"มาลี มีลูกแมวเหมียว..."
"มาอี มีลูกแมวหมิว"
"เรียกเหมียวๆ เดี๋ยวก็มา"
"เรียกมิ้วๆ เดี๋ยวก้องมา"
เด็กชายผมทองก้มอ่านหนังสือไปพลางมองเค้กบนโต๊ะไปพลาง
อย่างน้อยวันนี้ก็ทำได้ดีละนะ...
ฉันดันจานเค้กไปตรงหน้าของเด็กชาย เป็รางวัลสำหรับความพยายามของเขาในวันนี้
"นี่มันไม่ได้เื่เลยนะครับ เขาอายุ 10 ขวบแล้วแต่ยังพูดไม่ชัดด้วยซ้ำ" รีรอยด์ที่ยืนดูอยู่ออกความเห็นอย่างตรงไปตรงมา
"ไม่หรอก นี่มันก็แค่... เรียนรู้ช้าน่ะ"
จะว่าไงดี มันก็ไม่เชิงเรียนรู้ช้าหรอก ซินดริลเข้าใจอะไรได้รวดเร็วทีเดียว แต่ทำไมก่อนหน้านี้เขาถึงไม่เคยอ่านหรือพูดอะไรมาก่อน
ออทิสติกหรอ? หรือปัญหาทางจิตใจ?
แต่ดูจากวิธีเลี้ยงลูกของควีนเนตต้าแล้วก็น่าจะเป็ปัญหาทางจิตใจชัวร์ป้าบ!
"แค่ต้องสอนแบบค่อยเป็ค่อยไป"
ฉันพูดก่อนจะวาดรูปลงบนแบบเรียนของซินดริลที่ทำขึ้นมาเอง เห็นแบบนี้สมัยเรียนก็ลงกิจกรรมอาสาสมัครช่วยเหลือเด็กตั้งหลายครั้ง ทั้งทำของเล่นหรือซุ้มกิจกรรมก็ผ่านมาหมดแล้ว
"ว่าแต่ลูกเถอะ ลูกยังกลับไปได้นะ ยังไงซะก็เป็ทายาทคนเดียวของตระกูลเรเวน... แม่แค่ต้องหาเงินมาฟื้นฟูตระกูลเท่านั้น ลูกก็จะได้กลับไปใช้ชีวิตในฐานะดยุกแห่งตระกูลเรเวนเหมือนกับพ่อของลูก"
ตระกูลเรเวนเป็ตระกูลเก่าแก่ที่คนในตระกูลได้ขึ้นเป็จักรพรรดินีมาหลายสมัย แต่่หลังมานี้สถานการณ์ย่ำแย่ลง และควีนเนตต้าก็ได้ไปเร่งเวลาให้มันล่มสลายเร็วขึ้น...
"แค่ต้องคิดวิธีหาเงินมาให้ได้เท่านั้น เงินที่มากพอจะฟื้นฟูตระกูลเรเวนให้กลับมาได้"
ถึงตอนนี้แค่หาเงินมาเลี้ยงปากท้องในบ้านยังลำบากเลยก็เถอะ หรือเราจะขายคฤหาสน์ดี?
"แต่ท่านแม่ตกลงแต่งงานกับเขาไปแล้วนี่ครับ"
"ใคร?"
"ก็... เอิร์ลที่มาจากตระกูลไร้ชื่อเสียงคนนั้นไงครับ คนที่ดูเหมือนถั่วงอกนั่น"
"ไม่จริง..." หน้าของฉันชาไปทั้งหน้า
ที่แท้ปัญหาการเงินก็ถูกคลี่คลายไปแล้วนี่เอง ที่คนใช้ทั้งหมดถูกไล่ออก นั่นเป็เพราะควีนเนตต้ากำลังจะแต่งงานกับขุนนางจากบ้านนอกผู้ร่ำรวยคนหนึ่ง เธอจึงไม่้าพวกเขาอีกแล้ว
"งะ งั้นต้องถอนหมั้น! ถอนหมั้น!"
"แต่จะมีงานแต่งอาทิตย์หน้าแล้วนะครับ!"
คำพูดของรีรอยด์ทำฉันที่ตะลีตะลานคว้าขวดหมึกกับปากกาช็อกค้างไป
ทั้งอนาคต ทั้งจุดจบอันแสนสุข
ไม่เหลือแล้ว...
เพล้ง!
ขวดน้ำหมึกหล่นแตกกระจาย
"แม่ครับ!"
รีรอยด์เข้ามารับตัวของแม่ที่เป็ลมสลบไปได้อย่างทันท่วงที ขณะที่น้องชายนั่งมองตาแป๋ว ในแก้มมีขนมเค้กตุงออกมาดูเหมือนกระรอก
เขารีบอุ้มแม่นอนลงบนเตียงอย่างทุลักทุเล โชคดีที่แค่เป็ลมไปเฉยๆ ไม่ได้เป็อะไรมาก
ทั้งที่เฝ้ารอจะแต่งงานกับเอิร์ลจากตระกูลชเนดิทถึงขนาดนั้นแท้ๆ
หรือท่านแม่จะไปรู้อะไรเกี่ยวกับคนคนนั้นเข้า? เพราะดูยังไงมันก็น่าสงสัยที่คนหนุ่มอย่างเขาเลือกแต่งงานกับหญิงแม่หม้ายแบบนี้ รีรอยด์หยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา เขารู้ดีว่าแม่ไม่ใช่คนที่กลัวอะไรง่ายๆ หากมีอะไรที่ทำให้เธอกลัวก็คงต้องเป็เื่ที่คอขาดบาดตายมาก เขารีบเขียนจดหมาย หวังว่าบางทีนี่อาจจะช่วยแม่ได้
.
.
.
เหตุผลที่ฉันไม่อยากแต่งงานใหม่ ไม่ใช่แค่อยากปกป้องพวกลูกๆ หรอกนะ แต่เพราะสามีคนที่สามของควีนเนตต้าเป็พวกเลวทรามสุดๆ เลยยังไงล่ะ
ฉันค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นมา สิ่งแรกที่เห็นคือเพดานห้องอันไม่คุ้นเคย ตามมาด้วยใบหน้าที่ดูกังวลเสมอของรีรอยด์ ในห้องตกแต่งสวยงามราวกับพระราชวัง มีเตาผิงใหญ่ โซฟาและผ้าม่านปักดิ้นทองเป็ลวดลายหรูหรา ทั้งยังฟุ้งไปด้วยกลิ่นกุหลาบ
ไม่ใช่บ้านตูแน่นอน!!!
ฉันหันไปทางรีรอยด์เพื่อขอคำอธิบาย
"ขอโทษครับ ผมมันโง่เองที่ทำอะไรแบบนั้นลงไป ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทำไมท่านแม่ถึงได้ดูหวาดกลัวถึงขนาดนั้น"
เดี๋ยวสิ... ขอโทษเื่อะไรล่ะพ่อหนุ่ม แล้วนี่นายทำอะไรลงไป?
"ผู้ชายคนนั้นหวังจะใช้ท่านแม่กับผมที่เป็สายเืวิโอเรลและเรเวนในการขยายอำนาจสร้างชื่อเสียงให้ตัวเอง เป็คนที่ร้ายกาจมาก เขาทำทุกอย่างเพื่อเงินและอำนาจโดยไม่สนวิธีการอะไรเลย!"
"หมายความว่าตอนนี้พวกเราอยู่ที่..."
รีรอยด์พยักหน้าช้าๆ
อ่อย~ จะเป็ลม
ฉันทำท่าจะสลบไปอีกรอบแต่ก็นึกเื่สำคัญขึ้นมาได้จึงเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงทันที
"ซินดริล!!!"
"อยู่ที่ห้องผมแล้วครับ"
ฉันที่ได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก "แล้วตกลงว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ลูกทำเื่อะไรลงไป"
"ผมแค่เขียนจดหมายปลอมเป็ท่านแม่เพื่อขอถอนหมั้น แต่เอิร์ลคนนั้นอ่านแล้วก็จับได้ทันทีเลยละครับ เขาเลยจับตัวผมขังไว้แล้วส่งคนไปพาตัวท่านแม่มา ส่วนซินดริลเกาะกระโปรงของท่านแม่แน่นมาก แกะยังไงก็แกะไม่ออก พวกเขาเลยต้องพามาด้วย"
ก็ว่าอยู่ว่าทำไมมันมีน้ำผึ้งเปื้อนกระโปรง...
ฉันเอามือขึ้นมากุมขมับเพราะคนที่ฉันจะต้องแต่งงานด้วยนั้นไม่ใช่ตัวร้ายธรรมดา แต่เป็พวกอารมณ์แปรปรวน เ้าเล่ห์หัวหมอ แถมยังเป็อันธพาลในคราบสุภาพบุรุษขาวสะอาด ตามเนื้อเื่แล้วเอิร์ลหนุ่มผู้นี้อายุมากกว่ารีรอยด์เพียงแค่ 5 ปีเท่านั้น เขาเหมาะจะเป็พี่ชายมากกว่าพ่อเลี้ยงด้วยซ้ำ
'อันเลน ชเนดิท' พ่อเลี้ยงใจร้ายของซินเดอริออน เขาเกิดมาในตระกูลขุนนางบ้านนอกที่อยู่ห่างไกลจากเมืองหลวง อีกทั้งยังเป็ลูกนอกสมรส และเพราะพี่ชายที่เกิดจากภรรยาหลวงป่วยตายเขาจึงได้ขึ้นดำรงตำแหน่งเอิร์ลแทน หลังจากนั้นก็จัดการฆ่าน้องชายแท้ๆ ของตัวเองเพื่อรักษาอำนาจ ก่อนจะเริ่มทำการค้าจนร่ำรวยมหาศาลและย้ายเข้ามาอยู่เมืองหลวงเพื่อขยายเส้นสาย ส่วนหญิงสาวหรือโสเภณีที่มีข่าวท้องลูกของเขาก็จะถูกอุ้มหายไปอย่างไร้ร่องรอย เจออีกทีบนข่าวหน้าหนังสือพิมพ์ว่าเป็เหยื่อชิงทรัพย์บ้างล่ะ เกิดอุบัติเหตุบ้างล่ะ
เดาเลยว่าถูกไอ้หมอนี่ฆ่าแหงมๆ เพราะเขาเป็ตัวละครที่ไม่้าจะมีลูก แถมยังเกลียดความสัมพันธ์แบบครอบครัวเข้ากระดูกดำ ควีนเนตต้าในนิยายรู้เื่นี้ดี และด้วยความที่ศีลเสมอกันจึงอยู่ด้วยกันได้จนถึงวันเอาหัวพาดเขียง
แต่ว่าฉันล่ะ? ป้าแก่วัย 30 ที่ชอบโชตตะตัวนุ่มๆ หอมๆ คนนี้ล่ะ? ฉันไม่ใช่คนที่จะเกิดมาเป็นางร้ายได้เลยนะ ตัวตนที่แท้จริงของฉันคือนางฟ้าที่สนับสนุนอนาคตของเหล่าเด็กหนุ่มต่างหาก!
ทั้งซื้ออัลบั้ม อุดหนุนสินค้าสปอนเซอร์ เปย์สินค้าลิขสิทธิ์ แล้วแบบนี้ฉันจะอยู่กับ อันเลน ชเนทดิท ได้ยังไงกัน!? ในเมื่อหัวใจของฉันมันเต็มไปด้วยความรักที่บริสุทธิ์ขนาดนี้! แต่ถ้าออกไปพูดว่า 'เราหย่ากันเถอะ' ดัสเชสที่มีแต่เปลือกชนชั้นสูงกลวงๆ อย่างฉันคงได้โดนอุ้มเอาไปทำปุ๋ยแน่...
ฉันฉวยโอกาสซบไหล่ลูกชายที่นั่งอยู่ข้างเตียงพร้อมกับทำหน้าอ่อนแรง ในหัวมึนตื้อไปหมด ตอนนั้นเองประตูก็เปิดขึ้น
ชายร่างสูงสมส่วนในชุดเสื้อผ้าที่ตัดอย่างประณีตเดินเข้ามาขัดจังหวะ ผิวของเขาขาวราวกับภูตหิมะ เส้นผมสีบลอนด์สว่างราวกับสีของแสงอาทิตย์ยามสาย ใบหน้าดูยิ้มแย้มแต่สายตากลับเ็าและเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต
"ฟื้นแล้วหรือครับ มาดาม"
อันเลน!!!
ฉันขยับถอยหนีโดยสัญชาตญาณพร้อมกับคว้าแขนของรีรอยด์เอาไว้ (ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ เหอๆ)
"ไม่คิดเลยนะครับว่ามาดามจะหักหลังผมโดยการเปลี่ยนใจในวินาทีสุดท้ายแบบนี้" เขายิ้มเย็นก่อนจะเดินเข้ามาคว้าข้อมือของฉันเอาไว้แน่น
"เราจะแต่งงานกันมะรืนนี้เลย ระหว่างนั้นก็อย่าเพิ่งเป็อะไรไปซะก่อนละครับ"
"เอามือออกไป!"
รีรอยด์ปัดมือของชายหนุ่มออกอย่างไม่พอใจ
อันเลนหัวเราะในลำคอ "ท่านลอร์ดน้อยช่างน่าเอ็นดูจริงๆ ยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าตัวเองเป็สินสมรสชิ้นใหญ่ที่แม่แท้ๆ ของท่านมอบให้ผมเชียวนะ"
"อย่าพูดแบบนั้นกับเขานะ!" ฉันตะเบ็งเสียง
"ทำไมละครับ? มาดามไม่ใช่หรือที่เข้ามาหาผมก่อน เพราะทรัพย์สินเงินทองกับชีวิตเสวยสุขบนกองเงินกองทองที่มาดามอยากได้ไงครับ"
ฉันรีบชักมือกลับ "แต่สถานะของเขาก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง! คนที่เป็แค่เอิร์ลจากหัวเมืองห่างไกลอย่างคุณไม่มีสิทธิ์มาพูดไร้มารยาทกับเขา"
ยังไงซะรีรอยด์ก็ต้องสืบทอดตำแหน่งดยุกจากพ่อเขาอยู่ดี ไม่ว่าฉันจะแต่งงานใหม่ยังไงก็ตาม...
"อีกสองวันพวกเราก็จะเป็ครอบครัวเดียวกันแล้ว ไม่ต้องถือเื่มารยาทไปหรอกครับ"
อันเลนหัวเราะ ขณะที่ดวงตามองมาที่สองแม่ลูกอย่างเหยียดหยาม ก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทีอวดดีจนน่าหมั่นไส้
หลังจากที่เขาออกไปแล้ว ฉันก็ยกมือกุมหัว
"แม่ขอโทษนะ... มันไม่ควรจะเป็แบบนี้เลย"
ถ้ารู้ว่าควีนเนตต้าตัวจริงแอบไปหมั้นกับอีตานี่ให้เร็วกว่านี้สักเดือนละก็พอจะเก็บของหนีทันอยู่
"อย่าโทษตัวเองเลยครับ ท่านแม่เข้าหาเขาเพราะไม่รู้นี่ครับ อีกอย่างคนอย่างเอิร์ลชเนดิทเป็คนเ้าเล่ห์สับปลับ ไม่มีใครตามทันหรอกครับ" รีรอยด์เข้ามาปลอบ ไม่คิดโกรธโทษแม่เลยแม้แต่น้อย
"ลูกรู้ใช่มั้ยว่าชีวิตจากนี้จะไม่เหมือนอยู่ที่บ้านเก่า จะทำตัวสบายๆ เหมือนเดิมไม่ได้อีกแล้ว" ฉันหันไปพูดกับรีรอยด์ด้วยใบหน้าจริงจัง
เด็กหนุ่มพยักหน้าพร้อมกับยิ้มอย่างมาดมั่น
"ลืมไปแล้วหรอครับว่าผมโตมาในตระกูลเรเวน ไม่ว่าหนักแค่ไหนก็ผ่านมาหมดแล้วละครับ"
"แต่ซินดริลไม่ใช่... เขาไม่ได้มีสายเืขุนนางเหมือนลูก นอกจากเื่งานคนใช้ก็ไม่รู้เื่อะไรอีก เอิร์ลชเนดิทคงคิดกำจัดเขาแน่"
ในนิยายพ่อเลี้ยงใจร้ายแทบจะไล่ให้ซินเดอริออนไปอยู่คอกม้าด้วยซ้ำ แต่โชคดีที่มีแม่บ้านจิตใจงามคนหนึ่งแบ่งที่อยู่ที่นอนให้ แถมเธอยังเป็คนสอนให้เขาเป็ผู้เป็คนขึ้นด้วย
ฉันยืดอกขึ้นก่อนจะสงบสติอารมณ์
ในตอนนี้ฉันไม่ใช่ควีนเนตต้าที่เป็แม่เลี้ยงใจร้ายอีกแล้ว จะต้องเลี้ยงซินเดอริออนให้กลายเป็เด็กดีได้แน่ เพื่อไม่ให้เขากลายเป็คนที่มีแต่ความแค้นเคืองในโชคชะตาของตัวเอง
"รีรอยด์ ลูกคือคนที่แม่ไว้ใจที่สุด ลูกจะต้องดูแลน้อง อย่าให้เอิร์ลชเนดิททำอะไรเขาได้"
คนที่ท่านแม่ไว้ใจที่สุด...
ดวงตาสีอเมทิสต์ส่องประกาย พวงแก้มของเด็กหนุ่มเปลี่ยนเป็สีแดงระเรื่อ
"ผมจะไม่ทำให้ท่านแม่ผิดหวังเลยครับ!"