลาย ฉันคงไม่ต้องหาวิธีแก้ปัญหาแบบนี้!”
“เธอพูดเหมือนตัวเองสูงส่งมากสินะ แม้แต่เื่แบบนี้ก็ทำเพื่อครอบครัวด้วย?” ลู่จิ่นเนี่ยนรู้สึกขบขันมากขึ้น
เห็นได้ชัดว่ามันเป็ความผิดของเธอ แต่ทุกคนในครอบครัวกลับทำราวกับว่าลู่จิ่นเนี่ยนเป็คนผิด
ในตอนนั้น ‘ฉินเสี่ยวชิง’ แม่ของลู่อวี่ชิวก็ลุกขึ้นยืนและพูดว่า “ถึงเื่ที่น้องสาวเธอจะทำไม่เหมาะสม แต่เธอจำเป็ต้องซ้ำเติมเธอด้วยเหรอ? ตอนนี้ครอบครัวของพวกเราทำให้ตระกูลมู่โกรธแค้นไปแล้ว แล้วมันจะมีประโยชน์อะไรกับเธอบ้าง?”
“ฉันซ้ำเติมเมื่อไหร่?” ลู่จิ่นเนี่ยนถาม
“ถ้าเธอไม่พูดจาดูถูกและใส่ร้ายหน้าฉันต่อหน้าแม่มู่จือเหยียน แล้วตอนนี้เธอจะเปลี่ยนจากชอบฉัน เปลี่ยนมาเป็เกลียดฉันได้ยังไง? ทั้งตระกูลมู่มองตระกูลลู่ด้วยสายตาดูถูก แม้แต่สัญญาการลงทุนที่เคยตกลงกันไว้ก็ถูกยกเลิกไป เธอพอใจแล้วใช่ไหม?” ลู่อวี่ชิวพูด
ลู่จิ่นเนี่ยนใพลางสับสน ยกเลิกการลงทุน? เกิดอะไรขึ้น?
เมื่อเห็นเธอไม่เข้าใจ ลู่เจิ้นเฟยจึงพูดเ็า “เมื่อวานนี้ที่การประชุมผู้ถือหุ้นของตระกูลมู่ โครงการสำคัญสองโครงการที่ตกลงจะร่วมทุนกับพวกเรา ถูกยกเลิกไปหมด ตระกูลลู่ของพวกเราขาดทุนมหาศาล”
“ว่ายังไงนะ?”
ลู่จิ่นเนี่ยนไม่เคยมีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบริษัทตระกูลมู่ ดังนั้นเธอจึงไม่รู้เื่นี้มาก่อน
แต่เธอรู้ว่าตระกูลลู่ได้ทุ่มเทอย่างมากเพื่อสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลมู่
ตอนนี้ตระกูลมู่ถอนทุนออกไป แสดงว่าพวกเขาไม่สนใจสายสัมพันธ์กับตระกูลลู่อีกต่อไปแล้ว
“ถ้าแกมีอำนาจในตระกูลมู่ เื่เล็กน้อยแค่นี้ของน้องสาวแกจะส่งผลร้ายแรงขนาดนี้ได้เหรอ? จิ่นเนียน ฉันผิดหวังในตัวแกมาก” ลู่เจิ้นเฟยพูดด้วยสีหน้าเ็า
ั้แ่ต้นจนจบ เขาไม่เคยสนใจลู่จิ่นเนี่ยนสักคำเดียว ทุกคำพูดล้วนเต็มไปด้วยการตำหนิ
เื่ที่พ่อลำเอียงมาโดยตลอด เธอรู้ดี
ตอนแรกตัวเธอเองดื้อดึงจะแต่งงานกับมู่จือเหยียน พ่อก็ไม่ค่อยเต็มใจนัก ในใจของเขา ต้นไม้ใหญ่แบบนี้ควรจะให้ลูกสาวคนรองของเขาได้ปีนป่ายขึ้นไป
แต่แม่ของลู่จิ่นเนี่ยนใช้เล่ห์เหลี่ยมบางอย่าง จนเธอได้แต่งเข้าตระกูลมู่
แต่หลังจากนั้น สำหรับพ่อแล้ว เธอกลายเป็เครื่องมือในการติดต่อธุรกิจของทั้งสองตระกูลเท่านั้น ถ้ามีประโยชน์ก็ยิ้มแย้ม พอขาดทุนก็เมินเฉย
และตอนนี้เห็นได้ชัดว่าลู่อวี่ชิวเป็คนก่อปัญหา แต่เธอกลับต้องมารับผิดชอบแทน
“คุณพ่อ เื่การถอนทุน ฉันจะลองไปคุยกับมู่จือเหยียนดู” เธอขบกรามแน่น
แม้ว่ามู่จือเหยียนจะไม่ฟังเธออยู่แล้ว แต่ตระกูลลู่กำลังประสบปัญหา เธอก็จะกัดฟันและร้องขอความเมตตาจากเขาเอง
หญิงสาวคิดว่า สิ่งที่มู่จือเหยียน้ามากที่สุดมีเพียงสัญญาหย่าร้างเท่านั้น ซึ่งเธอยินยอมแล้ว หากขอร้องสิ่งอื่นเพิ่มเติม บางทีอาจได้ผลก็ได้
ลู่อวี่ชิวหัวเราะเ็าข้าง ๆ “เธอจะไปคุยกับเขาเหรอ ตอนนี้เขากำลังยุ่งอยู่กับการนัดพบคู่หมั้น แค่นี้ก็เห็นชัดแล้วว่าเขาไม่ได้สนใจเธอ อีกสองวันก็คงจะโดนไล่ออกจากบ้าน เธอจะเอาอะไรไปพูดแทนตระกูลลู่?”
“เธอพูดอะไร? คู่หมั้น?”