เมืองซันชาย ปี 2563 บ้านพักครู มีเสียงะโเรียก
"แม่ พี่เทียนขยับตัวแล้ว มาดูเร็ว" เสียงสาวน้อยวัย 17 ปี เรียกหาแม่ด้วยความดีใจ
หลังจากที่พี่ชายเธอประสบอุบัติเหตุรถชนเมื่อ 2 เดือนก่อน ได้นอนเป็ผักมาตลอดซึ่ง หมอบอกว่า ไม่สามารถช่วยอะไรได้ แค่ต้องรอปาฏิหารย์ และแล้ววันนี้ก็มาถึง บ้านนี้มีอยู่กันแค่ 3 คนแม่ และลูกชายกับลูกสาวเท่านั้น พอแม่มาถึงก็รีบจับมือบุตรชายทันที
" ลูกแม่ฟื้นแล้ว โอ้์คุ้มครอง ลูกเทียนของแม่ปลอดภัยแล้ว" น้ำเสียงที่เปล่งออกมาแสดงความดีใจอย่างสุดชีวิต ในขณะที่ชายหนุ่มลืมตาอย่างช้าช้า ก็รู้สึกปวดหัวอย่างรุนแรง มึนงง เอ๊ะ ที่นี่ที่ไหนกัน ข้ายังไม่ตายอีกหรึอ แล้ว 2 คนนี่เป็ใครทำไมเรียกข้า ว่าลูกเทียน และ พี่เทียน
เหลียวมองรอบกายก็เห็นสภาพแวดล้อมที่แปลกไปทั้งที่นอน ห้องนอน เสื้อผ้า และที่เรียกข้าว่าเทียน หรือว่าข้าจะมาเกิดใหม่ในร่างเด็กหนุ่มคนนี้ มองดูร่างเด็กหนุ่มคนนี้ผิวขาวซีด ผอมแห้ง ใบหน้าซีดเซียว แต่เอ๊ะ ขาข้างซ้ายเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงได้ผิดรูปขนาดนี้
" ลูกเทียนยังเจ็บขาอยู่อีกหรือ หมอบอกว่ากว่าจะหายคงต้องใช้เวลา" แม่พูดด้วยความสงสารลูกจับใจ
" ไม่ต้องห่วงนะพี่เทียน รอหนิงเรียนจบหมอแล้วหนิง จะรักษาพี่ให้หายดีแน่นอน" เธอให้กำลังใจพี่ชาย แต่พี่ชายกลับหลับตาลงช้าช้า แล้วเอ่ยคำพูดออกมาว่า
" พวกท่านออกไปก่อนนะ ข้าขอตัวพักผ่อนอีกหน่อย"
" ได้ ได้ ลูกพักก่อนอีกซักครู่ แม่จะไปต้มโจ๊กมาให้ลูกกินนะ ไปกันเถอะลูกหนิง “ แม่พูดเสร็จก็ออกไปด้วยใจที่สงสัยเพราะสำเนียงแปลกๆ ที่เทียนพูดออกมา ส่วนแม่ทัพเทพ ก็รีบลุกขึ้นสำรวจขาข้างที่ผิดรูปทันที โอ กระดูกถูกตี ด้วยของแข็งจนข้อเข่า เคลื่อน
แม่ทัพเทพ จึงเอาขาพาดกับเตียง แล้วเป่ามนต์เคลื่อนย้ายกระดูก ที่ร่ำเรียนมาเมื่อชาติก่อน ซึ่งวิชานี้เขาได้ใช้ตอนอยู่ในาเป็จำนวนนับครั้งไม่ถ้วน พอเป่ามนต์เสร็จ ก็จับเข่าให้ข้อเข่าที่เคลื่อนย้ายเข้าเป็ปกติ
แต่ร่ายกายนี้ยังอ่อนแอเป็อย่างมาก คงต้องเสริมร่างกายให้แข็งแกร่งอย่างเร็วที่สุด แต่ก่อนอื่นต้องดูความทรงจำของเด็กคนนี้ก่อน จึงได้รีบนั่งสมาธิเพื่อรวมความทรงจำของชาตินี้ให้เข้ากันกับชาติที่แล้วให้ได้ก่อน
ไม่นานชายหนุ่มลืมตาขึ้น พร้อมถอนหายใจ "ครอบครัวนี้ ลำบากจริง ๆ ขนาดแยกตัวออกมาจากตระกูลแล้วยังโดนตามรังควานอีก ไม่ต้องห่วงนะอาเทียน ข้าให้สัญญา ตอนนี้ข้าหลอมรวมวิญญาน ของเ้าและของข้าแล้ว ข้าจะแก้แค้นทุกคนที่ทำกับเ้า ทั้งน้อง และแม่ให้อย่างสาสมไม่ต้องห่วง เ้าไปสบายเถอะ ต่อจากนี้ไปข้าจะใช้ชื่อ เทียน เทพรักษา" (นามสกุลแม่)
ไม่นาน แม่ก็ยกโจ๊กร้อนร้อนเอามาให้เทียนในห้องนอน เทียนลุกขึ้นไปนั่งที่โต๊ะ แล้วเริ่มกินโจ๊กที่แม่ทำมาให้
“ พี่เทียน ขาของพี่ เดินได้ปกติแล้วหรึอ“เสียงน้องสาว ใที่ได้เห็น
“ ใช่หลังจากโดนรถชนครั้งนี้ ขาที่ผิดปกติ กลับมาเป็เหมือนเดิมแล้ว ไม่ต้องห่วง แต่ยังไม่หายดีเท่าไร ต้องหายามาทาแล้วใช้ผ้าพันไม่ให้กระดูกเคลื่อน ซัก 2-3 วันน่าจะพอเดินได้คล่องแล้วล่ะ" แม่ก็ใยิ่งไม่คิดว่าเทียนจะลุกขึ้นมาได้
" ไม่ต้องรีบร้อนค่อย ๆเดิน เถอะ ว่าแต่เื่เรียน หยุดมา 2 เดือนจะเรียนตามเขาทันไหม ลูกหนิงถามอาจารย์ท่านว่าอย่างไรบ้าง" แม่เอ่ยออกมาด้วยความเป็ห่วง
" ไม่ต้องห่วงแม่ อาจารย์เคยบอกว่า ถ้าหายดีแล้ว ค่อยไปเรียน ยังไม่มีการสอบ ใหญ่่นี้ แต่อาจต้องเรียนพิเศษเพิ่ม หนิงจะขอให้พี่รหัสหนิงสอนพิเศษให้พี่เทียนเอง" นับแต่เกิดเื่มื้อนี้เป็การกินอาหารที่มีความสุขของทั้ง 3 คน ในรอบ 2 เดือน
หลังอาหารเทียนก็เข้าไปนั่งสมาธิภายในห้องเพื่อทบทวนจิตให้มั่นคงเพื่อจะได้เรียบเรียงชีวิตใหม่และเก่าต่อไป ในชาติก่อน เทียน ได้ฝึกวิชาปรับพื้นฐานของจิตใจ โดยแบ่งเป็
1. การทำสมาธิ ระดับต่ำ ระดับกลาง และระดับสูง
โดยระดับสูง นั้นจิตใจจะแน่วแน่ ไม่ว่าจะฝึกอ่าน เรียน เขียน จะสามารถจดจำได้อย่างแม่นยำ
2.การฝึกระดับวิญญาน มีระดับต่ำ กลาง สูงเหมือนกัน
ระดับวิญญาน นั้นสามารถมองเห็นวิญญาน ผี ปีศาจ พูดคุยได้
3.การฝึกระดับจิตวิญาน มีระดับต่ำ กลาง สูง
ระดับจิตวิญญาน สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของขนาดเล็กได้
ชาติก่อนแม่ทัพเทพได้ฝึกจิตได้แค่ การฝึกวิญญานระดับต่ำเท่านั้น ไม่สามารถฝึกตนได้อีก เพราะเหตุแห่งศึกาที่เกิดขึ้น แต่ในชาตินี้ เขาตั้งใจจะฝึกตนไปให้ถึงจุดสูงสุงของพลังให้จงได้ เพราะ สมัยปัจจุบัน หมดยุคาแล้ว ตอนนี้เพียงตั้งใจไปเรียนหนังสือเพื่อให้แม่สบายใจ และกลับมาฝึกตน และต้องจัดการกับคนที่คิดร้ายแค่นี้ก็พอแล้ว
หลังจากหายดี เทียนก็ถึงเวลาที่ต้องไปมหาลัยแล้ว
” พี่เทียนพร้อมยัง” น้องหนิงเข้ามาเรียกแต่เช้า
" พร้อมแล้ว" เทียนบอกน้อง ทั้งสองเดินเท้าไปขึ้นรถเมล์เพื่อไปมหาลัย โดยมีน้องสาวเกาะแขนเขาไปตลอดทางกลัวเขาจะหกล้มไปเจ็บขาอีก ซึ่งทำให้เขาต้องปล่อยเลยตามเลยไม่พูดอะไร เดี๋ยวเจอคำถามที่ไม่อยากจะตอบอีก พอถึงมหาลัย มีเด็กหนุ่มอ้วนคนหนึ่งและผอมคนหนึ่ง รีบวิ่งมาหาทันที
“ เฮ้ยเทียน นายหายดีแล้วหรึอ" เ้าอ้วนพูดขึ้น เขาได้แต่พยักหน้ายิ้มยิ้มให้
" ดี ดี งั้นพวกเราไปฉลองกันเลยวันนี้ฉันเลี้ยงเอง น้องหนิงไปด้วยกันนะ "เ้าอ่วนพูดด้วยความยินดี
" ได้ตอนเที่ยงเจอกัน งั้นฝากส่งพี่ชายไปห้องเรียนด้วยนะ" น้องหนิงบอกแล้วรีบเดินไปห้องเรียนของเธอต่อไป
" ่ที่ฉันไม่อยู่มีอะไรผิดปกติบ้างหรือเปล่า" เทียนถาม บอลคนอ้วน และ บาสคนผอม
" เื่ใหญ่ 2 เื่ เื่แรก ดาวคณะอักษรขวัญใจของนาย ตอนนี้เค้าไปเป็ตุ๊กตาหน้ารถของ เ้าแจ๊คกี้ นักบอลทีมมหาลัยเรียบร้อยแล้ว" เ้าผอมเอ่ยแล้วมองหน้าเทียน แต่ว่า เทียนทำหน้าเฉยเฉย
" เฮ้ย นี่นายไม่รู้สึกอะไรเลยบ้างเลย หรึอไง" เ้าอ้วนเห็นปฏิกิริยาของเทียนแล้วรู้สึกงง เพราะเมื่อก่อนเห็นเขาคลั่งไคล้แม่ดาวคณะคนนี้มากเสียจนพับดาวกระดาษไปให้ นับพันตัว
"แล้วเื่ที่ 2 ล่ะ" เทียนถามต่อ
“ เ้าแมคหมาบ้า มันออกจากคุกแล้วหลังจากที่ทำร้ายนายขาหักไปเมื่อครั้งก่อน แต่ เอ๊ะนี่ขา นายหายแล้วหรือ? “ เ้าผอมกล่าวจบ ทั้งสองก็มองขาเทียนอย่างตกตะลึง
"รถชนครั้งนี้มันทำให้กระดูกเคลื่อนกับเข้าที่น่ะ อย่าไปสนใจเลย" เทียนบอกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
" แต่ตอนนี้พวกมันมาป้วนเปี้ยนหน้ามหาลัย มันประกาศจะหักขานายอีก ข้างให้ได้ แล้วทีนี้จะทำไงดีให้ฉันโทรบอกพ่อให้ส่งคนมาคุ้มกันดีกว่า" เ้าอ้วนทำท่าจะโทรบอก
“ ไม่ต้องหรอกเื่ของเด็กเด็ก อย่าให้ผู้ใหญ่ต้องมาวุ่นวายเลย" เทียนพูดไปเหมือนไม่มีอะไร แล้วเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเก่าในห้องเรียน ในขณะที่สายตานักเรียนทั้งห้อง หันมามองที่เทียนที่จุดเดียว แล้วต่างซุบซิบกันเป็กลุ่ม เ้าอ้วนและเ้าผอมเลยกระซิบ บอกเทียนให้รู้ว่า
" เก้าอี้นี้มีลูกรัฐมนตรีจองไว้แล้ว ไปนั่งที่อื่นกันเถอะ" เ้าอ้วนบอก
" ถ้าวันนี้เรารู้จักแต่หลบเลี่ยงกับปัญหาเพียงเล็กน้อย แล้วต่อไปมีปัญหาใหญ่พวกนายจะหลบได้ยังไง พวกนายไปนั่งที่ไหนก็ไป ฉันจะนั่งตรงนี้แหละ " เทียนพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ไม่ทันขาดคำก็มีเสียงปรบมือดังมาจากด้านข้าง พร้อมเสียงหัวเราะของคน 4 คน
“ ฮ่า ฮ่า คิดไม่ถึงจริง หายไป 2 เดือน ไอ้เป๋ อย่างนายช่างกล้าหาญเหลือเกินนะแม้กระทั่งเก้าอี้ของคุณชายกร ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหน้ายกมือบอกให้ลิ้วล้อทั้ง 3 ให้หยุด แล้วกล่าวว่า
" เก้าอี้นี้เป็ของฉัน นายไปหาที่อื่นเถอะ ฉันไม่อยากทำร้ายนาย" คุณชายกรกล่าว
" ฉันก็เหมือนกัน " เทียนพูดสวนทันทีที่คุณชายกรพูดจบ
เ้าอ้วนเ้าผอม และคนทั้งห้องล้วนตกตลึงกับคำพูดของ เทียนที่เปล่งออกมาทันที ไม่รู้สมองเขาโดนกระทบกระเทือนอะไรหรือเปล่าถึงกล้ามีเื่กับคนระดับนี้ ไม่ทันที่เ้าอ้วน เ้าผอมจะพูดอะไร ลิ่วล้อที่มาเรียนเป็ เพื่อนเ้านาย ก็พุ่งเข้าใส่เทียนหวังจะอัดสั่งสอนให้รู้สำนึก ว่าใครเป็ใคร
แต่เทียน นั้นได้เตรียมพร้อมอยู่แล้ว 2 คนบุกเข้าจับแขนข้างละคน อีกคนเข้ามาตรงกลางขณะจะชกก็โดนส้นเท้าของเทียนที่พุ่งไปตรงตรงที่ปลายคาง เปรี้ยง หลับกลางอากาศ อีกสองคนอยู่ด้านข้างจับแขนเทียน เอาไว้ แต่เทียนแค่ขยับไหล่กระแทกปลายคางข้างซ้ายและขวาทีละข้างและค่อยๆร่วงลงไปทั้งคู่ เหลือแต่คุณชายกรเพียงคนเดียว
” ฉันบอกแล้วฉันไม่อยากทำร้ายคนอย่างนาย” เทียนเอ่ยอย่างช้าๆ แต่เหี้ยมเกรียม
" นาย นายกล้าหรือ ฉันจะไปบอกพ่อให้ส่งคนมาจัดการกับนาย " คุณชายกรพูดเสียงสั่น สั่น
” เชอะ ลูกผู้ชายสู้ไม่ได้ก็กลับไปฟ้องพ่อ ไปซะฉันไม่อยากรังแกเด็กอย่างนาย” เทียนพูดเสร็จแล้วก็นั่ง ลง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
" นาย นาย คอยดูไป" คุณชายกรพูดเสร็จ แล้วก็รีบวิ่งออกไป หลังจากนั้น รปภ.ก็รีบเข้าลากคนเจ็บออกไป เหมือนกับว่าเป็เื่ปกติซะอย่างนั้น เ้าอ้วนเ้าผอม ยังไม่หายตะลึง
” เทียนนายทำได้ยังไง นี่นายเปลี่ยนไปมากเลยนะ “ เ้าอ้วนพูดในขณะยังตื่นเต้นไม่หาย
" อีม ทุกอย่างย่อมมีการเปลี่ยนแปลง" เทียนพูดแบบสบายสบาย
หลังจากนั้นก็มีสาวสวย 2คนเดินเข้ามาในห้องทุกสายตาก็ลืมเื่เมื่อครู่นี้ไปเลย ทุกคนจ้องไปที่นางกันทุกคนนางเป็คนที่คุณชายกรตามจีบนั่นเอง ดาวมหาลัยอันดับ 1 นางสาวริษา ลูกสาวอธิบดีกรมตำรวจคนปัจจุบัน และเพื่อนสนิทที่ชื่อ อันอัน ในขณะทั้งสองคนเดินมานั่งที่นั่งติดกับเทียน
“ ขอบคุณนะที่ไล่คนน่ารำคาญไปซะที" อันอันพูดแทนริษาที่เห็นเทียนไล่คุณชายกรที่ชอบมานั่งเก้าอี้ติดกับพวกเธอ
" แค่สุนัขเห่า ก็แค่ไล่ไปก็เท่านั้น" เทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ทั้งสองสาวฟังแล้วอึ้ง นั่นลูกรัฐมนตรีเชียวนะ นี่เขาไม่กลัวเลยหรือไง...