"ตื่นได้แล้วนังหนู" เสียงใคร ใบฟางขมวดคิ้วแน่นอย่างหงุดหงิด จะเรียกทำไมคนจะนอน นางพลิกตัวเพื่อซุกใต้หมอนอย่างเคยตัวเมื่อถูกปลุกจากการที่ยังนอนไม่เต็มอิ่ม
"หากเ้ายังไม่ลุก ข้าจะส่งเ้าไปเสียตอนนี้เลย" ส่งไปไหน ใบฟางเด้งลุกพรวดขึ้นมา เธอถูกยิงตายไปแล้วหากจำไม่ผิด แล้วตาแก่ตรงหน้านี่คือใคร รอบข้างที่เต็มไปด้วยทุ่งดอกไม้คือที่ไหน
เธอเบิกตากว้างอย่างตระหนก หรือเธอจะได้ขึ้น์ จะเป็ไปได้ยังไง ทำชั่วมามากเสียขนาดนั้น
"เลิกเพ้อเจ้อได้แล้ว เ้าตายไปแล้ว ที่นี่ก็มิใช่์ แต่เป็ข้าเทพโชคชะตาที่เ้าสาปแช่งดึงิญญาของเ้ามา ข้าจะให้เ้าไปเกิดในที่ใหม่ ให้เ้าได้มีชีวิตอีกครั้ง ข้าจะคอยดูว่าครั้งนี้เ้าจะเลือกทางเดินเช่นไร" ใบฟางขมวดคิ้วแน่นอย่างครุ่นคิด ก็คงจะดีกว่าไปใช้บาปในนรกมั้ง
กล่าวจบเทพชะตาก็โบกมือหนึ่งครั้ง ใบฟางรู้สึกตัวอีกครั้งก็เ็ป่ล่าง เธอรู้สึกถึงแรงกดทับที่ทาบลงมาที่ตัว สัญชาตญาณทำให้เธอต้องดิ้นรนหนี มือหนาคว้าเอวของเธอไว้ กล่าวด้วยเสียงแหบแห้ง
"อีกประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น" เธอกัดริมฝีปากแน่น เพื่อข่มความเจ็บที่ทรมาน จากความเ็ปแปรเปลี่ยนเป็ห้วงอารมณ์ที่แปลกใหม่ จะเรียกสุขสมก็คงจะได้ ชีวิตก่อนของเธอยังไม่เคยได้มีแฟนหรือหลับนอนกับบุรุษมาก่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ว่าที่นางโดนกระทำอยู่ตอนนี้คืออะไร
บัดซบ ความคิดแรกที่อยากจะะโออกมา แต่ร่างนี้ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจะกล่าวว่าโดนวางยาก็คงจะใช่ เธอไม่อาจขัดขืนได้ ได้แต่ปล่อยให้บุรุษผู้นั้นกระทำย่ำยีจนกว่าจะจบ แม้แต่ตายังลืมไม่ขึ้นหากรับรู้ว่ามันผู้นี้เป็ใคร นางสาบานจะเอาความอับอายครั้งนี้คิดแน่นอน
เธอปวดหัวจนอยากจะกรีดร้องออกมา มือเรียวยกขึ้นดึงทึ้งผมของตนเองเพื่อบรรเทาความเ็ปให้ลดลง แต่มือหนากับรวบมือของเธอขึ้นยึดไว้เหนือศีรษะ เสียงด่าที่เบาออกจากริมฝีปากอิ่มที่บวมเจ่อ
"What the f*ck" แม้เสียงจะเบาราวยุงบิน บุรุษผู้นั้นก็ยังคงได้ยิน แต่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอพูด
ใบฟางรู้สึกตัวอีกครั้งฟ้าก็สว่างเสียแล้ว ข้างกายของเธอไม่มีใครอยู่ ในห้องมีเพียงแต่เธอเท่านั้น หากไม่มีร่องรอยทั้งทั้งตัวและความเ็ปที่เพียงขยับน้ำตาก็ซึมแล้ว เธอคงคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพียงความฝันที่แสนจะขนลุกเท่านั้น
ความทรงจำของร่างเดิมทำให้รู้ว่า เ้าของร่างชื่อ เยี่ยนฟาง คุณหนูใหญ่จวนท่านเ้าเมือง อายุ สิบหกหนาว บิดาของนางคือเยี่ยนหวง ท่านเ้าเมืองหานตง อยู่ห่างจากเมืองหลวงนับพันลี้ มารดาของนางเป็ฮูหยินเอก จางลี่จิ่น แต่ได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อตอนที่เยี่ยนฟางอายุได้ห้าหนาว ตอนนี้ฮูหยินรองโม่โฉวขึ้นมาเป็ฮูหยินเอกแทน โม่โฉวมีบุตรสาวหนึ่งคนชื่อ เยี่ยนซิน อายุสิบห้าหนาว
เมื่อสิ้นมารดา บิดาก็ไม่สนใจเรือนหลัง เพราะคิดเพียงอยากจะมีบุตรชายไว้สืบสกุลจึงมีอนุอีกมากมาย แต่พยายามเนิ่นนานก็ยังไม่มีอนุคนใดตั้งครรภ์เสียที โม่โฉวที่เห็นฮูหยินรองได้ตั้งครรภ์อีกครั้ง และเยี่ยนหวงก็หวังให้ครรภ์นี้เป็ชายอย่างยิ่ง ถึงกลับยกตำแหน่งฮูหยินเอกให้นางไปทันทีที่ตั้งครรภ์
เยี่ยนฟางจึงถูกส่งมาให้อยู่เรือนท้ายจวน นิสัยที่ไม่สู้คนของนาง ถึงจะเป็บุตรีสายเอกแต่ตอนนี้ทุกคนปฏิบัติกับนางราวกับคนไร้ตัวตน มีเพียงแม่นมจางของท่านแม่นางเท่านั้นที่ดูแลนาง แต่เมื่อสามวันที่แล้วแม่นมจางป่วยหนักทำให้นางถูกเยี่ยนซินหลอกวางยาส่งขึ้นเตียงของบุรุษใดก็ไม่อาจทราบได้
ที่เยี่ยนซินทำเช่นนี้ เพราะนาง้าหมั้นหมายแทนเยี่ยนฟาง ตระกูลคหบดีใหญ่ในเมืองหานตง อย่างตระกูลกู้ คุณชายกู้หลิวหยาง ที่เพียบพร้อมด้วยรูป และความสามารถ อายุเพียงยี่สิบหนาวก็ได้เป็ถึงซิ่วไฉแล้ว ใครจะไม่อยากได้ในตัวเขา แต่ติดที่มีสัญญาหมั้นหมายอยู่กับเยี่ยนฟางั้แ่เด็ก และทั้งคู่ยังพึงใจต่อกันอีกด้วย
เสียงโวยวายหน้าเรือนดังขึ้น ใบฟางในร่างของเยี่ยนฟางแสยะยิ้มที่มุมปาก งิ้วโรงใหญ่คงมาแล้ว นางลุกอย่างรวดเร็วเพื่อทำลายหลักฐาน และแต่งตัวเสียใหม่ เมื่อเสียงพังประตูเข้ามานางก็นั่งลงที่ก้าวอี้ริมหน้าต่างในห้องเรียบร้อยแล้ว
เยี่ยนซินเดินเข้ามากวาดสายตาหาบุรุษที่นางให้คนไปจับตัวมาเมื่อคืนทั้งทั้งเรือนก็ไม่พบ สายตาจึงหันไปจ้องจับผิดที่ตัวของเยี่ยนฟางแทน
"สตรีไร้ยางอายเช่นเ้า นำบุรุษไปซ่อนไว้ที่ใด" เยี่ยนฟางเลิกคิ้วมอง
"เ้าเห็นหรือไม่เล่าว่าในเรือนข้ามีบุรุษผู้ใดอยู่" เยี่ยนซินขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน ถึงไม่เจออย่างไรวันนี้นางต้องไล่เยี่ยนฟางออกจากจวนให้ได้
"บ่าวไพร่ล้วนเห็นกันทั่วว่าเ้านัดบุรุษมาพบที่เรือน"
"อ้ออออ แล้วไหนเล่าบุรุษที่เ้าว่า" เยี่ยนซินโมโหแทบขาดสติ นางให้คนเฝ้าไว้แล้วแท้ๆ ั้แ่เมื่อคืนก็ยังไม่มีผู้ใดที่ออกไปจากเรือนของเยี่ยนฟางเลยสักคน แล้วบุรุษที่นางพามาจะหายไปได้อย่างไร
"เื่นี้รอท่านพ่อมาจัดการ เ้าไม่มีทางรอดแน่" เยี่ยนซินเดินกระทืบเท้าออกไป
ใบฟางถอนหายใจอย่างโล่งอก ตอนนี้นางต้องคิดวิธีที่จะเอาตัวรอดให้ได้เสียก่อน นางเริ่มสำรวจเรือนที่นางพักอยู่ หากบอกคนภายนอกว่าเป็คุณหนูใครจะเชื่อ ของใช้เสื้อผ้าล้วนแล้วแต่เหมือนบ่าวไพร่ไม่ผิด นางอยากจะรู้ว่าบิดาของร่างนี้รู้หรือไม่ว่าบุตรสาวของตนอยู่ในสภาพนี้
กำไลเหอเถียนที่นางโจรกรรมมาเมื่อภพที่แล้วมาอยู่บนข้อมือนางได้อย่างไร ใบฟางขมวดคิ้วอย่างสงสัย หรือจะเป็ดั่งเช่นที่นิยายทั่วไปบอก เป็พื้นที่เก็บของ หรือมิติส่วนตัว นางจึงเพ็งจิตเพื่อเข้าไปในมิติแต่มันไม่ใช่อย่างที่นางคิด นางจึงลองแต่สิ่งของแล้วพูดว่าเก็บ ปรากฏว่าของนั้นหายไป เมื่อบอกว่านำออกมา ของที่เก็บเข้าไปก็ออกมาด้านนอก
อย่างน้อยนางก็มีของดีติดตัวมา ไม่เสียแรงที่เสี่ยงตายไปนำออกมา ตอนที่นางดีใจอยู่นั่น เสียงด้านนอกก็ดังขึ้นอีกแล้ว พร้อมบ่าวสตรีร่างใหญ่มาจับตัวนางออกไปยังเรือนส่วนหน้า นางมิได้ขัดขืนแต่อย่างใดปล่อยให้บ่าวทั้งสองพานางออกไป
บุรุษอายุสี่สิบหนาว นั่งหน้าดำคล้ำจ้องมองนางตลอดเวลา ด้านข้างมาสตรีวัยสามสิบกว่านั่งลูบท้องของตน สองคนนี้คงเป็บิดากับแม่เลี่ยงของนาง เพราะเยี่ยนซินยืนอยู่ด้านข้างสตรีนางนั้น
เยี่ยนซินเล่าเื่ที่เกิดขึ้นให้ทั้งสองฟังพร้อมใส่สีตีไข่ลงไปด้วย เยี่ยนฟางเพียงนั่งคุกเข่าฟังเื่เล่าเท่านั้น นางมิได้พูดสิ่งได้แย้งขึ้นมาสักนิด
"นังลูกเนรคุณ มีสิ่งใดจะพูดอีกหรือไม่" เยี่ยนหวงตวาดเสียงดัง จนบ่าวไพร่หดคอตัวสั่น แม้แต่เยี่ยนซินยังนึกหวาดกลัวโทสะของบิดา
"หากลูกพูดสิ่งใดไป ท่านพ่อจะเชื่อข้าหรือไม่ หากท่านพ่อเชื่อในสิ่งที่น้องรองพูดข้าก็มิมีสิ่งใดจะกล่าว" เยี่ยนฟางเพิ่งตื่นขึ้นมาก็เจอเื่บัดซบยังจะต้องมาคิดหาข้อแก้ต่าง นางค้านที่จะทำ หากจะลงโทษก็ทำเลย หรือจะไล่นางออกก็ยินดี แต่แค้นนี้นางจะคืนให้เยี่ยนซินจนจำนางไม่ลืมแน่นอน