เสียงหึ่งๆของหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เพดานออฟฟิศคือเสียงเดียวที่กวินได้ยินในค่ำคืนนี้มันเป็เสียงที่น่ารำคาญ เป็เสียงที่ตอกย้ำความล้มเหลวของเขา
"เกม" หรือ "กวิน"นั่งจมอยู่กับเก้าอี้ทำงานที่เขาแทบจะสิงสถิตมาตลอดสามเดือนที่ผ่านมาหน้าจอคอมพิวเตอร์สามจอสว่างวาบอยู่ตรงหน้า แต่สายตาของเขาเหม่อลอย
จอซ้ายสุดคือหน้าต่าง Slack ของทีม ที่เต็มไปด้วยข้อความสีแดง 'URGENT'และคำถามที่เขาไม่มีคำตอบจอกลางคือโค้ดโปรแกรมที่บัดกรีเหมือนสปาเกตตีพันกันยุ่งเหยิง และจอขวาสุด...จอที่เ็ปที่สุด คือหน้า Dashboard กราฟยอดขายเกมใหม่ของพวกเขา"Aethelgard Online"
กราฟนั้นดิ่งหัวลงอย่างไม่ปรานีราวกับนักดิ่งพสุธาที่ร่มชูชีพไม่ทำงาน
"พัง... พังไม่เป็ท่า"กวินพึมพำกับตัวเอง
เขาคือ "กวิน"หัวหน้าทีมพัฒนาโปรเจกต์ ที่เคยเป็ดาวรุ่งของบริษัทเกมแห่งนี้เขานำพาทีมสร้างเกมอินดี้ฮิตเมื่อสองปีก่อน แต่ตอนนี้... เขากำลังจะนำพาทุกคนลงเหว
ความกดดันมันถาโถมมาหลายสัปดาห์แล้วเสียงของ "พี่สมพงษ์" หัวหน้าฝ่ายอาร์ต ที่บอกว่า"พี่แก้โมเดลจนไม่รู้จะแก้ยังไงแล้วเกม" เสียงของ "มิ้นต์"น้องใหม่ในทีมที่ร้องไห้เพราะโดนผู้เล่นถล่มในฟอรั่ม และเสียงของผู้บริหาร...เสียงที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุด
ทุกอย่างมันหนักอึ้งจนเขาแทบจะหายใจไม่ออก
กวินเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือที่สั่นเตือนว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดเขาเหลือบมองนาฬิกา... 23:40 น.
ดึกอีกแล้ว
เขากดเบอร์โทรออกหาคนคนเดียวที่เขาคิดว่าจะช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นได้ในตอนนี้
"ฝน" แฟนสาวของเขา
เสียงรอสายดังอยู่สองสามครั้งก่อนที่เสียงงัวเงียปนหงุดหงิดจะตอบกลับมา
"ฮัลโล... เกมเหรอ...รู้มั้ยว่ากี่โมงแล้ว?"
น้ำเสียงนั้นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยมันเหมือนมีดเย็นๆ ที่กรีดลงบนแผลที่กำลังอักเสบ
"โทษทีฝน... ยังอยู่ที่ออฟฟิศน่ะเครียดๆ" เขาพยายามพูดด้วยน้ำเสียงปกติที่สุด แต่ความเหนื่อยล้ามันปิดไม่มิด
"อีกแล้วเหรอเกม"ฝนถอนหายใจยาวผ่านสาย "นี่มันกี่วันติดต่อกันแล้ว... เมื่อไหร่โปรเจกต์บ้าๆนั่นจะเสร็จสักที"
"มัน...มันไม่เกี่ยวกับเสร็จหรือไม่เสร็จแล้วล่ะฝน" กวินพูด เสียงเริ่มสั่น"ยอดขายมัน... มันแย่มาก แย่แบบ... ไม่รู้จะกู้คืนยังไง"
เขาอยากได้ยินคำปลอบโยนอยากได้ยินว่า "ไม่เป็ไรนะ" หรือ "เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ดีขึ้น"
แต่สิ่งที่ได้ยินกลับมาคือความเงียบ...ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงที่เ็าขึ้นอีกระดับ
"แล้ว 'เรา' ล่ะเกม"
กวินชะงัก "อะไรนะฝน?"
"เราสองคนไง...อาทิตย์นี้เราเจอกันกี่ครั้งแล้ว? ไม่สิ...เดือนนี้เราได้กินข้าวด้วยกันจริงๆ จังๆ กี่มื้อ" ฝนรัวใส่"ฝนเข้าใจว่าเกมงานหนัก แต่เกมไม่เคยมีเวลาให้ฝนเลย ไม่เคยเลย!"
"โธ่ฝน... ก็บอกว่างานมันเครียดไง!ไม่มีเวลา!" กวินเผลอขึ้นเสียง ความอัดอั้นจากที่ทำงานมันปนเปไปหมด
"ใช่สิ! ไม่มีเวลา!"ฝนะโกลับมา "เกมไม่เคยมีเวลาให้ฝน... แต่เกมมีเวลาให้ 'เกม' ของเกมนี่!งั้นก็อยู่กับมันไปเลยแล้วกัน!"
"ฝน! มันไม่ใช่อย่างนั้น!"
"ฝนง่วงแล้ว! ไม่อยากคุยแล้ว!พรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปทำงาน...ไม่ได้มีเวลาว่างมานั่งรอใครกลับบ้านตอนตีสองตีสาม!"
ติ๊ด!
สายถูกตัดไป
กวินจ้องหน้าจอมือถือที่มืดลงความรู้สึกพังทลายถาโถมใส่เขารุนแรงกว่าเดิม ตอนนี้ไม่ใช่แค่งาน...แต่ความสัมพันธ์ของเขาก็กำลังจะพังไปด้วย
เขาแพ้...เขาล้มเหลวในทุกด้านของชีวิต
กวินนั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นอีกเกือบสิบนาทีความเงียบในออฟฟิศมันดังเสียดหู เขากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัวและเมื่อเขาผ่อนลมหายใจออกมา มันก็เหมือนเสียงสะอื้น
"พอ... พอแล้ววันนี้"เขาพูดกับตัวเอง
เขาลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลขาชาไปหมดเพราะนั่งท่าเดิมนานเกินไป เขาคว้ากระเป๋าเป้ ยัดแล็ปท็อปใส่ลวกๆไม่ได้สนใจจะปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ยังสว่างคาตา เขาแค่ต้องออกไปจากที่นี่...เดี๋ยวนี้
ทางเดินในออฟฟิศมืดสลัวมีเพียงไฟฉุกเฉินสีเขียวจางๆ เสียงลิฟต์ที่ดัง "ติ๊ง"ตอนมาถึงชั้นของเขาดังลั่นไปทั่วบริเวณที่เงียบสงัด
เขาก้าวเข้าไปในลิฟต์มองดูตัวเลขชั้นที่ลดลงทีละชั้น... 15... 10... 5... G.
ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ล็อบบี้ที่ว่างเปล่า มีเพียงรปภ.กะดึกที่นั่งสัปหงกอยู่หลังเคาน์เตอร์กวินเดินผ่านออกไปโดยไม่คิดจะทักทาย
อากาศข้างนอกไม่ได้ดีไปกว่าข้างในเลยมันอับชื้น มีฝนตกปรอยๆ ละอองฝนเย็นๆ ปะทะใบหน้าเขาแต่มันไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกสดชื่นขึ้น มันแค่ทำให้เขารู้สึก... เปียกและน่าสมเพช
เขามองนาฬิกาข้อมือ... 23:55 น.
"ฉิบหาย!" เขาสบถ
รถไฟฟ้าขบวนสุดท้าย!เที่ยวสุดท้ายคือ 23:58 น.
ถ้าเขาวิ่ง เขาน่าจะทัน!สถานีอยู่ห่างไปแค่สี่ร้อยเมตร!
ความคิดนั้นจุดประกายความหวังเล็กๆขึ้นมา กวินเริ่มออกวิ่ง ทั้งๆ ที่สะพายกระเป๋าเป้หนักอึ้ง เขาวิ่งฝ่าละอองฝนไม่สนใจพื้นทางเท้าที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำสกปรก
เขาวิ่งเหมือนหนีทุกอย่างหนีจากเกมที่ล้มเหลว หนีจากทีมที่ผิดหวัง หนีจากแฟนสาวที่โกรธเกรี้ยว
เสียงฝีเท้าของเขากระทบพื้นดัง"แฉะ! แฉะ! แฉะ!"
เขามองเห็นบันไดเลื่อนสถานีอยู่ลิบๆไฟยังเปิดอยู่! เขายังมีหวัง!
"ทัน... ต้องทันสิ!"
เขากระโจนขึ้นบันไดเลื่อนทีละสองขั้นหัวใจเต้นแรงเหมือนจะทะลุออกมานอกอก เขาวิ่งไปที่ช่องแตะบัตรแตะบัตรอย่างแรงจนเสียงดัง "ปิ๊ด!"
เขาวิ่งไปที่ชานชาลา...
และสิ่งที่เขาเห็นก็คือไฟท้ายสีแดงของขบวนรถ...กำลังเคลื่อนตัวออกจากสถานีไปอย่างช้าๆ...
วูบ...
เสียงลมจากขบวนรถที่วิ่งผ่านไปปะทะหน้าเขาราวกับการตบหน้าฉาดใหญ่
ไม่ทัน...
กวินหยุดยืนนิ่ง หอบหายใจโยนไอปากลอยฟุ้งในอากาศเย็นชื้น
เขามองตามรถไฟขบวนสุดท้ายจนมันลับสายตาไป
ความหวังสุดท้าย... ดับวูบ
เขาออกมานอกสถาณีแล้วทรุดตัวลงนั่งบนม้านั่งเหล็กเย็นเฉียบความพ่ายแพ้โถมทับเขาทั้งหมด เขาไม่เหลืออะไรแล้วจริงๆ
คืนนี้เขากลับบ้านไม่ได้ งานพังรักพัง... แม้แต่รถไฟเขาก็ยังตกรถ
เขาไม่รู้ว่าตัวเองนั่งเหม่ออยู่นานแค่ไหนรอบตัวเงียบสนิท สถานีรถไฟฟ้าที่เคยพลุกพล่านตอนนี้เหลือเพียงเขาคนเดียวกับความมืดและความเงียบ
เขาหยิบมือถือขึ้นมาอีกครั้งแบตเตอรี่ขึ้นสีแดง... เหลือ 2%
เขาจะเรียกแท็กซี่เหรอ? หรือ Grab? แต่เงินในบัญชี...เขาใช้จ่ายกับการกินอาหารขยะตอนดึกที่ออฟฟิศจนแทบไม่เหลือแล้ว
เขาก้มหน้าลงซุกกับฝ่ามือที่สั่นเทา"ทำไมวะ... ทำไมต้องเป็กูด้วย..."
และในตอนที่เขากำลังจมดิ่งสู่ความสิ้นหวังถึงขีดสุด...
เสียงยางรถยนต์ที่บดกับพื้นเปียกก็ดังขึ้น...ช้าๆ และเงียบกริบ
รถหรูคันหนึ่ง... สีดำสนิทมันเงาวับจนสะท้อนแสงไฟถนนที่สลัวๆ ราวกับกระจก รถ Audi A8 รุ่นล่าสุด... รถที่เขาไม่มีปัญญาแม้แต่จะฝันถึง
รถคันนั้นเคลื่อนตัวมาช้าๆ...และจอดเทียบตรงหน้าม้านั่งที่เขานั่งอยู่
กวินเงยหน้าขึ้นอย่างงุนงง ใครกัน?แท็กซี่วีไอพีเหรอ?
กระจกฝั่งคนขับเลื่อนลงอย่างนุ่มนวลไร้เสียง...
และใบหน้าที่อยู่หลังพวงมาลัยนั้น...ก็ทำให้กวินแทบหยุดหายใจ
"คุณมะนาว..." เขาพึมพำเสียงแ่
"มณิสรา" หรือ "มะนาว"ประธานบริษัทคนใหม่ของเขา
เธอเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียงเดือนเดียวและสร้างความสั่นะเืไปทั่วทั้งบริษัทไม่ใช่แค่เพราะความเฉียบขาดในการบริหารงาน แต่ยังรวมถึงรูปลักษณ์ของเธอด้วย
มะนาวเป็ผู้หญิงที่... สวยสวยแบบะโ สวยแบบที่ผู้ชายทุกคนในออฟฟิศต้องแอบมอง และผู้หญิงทุกคนต้องแอบอิจฉาผิวขาวจัด ผมดำยาวสลวยที่มักจะรวบตึงอย่างเนี้ยบ และรูปร่างที่...แม้จะอยู่ในชุดทำงาน ก็ยังซ่อนเร้นความอลังการไว้ไม่มิด
คืนนี้ เธอยังอยู่ในชุดทำงาน...แต่เป็ชุดที่ดูผ่อนคลายกว่าปกติเล็กน้อย เสื้อเชิ้ตซิลค์สีขาวครีมที่ปลดกระดุมลงมาสองเม็ด... ต่ำกว่าปกติที่เขาเคยเห็นในที่ประชุมหนึ่งเม็ดมันเผยให้เห็นร่องอกอวบอิ่มจางๆ พอให้ใจสั่นกระโปรงทรงดินสอสีดำรัดรูปที่เน้นส่วนโค้งเว้าของสะโพกผายอย่างชัดเจน
เธอยังคงแต่งหน้าเต็ม แต่ดูผ่อนคลายดวงตาคมกริบมองมาที่เขาอย่างประเมิน
"ทำงานหนักจังนะคะ... คุณกวิน"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวล เรียบสนิทไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่การที่เธอเรียกชื่อจริงของเขา "กวิน"แทนที่จะเป็ "เกม" เหมือนคนอื่นๆ มันทำให้เขารู้สึกเหมือนโดนจับตามอง
"เอ่อ... ครับ... ประธาน"เขาอึกอัก ลุกขึ้นยืนโดยอัตโนมัติ รู้สึกอับอายกับสภาพตัวเองที่ทั้งเปียก ทั้งโทรมเหงื่อท่วมตัว และกลิ่นเหม็นเปรี้ยวจางๆ
"ดูเหมือนจะตกรถไฟขบวนสุดท้าย..."เธอมองไปทางสถาณีที่ว่างเปล่า แล้วหันกลับมามองเขา "อ้าว..."
คำว่า "อ้าว"ของเธอช่างเรียบง่าย แต่กวินรู้สึกเหมือนโดนเยาะเย้ย
เขาคาดว่าเธอจะแค่พยักหน้าแล้วขับรถจากไป...ปล่อยให้เขายืนสมเพชตัวเองอยู่ตรงนี้
แต่เธอกลับไม่ทำอย่างนั้น
มะนาวเท้าคางกับขอบหน้าต่างรถจ้องมองเขาด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก... มีแววขบขันนิดๆ หรือเปล่า?
ความเงียบครอบงำอยู่ครู่หนึ่งมีเพียงเสียงฝนที่เริ่มลงเม็ดหนักขึ้น
แล้วเธอก็พูดขึ้นประโยคที่ทำให้สมองของกวินขาวโพลน
"งั้น... ไปบ้านฉันสิ"
กวินยืนตัวแข็งทื่อ"...อะไรนะครับ?"
เขาต้องหูฝาดไปแน่ๆประธานบริษัทชวนเขา... พนักงานระดับล่างที่กำลังจะทำบริษัทเจ๊ง...ไปบ้านเธอกลางดึกเนี่ยนะ?
"ฉันถามว่า...จะไปค้างที่บ้านฉันไหม" เธอย้ำชัดถ้อยชัดคำ"คอนโดฉันอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ และดูจากสภาพคุณแล้ว...คืนนี้คุณคงกลับบ้านไม่ไหวหรอก" เธอมองไปที่มือถือของเขาที่จอดับสนิทไปแล้ว"หรือต่อให้เรียกแท็กซี่ได้ ก็คงไม่ปลอดภัย"
"เอ่อ... ผม... ผมเกรงใจครับ"กวินตอบตะกุกตะกัก "เดี๋ยวผม... หาวิธีกลับเองได้"
มะนาวเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย"วิธีไหนคะ? เดินกลับเหรอ? หรือจะรอรถไฟขบวนแรกตอนตีห้าครึ่ง?"
เขาพูดไม่ออก
"ขึ้นมาเถอะค่ะ" เธอพูดตัดบทพยักพเยิดไปที่ประตูฝั่งผู้โดยสาร"ฉันไม่อยากให้พนักงานของฉันไปนอนแข็งตายอยู่ข้างถนนพรุ่งนี้ฉันยังต้องใช้งานคุณต่อนะ"
มันเป็คำสั่ง...ที่แฝงมาในรูปของความห่วงใย... หรืออาจจะไม่ใช่
กวินลังเลอยู่เพียงชั่ววินาทีแต่ความเหนื่อยล้า ความสิ้นหวัง และความหนาวเย็นจากสายฝนมันทำให้เขาไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
"ขะ... ขอบคุณครับ"
เขารีบวิ่งอ้อมไปอีกฝั่งเปิดประตูรถที่หนักอึ้งและก้าวเข้าไปนั่ง
วินาทีที่ก้นของเขาัักับเบาะหนังแท้สีเบจนุ่มนิ่ม...เขาก็รู้สึกเหมือนหลุดเข้ามาอยู่อีกโลกหนึ่ง
ภายในรถเงียบกริบ...เงียบจนได้ยินเสียงหายใจของตัวเอง มันตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง กลิ่น...กลิ่นหอมสะอาดๆ ผสมกับกลิ่นหนังราคาแพง และ... กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเธอ
มันเป็กลิ่นที่ไม่คุ้นจมูกไม่ใช่กลิ่นดอกไม้หวานเลี่ยน หรือกลิ่นเซ็กซี่ที่ฉุนเตะจมูก แต่มันเป็กลิ่นที่...สะอาด ลุ่มลึก และแพงอย่างประหลาดกลิ่นที่ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายและตื่นตัวในเวลาเดียวกัน
เขาเหลือบมองเธอในขณะที่เธอหันไปคาดเข็มขัดนิรภัยแสงไฟจากคอนโซลรถส่องให้เห็นโครงหน้าด้านข้างที่สมบูรณ์แบบ จมูกโด่งเป็สันริมฝีปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปสติกสีนู้ด
กวินรีบคาดเข็มขัดบ้างเขานั่งตัวลีบติดประตู พยายามทำตัวให้เล็กที่สุดเขารู้สึกได้ถึงความชื้นจากเสื้อผ้าของเขาที่กำลังจะทำให้เบาะหนังราคาแพงนี้เปียก
"ขอโทษครับ... ผมตัวเปียก"
"ไม่เป็ไรค่ะ" เธอกล่าวเรียบๆกดปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ที่แทบไม่มีเสียง และค่อยๆ เคลื่อนรถออกจากสถานี
ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้งกวินไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง เขานั่งเกร็ง มองตรงไปข้างหน้าเห็นเพียงที่ปัดน้ำฝนที่ทำงานอย่างเป็จังหวะ
นี่มันเื่บ้าอะไรกัน?
สิบนาทีก่อนเขายังเป็ไอ้ขี้แพ้ที่ตกรถไฟขบวนสุดท้ายอยู่เลย แต่ตอนนี้...เขากำลังนั่งอยู่ในรถหรูของประธานบริษัทคนใหม่ที่สวยและเซ็กซี่อย่างกับนางแบบหลุดมาจากนิตยสาร... กำลังมุ่งหน้าไป"บ้าน" ของเธอ
ความรู้สึก "ไม่จริง"มันถาโถมเข้ามาในหัวของกวิน นี่เขาฝันไปหรือเปล่า? หรือเขาทำงานหนักจนประสาทหลอนไปแล้ว?
เขาแอบเหลือบมองเธออีกครั้งเธอขับรถได้นิ่งมาก มือเรียวขาวที่จับพวงมาลัยนั้นดูมั่นคง
"ปกติ...ประธานกลับดึกแบบนี้เหรอครับ" เขาพยายามทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด
เธอยิ้มมุมปากเล็กน้อยโดยไม่ละสายตาจากถนน "บางวันค่ะ... วันนี้มีประชุมบอร์ดดึกนิดหน่อย"
"แล้ว...ทำไมถึงมาทางนี้ได้ล่ะครับ... ทางกลับบ้านประธานเหรอครับ"
"เปล่าค่ะ" เธอตอบ"ฉันตั้งใจขับมาดูออฟฟิศ...อยากรู้ว่ายังมีใครบ้างานเหมือนฉันอีกหรือเปล่า" เธอมองเขาแวบหนึ่ง"ก็เจอคุณกวินนี่แหละค่ะ... บ้างานสมคำล่ำลือจริงๆ"
กวินหน้าชาไม่รู้ว่านั่นคือคำชมหรือคำด่า
รถเลี้ยวเข้าสู่ย่านที่พักอาศัยสุดหรู...ย่านที่เขาไม่เคยเฉียดเข้ามาด้วยซ้ำ ตึกระฟ้าที่ส่องสว่างไสวราวกับอัญมณี
รถเคลื่อนตัวลงไปยังลานจอดรถใต้ดินที่สว่างจ้าและสะอาดสะอ้านมีแต่รถซูเปอร์คาร์และรถหรูจอดเรียงราย
เธอขับไปจอดในช่องจอดส่วนตัวที่มีป้าย"RESERVED - PENTHOUSE" ติดอยู่
เพนท์เฮาส์...
กวินกลืนน้ำลายเอื๊อก
เธอดับเครื่องยนต์และความเงียบก็กลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้มันหนักอึ้งกว่าเดิม
"ถึงแล้วค่ะ"มะนาวปลดเข็มขัดนิรภัย และหันมามองเขาเต็มๆ ตา
ในระยะใกล้แค่นี้...ภายใต้แสงไฟสีนวลในลานจอดรถ... เขามองเห็นรายละเอียดบนใบหน้าเธอชัดขึ้นดวงตาของเธอคมกริบ... และมันดูเหมือน... กำลัง "อ่าน" เขา
"ลงสิคะ... หรือจะนั่งในรถต่อ?"
"อะ... ครับ... ลงครับ"
กวินรีบปลดเข็มขัดและเปิดประตูลงจากรถ
เขายืนอยู่ข้างรถหรูในลานจอดรถที่หรูหรากว่าห้องนอนของเขาทั้งห้อง ข้างๆผู้หญิงที่อยู่สูงกว่าเขาในทุกๆ ความหมาย
มะนาวกดรีโมทล็อครถ เสียง"บิ๊บ" เบาๆ ดังขึ้น เธอก้าวเดินนำเขาไปทางประตูลิฟต์ส่วนตัว
กวินได้แต่มองตามแผ่นหลังที่ตรงสง่าและสะโพกกลมกลึงที่ส่ายเป็จังหวะใต้กระโปรงทรงดินสอ...และเขาก็ทำได้แค่ก้าวเท้าเดินตามไปเงียบๆ โดยไม่รู้เลยว่าคืนที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของเขา...กำลังจะกลายเป็คืนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตเขาไปตลอดกาล