“ไอ้ปังปังเป็อะไรก็มัน จู่ๆ มาด่ากูเฉย กูไปทำอะไรให้วะ”
“เื่นั้นเอาไว้ทีหลัง มาจัดการเื่นี้กันก่อน ดูท่าเพื่อนน้องเขาไม่ค่อยสนับสนุนรักครั้งนี้ของไอ้แมนเท่าไหร่”
“คงได้ยินเกียรติศักดิ์ความเ้าชู้ของมันเข้าละสิ ถึงได้ขัดขว้างขนาดนี้”
“อาจเป็ไปได้”
“ไอ้ฟองเบียร์มึงอยู่ฝ่ายกูนะ”
“อ้าวเหรอ”
“กูไม่มีทางถอนใจหรอก พวกมึงสองคนต้องเข้าไปตีสนิทกับเพื่อนของน้องเขา ทำยังไงก็ได้ให้พวกเขามองกูในทางที่ดีบ้าง ไม่แน่นะเว้ย น้องๆ เขาอาจจะช่วยกูเื่น้องโมเมย์ก็ได้”
“สงสัยท่าจะยาก”
“อยากยังไง ไหนเล่ามา”
“หรือไม่จริง คนมีประวัติอย่างมึงจะให้น้องเขามองในแง่ดีคงอยาก พวกมึงว่าจริงมั้ย”
“ที่มันพูดก็มีเหตุนะ”
“ไม่รู้แหละ ยังไงมึงสองคนต้องเข้าไปตีสนิทกับเพื่อนน้องเขาให้ได้”
“เอ่อ เอ่อรู้แล้วนะ”
......
“เปรี้ยวจี๊ดหยุดก่อน”
เปรี้ยวจี๊ดที่กำลังก้าวขาเหยียบบันได ต้องหยุดชะงักลงเมื่อเพื่อนสาวเอ่ยถามเธอออกมา
“เมื่อกี้เธอเป็อะไรหรือเปล่า”
เธอปล่อยมือจากแขนเพื่อน หันหน้านิ่งๆ ไปจ้องที่เพื่อนสาว “ฉันอยากจะถามเธอมากกว่าทำไมถึงโยนมาให้ฉันพูด ตกลงกันไว้อย่างดิบดี ทำไมไม่ทำตามนั้น”
“อุ๊ย โดนย้อนซะแล้ว” โมเมย์กำลังจะหาทางคิดแก้ตัว แต่ทำไม๊โชคถึงเข้าข้างเธอแบบนี้
“อ้าวพวกเธอมาพอดี เดี๋ยวฉันช่วยถืออีกแรง”
“ดีเลยมาช่วยฉันหน่อย ถือหนังสืออยู่คนเดียว หนักก็หนัก ”
“ก็เธอเป็ผู้ชายถือของหนักๆ นะถูก”
“ยัยอะอายเดี๋ยวตบปากแตกเลยนิ ฉันเป็ผู้หญิงย่ะ พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะ ว่าแต่โมเมย์เมื่อกี้ฉันเห็นแฟนของเธอด้วยนะ”
“ใครแฟนฉันไม่มี”
“ไม่ต้องเขินนะ ฉันเข้าใจ”
“ทำไมพวกเธอต้องแซวฉันด้วย เปรี้ยวจี๊ดดูพวกเขาสิ” เธอทำหน้าตางอแงเหมือนเด็กหันไปมองเปรี้ยวจี๊ด
“หยุดเลยนะ ฉันยังโมโหเธออยู่”
เด็กสาวมุ้ยปากเดินดุมๆ ขึ้นบันไดไป เธอคิดถึงคำถามของโมเมย์เมื่อครู่ แน่ละว่าเธอเขินเขาเลยพูดแบบนั้นออกไป ยิ่งเธอคิดถึงใบหน้าและท่าทีนั้นของเขาใจยังสั่นระริกไม่หาย คนอะไร๊ทำหน้าตาจริงจังโคตรเท่ เห็นแล้วอยากจะร้องกรี๊ดออกมาดังๆ แต่ทำไม่ได้ เดี๋ยวพี่เขารู้ สงสัยคงไม่ได้ชอบธรรมดาแล้วมั้ง เข้าขั้นคลั่งไคล้ก็ว่าได้ถ้าเป็แบบนี้
พวกเธอเดินถือสมุดหนังสือเข้ามาให้ห้อง พร้อมกับช่วยกันเดินแจกหนังสือไปตามโต๊ะเพื่อนๆ ทว่าพอถึงโต๊ะของเก่งกาจและเพื่อนของเขา สีหน้าของจินนี่เปลี่ยนไป เธอวางสมุดหนังสือลงบนโต๊ะดังปัง
“เอานี่ของพวกนาย”
“ขอบใจนะจินนี่”
เด็กสาวแปลกใจอยู่ลึกๆ วันนี้จะมาไม้ไหนอีกก็ไม่รู้ อยู่ดีๆ ทำตัวมีมารยาทเฉย เธอหันไปมองพวกเขาที่กำลังยิ้มหน้าตาระเรื่อให้เธออยู่ ความแปลกใจยิ่งทวีคูณสอง
“พวกนั้นต้องคิดทำอะไรอยู่แน่ๆ สงสัยฉันต้องระวังตัวให้มากกว่านี้แล้ว”
เมื่อเด็กสาวเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ ครูผู้สอนก็เดินเข้าห้องมาพอดี หลังจากทำความเคารพครูแล้ว เธอกำลังจะหยิบหนังสือใต้โต๊ะขึ้นมา ปรากฏว่า เธอคว้าจับอะไรบ้างอย่างมันดิ้นดุ๊กดิ๊กอยู่ให้มือ พอเธอหยิบขึ้นมาดูเท่านั้นแหละ ร้องกรี๊ดห้องแทบแตก
“ไอ้เก่งกาจจจจ”