23......
“คุณป่าน..คุณมีปัญหาหนักหนาอะไรหรือครับ..”
ธีรยุทธเห็นสีหน้าของเปมิกาแล้ว เขาก็เดาว่าหล่อนคงมีปัญหาหนักอกไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าเขา
“มันหนักสำหรับป่านที่สุดแล้วล่ะค่ะแต่ป่านก็ไม่ถึงกับคิดจะฆ่าตัวตายหรอก แค่อยากจะเอาหัวโขกกับราวสะพานดูสักทีสองทีเท่านั้นแหละค่ะ..”
“อย่าทำอย่างนั้นเลยคุณป่าน..”
“ก็จะได้ลืมเื่ราวต่าง ๆ ที่สมองมันชอบคิดไงคะ..”
เปมิกา สุดที่จะกลั้นน้ำตาแห่งความอัดอั้นนี้ได้อีกต่อไปหล่อนยืนร้องไห้ต่อหน้าธีรยุทธอย่างไม่อาย จนเขาก็รู้สึกใแต่เพียงครู่เดียวธีรยุทธก็ค่อย ๆ ยื่นมือไปโอบหล่อนเอาไว้อย่างปลอบโยนทำให้หล่อนยิ่งร้องไห้หนักขึ้น พอถูกธีรยุทธโอบหล่อนก็ซุกหน้ากับอกของเขาคล้ายคนกำลังหาที่พึ่งพิง
“ร้องออกมาให้หมดเลยคุณป่าน..มันจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น..”
เปมิการู้สึกดีขึ้นอย่างที่เขาบอกจริงๆ ด้วย เมื่อได้ร้องไห้ออกมาจนรู้สึกเหนื่อยหอบ จากนั้นธีรยุทธก็เลียบเคียงถามถึงปัญหาชีวิตที่ทำให้หล่อนต้องร้องไห้
“ป่านจับได้ว่าแฟนเป็เกย์ค่ะ…เขามีแฟนเป็ผู้ชายด้วยกันป่าน..ป่าน..”
เล่ามาถึงตอนนี้เปมิกาก็มีน้ำเสียงแหบแห้งขึ้นมาเฉยๆ ภาพที่ได้ไปดูมามันเริ่มผุดขึ้นมาในสมองของหล่อนอีกแล้ว..
“ผมว่าคุณป่านโชคดีแล้วครับ..ที่ได้รับรู้เสียในตอนนี้ ดีกว่าจะไปรู้หลังจากที่แต่งงานกับเขาไปแล้วนะครับ…”
เปมิกา รู้สึกว่าจิตใจสงบลงไปได้หลังจากที่ได้ระบายให้เขารับรู้และได้รับการปลอบใจ
“ตอนนี้คุณกับผมอยู่ในสภาพที่ย่ำแย่ไม่ต่างกันหรอกนะคุณป่าน..” เขาเอ่ยขึ้นมา
“จริงสินะ..คุณเองก็…ก็ถูกคุณแมวทิ้ง..ป่านทราบมาว่าคุณแมวกำลังจะแต่งงาน”
“ไม่เพียงแค่นั้นหรอกนะ ตอนนี้แม่ผมก็นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลแถวนี้แหละครับ”
น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแววตาเศร้า
“โธ่..คุณธีม..”
เปมิกา มองเขาด้วยความสงสาร ลืมเื่เศร้าของตัวเองไปชั่วคราว
“ผมว่าดวงเราสองคนนี่จะแย่พอ ๆกันเลยนะ..”
ธีรยุทธพยายามพูดให้บรรยากาศคลายจากความเศร้า
“งั้นคืนนี้เราไปฉลองความซวยกันดีไหมคะ..ป่านยังไม่อยากกลับบ้านไปนอนหรอกค่ะมันทรมานมากเลยกับการนอนไม่หลับ ป่านอยากจะดื่มให้เมาแล้วก็หลับไปเลย”
“แต่เท่าที่ทราบคุณป่านไม่ใช่คนดื่มเหล้านี่ครับ..”
ธีรยุทธติงด้วยความเป็ห่วง
“อะไรที่ไม่เคยป่านก็จะลองค่ะ..คุณธีมอย่าห้ามป่านเลยนะคะ ขอให้ป่านได้เรียนรู้ในสิ่งที่ไม่เคยทำบ้าง หัดทำอะไรที่มันแย่ ๆบ้างลองดูค่ะ..ถ้าคุณธีมไม่ไปเป็เพื่อนป่านก็ไม่เป็ไรนะคะ ป่านไปคนเดียวก็ได้ค่ะ”
“ก็ได้ครับผมจะไปดื่มเป็เพื่อนคุณเอง ว่าแต่เราจะไปร้านไหนดีล่ะครับ..”
“ร้านพี่พลเป็ไงคะ..” เปมิกาเสนอ
“ผมว่ากว่าเราจะไปถึง ร้านปิดแล้วล่ะ..เอาใกล้ ๆ ดีกว่าไหมครับ..”
“งั้น..ไปแถวคอนโดป่านก็แล้วกัน เวลาเมาขึ้นมาก็จะได้กลับไปนอนเลย..”
ธีรยุทธ ตกลงตามที่เปมิกาเสนอทั้งคู่นั่งรถแท็กซี่ไปที่ร้านอาหารใกล้ ๆ กับคอนโดที่พักของเปมิกา เลือกได้ร้านอาหารประเภทข้าวต้มที่เปิดบริการรอบดึกเปมิกาสั่งเบียร์มาอันดับแรก
“คืนนี้ ป่านจะฉลองให้กับความซวยของตัวเอง”
เปมิการินเบียร์ด้วยแววตาสะใจ
“ยังไงก็อย่าให้เมามากนักเลยคุณป่าน คนไม่เคยดื่มอย่างคุณน่ะ..”
“อย่ามาห้ามป่านซะให้ยาก…วันนี้ป่านเป็เ้ามือเลี้ยงคุณเอง…”
“ผมจ่ายเองดีกว่า…คุณป่านสั่งอาหารทานรองท้องก่อนค่อยดื่มนะครับ..”
เปมิกา ไม่สนใจคำแนะนำของธีรยุทธหล่อนดื่มเบียร์รวดเดียวหมดแก้วโดยมีสายตาห่วงใยของธีรยุทธมองหล่อนอย่างกังวล แต่เขาก็เข้าใจสภาพจิตใจของหล่อนดี มันไม่ได้แตกต่างจากเขานักหรอก เพียงแต่เขาอาจจะเข้มแข็งกว่าหล่อนเล็กน้อยเท่านั้นเอง
“มาชนแก้วกันหน่อยคุณธีม..ฉลองให้กับความรักเฮงซวยของเราไง”
ในที่สุดธีรยุทธ ก็ทำสถิติดื่มตามเปมิกาได้ทันเมื่อยิ่งนั่งไปนาน ๆ ทั้งคู่ต่างก็พูดคุยแลกเปลี่ยนความทุกข์ของกันและกันอย่างออกรสออกชาติเพียงไม่นานปริมาณขวดเปล่าเบียร์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆในขณะที่คนดื่มก็เริ่มที่จะมีสติสัมปชัญญะลดน้อยลงทุกทีเช่นกัน
“ผมว่าเราพอแค่นี้ก่อนเหอะคูนป่าน..นี่มันจะตีสามแล้วพรุ่งนี้ผมต้องไปเยี่ยมแม่ที่
โรงบาล”
เปมิกานั่งคอตกตาปรือหล่อนพยักหน้าแบบคนเมาแต่ไม่พูดอะไร ธีรยุทธจึงเรียกเก็บเงิน
“ทั้งหมดหนึ่งพันห้าร้อยบาทค่ะ..”
เปมิกาได้ยินเสียงเ้าของร้านบอกหล่อนทำท่าเปิดกระเป๋าแล้วก็ดึงธนบัตรใบละยี่สิบบาท ตามด้วยเศษเหรียญมานับวางลงบนโต๊ะทีละอันช้าๆ แล้วก็พูดเสียงยานคางแบบคนเมาทั่วไป
“หนึ่ง..สอง..สาม เอ๊า..อันนี้เหรียญห้าสิบสตางค์…” หล่อนหัวเราะตาปรือ
“คุณป่านไม่ต้องหรอก..ผมจ่ายเอง..”
ธีรยุทธบอกพร้อมกับยื่นธนบัตรส่งให้คนเก็บเงินไป
“ป่านบอกแล้วงายว่าจะเลี้ยงคูณเอง…จามม่ายได้เหรอ.”
“จำได้แต่คุณมีเงินไม่ครบ..”
ธีรยุทธ ก็ยิ้มขบขันกับพฤติกรรมเพี้ยน ๆของเปมิกา เขาเองก็มึน ๆ ศีรษะอยู่เหมือนกันรู้สึกว่าตัวเองทรงตัวไม่ค่อยจะมั่นคงนัก ทั้งคู่ลุกขึ้นยืนช้าๆ แต่เปมิกาทรุดฮวบลงไปเหมือนคนแข้งขาไม่มีแรง ธีรยุทธต้องเข้าไปประคองหล่อนเอาไว้ทั้งที่ตัวเขาเองก็เอาตัวเองไม่ค่อยจะรอด แต่เขาก็กึ่งลากกึ่งพยุงหล่อนจนได้
“ไป คูนป่าน..ผมจาปายส่ง..”
“คุณคะพวกคุณเมาขนาดนี้อย่าขับรถเลยนะคะ..”
เ้าของร้านมาเตือนด้วยความเป็ห่วงเมื่อเห็นสภาพของลูกค้าคนสุดท้ายของร้าน
“ผมม่ายขับรถ..ผมไม่มีรถแล้วคร้าบ.”
ธีรยุทธหันไปบอกคนเตือน
“ช่าย ๆคุณธีมขายรถปายแล้ว..”
เปมิกายืนยันน้ำเสียงอ้อแอ้
“งั้นฉันจะเรียกแท็กซี่ให้พวกคุณนะคะ..”
เ้าของร้านบอกอย่างเอาใจใส่ลูกค้า
“ม่ายอาว…เราสองคนจะเดินไปเอง..ฉันพักอยู่ที่คอนโดแถวนี้เอง..”
เปมิกาพูดจบก็ฮัมเพลงทันที โดยมีธีรยุทธหัวเราะ พร้อมกับโอบประคองเปมิกาเดินออกไปจากร้านอย่างทุลักทุเล
“ขอให้ถึงบ้านกันทั้งคู่ อย่าไปล้มระหว่างทางเล้ย…”
เ้าของร้านส่ายหน้าอวยพรในขณะที่ลูกค้าทั้งคู่เดินกอดคอโซซัดโซเซร้องเพลงประสานเสียงกันแบบอ้อแอ้ไปตลอดทาง
“โอ้ย..เดี๋ยว ๆหาทาหนนม่ายเจอ..”
เปมิการ้องใหล่อนรู้สึกว่าขาตัวเองลอยๆ ไม่ได้เหยียบบนพื้นถนน จึงคิดว่าหาถนนไม่เจอ ธีรยุทธหัวเราะลงคอเอิ๊กอ๊ากเขารู้สึกขำหล่อน
“นี่งาย..ถนนอยู่นี่..เจอแล้ว..”
ทั้งคู่หัวเราะประสานเสียงกันอย่างขบขันตัวเองจากนั้นก็กอดคอกันเดินโซซัดโซเซต่อไปจนถึงห้องพักที่คอนโดของเปมิกาจนได้
“กุญแจห้องอยู่หนายคุณป่าน…”
ธีรยุทธถามหล่อนเมื่อทั้งคู่มายืนอยู่หน้าห้อง
“ม่ายรู้…”
“อ้าว..แล้วจะเข้าห้องได้งายคร้าบ…”
“โง่จางเลยคุณธีมเนี่ย..ก็กดออดเรียกสิค้า…”
เปมิกายืนโงนเงน ตาเหมือนจะปิดอยู่ตลอด
“มีคนอยู่แน่นา....” ธีรยุทธถามเสียงยานคาง
“ก็ช่ายน่ะสิค้า..กดออดประตูสิค้า..หาปุ่มกดออดเล้ย..”
หล่อนบอกพร้อมหัวเราะหึ ๆ
ธีรยุทธเพ่งมองหาที่กดออดพอคลำไปเจอเขาก็กดทันทีติด ๆ กันสามครั้ง และเพียงครู่เดียวก็มีผู้ชายงัวเงียออกมาเปิดประตูให้
“พี่ป่าน!…ทำไมอยู่ในสภาพนี้ได้เนี่ย”
ปัญญา ถลามาประคองเปมิกาด้วยความใ
“คุณ…เอ้อ..”
ปัญญาไม่รู้ว่าคนที่มาส่งพี่สาวหล่อนเป็ใคร..
“ผมชื่อธีม..เป็เพื่อนกับป่าน..”
ธีรยุทธอุตส่าห์จำชื่อตัวเองกับเปมิกาได้
“ช่าย..คูนธีม..เป็เพื่อนสุดซวย..เอ๊ย..เพื่อนเฉยๆ.” เปมิกาส่งเสียงยืนยัน
“ขอบคุณมากครับที่มาส่งพี่ป่าน…แต่คุณก็เมามากนะครับเนี่ย..”
“เราดื่มเบียร์ด้วยกันไปเป็ลังเลยล่ะ..”
ธีรยุทธคุย เขายืนโงนเงนไปมา
ปัญญา กึ่งลากกึ่งพยุงเปมิกาเข้าไปไว้ในห้องนอนของหล่อนจากนั้นก็ประคองธีรยุทธมานอนที่โซฟารับแขก ซึ่งพอร่างกายของธีรยุทธได้ัักับที่นอนเขาก็หลับไปในทันที
“เวรกรรมจริง ๆ เมาหมดสภาพทั้งสองคนเลย..”
ปัญญา ช่วยแก้เข็มขัดกางเกงให้ธีรยุทธและหยิบโทรศัพท์มือถือที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อไปวางไว้ที่โต๊ะอาหาร แล้วก็ช่วยถอดรองเท้าถุงเท้าให้เสร็จสรรพก่อนที่จะเดินไปดูเปมิกาที่ห้องเพื่อห่มผ้าให้พี่สาวด้วยความเป็ห่วง
ปัญญา มีสอบที่มหาวิทยาลัย่เช้าเขาจึงตื่นั้แ่เช้าเพื่อรีบอาบน้ำแต่งตัวเขาออกมาจากห้องนอนก็พบว่าธีรยุทธยังนอนหลับอย่างสบายอยู่บนโซฟา
ปัญญาแต่งตัวเสร็จก็เข้าไปดูพี่สาวที่ห้องนอนเห็นยังนอนหลับไหลไม่ได้สติ เขาจึงลองเขย่าตัวดูแต่ไม่มีทีท่าว่าเ้าตัวจะขยับเขยื้อนแต่อย่างใด
“สงสัยจะอาการหนัก..เฮ้อ..พี่ป่านนะพี่ป่านแค่แฟนคนเดียวเป็เกย์ไม่เห็นต้องเมาขนาดนี้เล้ย”
ปัญญาพูดพร้อมส่ายหัวไปมา ก่อนจะออกจากห้องไปเขาคิดว่าสอบเสร็จจะรีบกลับมาดูพี่สาว
เสียงสัญญานโทรศัพท์มือถือของธีรยุทธดังขึ้นหลายครั้งปัญญาชะงักเท้าที่กำลังจะเดินออกไปจากห้อง เขาตัดสินใจไปรับแทนเ้าของเครื่องที่นอนหลับไม่รู้เื่
“ธีมขา..อยู่ไหนคะ..รู้ไหมแมวเป็ห่วงธีมแค่ไหน…”
เสียงคนโทรมารีบพูดโดยที่ไม่เปิดโอกาสให้คนรับสายได้พูดก่อน
“เอ้อ..คุณครับ..คุณธีมเ้าของเครื่องกำลังนอนหลับอยู่ครับ..”
เสียงคนโทรมาเงียบไปพักใหญ่ก่อนจะซักไซร้ไล่เลียงเอากับปัญญาซึ่งเขาก็ตอบแต่เพียงว่าธีรยุทธมานอนค้างที่ห้องของเปมิกา ทำให้นภาพรรู้สึกแปลกใจมากแต่หล่อนก็ไม่ได้ซักถามอะไรมากกว่านี้นอกจากขอให้ปัญญาบอกสถานที่ชื่อคอนโดและหมายเลขห้องมา
“ขอบคุณค่ะ..เดี๋ยวสาย ๆฉันจะเข้าไปรับเขาเอง ช่วยบอกธีมด้วยนะคะ..”
นภาพรวางสายไปแล้ว ปัญญาก็ไม่รู้จะบอกคนที่กำลังนอนหลับอยู่ได้อย่างไรเขาจึงเขียนข้อความใส่กระดาษวางไว้ที่โต๊ะอาหารแทน
เปมิการู้สึกตัวตื่นขึ้นมาพร้อมด้วยอาการปวดศีรษะหล่อนพยายามลุกจากเตียง และเดินไปนั่งที่หน้ากระจก หล่อนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าภาพที่อยู่ตรงหน้ามันจะน่าเกลียดน่ากลัวอะไรเช่นนั้น
“ทั้งโทรม ทั้งสิวเห่อ..โอ้ย..ปวดหัว..”
เปมิกาเครียดหนัก หล่อนนั่งนึกลำดับภาพั้แ่เมื่อเย็นวานที่หล่อนไปดูภาพของบุรินทร์แล้วก็เสียใจจนแทบเสียสติเตลิดเปิดเปิงไปขึ้นรถเมล์สุดสายแล้วก็เดินไปพบธีรยุทธ ที่สะพานข้ามแม่น้ำเ้าพระยา จากนั้นหล่อนก็ชวนเขาไปนั่งดื่มฉลองให้กับชีวิตรักอันแสนเศร้าแล้วหล่อนกับเขาก็เมาทั้งคู่
“แล้วเรากลับมาที่ห้องตอนไหนเนี่ย..”
เปมิกาชักจะเริ่มสงสัยกับตัวเองหล่อนพยายามค่อย ๆ นึก แต่มันก็ปวดหัวจนหล่อนี้เีที่จะคิดอีกต่อไป จึงออกจากห้องนอนเพื่อหาน้ำดื่ม
“อุ๊ย!…คุณธีม..”
เปมิกา ใเมื่อเดินผ่านห้องรับแขกเห็นธีรยุทธงัวเงียลุกขึ้นนั่งทั้งคู่มองหน้ากันอย่างงง ๆ ก่อนจะยิ้มให้กันแก้เก้อ