╔.★.═════════╗
บทที่ ๘
╚═════════.★.╝
“ยกบัลลังก์ให้ข้าแล้วให้นางสนมแบบพระองค์ย้ายไปอยู่ตำหนักเย็นเป็อย่างไรพ่ะย่ะค่ะ” เป็หูต้าที่เอ่ยอย่างเป็ต่อ
“พวกเ้า! สาระเลว” จางเฟิงกัดฟันกรอด
ทันใดนั้น จู่ๆ คนด่าก็อยู่ในสภาวะเหม่อลอยไร้สติ ร่างทั้งร่างกระตุกราวถูกกระแสไฟช็อต น้ำเสียงกรีดร้องอย่างเ็ป
“อึก อ้าก!!”
“จางเฟิง!!!”
“โอ้ว ยาออกฤทธิ์แล้ว” หูต้าเบนสายตากลับมาที่ร่างงาม มองใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาอย่างสะใจ “ทีนี้จะทำอย่างไรเล่า หากยาขวดที่สองถูกใช้คราวนี้ คนรักขององค์ ไม่สิ อดีตจักรพรรดินี คงได้ไปกรีดร้องต่อในนรก”
ยาสีชมพูขวดที่สองเมิ่งเตี้ยนหยิบมันขึ้นมาตรงหน้า ยาพิษที่ไม่รู้ว่ามันออกฤทธิ์อย่างไร
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ตำหนักเย็น
พวกมันจับจางเฟิงไปขังคุก ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็อย่างไรบ้าง ทหารยามหน้าตำหนักเย็นก็เยอะยิ่งกว่าตำหนักใหญ่
แม้มีทางออกไปจากที่นี่ ฉันก็ไม่รู้จะทำอย่างไรต่ออยู่ดี เลยได้แต่ยอมอยู่ในตำหนักเงียบๆเช่นนี้
อดทนไว้!
หลังผ่านไปหนึ่งคืน ประตูทางเข้าก็เปิดออก ปรากฏร่างนางกำนัลคนหนึ่งมาส่งข่าวตามหน้าที่
“องค์จักรพรรดิเมิ่งเตี้ยนมีรับสั่งให้พาพระสนมไปปรนนิบัติคืนนี้เพคะ เชิญเสด็จไปสรงน้ำตามขั้นตอน”
คำเรียกขานที่ไม่คุ้นชินดั่งตะปูตอกย้ำสถานะและความสามารถของฉัน
ฉันไม่ใช่จักรพรรดินีเวี่ยิอีกต่อไป เป็เพียงนางสนมในตำหนักเย็นคนหนึ่ง
ทำไมต้องเป็แบบนี้
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ภายในท้องพระโรงที่มีการตั้งโต๊ะอาหารจัดงานเลี้ยงฉลองชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ พวกขุนนางทั้งบู๊บุ๋นนั่งประจำที่ด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วนอยากออกไปเต็มทน
“มาแล้วรึ พระสนม มานั่งตักข้าสิ” เมิ่งเตี้ยนนั่งบัลลังก์ตบหน้าขาเรียกสองสามที
“สามหาว!! เ้าให้องค์จักรพรรดินีแต่งตัวเยี่ยงนางโลมเช่นนี้ได้อย่างไร ข้าจะฆ่าเ้า” ขุนนางปลายแถวฝ่ายบุ๋นคนหนึ่งที่เงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าฉันสวมผ้าบางๆอวดผิววับๆแวมๆก็เืขึ้นหน้า
บรรยากาศในห้องถูกความอึดอัดเติมเต็มอีกครั้งเมื่อขุนนางที่เหลือมองตามฉันที่ก้าวเข้าหาคน้าอย่างว่าง่าย
ขุนนางที่โวยวายถูกทุบจนสลบลากออกไป ส่วนพวกที่เหลือก็ได้แต่กัดฟัน
“ฮ่าๆๆ ดี ดียิ่ง! เ้าว่าง่ายเช่นนี้สมกับเป็สตรีของข้า” ไม่พูดเปล่ามือไม้ก็เลื้อยโอบเอวขย้ำสะโพกมนจนฉันขนลุก
ฉันได้แต่หลับตาจำยอมปล่อยให้เขาเย้ยหยันต่อหน้าขุนนางนับสิบในท้องพระโรงโอ่อ่า สถานที่ที่ฉันเคยถูกยกย่องให้เกียรติ
เวลาแห่งความทุกข์ทรมานเคลื่อนผ่าน จอกแล้วจอกเล่าที่กระดกเข้าปากคนทั้งหลายราวกับเป็น้ำลืมเลือน ในที่สุดห้องทั้งห้องก็เหลือแต่ร่างไร้สติที่สลบคาโต๊ะประจำตำแหน่งมากมาย
แน่นอนว่าหมายถึงผู้ชายน่าขยะแขยงที่ฉันนั่งตักตามคำสั่งด้วยเช่นกัน
น่ารังเกียจ น่าขนลุก
ทว่าไม่ทันจะลุกกลับตำหนักเย็น ดวงของฉันก็คงจะถูกกำหนดให้ทุกข์ทรมานมากกว่านี้ เอวบางที่เพิ่งได้อิสระจึงถูกรวบเข้ากระแทกร่างผู้มาใหม่อย่างง่ายดาย
“หูต้า ปะ อื้อ!!”
ริมฝีปากหนาประกบลงปิดปากไม่ให้ปฏิเสธ ฉันพยายามทุบอกขัดขืนแต่ก็ถูกรวบข้อมือทั้งสองไว้
“เอ้าเอนอองอ้า (เ้าเป็ของข้า)” ลิ้นหนาพยายามดุนดันเข้ามาแต่ฉันเม้มปากแน่น
แก้มใสเปียกเย็น หัวใจเ็ป ลมหายใจหอบถี่ไม่ใช่เพราะความปรารถนาแต่เพราะหวาดกลัว
เขากัดริมฝีปากจนรู้สึกเจ็บและมีกลิ่นคาวลอยออกมา ทว่าก็ไม่เป็ผล
“เปิดปาก”
“ฮึก ฮึก ฮือ” พอเอาแต่ร้องห่มร้องไห้ใส่ ร่างสูงใหญ่ก็หัวเสียจนเส้นเืปูดโปน
“ทหาร!! มาลากนางออกไป!!”
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ทหารทำตามคำสั่งผู้มีอำนาจลากฉันมาโยนไว้ที่ตำหนักเย็นแล้วลงกลอนจากด้านนอก
ฉันมองตัวเองในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย เืหยดหนึ่งไหลจากปากลงระบายบนผ้าผืนบาง ราวกับจะบอกให้ปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจผ่านหยาดน้ำตาออกมา
“ฮึก ฮือๆ จางเฟิง ฮึก เ้าอยู่ที่ไหน ข้าคิดถึงเ้า ฮึก” ฉันนั่งปล่อยโฮลงกับพื้นหน้าตำหนัก กอดเข่าส่งเสียงตรงจุดที่ถูกทิ้งไม่สนอะไรทั้งสิ้น
อยากกอดจางเฟิง อยากงอแงให้เขาโอ๋ อยากฟังเสียง อยากเห็นหน้าคนที่เป็ความหมายในการมีชีวิตอยู่จนถึงตอนนี้
“ต่อไปฉันจะอยู่ได้ยังไง”
ร่างทั้งร่างสั่นเทิ้มไม่อาจห้าม หัวใจมันเจ็บราวกับถูกดาบปักตรงกลาง แทงทะลุซ้ำๆ สร้างความเ็ปทรมานจนไม่อาจทานทน
แล้วเสียงกุกกักคล้ายใบไม้ไหวก็ดังออกมาจากด้านข้างของตำหนักเย็นอย่างผิดปกติ
ฉันพยายามตั้งสติเพ่งมองเงารางๆของใครบางคน
ชายผมยาวแต่งตัวคล้ายหมอเผยออกมา ใบหน้าวัยฉกรรจ์สะท้อนแสงจันทรา
“องค์จักรพรรดินี กระหม่อม เชียนโจว พ่ะย่ะค่ะ”
เหมือนเขาจะรู้ว่าฉันไม่เข้าใจจึงกล่าวเสริม
“กระหม่อมเคยเป็ชายในวังหลังของพระองค์พ่ะย่ะค่ะ เงินที่พระองค์ให้มาในวันนั้นทำให้กระหม่อมได้ใช้ชีวิตใหม่เปิดโรงหมอรักษาชาวบ้านเหมือนที่ฝันไว้”
ชายพวกนั้นถูกไล่ไปหมดแล้วนี่!
“เ้ามาที่นี่ได้ยังไง”
ภายในวังนอกจากทหาร ยังมีกับดักและรั้วรอบขอบชิดแน่นหน้า แม้แต่มดปลวกยังไม่อาจเคลื่อนไหวตามใจ
“เพราะชอบอ่านตำราสมุนไพร จึงเจอแผนที่ช่องทางลับที่ซ่อนไว้โดยบังเอิญพ่ะย่ะค่ะ ขอพระองค์วางใจ กระหม่อมหมายแทนคุณ ยังมีเพื่อนๆกระหม่อมที่เคยเป็ชายวังหลังเช่นเดียวกับกระหม่อมรอต้อนรับพระองค์อยู่ด้านในพ่ะย่ะค่ะ”
เขาไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด ถึงอย่างนั้นแต่ก็คงมีแต่ต้องเสี่ยง
เวี่ยิถูกกำหนดให้ตายคาเตียงในอีกสองเดือน เหล่านางบำเรอแม้จะเป็อดีต แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการอยู่กับพวกเขา ทำให้ฉันกลัว
กลัวว่าจุดจบที่กำหนดไว้จะมาถึง
ธิดา ชื่อจริงและตัวตนที่แท้จริงที่ฉันเกือบลืมมันไปแล้วเป็แค่นักศึกษาโบราณคดีปีสองที่ไม่ได้โดดเด่นอะไร ไม่มีครอบครัว ไม่มีใครเห็นหัว ไม่มีเงินทอง แม้กระทั่งอาหารดีๆก็ไม่มีจะกิน
วันหนึ่งโลกก็เหวี่ยงฉันเข้ามาอยู่ในร่างนี้ และพรหมลิขิตก็ทำให้ฉันได้รักกับเขา ชายที่พร้อมจะข้ามผ่านทุกอย่างไปด้วยกัน
หากจะสามารถวิงวอนขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใด ฉันก็อยากจะขอให้เขาปลอดภัย ขอให้ได้เจอเขาคนนั้นอีกครั้ง
แต่เหมือนความปรารถนานี้จะมากเกินไป
“เดินตรงไปข้างหน้าก็จะถึงบ้านกลางป่าแล้วพ่ะย่ะค่ะ ทุกคนรอพบพระองค์อยู่” เชียนโจวเอ่ยเร่ง
เมื่อเดินตามทางที่บอกมาระยะหนึ่งจึงได้รู้ว่ากำแพงหลังบ่อน้ำตำหนักเย็นมีหนทางพิลึกพิลั่น อันเป็ทางแยกและรอยต่อไปยังที่ต่างๆ หนึ่งในนั้นคือทางออกนอกพระราชวังที่ปลายทาง เป็กระต๊อบโทรมๆ มีรั้วรอบ
“องค์จักรพรรดินี!/องค์จักรพรรดินี!!” ทันทีที่เข้าเขตรั้วชายหนุ่มแปลกหน้าอีกสามคนก็พากันมาคุกเข่าตรงหน้า
“ยืนขึ้นเถอะ พวกเ้าช่วยข้าไว้”
“หามิได้ บุญคุณที่พระองค์มอบให้ไว้ชั่วชีวิตไม่อาจชดใช้หมด พวกเราคงจะนอนตายข้างถนนไม่ก็ต้องถูกตัดนิ้วใช้หนี้ไปนานแล้ว การได้เคยรับใช้พระองค์นับเป็โชคของพวกกระหม่อม”
คนพวกนี้กตัญญูรู้คน ตั้งใจจะตอบแทนจากใจจริง ทำเอาความระแวงของฉันกลายเป็เหมือนคนโง่
“แล้วนั่นใคร”
ฉันมองเข้าไปในบ้านที่เปิดประตูอ้าซ่าไว้ก็พบว่ามีร่างใหญ่คุ้นตาของใครคนหนึ่งนอนอยู่บนแคร่ไผ่
ใบหน้าที่เคยอิ่มเอมไม่ว่าจะแต่งชายหรือแต่งหญิง ใบหน้าที่โหยหา ตอนนี้กลับดูซูบซีด ร่างทั้งร่างราวกับไร้ิญญา
“จางเฟิง! เกิดอะไรขึ้น!!”
ชายทั้งสี่มองกันไปมาไม่มีใครอยากเอ่ยความจริง สุดท้ายก็เป็ชายคนที่สองที่ไขความกระจ่าง
“พวกกระหม่อมไปช่วยเขาออกมาจากคุก แต่เขาก็อยู่ในสภาพนี้แล้ว เชียนโจวบอกว่าเขาน่าจะรับพิษมากเกินไป”
“พิษ! เป็ไปไม่ได้ หูต้าบอกว่าตราบใดที่ข้ายอมเชื่อฟังเขา เขาจะไม่ทำให้อาการของจางเฟิงแย่ลง”
ร่างบนแคร่เย็นเฉียบ ผิวขาว ที่ขามีผ้าพันแผลพันไว้ มีเพียงหน้าท้องที่ยังเคลื่อนไหว
“เอ่อ…” ชายคนที่น่าจะเป็น้องเล็กสุดหน้าซีดเขียว ความจริงบางอย่างกระจุกที่คอจนต้องเอามือกุมท้อง “ตอนที่กระหม่อมดูต้นทางอยู่ด้านนอก กระหม่อมได้ยินว่า เขาเป็คนขอยาพิษไปกินเอง”
“เป็ไปไม่ได้!!” ฉันเผลอตวาดดัง
ชายทั้งสี่รีบลงไปยืนเข่ากับพื้นอีกครั้ง ตัวสั่นกลัว ให้เชียนโจวรีบแก้สถานการณ์
“องค์จักรพรรดินีเวี่ย หากจะรักษาเขา ต้องใช้ยาลับในห้องสมบัติราชวงศ์ พวกเราเอามาไม่ได้ ห้องนั้นมีผู้พิทักษ์เฝ้าอยู่ หากไม่ใช่จักรพรรดิผู้ครองเมืองก็ไม่อาจย่างกราย”
“จะบอกว่าตอนนี้คนที่เข้าไปได้มีแต่เมิ่งเตี้ยนใช่ไหม”
เท่ากับว่าตอนนี้ก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทำอะไรไม่ได้เลย
“ความจริง” ชายคนที่โดนดุพูดต่อ “ตอนเฝ้ายามนั้น กระหม่อมได้ยินเหตุผลที่เขาทำเช่นนี้”
เหตุผล? มันจะมีเหตุผลอะไรให้คนที่ยอมเสี่ยงตายมาช่วยฉัน ร้องขอความตายเช่นนี้กัน เหลวไหล!
“ว่ามา”
“เขายินยอมรับพิษจากองค์ชายหูต้าแลกกับการไม่ให้องค์ชายหูต้ากับจักรพรรดิเมิ่งเตี้ยนร่วมเตียงกับพระองค์พ่ะย่ะค่ะ อย่างน้อยก็ตราบที่เขายังมีลมหายใจ”
“อะไรนะ!”
ฉัน…เป็เพราะฉัน ฉันเป็ต้นเหตุให้เข้าเป็แบบนี้
“องค์จักรพรรดินี!/องค์จักรพรรดินี!”
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
“องค์จักรพรรดินีฟื้นแล้ว เ้าไปเอายาบำรุงมา ส่วนเ้าไปเอาน้ำล้างพระพักตร์มาเร็วเข้า” ทันทีที่ลืมตาขึ้นเพราะแสงยามเช้า มีเสียงของเชียนโจวร้องข้างหูเช่นนี้ก็โหวกเหวกจนต้องปิดหู
“ข้ามานอนตรงนี้ั้แ่เมื่อไหร่” เตียงไม้ที่มีเพียงหลังเดียวถูกฉันยึดครอง ดูก็รู้ว่าพวกเขาคงนอนพื้นไม่ก็นั่งหลับเพื่อเสียสละเตียงให้ฉันแน่
“โอ๊ยปวดหัว”
“มาแล้วๆ ดื่มยาบำรุงก่อนพ่ะย่ะค่ะ” คนที่เพิ่งยกยาต้มเข้ามาเอ่ยบอกจนลิ้นพัน ฉันรับมาเป่าค่อยๆจิบราวกับมันไม่ขม คงเพราะชาติที่แล้วกินแต่ปลากระป๋องลิ้นเลยจระเข้
“เมื่อคืนพอฟังเื่นั้น พระองค์ก็สลบไป พวกกระหม่อมจึงต้องพามาบรรทมพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมล่วงเกินพระองค์ พวกกระหม่อมสำนึกผิดแล้ว” ชายทั้งสองพากันทำหน้าจ๋อย
ให้ตายเถอะ แค่พาคนป่วยมานอน ล่วงเกินอะไรกัน
“ขอบคุณ” แววตาพวกเขาเปล่งประกายขึ้นทันที ทันใดนั้นชายอีกคนก็เข้ามาพร้อมอ่างไม้ในมือ
“กระหม่อมเอาน้ำมาให้ล้างพระพักตร์พ่ะย่ะค่ะ”
ฉันพยักหน้ารับให้เข้ามาใกล้ๆ ยกยิ้มเล็กน้อยจนสองคนที่อยู่ก่อนเขม่นใส่ผู้มาใหม่เหมือนโดนแย่งความรัก
บางทีการที่จุดจบของจักรพรรดินีทรราชเป็เช่นนั้น อาจจะไม่ใช่วาระสุดท้ายที่อนาถทรมานแต่อาจจะเป็ความสุขที่นางได้ใช้่เวลากับผู้ที่จริงใจที่สุดก็ได้
เริ่มคิดถึงชายบำเรอปริศนาในประวัติศาสตร์อย่างมั่นใจ ความอุ่นใจก็พรั่งพรูขึ้นมา
เวี่ยิ บนโลกนี้ยังมีคนที่จริงใจกับเธอผู้เหี้ยมโหดหลายคนจริงๆ
▀₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪₪▀
ท้องพระโรงที่มีคนหน้าบัลลังก์เดินไปมา
“ค้นให้ทั่ว เอาตัวนางมาคุกเข่าต่อหน้าข้าให้ได้” เมิ่งเตี้ยนโวยวาย เขาอยู่ไม่สุข
“หึ” หูต้าที่ยืนมองอยู่ใกล้ๆแสยะยิ้มกับท่าทีนั้น ยั่วให้โทสะของเมิ่งเตี้ยนยิ่งลุกโชน