“ข้าอยากแต่งงานกับเขาแล้ว!”จางเลี่ยงหวงประกาศต่อหน้าจินวั่งซูกับฟ่านซิ่วอิง “หากว่าท่านพ่อข้าพูดยากนักเห็นทีข้าคงต้องออกโรงเอง!”
“เ้าจะทำอย่างไรหรือ?”สหายคนโฉดหันมาทำตาโตร้องถามพร้อมกัน
“ท่านพ่อของข้ากลัวเื่ขายหน้าเป็ที่สุด เห็นทีข้าคงต้องใช้ความลับของข้าให้เกิดประโยชน์ไม่เช่นนั้นเห็นทีเ้าหมีป่าของข้าคงต้องหลุดมือแน่”
ฟ่านซิ่วอิงยกนิ้วยกย่องจางเลี่ยงหวง“ข้าบอกเ้าแล้วว่าเ้าต้องยอมใช้แผนนี้ หากเ้ากล้าล่ะก็ข้าว่าท่านพ่อของเ้าต้องยอมแน่!”
“ที่ข้าจะทำยังไม่โฉดเท่าที่เ้าปลอมตัวไปขึ้นเตียงจวิ้นอ๋องหรอกน่า”
คุณหนูฟ่านหัวเราะร่าชอบอกชอบใจในคำยกย่องของสหายหญิง
“ถึงแผนข้าจะต่ำทรามไปนิดแต่ก็ทำให้จวิ้นอ๋องแล่นมาเมืองหลวงเพื่อตามหาข้าได้ก็แล้วกันหรือเ้าไม่เห็นว่าเขาร้อนรนเพียงไร?”
“ใช่สิ!แผนเ้ามันร้าย...แสร้งปล่อยเพื่อจับ แต่ข้านี่สิ ยังไม่ได้จับแล้วจะยอมปล่อยไปได้อย่างไร?”
“คุณหนูจางหากท่านจะลงมือก็รีบหน่อยเถอะ ข้าเพิ่งได้ข่าวมาจากวงซุบซิบนินทาของพวกแม่สื่อมามีหลายตระกูลสนใจในตัวรองแม่ทัพมู่เพราะเห็นว่าเขาได้รับการไว้วางพระทัยจากจวิ้นอ๋องยิ่งนักเสนาบดีจางไม่ยอมรับการทาบทามเช่นนี้ หากคนตระกูลมู่เห็นว่าขายหน้าก็อาจจะเปลี่ยนไปสู่ขอคุณหนูตระกูลอื่นได้”
“หึ! เขาจะกล้าหรือ?”นางใบหน้าอึมครึมด้วยความหึงหวง
“คืนงานเลี้ยงฉลองชัยชนะข้าเห็นคุณหนูหลายตระกูลจ้องรองแม่ทัพมู่ตาเป็มัน คนของเ้าดูป่าเถื่อนก็จริงแต่พอโกนหนวดโกนเครามาแต่งกายเป็คุณชายก็ดูสง่ามิใช่น้อยนะ”
จางเลี่ยงหวงคำรามฮึ่มฮั่มในลำคอ“สตรีคนใดจะกล้ามาแย่งบุรุษของข้า! รับรองว่าพวกนางจะต้องฝันร้ายเป็แน่!”
นางอยากจะเล่านักว่าคืนงานวันนั้นมู่หลี่เฉียงยังแอบมาจับนางไปกินเต้าหู้อยู่หลังพุ่มไม้ตั้งนานสองนานเขาไม่มีวันสนใจสตรีอื่นเด็ดขาด!
เพื่อความไม่ประมาทคุณหนูจางก็เริ่มกลยุทธ์ขายหน้าเพื่อเป้าหมายในทันทีนางกลับไปถึงจวนก็ขอเข้าไปพูดคุยกับท่านพ่อท่านแม่ตามลำพังเสนาบดีจางใเมื่อเห็นบุตรสาวคุกเข่าลงต่อหน้า ร่ำไห้กระซิกๆ
“หวงเอ๋อร์! ผู้ใดทำเ้า?”
จางเจ๋อฮุยผู้รักบุตรสาวเป็ชีวิตจิตใจมักจะคิดหาคนรับผิดชอบเพื่อโยนความผิดให้เสมอในยามที่จางเลี่ยงหวงมีเหตุร้ายหรือเสียน้ำตา
“ท่านพ่อ! ครั้งนี้เป็ท่าน! เป็ท่านทำให้ลูกต้องร้องไห้!”
“เอ๋?พ่อนี่หรือ? พ่อทำสิ่งใดให้เ้าเสียใจเล่า?”เสนาบดีจางหันไปสบตากับซูฮูหยินด้วยความงุนงง
“ท่านพ่อคิดจะยกข้าให้อภิเษกกับจวิ้นอ๋องแต่ว่า....แต่ว่าจวิ้นอ๋องทรงทราบเื่น่าอายของข้าดีพระองค์แค่ไม่อยากขายหน้าข้าเท่านั้น!” กล่าวจบนางก็ร้องไห้โฮออกมาจนจางเจ๋อฮุยทำตัวไม่ถูก
“ลูกพ่อ! เ้าค่อยๆ เล่าได้หรือไม่?อย่าเพิ่งฟูมฟายไป...มันเกิดอะไรขึ้นกับเ้าบอกพ่อมาสิ!”
จางเลี่ยงหรงพี่ชายของนางเดินเข้ามาได้ยินเสียงน้องสาวกำลังสะอื้นฮักรีบปราดเข้าไปประคองร่างที่นั่งอยู่บนพื้น
“หวงเอ๋อร์!เ้าลุกขึ้นก่อนเถอะอย่าทำให้ท่านพ่อท่านแม่ใเช่นนั้น”
คุณหนูจางถูกพี่ชายประคองไปนั่งเก้าอี้ด้านข้างคู่กัน
“พี่ใหญ่ท่านบอกท่านพ่อทีว่าเกิดเหตุใดขึ้นกับข้าเมื่อคราที่เราเดินทางไปเมืองพยัคฆ์เหิน?”
คุณชายใหญ่จางผงะเมื่อน้องสาวโยนเผือกร้อนมาให้เขาชายหนุ่มทำหน้าเลิกลั่กมองดูบิดามารดาด้วยความลังเลเสนาบดีจางเห็นดังนั้นก็รีบเอ่ยถาม
“เ้าพูดออกมาเร็วสิ! หวงเอ๋อร์ร้องไห้ใหญ่แล้ว!”
“เอ่อ....คือ..หวงเอ๋อร์นาง...นางถูกคนร้ายจับตัวไปหลายวันขอรับ!”
“ไอหยา!”สองสามีภรรยาได้ยินเช่นนั้นก็ร้องเสียงดังออกมาพร้อมกัน
“มันเกิดเหตุใดขึ้นเล่ามาสิเสี่ยวหรง?”
จางเลี่ยงหรงเล่าเื่ในงานเลี้ยงและเหตุการณ์ที่น้องสาวหายตัวไปให้บิดามารดาฟัง“จวิ้นอ๋องทรงสั่งให้คนค้นหานางเสียจนทั่วเมืองพยัคฆ์เหินแต่ก็ไม่พบขอรับ! ผ่านไปหลายวันนางจึงได้กลับมาเองแต่รายละเอียดอื่นๆ ข้าไม่รู้คงต้องให้หวงเอ๋อร์เป็คนเล่า”
ชายหนุ่มปรายตามามองน้องสาวตอนที่นางกลับมาสีหน้าหม่นหมองทั้งยังมีน้ำตาคลอหน่วยเขาจึงไม่กล้าซักไซ้ไล่เรียงได้แต่คิดว่ารอให้นางอารมณ์ดีก่อนก็คงจะเล่าให้ฟังเองแต่บัดนี้กลับจากเมืองพยัคฆ์เหินมาจนถึงเมืองหลวงได้นานพอสมควรแล้วจางเลี่ยงหวงก็ไม่เคยเอ่ยถึงเื่นั้นเสียที
“คืนนั้นข้าถูกคนร้ายวางยาปลุกกำหนัด เคราะห์ดีที่รองแม่ทัพมู่มาพบเขาจึงได้ช่วยข้าเอาไว้ข้าจึง....” นางเงยหน้าที่ยังมีหยาดน้ำตาไหลเป็ทางขึ้นเงยหน้าบิดามารดาพยายามทำหน้าให้เศร้าที่สุด“จึงได้ทำให้เขาลำบากอยู่ทั้งคืนเพราะหาหนทางช่วยเหลือข้าเ้าค่ะ”
เสนาบดีจางกลืนน้ำลายดังเอื๊อกสองมือกำหมัดแน่น ผุดลุกขึ้นด้วยความโมโหสุดขีด “มันผู้ใดที่วางยาเ้า?พ่อจะให้คนไปจับมันมาตัดหัวเสีย!”
“นางคือบุตรสาวของเ้าเมืองพยัคฆ์เหินที่หวังในตัวจวิ้นอ๋องชื่อหวัง หลี่น่าเ้าค่ะแต่บัดนี้กรรมได้ตามสนองนางแล้วเพราะนางถูกชายโฉดข่มขืนจนไม่มีหน้าจะมองผู้คน”
“แล้วเ้าเล่าหวงเอ๋อร์?เ้ากับรองแม่ทัพมู่ผู้นั้น?”
นางสะอึกสะอื้นเล็กน้อย“เ้ามิได้ทำอันใดข้าเ้าค่ะท่านแม่ แต่...แต่ข้าที่ไร้สติในคืนนั้นก็ได้ดึงทึ้งเสื้อผ้าจนเขาเห็นเรือนร่างข้าไปหมดแล้วฮือๆๆๆ”
ซูฮูหยินพยักหน้าด้วยความรันทด“นั่นเป็เพราะเหตุสุดวิสัย มู่หลี่เฉียงนับว่าเป็สุภาพบุรุษนักอุตส่าห์ส่งคนมาทาบทามเ้าเพราะอยากรับผิดชอบ”
“ท่านพ่อ...ข้าอับอายนักจึงไม่กล้ากลับมาสู้หน้าผู้คนอาศัยหลบอยู่ในเรือนของรองแม่ทัพมู่หลายวันจึงกล้ากลับจวนแม่ทัพเื่นี้จวิ้นอ๋องทรงทราบดี ท่านอย่าผลักดันข้าให้จวิ้นอ๋องอีกเลยเ้าค่ะ!”
**********************
