ตอน 6 รักก่อตัว
"เอ้อหลัน หากไม่มีเ้า ข้าก็คงไม่รอดถึงตอนนี้" อาชวี่เริ่มตกหลุมรักเอ้อหลันทีละนิด ในใจของเขาไม่ได้มองรูปร่างภายนอกของนาง เขากลับเป็คนเดียวที่มองลึกลงไป ได้เห็นและได้ัั ว่านางเป็สตรียอดเยี่ยม กตัญญูรู้คุณ ขยัน อดทน จิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน
"อาชวี่... ขอบคุณเ้า ที่ไม่ถือโทษโกรธเคืองข้า... เช่นนั้นของของเ้าข้าคืนให้" เอ้อหลันยื่นหยกัที่ถูกสลักเป็ปิ่นอันแสนวิจิตร คืนให้เขา
"นี่คือของของข้าหรือ " อาชวี่งง-งวย จำไม่ได้ด้วยซ้ำ ว่าปิ่นนั่นคือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกใช้ยืนยันตัวตนได้ว่าตนคือไท่จื่อแห่งฉางอาน
"หากเ้ามั่นใจว่าของสิ่งนี้ติดตัวข้ามา เช่นนั้นก็คงเป็ของล้ำค่าที่สุดที่ข้ามี มิสู้ข้ามอบมันให้เ้า ถือเป็ของแทนใจ หวังว่าเ้าจะไม่ปฏิเสธน้ำใจข้า" อาชวี่รับปิ่นหยกันั้นไว้ ค่อยๆปักเสียบบนมวยผมของนางอย่างเบามือ
เอ้อหลันไม่เคยมีใครทำดีกับนางขนาดนี้มาก่อน ั้แ่ได้ใกล้ชิดกัน และมีอาชวี่เข้ามาในชีวิต มันทำให้นางค่อยๆรู้สึกโชคดีที่ได้พบเขา
"บางทีการได้พบใครสักคน อาจเป็โชคชะตา "
"ที่แท้....ความโชคดีของข้าคือการได้พบเขา ไม่จำเป็ต้องได้เงินได้ทองเสมอไป" เอ้อหลันเองรู้สึกตกหลุมรักอาชวี่คนนี้เข้าแล้ว
ใต้แสงดาวระยิบระยับที่สาดส่องจากท้องฟ้า สองหนุ่มสาวสบตากันอย่างหวานซึ้ง
************************
รุ่งเช้าวันถัดมา
กว่าพลทหารหลวงจะเดินทางมาถึงเบื้องล่างของหน้าผาพร้อมกันกับฝ่าา เห็นทีว่ามันจะสายเกินไปเสียแล้ว
"ทหาร !!! ตามหาให้ทั่ว หากไม่พบร่างของโอรสข้า ไม่ว่าผู้ใดห้ามกลับวัง" ฝ่าากริ้วหนัก เร่งควบม้าไม่ได้หลับไม่ได้นอนทั้งวันทั้งคืน เหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจ จนฝ่าาต้องล้มทั้งยืน หมดสติในยามกลางแจ้ง
"ห่ะ ฝ่าา!!! แม่ทัพใหญ่ร้อนใจหนัก กลัวว่าฝ่าาจะเป็อะไรไป เขาเร่งพาฝ่าากลับวังทันที ปล่อยให้ทหารหลวงค้นหาไท่จื่อกันต่อไป"
ทว่าหลังจากค้นหากันอยู่ได้ไม่นาน ขุนนางชั่วผู้หนุนหลัง ที่คอยเหลือกุ้ยเฟย ก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมกับพูดว่า
"พวกเ้าไม่จำเป็ต้องเหน็ดเหนื่อยค้นหาตัวไท่จื่ออีกแล้ว ข้าพบร่างที่ไร้ิญญาของไท่จื่อเป็ที่เรียบร้อย ตอนนี้คนของข้ากำลังนำร่างของไท่จื่อกลับวังทำพิธีไว้อาลัยตามธรรมเนียม" ขุนนางชั่วตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จ สีหน้าแววตาโศกลึกไปถึงก้นบึ้งหัวใจ การแสดงที่แยบยลตบตาทหารหลวงได้ทุกคนพร้อมกัน
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ทหารหลวงไม่รอฟังคำสั่งของฝ่าา แยกย้ายกันกลับวังตามเดิม
ณ วังหลวง
"เื่ที่ข้าให้ท่านไปจัดการ เรียบร้อยดีหรือไม่" หวงกุ้ยเฟยเดินออกมาจากหลังม่านช้าๆ นางนัดพบกับขุนนางชั่วกะทันหัน
"แน่นอนว่า แผนของเราเป็ไปตามที่คาดไม่มีผิดเพี้ยน จะผิดแปลกก็เพียงแค่ว่าร่างที่แท้จริงของไท่จื่อนั้น หาอย่างไรก็หาไม่พบ.... "
"เ้าว่าเป็ไปได้หรือไม่ที่เขาจะรอดชีวิต" หวงกุ้ยเฟยเป็ห่วงว่าเขาจะรอดชีวิต กลับมาเป็ขวากหนามตำใจในอนาคต
"ตกหน้าผาลึก ต่อให้เป็พระเ้า ก็ยังต้องตาย นับประสาอะไรกับไท่จื่อ ไม่เหลือรอดชีวิตแน่ อีกทั้งกว่าฝ่าาจะเดินทางไปถึงก็เป็ยามรุ่งเช้า มิแน่ว่าร่างของไท่จื่ออาจถูกสัตว์ป่าคาบไปกินก็เป็ได้" ขุนนางชั่วพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่ มั่นใจหนักแน่นว่าไท่จื่อยังไงก็ตายเป็ผีแล้ว
"หากท่านว่าอย่างนั้น ก็ไม่มีเหตุผลให้ข้าต้องหนักใจ "
"เหลือเวลาอีกไม่นานแล้วสินะ ที่ข้าจะดันเหวินเอ่อร์ ขึ้นเป็ไท่จื่อแทนอวี๋ชวี่"
"ส่วนข้า... จะเป็มารดาที่คอยชักใยอยู่เื้ั... เช่นนั้นต่อให้ถึงวันที่ลูกข้าขึ้นครองราชย์เป็ฝ่าา ก็เท่ากับว่าอำนาจอยู่ในมือข้าอยู่ดี" หวงกุ้ยเฟยวาดฝันไปไกล หารู้ไม่ว่า ทุกอย่างที่พวกเขาพูดกัน โจวเหวินแอบมาได้ยินเต็มสองหู
"ห่ะ ที่แท้อวี๋ชวี่น้องรองของข้า ก็ยังมีโอกาสที่เ้ายังมีชีวิตรอดอยู่..."
"เสด็จแม่ ข้าไม่คิดว่าท่านจะร้ายกาจได้ปานนั้น สำหรับท่านแล้วยังเห็นโจวเหวินเป็ลูกหรือไม่ หรือว่าท่านดีกับข้าก็เพียงแต่้าจะบงการชักใย ให้นำมาซึ่งอำนาจบาตรใหญ่ในมือท่าน" โจวเหวินถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้ามิสู้ดี คิ้วขมวดผูกกันเป็เลขแปด
"นั่นใครน่ะ" โจวเหวินเผลอถอยหลังไปชนแจกันแตก เขาได้ยินเสียงมารดาขานเรียกจึงรีบวิ่งหลับไปให้พ้นตา ทว่ากุ้ยเฟยเดินไวกว่านั้น ส่องเห็นอาภรณ์ของเขาเพียงเสี้ยวเส้น ก็จำได้ว่าคือบุตรของตน
"โจวเหวิน ดีเหมือนกันที่เ้าได้รู้ทุกอย่าง ข้าเองก็อึดอัดใจเต็มอกที่ต้องปิดบังเ้า และต้องแสร้งเป็มารดาที่แสนดีตลอดเวลา ต่อไปนี้ต่อหน้าเ้าข้าก็คงพอจะเป็ตัวของตัวเองได้บ้าง" หวงกุ้ยเฟยเดินกลับเข้ามานั่งเงียบในตำหนัก
"องค์ชายรองรู้เื่เข้าแล้ว จะส่งผลกระทบต่อแผนการของเราหรือไม่" ขุนนางชั่วเอ่ยถามเพราะเกิดแคลงใจ
"ไม่มีทางเป็ไปได้ โจวเหวินลูกข้าผู้นี้ ข้ามั่นใจว่าข้าควบคุมเขาได้ " กุ้ยเฟยนั่งจิบชาอย่างสงบใจ
*********************
ณ ตำหนักขององค์ชายรองโจวเหวิน
"ไม่ได้เด็ดขาด ข้าจะให้เสด็จแม่ถลำลึกเป็คนชั่วไม่ได้ ข้าจะต้องเร่งหาวิธีแก้ไข ก่อนที่เื่เลวร้ายจะเกิดในอนาคต"
"สิ่งแรกที่ข้าควรทำคือตามหาน้องรองให้พบเร็วที่สุด"
"อวี๋ชวี่น้องพี่ เป็เ้าที่คอยช่วยเหลือข้ามาโดยตลอด ครั้งนี้พี่ใหญ่ของเ้าจะไม่ทำให้ผิดหวัง พี่จะเป็คนช่วยเ้าเอง" โจวเหวินมีใจสำนึกรักต่อความซื่อตรง ผดุงความยุติธรรม เขาพึมพำในใจยกใหญ่ ก่อนตัดสินใจเร่งออกตามหาอวี๋ชวี่ด้วยตัวเอง
*********************
"ฝ่าาฟื้นแล้วหรือเพคะ " หวงกุ้ยเฟยเข้าเฝ้าฝ่าา ตีบทแตกร้องไห้จะเป็จะตาย ออกหน้าร่วมอาลัยต่อพิธีศพของอวี๋ชวี่
"หวงกุ้ยเฟย เ้ามาทำอะไรที่นี่" ฝ่าาสุดงง ตื่นมาก็เห็นนางร้องไห้ระงมอยู่ข้างเตียง
"แม้หม่อมฉันจะไม่ใช่แม่ผู้ให้กำเนิดไท่จื่อ หม่อมฉันก็สุดเศร้าใจนัก ที่ต้องสูญเสียไท่จื่อของแผ่นดินไป มากไปกว่านั้น หม่อมฉันเป็ห่วงความรู้สึกของฝ่าา จึงได้ล่วงหน้ามาเข้าเฝ้าที่ตำหนักใหญ่ หวังประคองฝ่าาไปที่ห้องโถงใหญ่พร้อมกัน"
"ห่ะ ว่าไงนะ เ้ากล้าพูดว่าโอรสของข้าสิ้นได้อย่างไร" ฝ่าาไม่อยากยอมรับความจริง
"ฝ่าาคงยังไม่ทราบ ว่าตอนนี้ร่างอันไร้สัญญาณชีพของไท่จื่อ กลับถึงวังแล้ว พิธีอาลัยกำลังถูกจัดขึ้น บัดนี้ฮองเฮาก็จมปลักอยู่ข้างโลงศพ ไม่แหนห่างแม้แต่ก้าวเดียว ใบหน้าซีดเซียว ร้องไห้จนดวงตาแดงก่ำ" หวงกุ้ยเฟยพูดไปร้องไห้สะอึกสะอื้นไป เสียใจหนักมากปานลูกในไส้ตาย
ฝ่าาได้ยินเช่นนั้น แทบไม่อยากเชื่อ นอกเสียจะไปให้ได้เห็นกับตา ฝ่าาผู้สูงส่งรีบลุกขึ้นจากเตียงัทอง ผมยาวรุงแรงยังไม่ได้รวบตึง วิ่งพรวดพราดไปยังห้องโถงใหญ่
"ฮองเฮา.... นี่เื่จริงหรือ " ฝ่าาไปถึง สิ่งแรกที่เห็นก็เป็ฮองเฮาสุดที่รัก ร้องไห้เจียนจะขาดใจ
"ฝ่าา.... ลูกข้า... ข้าเสียลูกข้าไปแล้ว ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่มีวันได้อาชวี่คืน" ฮองเฮาตรัสกับฝ่าาพร้อมกับสีหน้าสิ้นหวัง
ฝ่าาร้อนใจ วิ่งเข้าไปเปิดฝาโลง ทว่าศพที่เห็นส่งกลิ่นเหม็นโฉ่ ใบหน้าบวมเน่าช้ำหนองจนแทบมองไม่ออกว่าเป็ผู้ใด แต่หากดูจากรูปร่างแล้ว ถือว่าใกล้เคียงไท่จื่อนัก ฝ่าาผู้คิดน้อยจึงเชื่อสนิทใจ
"อาชวี่ลูกข้า ก่อนตายเ้าต้องเ็ปขนานใด ใบหน้าของเ้าดิ่งลงกระแทกพื้นไม่เป็ทรง ผู้เป็พ่ออย่างข้าแสนปวดใจเหลือเกิน" ฝ่าาพร่ำพูดพร้อมกับทรุดลงชันเข่าข้างโลง
หลังจากแน่ใจแล้วว่านั่นเป็อาชวี่ ฝ่าาประกาศราชโองการแจ้งเกี่ยวกับการตายของไท่จื่อ พร้อมจัดงานไว้อาลัย 100 วัน คนในเมืองต่างต้องสวมชุดขาวดำ ห้ามจัดพิธีรื่นเริง