โจวหยางิยังคงออกตามหาเย่วชิงตลอดทั้งคืนจากความมืดมิดยามราตรีก็แปรเปลี่ยน ดวงอาทิตย์โผล่ขึ้นจากขอบฟ้าค่อย ๆ ส่องแสงสว่างในการมองสิ่งรอบข้างชัดเจนมากยิ่งขึ้นเขาหยุดพักที่ใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง รู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อยยกมือขึ้นค้ำกับลำต้นของต้นไม้ในจังหวะที่มือััก็สังเกตเห็นสัญลักษณ์เป็รูปลูกศรชี้ไปในทิศทางข้างหน้า ชายหนุ่มเดินตามไปอีกหน่อยก็เจอสัญลักษณ์แบบเดียวกันที่ต้นไม้อีกต้นคิดว่าในป่าลึกแบบนี้คงจะไม่มีใครผ่านมา ถ้าผู้นั้นไม่ใช่คนที่เขาตามหาอยู่
“ ขอให้เป็เ้าด้วยเถอะ ”
ไม่รอช้าร่างสูงรีบมองหาสัญลักษณ์บนต้นไม้ต้นอื่นต่อ เขามั่นใจว่าจะต้องเป็เย่วชิงแน่ ๆ ที่ทำสัญลักษณ์นี้เอาไว้ทุกครั้งที่เจอลูกศรบนต้นไม้หัวใจของโจวหยางิก็เต้นระรัวราวกับเสียงตีกลองบ่งบอกว่าเขากำลังเข้าใกล้เย่วชิงไปทุกที
รออีกหน่อยนะเย่วเอ๋อร์ข้ากำลังจะไปหาเ้าแล้ว ชายหนุ่มกล่าวกับตนเองในใจ
ด้านหน้ามีเสียงการเคลื่อนไหวโจวหยางิรีบไปยังจุดนั้นทันที มองต้นกล้วยที่ล้มลงมีรอยเล็บของสัตว์บนพื้นมีเปลือกกล้วยจำนวนหนึ่งที่ทานแล้วถูกทิ้งเอาไว้ดูจากรอยที่เกิดยังใหม่อยู่คาดว่าสิ่งที่ทำคงไปได้ไม่ไกล
แกรก
“ นั้นใคร! ออกมา ”
สายตาคู่คมมองไปที่พุ่มไม้ข้างต้นกล้วยขยับเล็กน้อยสักพักก็มีกระรอกตัวหนึ่งเดินออกมา พอเห็นเขามันก็ใวิ่งหนีขึ้นต้นไม้ไป
เย่วชิงที่หลบซ้อนตัวหมอบนิ่งราบอยู่กับพื้นพอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยก็จำได้ทันทีว่าเป็ใคร คนที่เขาอยากเจอที่สุดรีบลุกขึ้นะโออกจากที่หลบซ้อนวิ่งไปหาร่างสูงโดยเร็ว
“ หยางิ ” ร่างของเสือดำตัวโตเต็มวัยกระโจมหาชายหนุ่มที่ยืนอยู่อย่างไม่ออมแรงดีที่อีกฝ่ายตั้งรับไว้ได้ทันจึงไม่ล้มหายหลังไปแต่ก็ต้องถอยหลังไปสองก้าวเหมือนกัน
น้ำหนักของเสือน้อยเสียที่ไหนยิ่งกับเสือตัวโตแบบนี้แม้ว่าเขาจะแข็งแรงแต่แรงที่โถมเข้ามาบวกกับน้ำหนักตัวแบบไม่ทันตั้งตัวก็เกือบตั้งรับไว้ไม่ไหวอยู่เช่นกัน หากเป็ผู้อื่นที่ไม่แข็งแรงพอก็อาจจะเสียหลักล้มลงเจ็บได้เช่นกัน
“ ข้ารู้ว่าท่านต้องตามหาข้าจนเจอ ” เย่วชิงเอ่ยก่อนที่ร่างกายของเขาจะค่อย ๆเปลี่ยนเป็ร่างผอมเพรียวที่เปลือยเปล่าปรากฎให้เห็นแก่สายตาจมอยู่ในอ้อมกอดของร่างสูง
“ ไม่ว่าเ้าจะอยู่ที่ไหนในโลกนี้ ข้าก็จะตามหาจนเจอ เ้ารู้ใช่ไหม ”
“ อืม ข้ารู้ ” แขนเรียวกอดร่างของโจวหยางิแน่น ดีใจที่ได้เจอสองแขนแกร่งกอดตอบ เสื้อแขนยาวปิดของร่างสูงบดบังเนื้อหนังของเย่วชิงจนมิด
“ ข้าคิดถึงท่าน ” เงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาสีนิลคู่งาม
“ ข้าก็คิดถึงเ้าเช่นกัน เย่วเอ๋อร์ เ้าไม่ได้าเ็ตรงไหนใช่หรือไม่ ” ยกมือลูบใบหน้าหวานอย่างเบาแรงที่สุด เขากลัวหากออกแรงมากไปจะทำให้ร่างบางตรงหน้าเจ็บ
“ ไม่ ข้าสบายดี เป็ข้าสิต้องถามท่าน ดูสิใต้ตาคล้ำหมดแล้วนี่อย่าบอกนะว่าท่านตามหาข้าทั้งคืนจนไม่ได้พักผ่อนน่ะ ” ร่างสูงนิ่งไม่ตอบเย่วชิงใบหน้าง้ำงอไม่พอใจที่อีกฝ่ายที่ไม่รู้จักดูแลตัวเอง แล้วก็รู้สึกผิดในใจด้วยที่เขาเป็ตนเหตุ
“ เ้าอย่าได้ห่วงเลย ข้าไม่เป็อะไรไปง่าย ๆ หรอก และที่ข้าทำเพราะอยากทำยิ่งเื่นี้เกี่ยวกับเ้าข้ายิ่งต้องทำ ข้าไม่อาจข่มตาหลับได้ถ้ายังไม่เห็นว่าเ้าปลอดภัยดี”
“ ไม่ต้องทำเป็ปากดีเลย ครั้งก่อนยังป่วยให้ข้าดูแลอยู่เลย ”
“ แต่ข้าไม่เสียใจนะที่ป่วยครั้งนั้น มันทำให้ข้าได้เห็นเ้าในร่างนี้ ”มือหนาเลื่อนลงไปแปะที่ก้มงอนงาม แล้วก็ออกแรงบีบก้อนซาลาเปาขาวเนียนเล็กน้อยเห็นแล้วรู้สึกหมั่นเคี้ยว
เพียะ
เย่วชิงสะดุ้งฝ่ามือเล็กฝาดลงที่หน้าอกแกร่งอย่างแรง ใบหน้าสีแดงระเรื้อถึงจะเคยเปลือยเปล่าต่อหน้าร่างสูงบ่อย ๆ แต่ด้วยสรีระที่ต่างกัน ทำให้เขารู้สึกอายอยู่ไม่น้อยที่เป็ชายเหมือนกันมีเหมือนกันทุกอย่าง แต่มีขนาดไม่เหมือนกัน แล้วยิ่งอีกฝ่ายมาบีบก้นเขาอีก ใครบ้างจะไม่ใ
“ โอ๊ย ! ”
“ ไม่ต้องมาร้องเลย ใครใช้ให้ท่านมาบีบก้มคนอื่นกัน ” เย่วชิงแยกเขี้ยวถลึงตาใส่
หึ สมน้ำหน้าโดนซะบ้าง
“ ไม่มี มือมันไปเอง ” ยังพูดออกมาหน้าตาเฉย มันน่าจะตีอีกสักทีคนอะไรเ้าเล่ห์ที่สุดแล้วยังจะลามกอีก
“ อ๊ะ! อยากโดนอีกใช่ไหม ” ดวงตาเบิกกว้างเมื่อโดนร่างสูงบีบก้นอีกครั้งแต่คราวนี้บีบพร้อมกันทั้งสองข้างเขายกมือขึ้นมาขู่ เจ็บแล้วไม่จำจริง ๆ พึ่งโดนตีไปหยก ๆ สงสัยว่าอยากจะโดนอีกสักที
“ ไม่เอาแล้ว พอแล้ว ” ได้แค่นี้ก็คุ้มแล้ว เื่เจ็บตัวไม่เท่าไหร่หรอก แรงที่ตีแค่รู้สึกคัน ๆ ที่ิัเท่านั้น
“ เรากลับวังหลวงกันเถอะ ” โจวหยางิถอดชุดนอกสวมให้ร่างบาง รวบเอวบางให้ชิดแล้วช้อนตัวของเย่วชิงขึ้นอุ้มแขนเรียวเล็กยกขึ้นคล้องคอเขาเอาไว้ ก่อนที่ร่างสูงจะใช้วิชาตัวเบาพาทั้งคู่ทะยานออกไป
ข่าวการหายตัวไปของเย่วชิงถูกปิดไว้เป็ความลับมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้โจวหยางิสั่งให้องครักษ์เงาของตนเองที่กระจายกันออกตามหาร่างบางในป่าให้กลับได้เมื่อทุกคนรับรู้ข่าวว่าองค์รัชทายาทเป็คนเจอพระชายาก็ต่างพากันดีใจถอยกำลังกลับในทันที
“ ท่านแม่ทัพหยาง ท่านรองแม่ทัพจ้าว เจอพระชายาแล้วขอรับ ” ทหารนายหนึ่งรีบวิ่งมารายงานเื่ที่ตนพึ่งได้รับมากับชายหนุ่มทั้งสองที่เป็ผู้บังคับบัญชาของตน
“ จริงหรือ ใครเจอ แล้วเจอที่ไหน ” จ้าวเซี่ยหลิวรู้สึกดีใจได้ที่ยินข่าวพระชายารีบถามรายละเอียดจากนายทหารต่อ
“ องค์รัชทายาทเป็ผู้เจอขอรับ เจอที่ไหนข้าน้อยก็ไม่ทราบเช่นกันแต่ตอนนี้ทั้งสองพระองค์กำลังเดินทางกลับวังหลวงขอรับท่านรองแม่ทัพ ”
คนที่มาบอกข่าวไม่ได้เอ่ยอะไรกับตนมากไปกว่านี้นักพูดเสร็จก็จากไป บอกเพียงว่าเจอพระชายาแล้ว ให้ทุกคนยุติการค้นหาแล้วกลับได้เขาจึงรีบมาบอกท่านแม่ทัพกับท่านรองแม่ทัพให้รับรู้
“ ช่างเถอะ เ้าไปตามคนอื่น ๆแล้วก็บอกว่าวันนี้ข้าให้ทุกคนหยุดได้หนึ่งวันกลับไปพักผ่อนตามสบายไม่ต้องมาทำงานอีก ”ั้แ่เมื่อวานทหารทุกนายออกตามหาพระชายาไม่หยุด ทั้งเหนื่อยล้าไม่ได้หลับได้นอนเขาก็ไม่ใช่เ้านายที่ใจร้ายใช้งานลูกน้องมากไปจนไม่ให้พักผ่อน
“ ขอรับ ”
“ หานเจี้ยเรารีบกลับวังหลวงกันเถอะ ”จ้าวเซี่ยหลิวหันมาพูดกับร่างสูงอีกคนที่ยืนอยู่ข้างกาย
“ อืม ” หยางหานเจี้ยพยักหน้าตอบรับจากนั้นทั้งสองคนก็มุ่งหน้าไปยังวังหลวง
ในตำหนักรัชทายาทโจวหยางิอุ้มเย่วชิงเดินเข้ามาในห้องนอนวางร่างของอีกฝ่ายบนเตียงนอนอย่างเบามือ จากนั้นตนก็หย่อนกายนั่งลงข้าง ๆ
โจวหยางิเอื้อมมือไปลูบศีรษะของร่างบางที่นอนหลับตาพริ้มอย่างเบามือจากนั้นเขาเองก็เอนหลังล้มตัวลงนอนข้างร่างบางด้วยเช่นกันั้แ่เมื่อคืนเขาก็ยังไม่ได้นอนหรือหยุดพักเลย ทำให้ตอนนี้รู้สึกง่วงขึ้นมาตวัดแขนรวบร่างของเย่วชิงเข้ามากอดไว้กลัวว่าหากตื่นมาแล้วอีกคนจะหายไปจากสายตาของเขาอีก
เขาไม่อยากให้ร่างบางต้องอยู่ห่างกายแม้แต่เสี้ยววินาทีกลัวว่าจะเป็เหมือนในตลาด ทั้งที่อยู่ตรงหน้าแต่กลับปล่อยให้หายไปต่อหน้าต่อตาหากเกิดเื่เช่นนั้นอีกเขาคงจะปวดใจอย่างมาก เื่ที่เย่วชิงถูกลักพาตัวต้องโทษที่เขาดูแลไม่ดีเองจึงได้เกิดเื่เช่นนี้
ต่อไปนี้โจวหยางิคิดว่าจะต้องเพิ่มองครักษ์คอยคุ้มกันร่างบางให้แ่ากว่าเดิมจะได้ไม่เกิดเื่เช่นนี้ซ้ำได้อีก
“ เย่วเอ่อร์ ข้าสัญญาว่าจะปกป้องเ้าด้วยชีวิตของข้า ”เขาจะไม่ยอมให้ใครมาพรากดวงใจของเขาไปได้อีก เพราะหากอีกฝ่ายเป็อะไรไปเขาคงอยู่ต่อไปไม่ได้
“ คารวะองค์รัชทายาท คารวะพระชายา พะยะค่ะ ”
“ ท่านแม่ทัพ ท่านรองแม่ทัพ ทานอะไรกันมาแล้วหรือยัง ทานด้วยกันหรือไม่ ”เย่วชิงเอ่ยชวนทั้งสองคน
“ ขอบพระทัยพระชายา พวกกระหม่อมทานมาเรียบร้อยแล้วพะยะค่ะ ”
“ ได้ยินว่าพวกท่านต้องวุ่นตามหาข้าทั้งคืนเลยหรือ คงเหนื่อยน่าดู ”
“ ไม่เลยพะยะค่ะ ่นี้ค่ายทหารไม่มีอะไรทำให้ทหารได้ยืดเส้นยืดสายซะบ้างถือว่าเป็การฝึกไปในตัว ”
“ ถึงยังไงข้าก็ต้องขอบคุณพวกท่านและทหารทุกคนมากนะ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ข้าจะทำอาหารเลี้ยงที่ค่ายทหารเป็การตอบแทน พวกท่านว่าอย่างไร ” ทุกคนต้องมาเหนื่อยก็เพราะเขา ร่างบางเลยอยากแสดงความขอบคุณทุกคนโดยการทำอาหารเลี้ยงเล็กๆ น้อย ๆ
ท่านแม่ทัพหยางหานเจี้ยและท่านรองแม่ทัพจ้าวเซี่ยหลิวมองหน้ากันไม่ใช่ว่าทุกคนจะเข้าไปในค่ายทหารได้ แต่ถ้าเป็พระชายาก็คงจะไม่มีปัญญาทว่าองค์รัชทายาทจะอนุญาตหรือเปล่าเท่านั้น พระองค์คงไม่ยอมให้พระชายาของตนเองต้องมาทำอาหารเองจนเหนื่อยอย่างแน่นอนคนในค่ายทหารมีคนอยู่ไม่ใช่ว่าจะน้อย ๆ
“ มีอะไรกันหรือ ทำไมถึงทำหน้าเช่นนั้น ” เย่วชิงถามเมื่อเห็นว่าทั้งสองมีสีหน้าเครียดๆ
“ กระหม่อมกับท่านรองแม่ทัพไม่ติดอะไรแต่เื่นี้คงต้องถามความเห็นจากองค์รัชทายาทด้วยอีกคนพะยะค่ะ ” ท่านแม่ทัพหยางหานเจี้ยเอ่ย ความจริงสั่งให้คนอื่นทำให้ก็ได้ ไม่จำเป็ที่จะต้องลงมือทำด้วยตนเองให้เหนื่อยแต่เหมือนจะเป็ความตั้งใจของพระชายาเขาเลยไม่กล้าขัด ถึงกระนั้นก็ต้องขออนุญาตชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆ ด้วย
“ หยางิ ท่านอนุญาติใช่หรือไม่ ”เย่วชิงจับแขนร่างสูงแล้วเงยหน้าสบสายตาคมอย่างอ้อนๆ
“ ได้ แต่เ้าต้องให้คนอื่นช่วยด้วย ถ้าเหนื่อยก็บอกคนอื่นให้ทำแทน อย่าฝืนเข้าใจหรือไม่”
“ ตามที่ท่าน้า ” ร่างบางยิ้มกว้างอย่างดีใจ
“ พระชายา โปรดลงโทษกระหม่อมด้วยเถิดพะยะค่ะ ” จิ้งหูคุกเข่าลงเพื่อรอรับโทษที่เขาบกพร่องต่อหน้าที่ทำให้พระชายาถูกลักพาตัวไป
“ ลงโทษ เ้าทำผิดอะไร เหตุใดข้าจะต้องลงโทษเ้าด้วยเล่า ” เย่วชิงขมวดคิ้วอย่างสงสัย
“ เป็ความผิดของกระหม่อมถ้าตอนนั้นกระหม่อมตามไปด้วยไม่ปล่อยให้พระชายาไปคนเดียว พระองค์อาจจะไม่โดนโจรลักพาด้วยไปก็ได้” จิ้งหูโทษตัวเองว่ามีส่วนผิดกับเื่นี้ถ้าเขาไม่ประมาทเื่นี้ก็คงจะไม่เกิดขั้น
“ ไม่ใช่ความผิดของเ้าเลย ข้าเป็คนบอกเองว่าไม่ให้เ้าตามไป ”เย่วชิงไม่ได้โทษใคร ไม่มีใครคิดว่าจะเกิดเื่ขึ้นในตลาด เื่มันเกิดรวดเร็วมากจนทุกคนไม่ทนได้ตั้งตัวแม้กระทั้งตัวของเขาเอง ดังนี้จะให้ไปโทษคนอื่นก็ไม่ได้
“ แต่ถึงยังไงก็มีความผิดอยู่ดีพะยะค่ะ ” หากเขาอยู่ใกล้พระชายาพวกโจรคงไม่กล้าลงมือหรือบางทีเขาอาจจะช่วยพระชายาไว้ได้ทัน
“ เ้าไม่ต้องคิดมากไป อีกอย่างข้าก็อยู่ที่นี่ แถมยังปลอดภัยดีต่างหาก”
“ แต่เพื่อความสบายใจของกระหม่อม ได้โปรดสั่งลงโทษกระหม่อมด้วยเถิดพะยะค่ะ” จิ้งหูยังคงยืนกรานที่จะรับโทษ หากไม่แล้วเขาคงจะรู้สึกผิดไปตลอด
เย่วชิงไม่รู้จะพูดยังไงให้อีกฝ่ายเข้าใจจะให้เขาลงโทษทั้งที่เ้าตัวไม่ผิดอะไรได้อย่างไร ร่างบางหันมามองโจวหยางิเพื่อขอความช่วยเหลือ
“ หยางิท่านช่วยพูดอะไรหน่อยสิ ” เย่งชิงเองก็จนปัญญา ไม่รู้ว่าจะพูดยังไงให้อีกคนเข้าใจ
“ ถึงแม้เ้าจะบอกว่าจิ้งหูไม่ได้ทำผิด แต่หากเขายืนยันว่าตัวเองผิดและ้าที่จะรับโทษทัณฑ์ก็ไม่อาจเปลี่ยนใจได้เขาก็จะคุกเข่าอยู่อย่างนี้จนกว่าเ้าจะสั่งลงโทษ ”โจวหยางิรู้นิสัยของลูกน้องดี เย่วชิงเม้มปากไม่เอ่ยอะไรหันไปมองท่านแม่ทัพและท่านรองแม่ทัพทั้งคู่ก็ส่ายหน้ากลับมา
ร่างบางแบะปากทำท่าจะร้องไห้ไม่มีใครช่วยเขาสักคนเลย
“ ทหารพาเขาไปโบยแล้วขังเอาไว้ในคุกเจ็ดวัน ” โจว หยางิเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าร่างบางนิ่งเงียบสิ้นเสียงขององค์รัชทายาทหนุ่มทหารก็จับตัวของจิ้งหูให้ลุกขึ้นทันทีเย่วชิงที่ได้ยินดังนั้นก็ใ รีบเอ่ยห้าม
“ พะยะค่ะ ”
“ เดี๋ยว หยุดก่อน ” ร่างบางลุกขึ้นไปดักหน้าทหารไว้ แล้วหันมาสบตากับโจวหยางิอย่างไม่พอใจ
“ ท่านสั่งโบยเขาไม่ได้นะ ”
“ พระชายาอย่าได้ห้ามเลย สิ่งที่องค์รัชทายาททำถูกต้องแล้ว กระหม่อมยินดีรับโทษพะยะค่ะ” จิ้งหูเอ่ย
“ ถ้าเ้าไม่พอใจในบทลงโทษของข้า เ้าก็เอ่ยบทลงโทษกับหิ้งหูมาแทนสิ ”
เย่วชิงหันมามองจิ้งหูสลับกับโจวหยางิถ้าโดนโบยต้องเจ็บมากแน่ ๆ
หึนี่ก็อีกคน เขาไม่ลงโทษแล้วยังจะดื้อรั้นอยู่ได้ อยู่ดี ๆไม่ชอบอยากเจ็บตัวมากนักหรือไง เริ่มมีน้ำโหแล้วนะ
“ ก็ได้ อยากโดนลงโทษนักใช่หรือไม่ ”
จิ้งหูยกยิ้มกว้างอย่างคนบ้าทั้งที่โดนลงโทษแต่กลับรู้สึกมีความสุข เขาไม่ได้กลัวแม้แต่น้อย ไม่ว่าพระชายาจะสั่งอะไรเขาก็จะน้อมรับมัน
“ ยิ้มอะไรจิ้งหู จะโดนลงโทษแล้วยังยิ้มได้อีก ทุกคนด้วยห้ามยิ้ม เดี๋ยวก็สั่งทำโทษให้หมดทุกคนเลยดีหรือไม่” ร่างบางมุ้ยหน้าไม่พอใจที่เห็นทุกคนยิ้ม มีเื่ยินดีให้น่ายิ้มกัน
สุดท้ายหิ้งหูก็โดนวิ่งรอบตำหนักของรัชทายาทสิบรอบเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็โทษที่เบามากถ้าเทียบกับบทลงโทษขององค์รัชทายาทก่อนหน้านี้ทุกคนส่ายหัวกับบทลงโทษของร่างบาง แล้วแบบนี้จะไม่ให้พวกเขายิ้มออกมาได้ยังไงแต่ก็เหมาะสมแล้วกับพระชายา