“อ้อปานโดนกระชากกระเป๋าเราเป็ห่วงเลยแวะไปดูแล้วลืมกุญแจเลยค้างนั่น”น้ำเสียงที่พูดอย่างคนปกติไม่มีอาการแปลกแต่อย่างไรทำให้การะเกดรู้สึกใจชื้นขึ้นมาบ้าง
“แล้วเอ่อ คือ นอนยังไงเหรอ” คราวนี้คนถามเริ่มทำหน้าจริงจัง
“นอนในห้องไงถามแปลกจังเธอนี่”คนตอบยังตอบกวนๆไปอีก
“หมายถึงนอนบนเตียงด้วยกันไหม” ศิวาทัตยิ้มมุมปากก่อนทำหน้าครุ่นคิดสักพักจนอีกคนต้องซักไซร้ต่อ
“นอนติดกันหรือเปล่าทัตตอบมาสิ”
“ปานระพีนะเกด ไม่รู้จักนิสัยเหรอเพื่อนเราเป็แบบไหน”
“อือ ปานคงไม่นอนติดเธอแน่นอน”คราวนี้การะเกดค่อยมีรอยยิ้มที่ใบหน้าบ้าง
“เออสิไล่ไปนอนติดประตู บ้าชะมัด”
“ถามจริง”
“ตอบจริง จบนะ ปะกลับห้องกัน”ศิวาทัตพูดคุยกับเพื่อนสาวสักพักก็แยกย้ายกันกลับการะเกดกลับรู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกเธอค่อนข้างเชื่อใจในตัวปานระพีมากกว่าศิวาทัตแต่เพื่อความแน่ใจจำเป็ต้องถามตรงๆแบบนั้นอย่างน้อยทุกอย่างก็ยังคงเป็ปกติเหมือนเดิม
นิรมลเป็เพื่อนคนเดียวที่่นี้ไม่ค่อยได้มาเจอะเจอเพื่อนฝูงหลังจากที่มีแฟนและคบหากันั้แ่เข้ามาเรียนที่นี่ใหม่ๆจะทักทายกันบ้างแค่เวลาเจอตามตึกที่ไปเรียน ส่วนศิวาทัต การะเกด ปานระพีทั้งสามคนสนิทสนมกันจนแทบจะรู้ใจกันไปซะทุกเื่จนถึงวันที่เรียนจบศิวาทัตตัดสินใจสารภาพความในใจอีกครั้ง
“ปานนั่งลงก่อนเรามีเื่จะคุยด้วย”
“ว่ามาเราต้องรีบกลับนัดน้องไปกินหมูกะทะ”หญิงสาวพูดพลางนั่งลงที่เก้าอี้ไม้เก่าๆในห้องเรียนที่คนอื่นๆได้ทยอยออกไปเกือบหมดแล้ว
“เรา เรา…คือ…เรา” น้ำเสียงตะกุกตะกักทำให้อีกคนเริ่มหงุดหงิดบ้าง
“จะพูดไหมทัตเรารีบ”
“เรา…เรา รักปานนะ เราอยากเป็แฟนปานเราจะแต่งงานกับปาน” แค่พูดจบคนฟังก็รีบลุกขึ้นยืน
“ทัต เราเป็เพื่อนรัก เพื่อนกันรักแบบเพื่อนตลอดไป ไม่มีเปลี่ยนเข้าใจเรานะเพื่อน”
“ปานแต่เรารักปานมากนะเราไม่เป็เพื่อนได้ไหมขอร้องนะ” คนสารภาพรักยอมนั่งคุกเข่าต่อหน้าเพื่อนสาวคนสนิทพร้อมกับกุมมือปานระพีไว้
“ปล่อยเถอะทัต เราไม่ได้รักเธอเราเป็เพื่อนกัน เราเสียใจนะเราไม่ได้รักมากกว่าเพื่อน” ปานระพีสะบัดมือทิ้งแล้วรีบเดินออกไปจากห้องนั้นอย่างรวดเร็ว
“ปานๆรอก่อน” ภาพศิวาทัตคุกเข่ากุมมือปานระพีไม่ได้หลุดพ้นสายตาชองการะเกดเพราะหญิงสาวตั้งใจมาหาศิวาทัตเช่นกันแต่ความในใจที่จะสารภาพคงไม่มีประโยชน์อีกต่อไปการะเกดมองตามเพื่อนรักสองคนด้วยความรู้สึกเ็ปใจเหลือเกิน รักสามเศร้าเคล้าน้ำตา เ็ปสิ้นดี
‘เรียนจบแล้วสารภาพรักแล้วแต่คำตอบกลับเหมือนเดิมวันนี้ขอเมาละกัน’ศิวาทัตกระดกแก้วใส่น้ำสีอำพันใส่ปากพรวดเดียว พอหมดก็เติมอีกตอนนี้สภาพเขาเริ่มพูดไม่รู้เื่แล้วร้านเหล้าคืนนี้คนไม่พลุกพล่านอาจเพราะเป็วันธรรมดาพอให้พนักงานในร้านสามารถดูแลลูกค้าได้ทั่วถึง
“พี่ครับพี่เมามากแล้วครับผมว่ากลับเถอะนะ”พนักงานชายที่อยู่ที่เคาเตอร์สะกิดแขนลูกค้าที่นอนฟุบคาโต๊ะอยู่คนเดียว
“ม่ายมาวจากิงต่อ”พูดจบก็แน่นิ่งไปพร้อมเสียงกรนเป็ของแถม พนักงานชายได้แต่ยืนส่ายหัวกำลังคิดจะทำยังไงกับลูกค้าคนนี้ดีเสียงสั่นเตือนสายเรียกเข้าแรงพอทำให้ศิวาทัตมีสติกดรับสาย
“ฮาโหย คราย”
“เมาเหรออยู่กะใคร นี่เกดเอง”การะเกดรู้สึกเป็ห่วงขึ้นมาทันที
“คงเยียว ร้างเหล้าที่มาวานเกิดมลคราวก่อนงายมาไหมเหงามาก”คนฟังกำลังครุ่นคิดก่อนจะตัดสินใจคว้าเสื้อคลุมมาทับเสื้อกล้ามทันที
“รอนะเดี๋ยวไปเมาคนเดียวได้ไง”
การะเกดรีบมากจนต้องนั่งวินมอเตอร์ไซค์เพราะรู้สึกเป็ห่วงเพื่อนพอไปถึงสภาพที่เห็นคือศิวาทัตฟุบที่โต๊ะราวกับนอนหลับสนิทพอเคลียร์ค่าเหล้าเรียบร้อยเพื่อนสาวต้องวานพนักงานในร้านช่วยพยุงไปเรียกรถแท็กซี่เพราะลำพังตัวเองคงพยุงไม่ไหวด้วยรูปร่างของศิวาทัตนั้นสูงราว180เิเแถมตัวค่อนข้างหนาอีก พยุงคนเดียวมีหวังแขนล้าแน่นอน
การะเกดล้วงหากุญแจห้องในกระเป๋ากางเกงของศิวาทัตจนเ้าตัวลืมตามองพร้อมส่งยิ้มหวานเยิ้มใส่
“หารายหาเจอม๊ายช่วยหา”คราวนี้มือคนเมาคว้ามืออีกคนมาล้วงกระเป๋าอีกข้างแทนการะเกดสะบัดมือออกอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ฝ่ามือตบหน้าเตือนสติคนเมาเบาๆ
“ตื่นๆถึงห้องแล้วตื่นๆ”
“อืมมมห้อง”แค่เปิดประตูร่างหนาสูงใหญ่ก็ล้มตึงลงพื้นเพราะคนร่างบางฝืนพยุงไว้แต่ต้านแรงไม่ไหวจนปวดร้าวไปทั้งแขนเลยต้องยอมปล่อยให้ล้มไปต่อหน้าต่อหน้า
“โอ๊ยยย”คนเมาแทบสร่างเมาทันทีที่ศีรษะกระแทกพื้นดังโป๊ก
“เจ็บไหมทัตเราขอโทษตัวเธอหนักมากก” ไม่มีเสียงตอบกลับทำให้คนที่รู้สึกผิดใยิ่งนักก่อนจะค่อยๆพยุงร่างหนาไปที่เตียงอย่างทุลักทุเลเมื่อจัดการคนเมาให้นอนบนเตียงเรียบร้อยแล้วการะเกดถึงการหอบแฮกเลยทีเดียวก่อนจะทรุดร่างลงข้างเตียง ‘แขนก็ปวดไปหมดสงสัยต้องเฝ้าทั้งคืนเมาอีกต่างหาก’
“ปวดหัวมากปวดๆ” เสียงคนเมาเมื่อคืนร้องไม่หยุดจนคนที่หลับข้างเตียงต้องรีบตื่นมาดู
“ตื่นเร็วจังเพิ่งหกโมงเช้าเองทัต”คนพูดขยี้ตารัวๆเพราะมันเช้ามากจริงๆ
“อ้าว!เกดมานอนตอนไหน เฮ้ย!” คราวนี้สีหน้าคนบนเตียงบ่งบอกว่าใสุดขีด
“ลากคนเมามาเมื่อคืนแทนที่จะขอบคุณไม่มีเลย”ศิวาทัตทำหน้างงกับคำตอบเพื่อนสาว เขาจำได้คร่าวๆว่ากินเหล้าคนเดียวแล้วเมาพอสมควรและคลับคล้ายคลับคลาว่ามีสายเข้าและรับและก็จำไม่ได้ว่าใครโทรมาแค่นั้นเอง
“อือ ขอบคุณที่ลากมาแล้วคนเมาทำอะไรเธอหรือเปล่า”คนถามยื่นหน้ามาใกล้ทำให้อีกคนต้องรีบถอยตัวออกมาห่าง
“เปล่าเรานอนข้างเตียงเผลอหลับไปเลยเธอก็เมาไม่รู้เื่”
“ดีแล้วไม่งั้นปานคงเกลียดเรามากเลยถ้าเราทำอะไรเธอ”ศิวาทัตน้ำเสียงเบาทันที
“กลัวปานเข้าใจผิดมากเลยนะทัตไม่มีอะไรแล้วเรากลับละนะมีสัมภาษณ์งานตอนบ่าย” หญิงสาวพูดตัดพ้อด้วยความน้อยใจก่อนเ้าของห้องจะเดินไปส่งที่ป้ายรถเมล์
ปานระพียังคงนั่งที่โขดหินเหม่อมองท้องทะเลที่มีแสงระยิบระยับยามแสงแดดส่องกระทบเพื่อหนีความวุ่นวายทั้งหมด หญิงสาวยอมหนีมาเที่ยวทะเลคนเดียวศิวทัตสารภาพรักมาสองครั้งแล้วแต่เธอก็ทำร้ายความรู้สึกเพื่อนทั้งสองครั้ง ยังไงหัวใจเธอก็ไม่เคยเปลี่ยนไปแม้ล่วงเลยไปนานแค่ไหนความทรงจำยังชัดเจนเสมอ