เวลาคล้อยผ่านไปเรื่อยๆไม่นานนักราตรีก็มาเยือนแล้วเสวียนเทียนชิงยืนหลับตาถือกระบี่อยู่ที่เดิมไม่เคลื่อนไหวขณะที่อีกยอดเขาอีกด้านฟู่หยงจิ้นก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมเช่นกันั้แ่เช้าเขามองสำรวจการฝึกของเสวียนเทียนชิงอยู่ตลอดปราณในร่างของชายหนุ่มเคลื่อนไหวอย่างสมบูรณ์พร้อมไม่มีส่วนไหนติดขัดนี่เป็สัญญาณของการเลื่อนระดับขั้นอย่างแน่นอน
ทว่าเงื่อนไขการเลื่อนระดับขึ้นสู่ปรมาจารย์ยังมีเื่ส่วนสำคัญก็คือพลังิญญาของเขายิ่งมองดูมาหนึ่งวันเต็มๆตอนนี้ฟู่หยงจิ้นก็มั่นใจแล้วว่าเสวียนเทียนชิงฝึกปราณวิถีไหนอย่างไรก็ตามสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจและนึกย้อนไปถึงเย่วอิงก็คือวิถีกระบี่ของหนุ่มน้อยคนนี้ต่อให้อายุมากกว่าเย่วอิงสองปีแต่ทำได้ขนาดนี้ในขั้นเบิกิญญานับว่าหาไม่ง่ายเลยแม้จะนำเอาอัจฉริยะบนสะพานฟ้ามาเทียบก็ตาม
“ข้ายังต้องติดต่อกับตระกูลเสวียนอีกนานเย่วอิงเองก็ดูเหมือนจะชื่นชมเ้าหนูอู่หยางไม่น้อยด้วยครั้งนี้ช่วยเขาเสียหน่อยก็แล้วกัน”
ฟู่หยงจิ้นส่ายหัวพลางถอนหายใจออกมาเสวียนเทียนชิงฝึกปราณรูปแบบนี้จะว่านอกคอกก็ไม่เชิงแต่วิถีปราณที่เขาฝึกนั้นเป้นของดีเกินไปต่างหากแดนเบญจภพอยู่ในสามพันแดนระดับล่าง ยังไม่ต้องพูดถึงเื่วิถีการฝึกปราณที่เลิศล้ำเลยเอาแค่ระดับการฝึกกระบี่ยังมีสืบทอดมาแค่สามขั้นเท่านั้นส่วนเื่การที่เขาได้การฝึกพลังิญญาเช่นนี้มาได้อย่างไรฟู่หยงจิ้นไม่ต้องเดาก็พอจะรู้ว่าเป็ฝึกมือของบุตรชายคนโตตระกูลเสวียนแน่นอน
ฝ่าเท้าแ่เบาย่ำเมฆาเพียงหนึ่งก้าวร่างของชายชราก็มายืนอยู่เบื้องหน้าของเสวียนเทียนชิงแล้วแม้พลังจิตของชายหนุ่มจะแข็งแกร่งก็ยังไม่อาจััถึงตัวตนของฟู่หยงจิ้นได้หนึ่งคนหนุ่มหนึ่งชรายืนเผชิญหน้ากันอยู่ราวครึ่งเค่อฟู่หยงจิ้นจึงใช้นิ้วมือเคาะไปที่ปราณกระบี่ของเสวียนเทียนชิง
แม้จะหลับตาอยู่และตกอยู่ในห้วงจิตแต่ประสบการณ์ของเสวียนเทียนชิงก็ไม่น้อยดวงตาแม้จะปิดอยู่แต่ยังหดรัดอย่างรวดเร็ว่เวลาสั้นๆเพียงสูดหายใจเข้าหนึ่งครั้งปรารแท้ของชายหนุ่มก็ะเิออกมาพร้อมกับกระบี่ไม้ในมือบัดกวาดไปรอบตัวเป้นท่าป้องกันตยเท้าถอยหลังกลับไปสิบก้าว
“ผุ้าุโดึกดื่นเช่นนี้ท่านมากลั่นแกล้งเด็กอย่างข้าช่างมีอารมณ์สุนทรีเสียจริง!”
น้ำเสียงเ็าของชายหนุ่มดังขึ้นทั้งคนทั้งร่างปลดปล่อยกลิ่นอายออกมาเตรียมพร้อมเผชิญศึกใหญ่ชายชราผู้นี้ถึงขนาดเข้าประชิดตัวเขาได้โดยที่ไม่รู้แสดงว่าการฝึกฝนต้องเหนือกว่าเขาหลายขั้นหากอีกฝ่ายคิดร้ายเกรงว่าวันนี้จะหนีไปก็คงลำบากจริงๆแล้ว
“ฮึ่ม!เด็กตระกูลเสวียนเป็เช่นนี้กันหมดทุกคนหรือไร?ั้แ่บิดายันบุตรก้าวร้าวเป็นิสัยจริงๆ”
ฟู่หยงจิ้นแค่นเสียงอย่างไม่พอใจถึงเสวียนอู่หยางจะไม่ได้ก้าวร้าวเหมือนเสวียนเทียนชิงแต่ทั้งท่าทางและคำพูดของเขาก็ไม่ได้ท่อมตนสักนิดแม้จะอยู่ต่อหน้าฟู่หยงจิ้นก็ตามแน่นอนว่าสำหรับเสวียนเทียนชิงนั้นไม่เพียงแค่เื่เย่วอิงที่ทำให้ฟู่หยงจิ้นต้องปวดหัวแต่ยังมีเื่ที่เขตผาหินด้วย
ครั้งนั้นเสวียนเทียนชิงใช้บ้านของเขาเป็สนามรบรับมือปรมาจารย์หลายคนทั้งยังแก้ค่ายกลไปไม่น้อยสำหรับค่าซ่อมแซมแน่นอนว่าชายหนุ่มได้ทิ้งไว้ให้แล้วแต่การจัดวางค่ายกลใช่เื่ง่ายเสียที่ไหน?นี่ไม่เท่ากับเขาต้องออกแรงฟรีหรอกหรือ?
“ท่านรู้จักพ่อของข้า?ถึงจะเป็เช่นนั้นแต่ข้าไม่รู้จักท่านแน่นอนหากผู้าุโ้าเจอท่านพ่อก็ไปที่เมืองนภาคราเถอะตอนนี้ดึกแล้วข้ายังมีต้องไปหาท่านหญิงลั่วที่ตำหนักใหญ่ ขอตัวก่อน!”
เสวียนเทียนชิงไม่เชื่อใจใครง่ายๆอยู่แล้วเขามองชายชราตรงหน้าอย่างระแวงทั้งยังกล่าวอ้างถึงท่านหญิงลั่วเ้าของศาลาแห่งนี้ด้วยโดยหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่กล้าลงมือซี้ซั้วทว่าเสวียนเทียนชิงถอยหลังไปได้แค่ครึ่งก้าวก็ถึงสายตาของฟู่หยงจิ้นที่มองมาอย่างเย้ยหยันหยุดเอาไว้
แค่กวาดมองครั้งเดียวร่างของชายหนุ่มก็แข็งทื่อไม่อาจเคลื่อนไหวมาถึงตอนนี้เสียนเทียนชิงถึงได้เข้าใจความจริงเขาถอนหายใจออกมาอย่างเซื่องซึมก่อนจะเก็บกระบี่ไม้ในมือกลับไปแล้วทิ้งตัวนั่งลงพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยากระดับของเขากับชายชราตรงหน้าต่างกันเกินไปหากอีกฝ่าย้าให้เขาตายก็ไร้ทางขัดขืน!
“ผู้าุโท่าน้าสิ่งใดก็พูดมาเถอะ หากท่านลงมือกับข้าแน่นอนว่าข้าขัดขืนไม่ไหวแต่ข้ากล้าพูดกับท่านได้เลยว่าตระกูลเสวียนจะไม่ปล่อยท่านไปแน่!”
มองท่าทางและคำพูดของเสวียนเทียนชิงทำให้ฟู่หยงจิ้นหมั่นไส้จนอยากจะตบเขาสักป๊าบหนึ่งอย่ามองแค่ท่าทีสิ้นหวังภายนอกเพราะในตอนที่เก็บกระบี่ไม้ไปนั้นเ้าเด็กนี่แอบเอาจานค่ายกลออกมาเตรียมพร้อมไปอยู่แล้ว
“เ้าเด็กตัวเหม็นอย่างเ้าหากไม่ใช่เพราะอาจารย์อาเล็กของเ้าขอร้องมาข้ายังต้องมาเสียเวลากับเ้ารึ?ตอนนี้ไม่ต้องมัวพิรี้พิไรจงรีบบอกมาว่าวิชาที่เ้าใช้ฝึกจิติญญาคือวิชาอะไร?หากไม่ได้รับการแก้ไขที่ถูกต้องต่อให้เ้าฝึกจนตายก็ไม่มีทางบรรลุขั้นปรมาจารย์ได้แน่!”
ฟู่หยงจิ้นแค่นเสียเย็นสองมือไพร่หลังมองฟ้าทำให้ดูสูงส่งอย่างยิ่งตอนแรกเสวียนเทียนชิงใทั้งยังกังวลมากเพราะอีกฝ่ายรู้ถึงวิชาที่พี่ใหญ่ของเขามอบให้?อย่างไรก็ตามคำว่าอาจารย์อาเล็กนั้นสะกิดใจเขามากกว่าั้แ่เกิดมาเขาไม่เคยกราบอาจารย์สักคนเลยด้วยซ้ำแล้วเขาไปมีอาจารย์อาเล็กั้แ่เมื่อไหร่?
“ครั้งท่องโลกบิดาของเ้าเคยกราบผู้าุโท่านหนึ่งเป็อาจารย์แม้จะเป็แค่ศิษย์ในนามเพราะความเขลาของบิดาเ้าก็เถอะตอนนี้ศิษย์ปิดสำนักของผู้าุโท่านนั้นบังเอิญมาเห็นปัญหาของเ้าจึงให้ข้ามาช่วยชี้แนะสักหน่อย”
ฟู่หยงจิ้นกล่าวออกมาอย่างอดทนเพราะเขาอยู่ในแดนเบญจภพมานานจึงพอจะรู้นิสัยของชายหนุ่มตรงหน้าหากไม่พูดให้ชัดเจนเกรงว่าอีกฝ่ายจะยังหวาดระแวงและไม่ยอมพูดความจริงทั้งๆที่เขาเป็ฝ่ายตั้งใจมาช่วยก็เถอะ!ทางด้านเสวียนเทียนชิงหากเป็ยามปกติเขาย่อมระแวงและไม่สนใจคำพูดของชายชราตรงหน้าแน่นอนอย่างไรก็ตามตอนนี้เขากำลังเชิญกับปัญหาใหญ่และคอขวดนี้ก็กวนใจเขามานานนับปีแล้ว
“ข้าไม่รู้ชื่อวิชาที่ฝึกเมื่อนานมาแล้วมีผู้าุโท่านหนึ่งถ่ายทอดวิชาให้ข้าโดยบังเอิญและข้าก็ไม่ค่อยเข้าใจมากนักแต่จำได้ว่าวิชาฝึกจิตนี้กล่าวถึงการผสานจิตเข้ากับฟ้าดินแปริญญาท่องนภาดุจเมฆาผู้าุโเคยได้ยินหรือไม่?”
เสวียนเทียนชิงปั้นเื่กล่าวออกไปแต่ส่วนสำคัญของวิชาที่บันทึกไว้ในตำรานั้นก็เป็ความจริงหากอีกฝ่ายตั้งใจมาช่วยเขาก็ต้องเดาออกว่าเป็วิชาอะไรหากตาแก่นี่ไม่มีความรู้แล้วยังจะช่วยชี้แนะอะไรเขาได้อีกล่ะ?
ได้ยินคำพูดนี้ทำให้ฟู่หยงจิ้นแทบจะทนไม่ไหวเ้าจิ้งจอกน้อยนี้ระวังตัวมากเกินไปจนทำให้เขาเสียเวลา!อย่างไรก้ตามประโยคของเสวียนเทียนชิงก็ทำให้เขาแอบใอยู่เหมือนกันฟู่หยงจิ้นไม่ได้รู้เื่ตำราและวิชาชั้นยอดทั้งหมดแต่หากพูดถึงการฝึกปราณในวิถีเดียวกับเสวียนเทียนชิงนั้นไม่ว่าจะเป็วิชาไหนก็ล้วนมีชื่อเสียงไปทั่วสามพันแดนจะรู้จักหรือไม่แต่อย่างน้อยฟู่หยงจิ้นก็ต้องเคยได้ยินมาบ้าง
“ท่องนภาดุจเมฆา...หรือว่าที่เ้าฝึกก็คือตำราเมฆากมลงั้นรึ?พี่ใหญ่ของเ้าหามันมาได้อย่างไรกัน?”
ฟู่หยงจิ้นกล่าวออกมาอย่างประหลาดใจตำราเล่มนี้มีชื่อเสียงมากแถมยังจัดอยู่ในระดับค่อนบนเสียด้วยซ้ำอย่างไรก็ตามวิชาฝึกใจนี้เป็มรดกโบราณที่ยากจะฝึกฝนยิ่งไปกว่านั้นการฝึกปราณวิถีโบราณนั้นต้องผสาน กาย ใจ ปราณทั้งสามสิ่งนี้ให้เป็หนึ่ง
เสวียนเทียนชิงฝึกวิชาเมฆากมลเป็การฝึกใจทำให้ิญญาของเขาแข็งแกร่งอย่างยิ่งทว่ากลับไม่มีวิชาฝึกกายและวิชาฝึกปราณยิ่งไปกว่านั้นก็คือวิชาเมฆากมลนั้นมีมรดกสืบทอดมาเพียงแค่สองสายเท่านั้นคือการฝึกใจและฝึกปราณอีกทั้งฟู่หยงจิ้นมั่นใจได้เลยว่าเสวียนเทียนชิงไม่มีทางหาวิชาปราณมาฝึกได้แน่นอน!
หนึ่งคนหนุ่มหนึ่งคนแก่สบตาจ้องกันอย่างเงียบเชียบฟู่หยงจินกล่าวถึงตำราเมฆากมลและพี่ใหญ่ของเขาทำให้เสวียนเทียนชิงยิ่งตกตะลึงแต่ในขณะเดียวกันก็คลายใจลงม่น้อยดูเหมือนชายชราตรงหน้าจะรู้จักตระกูลเสวียนของเขาจริงๆ อย่างไรก็ตามฝั่งฟู่หยงจิ้นนั้นกลับกำลังคิดหนักเพราะไม่คิดมาก่อนว่าที่เสวียนเทียนชิงฝึกฝนจะเป็วิชาเมฆากมลอีกทั้งการที่พี่ใหญ่ของตระกูลเสวียนสามารถนำมันกลับมาแดนเบญจภพได้ก็ยิ่งทำให้เขาตกตกลึงเลยทีเดียว!
“ไอ้หนูวิชาที่เ้าฝึกนั้นค่อนข้างมีปัญหา หากแค่แก้ปัญหาตรงหน้าข้าสามารถช่วยเ้าได้แต่การทำเช่นนี้ในอนาคตยามเมื่อละสังขารมนุษย์เ้าจะต้องลำบากกว่าคนอื่นหลายเท่านอกเสียจากเ้าจะหาวิชาฝึกปราณที่เหมาะสมมาได้”
ฟู่หยงจิ้นกล่าวออกมาอย่างจริงจังคราวนี้เป็เสวียนเทียนชิงต้องเลือกแล้วว่าจะทำอย่างไร อันที่จริงในความคิดของฟู่หยงจิ้นนั้นเสวียนเทียนชิงไม่ทางเลือกอื่นที่ดีไปกว่านี้แล้วหากเขาไม่ได้บังเอิญพบกับเย่วอิงก็ไม่รู้ว่าต้องใข้เวลาอีกเท่าไหร่ถึงจะบรรลุขั้นปรมาจารย์ได้ยิ่งไปกว่านั้นโอกาสที่ว่ายังมีน้อยเสียจนน่าสงสาร
“ผู้าุโไม่ใช่ว่าข้าไม่เชื่อใจท่านแต่ประสบการณ์ชีวิตที่ข้าเผชิญมานั้นจิตใจมนุษย์ยากแท้หยั่งถึงหากท่านไม่มีเหตุผลที่ดีในการช่วยข้าก็เกรงว่าข้าคงได้แต่รับน้ำใจของท่านเอาไว้เท่านั้น”
คราวนี้เสวียนเทียนชิงลุกขึ้นยืนพร้อมกับเก็บจานค่ายกลกลับไปแล้วชายหนุ่มประสานมือคารวะฟู่หยงจิ้นอย่างจริงจังไม่มีการเสแสร้งใดๆ การช่วยเหลือของฟู่หยงจิ้นจะแก้ปัญหาของเขาได้จริงหรือไม่นั้นเสวียนเทียนชิงไม่รู้หรอกทว่าตอนนี้เขายังมีทางเลือกเสียที่ไหน? หากฟู่หยงจิ้นสามารถบอกเหตุผลที่เขายอมรับได้เขาก็คิดจะลองเสี่ยงดูสักครั้ง!
“ตำราเล่มนี้บันทึกวาชาฝึกปราณพิสุทธิ์ไพรศาลเอาไว้แม้ว่าจะไม่ใช่วิชาชั้นสูงอะไรแต่หลักการก็ยังคล้ายกับวิชาเมฆากมลหลายส่วนสิ่งที่เ้าต้องทำคือฝึกปราณและฝึกกายให้อยู่ระดับเดียวกับการฝึกใจหรืออย่างน้อยก็ต้องใกล้เคียงกันที่สุดจึงจะสามารถรวมเมล็ดิญญาผ่านสู่ขั้นปรมาจารย์ได้ตำราเล่มนี้อนุญาตให้เ้าฝึกได้แค่ตอนอยู่ที่นี่เท่านั้น ส่วนเหตุผลที่ข้าช่วยเ้าข้าก็พูดไปแล้วว่าเพราะอาจารย์อาเล็กของเ้าขอร้องมา...ทั้งเื่คราวนี้ทั้งเื่คราวก่อนที่พังบ้านข้าเละเละเดี๋ยวข้าจะไปคิดบัญชากับบิดาเ้า”
ฟู่หยงจิ้นกล่าวร่ายยาวออกมาก่อนจะโยนตำราเก่าเล่มหนึ่งให้กับเสวียนเทียนชิงแล้วจากไปทันทีเขาทำหน้าที่ของเขาเสร็จสิ้นแล้วส่วนเสวียนเทียนชิงจะเชื่อเขาแล้วกล้าฝึกวิชาปราณพิสุทธิ์ไพรศาลหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง!