หากไม่ใช่เพราะมีงานราชการที่สำคัญกว่าต้องทำ ผู้คุมที่ทำกุญแจหล่นก็ปรารถนาที่จะลงโทษหลินเสวี่ยจู๋อย่างหนัก
เขาอธิบายเื่ราวทั้งหมดให้ผู้คุมที่ถูกตบหน้าฟังด้วยท่าทีดุร้าย แล้วรีบกลับไปทำงาน
ไม่นานผู้คุมที่ถูกตบหน้าก็เข้ามาในห้องขังเขาประสานมือทำความเคารพแล้วเอ่ยกับหลินเสวี่ยจู๋ “เมื่อครู่ขอบคุณหลินเหนียงจื่อ[1]ที่ช่วยเหลือ”
หลินเสวี่ยจู๋โบกมือวางท่าราวกับหมาป่าตัวใหญ่ “ไม่เป็ไรๆ” พลางคิดในใจว่า‘หากเมื่อครู่พี่ชายผู้นี้รู้ว่านางเป็คนทำให้เขาสลบ คาดว่าคงหัวใจวายตายเป็แน่’
เขาหยิบแผ่นไม้ที่หักขึ้นมาก่อนจะยื่นไปทางหลินเสวี่ยจู๋ “หลินเหนียงจื่อ้าสิ่งนี้หรือ?”
หลินเสวี่ยจู๋ยิ้มหวานทันที
เขารู้สึกเพียงว่าในชั่วพริบตาห้องขังที่มืดมิดพลันสว่างไสวขึ้นไม่น้อยอดไม่ได้ที่จะหัวใจสั่นไหว
หลินเสวี่ยจู๋ชี้ไปที่แผ่นไม้ “รบกวนท่านใช้ดาบของท่านผ่ามันให้ข้าสักหน่อยจะได้หรือไม่?”
“ผ่าอย่างไร?” เขาโพล่งถามทันทีโดยไม่แม้แต่จะคิด
หลินเสวี่ยจู๋ใช้นิ้วโป้งกับนิ้วชี้บีบเข้าหากันเพื่อบ่งบอกถึงความหนา“ผ่าเป็แผ่นไม้หนาประมาณนี้”
เมื่อเห็นนิ้วสีขาวที่เรียวบางราวกับต้นหอมของนางอีกฝ่ายก็ใจอ่อน เขาวางแผ่นไม้ลงบนพื้นแล้วยกดาบผ่ามันทันที
หากเป็ไปได้เขา้าที่จะพังประตูห้องขังแล้วปล่อยหลินเหนียงจื่อออกมา สตรีที่งดงามเช่นนี้ไม่ควรอยู่ในสถานที่สกปรกพรรค์นี้
“หนาเท่านี้พอหรือไม่?” เขายกแผ่นไม้สี่แผ่นไปตรงหน้าของหลินเสวี่ยจู๋
หลินเสวี่ยจู๋พยักหน้า “พอแล้วๆ ขอบคุณท่านมาก”
“ไม่ต้องเกรงใจ” เขากล่าวพลางหน้าแดง
เพียงแต่ก่อนจะจากไปก็ยังไม่ลืมสิ่งที่ผู้คุมอีกคนได้กำชับเอาไว้เขาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “เมื่อหลินเหนียงจื่อเตรียมตัวเรียบร้อยแล้วข้าจะพาพวกท่านสองคนไปที่ห้องขังอีกห้อง”
หลินเสวี่ยจู๋เข้าใจทันทีประตูห้องขังที่อยู่ตรงกันข้ามพัง หากปล่อยให้นักโทษอยู่ในห้องขังส่วนนี้ต่อไปย่อมไม่เป็ไปตามขั้นตอนการปฏิบัติงาน
นางจึงพยักหน้า “ขอบคุณ ข้าจะรีบเตรียมตัว”
พูดจบนางก็หมุนตัวไปเอ่ยกับหยวนซิว “ข้าไม่เป็วิชาแพทย์ ทว่าข้าจะทำแผลให้ท่านท่านก็ทนเจ็บเอาหน่อย”
หยวนซิวที่เมื่อครู่ดื่มน้ำพุจิติญญาจนหมดตอนนี้จึงได้สติเล็กน้อย เขาทำได้เพียงคิดว่า ‘ดียิ่งเ้าไม่เป็วิชาแพทย์ก็ยังบอกข้า’
ทว่าจู่ๆ เขาก็รู้สึกเ็ปอย่างแสนสาหัสที่ขา
เขากัดฟัน ตัวแข็งทื่อ แล้วสลบไปอีกครา
“สามี!” หลินเสวี่ยจู๋เอ่ยอย่างตื่นใ
เห็นคนไม่ตอบสนองนางก็เอ่ยอย่างเป็กังวล “สามี ท่านตื่นสิพวกเราต้องเปลี่ยนห้องขังนะ ท่านเป็แบบนี้แล้วข้าจะทำอย่างไร?”
“ข้าจะแบกเขาเองคงไม่ทำให้เขาเจ็บขาหรอกกระมัง?” ผู้คุมเอ่ยปากด้วยความเป็ห่วง
“ข้าดามขาให้เขาแน่นแล้วไม่เจ็บหรอก” หลินเสวี่ยจู๋เอ่ยอย่างมีไหวพริบ
ผู้คุมไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองถูกหลอกใช้เขาเปิดประตูห้องขังโดยไม่ปริปากบ่น ก่อนจะแบกหยวนซิวขึ้นมาด้วยความระมัดระวังโดยมีหลินเสวี่ยจู๋เดินตามหลังก่อนจะพาพวกเขาย้ายไปห้องขังอื่น
ในเวลานี้ เ้าหน้าที่ในศาลต้าหลี่ออกไปข้างนอกกันแทบทุกคนเหลือเพียงคนที่ทำหน้าที่เฝ้ายามเพียงไม่กี่คน อีกทั้งคนที่เหลือยังกระจัดกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ
ทุกที่ที่หลินเสวี่ยจู๋ผ่านย่อมถูกนางปล้น ไม่ว่าจะเป็เอกสารที่ถูกเก็บในคลังลับเครื่องมือทรมานบางอย่างที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่ หรือทรัพย์สินบางอย่างที่ยึดมาจากตัวนักโทษไม่ว่าเห็นอะไรนางก็หยิบอันนั้น
เฮอะพวกสุนัขรับใช้ของฮ่องเต้สุนัข คงไม่คาดคิดกระมังว่าจะมีไฟไหม้ที่สวนหลังบ้าน
ตอนนี้คนสกุลหลินถูกแบ่งออกเป็กลุ่มแต่ละกลุ่มถูกขังแยกกัน พวกเขากำลังพ่นคำหยาบคายออกมา
เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋ถือกุญแจเดินเข้ามาพวกเขาก็เงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย แล้วทยอยกันไปมุงที่ประตูห้องขัง แย่งกันมองออกไปด้านนอก
เมื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋เดินด้วยท่าทีหยิ่งยโสด้านหลังเป็ผู้คุมที่แบกคนไว้ข้างหลัง ทุกคนก็ตกตะลึงไปชั่วขณะ
มีเพียงลู่ซื่อที่เอ่ยปากด้วยความเศร้าโศก “ซิวเอ๋อร์เ้าเป็อย่างไรบ้าง?”
หยวนซิวไม่ตอบสนอง หลินเสวี่ยจู๋จึงเป็ฝ่ายเอ่ยแทน “ท่านน้าอย่าได้ใ สามีได้รับาเ็ ข้าช่วยทำแผลให้แล้ว”
น้ำตาของลู่ซื่อร่วงเผาะ นางเอ่ยเสียงสั่นเครือ “ทำศึกมาหลายปีไม่เคยได้รับาเ็ใดๆแต่เข้าวังเพียงวันเดียวก็กลายเป็เช่นนี้ไปแล้ว กฎแห่ง์อยู่ที่ใด?”
หลินเสวี่ยจู๋คิดว่าลู่ซื่อ้าก่นด่าฮ่องเต้สุนัขนางจึงไม่เอ่ยปากสอด ทว่ากลับเป็ผู้คุมที่กลัวว่าลู่ซื่อจะเอ่ยคำพูดที่ิ่เบื้องสูงออกมาจึงรีบเอ่ย “หลินเหนียงจื่อ ท่านเลือกห้องขังว่างๆ สักห้องเถิด”
ทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึงยิ่งกว่าเดิม‘หลินเสวี่ยจู๋มีสิทธิ์อันใดถึงไม่ต้องถูกขังรวมกับผู้อื่น ทั้งยังเลือกห้องขังเองได้อีก?’
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยกับผู้คุมด้วยท่าทีวางมาดว่าตนเองเป็ผู้าุโ “เ้ามอบห้องขังให้พวกเราเพิ่มอีกสักห้องได้หรือไม่? สกุลหลินของข้ามีคนมากมาย ถูกขังรวมกันเยอะเช่นนี้นับว่าไม่สะดวกเลยจริงๆ”
แม้ว่าผู้คุมจะมีความรู้สึกดีๆให้หลินเสวี่ยจู๋ แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมลงให้สกุลหลินทุกคนโดยเฉพาะคนเหล่านี้เนื่องจากตอนพวกเขาถูกสืบสวนก่อนหน้านี้ ล้วนปรารถนาที่จะโยนความผิดทั้งหมดไปที่หลินเหนียงจื่อเพียงคนเดียว
เขาได้ยินทั้งหมด จึงเอ่ยอย่างอารมณ์เสีย “ที่นี่คือห้องขัง ไม่ใช่สวนดอกไม้หลังบ้านท่าน ในเมื่อทนความลำบากไม่ได้ก็อย่าเข้ามาั้แ่แรก”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮูหยินผู้เฒ่าก็ขุ่นเคืองทันทีนางโกรธเสียจนแน่นหน้าอก แต่ก็ไม่กล้าพูดมากอีก คนสกุลหลินคนอื่นๆ ที่อยู่ห้องขังเดียวกับนางก็ไม่กล้าเอ่ยปาก
หลินเสวี่ยจู๋มุมปากกระตุกก่อนจะหัวเราะออกมา จากนั้นนางก็ชี้ไปที่ห้องขังของลู่ซื่อ “พวกเราเลือกห้องขังนั้นได้หรือไม่?”
นางรู้ว่าการที่หยวนซิวาเ็จนตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ลู่ซื่อย่อมเป็กังวลมากที่สุด แม้ว่าอาจไม่สะดวกอยู่บ้าง แต่หากมีคนช่วยดูแลหยวนซิว ความยุ่งยากของนางก็จะลดลง
ผู้คุมย่อมเห็นด้วย “ใช้กุญแจที่สลักเลขสาม” เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลินเสวี่ยจู๋ก็หากุญแจท่ามกลางสายตาประหลาดใจของทุกคนก่อนจะไขเปิดประตูห้องขังแล้วพาตนเองกับหยวนซิวเข้าไปขังด้านใน
คนสกุลหลินล้วนคิดเหมือนกันว่า‘ทำเช่นนี้ได้ด้วยหรือ?’
ผู้คุมรับกุญแจมาจากหลินเสวี่ยจู๋ก่อนจะประสานมือให้นาง “หลินเหนียงจื่อ ห้องขังในส่วนนี้ข้าไม่ได้เป็ผู้ดูแลขอให้หลินเหนียงจื่อระวังตัวด้วย”
“ขอบคุณ” หลินเสวี่ยจู๋พยักหน้าให้เขาด้วยรอยยิ้ม จากนั้นเขาก็เดินจากไปด้วยท่าทีเคลิบเคลิ้ม
ลู่ซื่อนั่งลงข้างกายหยวนซิวที่กำลังสลบไสลก่อนจะตรวจสอบร่างกายของเขา
เมื่อเห็นเฝือกที่ขานางก็ร้องไห้แทบขาดใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ย “พี่หญิง เป็น้องที่ไร้ความสามารถ ไม่ได้ดูแลซิวเอ๋อร์ให้ดีหากพี่หญิงรับรู้จะต้องคุ้มครองซิวเอ๋อร์นะเ้าคะ น้องยอมสละอายุขัยของตนเองเพื่อช่วยให้ซิวเอ๋อร์พ้นจากอันตราย”
สตรีที่มีท่าทีเ็าดุจน้ำแข็งตลอดเวลาที่ถูกควบคุมตัวทั้งยังสงบนิ่งอย่างไม่มีผู้ใดเทียบได้ ในที่สุดก็แตกสลาย
เมื่อเห็นเช่นนี้ หลินเสวี่ยจู๋ก็รู้สึกหน่วงที่ดวงตาของตนเองนางรีบเข้าไปรื้อหีบค้นตู้ในมิติทันทีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
นางไม่เชื่อว่าโอสถมากมายถึงเพียงนี้จะรักษาอาการาเ็ของหยวนซิวไม่ได้
นางออกจากมิติพร้อมกับยาลูกกลอนสองเม็ดเม็ดหนึ่งบำรุงชี่และเื ส่วนอีกเม็ดต่อกล้ามเนื้อและกระดูก นางฉวยโอกาสตอนที่ลู่ซื่อเผลอยัดยาลูกกลอนทั้งสองเม็ดเข้าไปในปากของหยวนซิว
นางแตะหน้าผากของหยวนซิวอีกครา เหมือนจะไม่ร้อนมากแล้ว ดูเหมือนว่าน้ำพุจิติญญาจะได้ผล รอให้ดึกหน่อยแล้วค่อยป้อนน้ำพุให้เขาอีก
ลู่ซื่อเห็นหลินเสวี่ยจู๋นั่งยองๆอยู่ข้างกายหยวนซิวก็หยุดร้องไห้โดยไม่รู้ตัว พลางจ้องมองการกระทำของหลินเสวี่ยจู๋อย่างใกล้ชิด
เมื่อเห็นว่านางไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายหยวนซิวลู่ซื่อก็เริ่มวางใจเล็กน้อย เพียงแต่สาวน้อยที่เอาแต่สร้างปัญหาได้เริ่มเรียนรู้ที่จะดูแลผู้คนั้แ่เมื่อไรกัน?
ลู่ซื่อเต็มไปด้วยความสงสัยในใจอดไม่ได้ที่จะมองหลินเสวี่ยจู๋อีกหลายแวบ
เหตุใดถึงรู้สึกว่าบุคลิกของสาวน้อยผู้นี้แตกต่างจากอดีตเป็อย่างมากกันเล่า?
.............................
[1] เหนียงจื่อหมายถึง ภรรยา ใช้เรียกผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว