แรกที่ได้เห็นเด็กชายในวัยไล่เลี่ยกับเธอเขาแก่เดือนกว่าเธอ ตอนนั้นเธอเป็ฝ่ายเข้าไปหาเขาเองหวังจะได้เพื่อนเล่นแต่เหวินหลงกลับผลักเธอล้มจนหัวเข่าแตกร้องให้จ้า เธอเรียนที่เดียวกับเขาเมื่อเข้าอนุบาลแต่ถูกเขารังเกียจและกีดกันไม่ให้เข้ากลุ่มเดียวกับเขา เป็อย่างนี้เรื่อยมาจนโตเรียนชั้นประถม เธอกับเขาก็อยู่ห้องเดียวกัน มาเรียนแยกห้องตอนมัธยมปลายแต่ถึงอย่างนั้น เหวินหลงก็ไม่วายที่จะไม่ชอบขี้หน้าเธอ ตอนเด็ก ๆ เขาว่าเธอประจำว่าเป็ลูกติดท้องแม่มา พอโตขึ้นเขาก็หาคำมาเรียกมาว่าเธอสารพัดที่จะหาได้
เหม่ยอิงพยายามหลบหน้าเขามาตลอดเพื่อจะได้ไม่ถูกเขาถากถ่าง แต่เหวินหลงก็หาวิธีแกล้งเธอจนครั้งล่าสุดเขาแกล้งเธอหนักขึ้นเขาเอาสมุดการบ้านเธอไปซ่อน มันทำให้เธอถูกอาจารย์ตำหนิ พอเธอรู้ว่าเขาเอาสมุดเธอไปก็โมโหจัดและเผลอตบหน้าเขาอย่างแรง ต่อหน้าคนจำนวนมาก เธอตบหน้านายน้อยแห่งตระกลูหยูผู้ยิ่งใหญ่ เหวินหลงโกรธจนตัวสั่นแล้วเขาก็หาวิธีใหม่มาแกล้งเธออีก เขาให้พวกบอดี้การ์ดลักพาตัวเธอไปไว้ที่อู่ต่อเรือของคุณชายใหญ่ที่นั่นร้างและก็น่ากลัวมาก เหวินหลงมัดเธอกับมือทั้งขู่ทั้งตวาดเขาโทษว่าเป็เพราะเธอตบหน้าเขา เขาจึงแก้แค้นเธอ นับเป็ครั้งแรกที่เธอหายออกจากบ้านและครั้งแรกที่เหวินหลงแกล้งเธอหนักกว่าครั้งก่อน ๆ ที่ผ่านมาเขาแค่เอาของเธอไปซ่อนแกล้งผลักให้เธอล้มบ้าง แกล้งว่าเสียดสีบ้าง แต่ครั้งนี้ท่านประธานคังอยู่เหว่ยถึงกับโกรธจัด คาดโทษไว้กับเหวินหลงเลยทีเดียว หากเขาไม่เชื่อฟังเธอ และสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่เซี่ยงไฮ้ไม่ได้ เขาจะต้องถูกส่งไปเรียนที่อังกฤษที่เหวินหลงปฏิเสธ เขาไม่อยากไปเรียนเมืองนอกซึ่งต่างจากเหม่ยอิงมากถ้าเป็เธอ เธอจะฉวยโอกาสนั้นเอาไว้เพื่อจะได้ไม่ต้องพบเจอกับเหวินหลงอีก
ชาตินี้มันคงเป็เวรกรรมของเธอที่ต้องมาเจอเขา เธอขอเปลี่ยนที่เรียนกับแม่เธอหลายครั้ง แต่แม่ไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับท่านประธานคังอยู่เหว่ยคนเดียวเท่านั้น ถึงท่านจะใจดีกับเธอกับแม่ ขนาดไหนแต่เหม่ยอิงก็คิดว่าถ้าโตขึ้น เธอต้องยืนขึ้นด้วยขาของตัวเอง จะไม่พึ่งพาใครเธอจะทำงานหาเลี้ยงแม่เลี้ยงน้องเอง แม่มีชุนที่เกิดจากท่านประทานคังอยู่เหว่ย ตอนนี้ชุนอายุเก้าขวบแล้ว แม่ เธอ และชุน อาศัยอยู่บ้านอีกหลังหนึ่งต่างหากและมีอาเหว่ยกับเสี่ยวเหว้ยคอยดูแล
อาเหว่ยเป็เลขาคนหนึ่งของท่านประธานเหวินคัง เหม่ยอิงเคยถามถึงพ่อที่แท้จริงของเธอแต่มันทำให้แม่เศร้าและต้องร้องไห้ออกมาทุกครั้ง จนเหม่ยอิงไม่กล้าซัก จนบัดนี้เธอยังไม่รู้เลยว่าพ่อที่แท้จริงของเธอเป็ใครกันแน่ ไม่มีของของพ่อที่เป็ความทรงจำของแม่สักชิ้น นอกจากตัวเธอ แม่มักแอบมองเธอบ่อย ๆ ยามเธอเผลอ เธออาจมีใบหน้าที่คล้ายกับพ่อมากก็ได้ เหม่ยอิงมองตัวเองในกระจก เธอไม่ค่อยเหมือนแม่ ชุนต่างหากที่เหมือน เธอกลับมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ที่นี่ ห้องกว้างกว่าห้องที่บ้านของเธอ สีชมพูหวานและเครื่องเรือนก็สีอ่อนเหมือนห้องของเ้าหญิงในเทพนิยาย พรุ่งนี้เธอต้องนั่งรถไปเรียนหนังสือกับเหวินหลง โดยมีบอดี้การ์ดเป็สิบคน คอยดูแล พอกลับมาถึงบ้านเธอจะต้องติวหนังสือให้เขา
อีกไม่นานก็จะสอบปลายภาค เธอไม่อยากเรียนมหาวิทยาลัยเดียวกับเหวินหลง แต่เธอไม่อาจขัดขืนท่านประธานเหวินคังได้ ท่านคงไม่ฟังเธอ เพราะขนาดเหวินหลงร่ำร้องอยู่ทุกเมื่อว่าไม่อยากเรียนที่เดียวกับเธอและไม่อยากเห็นหน้าเธอ ท่านหรือใคร ๆ ก็ไม่มีทีท่าสนใจ นาน ๆ ที เธอจะได้มาร่วมรับประทานอาหารกับท่านทั้งสองหากคุณชายใหญ่และคุณชายรองกลับมาอยู่ที่นี่
คุณชายใหญ่เหวินหยูเหว่ยกับคุณชายรองเหวินซิ่ว ใครก็ว่าลูกชายของท่านประธานเหวินคังเป็คนโเี้เหมือนท่าน แต่เหม่ยอิงกลับเห็นว่าทั้งท่านประธานเหวินคัง และคุณชายทั้งสอง ใจดี และดีกับเธอมาก มีแต่เหวินหลงคนเดียวที่ร้ายกาจ ทั้งสองมีอายุห่างจากเธอและเหวินหลงเกือบสิบปีแต่จนบัดนี้ทั้งสองก็เอาแต่ทำงาน ยังไม่ได้แต่งงานทั้งคู่ เหม่ยอิงอยากเห็นเหมือนกันว่าผู้หญิงคนไหนจะโชคดีได้แต่งงานกับ คุณชายเหวินหยูเหว่ย คุณชายเหวินซิ่ว
สาว ๆ พากันคลั่งไคร้เหล่าคุณชายตระกูลเหวิน รวมถึงเหวินหลงด้วย เหวินหลงหรือ... มีอะไรให้น่าคลั่งไคล้ทั้งปากจัด เอาแต่ใจ ชอบดูถูกสารพัด เธอไม่เห็นจะอยากชอบเขา ผู้ชายร้ายกาจอย่างนั้น แค่อยู่ร่วมบ้านด้วยก็ไม่อยากแล้ว พวกเด็กสาวที่โรงเรียน อิจฉาเธอ ที่เธอมีความเกี่ยวดองกับเขา
บางทีถ้าต้องมาที่บ้านใหญ่ท่านประธานก็จะให้เธอติดรถมากับเหวินหลงด้วย พวกเด็กสาว ๆ ยิ่งตาร้อนใส่เธอและไม่ชอบหน้าเธอหนักขึ้น เหม่ยอิงโดนทั้งเหวินหลงแกล้ง แล้วยังถูกพวกเด็กสาว ๆ ที่หลงชอบเหวินหลงทั้งโรงเรียนเกลียดอีก เหม่ยอิงมีแต่เม่ยเม่ย กับซิ่วเหลียนที่ดีด้วย เพราะเม่ยเม่ยนั้นมีรูปร่างอ้วน และซิ่วเหลียนมีฐานะทางบ้านที่ค่อนข้างยากจนต้องอาศัยเรียนทุนของโรงเรียนจึงได้เข้ามาเรียนที่นี่ พวกเธอสามคนจึงไม่มีใครคบด้วย จึงสนิทกันและกลายมาเป็เพื่อนรักกัน
รุ่งเช้า เหม่ยอิงรีบร้อนวิ่งมาที่รถ เธอตื่นสายเพราะกะเวลาไม่ถูก และพบว่าเหวินหลงนั่งรออยู่ในรถด้วยสีหน้าบึ้งตึง พอเธอมุดเข้าไปนั่งและมีบอดี้การ์ด ปิดประตูให้ เหวินหลงก็เริ่มแขวะเธอ
“มัวนอนฝันหวานอยู่ละสิถึงตื่นเอาสายโด่ง”
เขาส่งตาเล็กตาน้อยมองเธอ เหม่ยอิงนั่งตัวรีบ ไหนเลขาไฉ่บอกว่าเธอจะมีบอดี้การ์ดคอยช่วยแต่เช้าวันนี้เธอไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงสักนิด เหม่ยอิงนั่งนับตัวเลขหนึ่งถึงสิบในใจ หยิบการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นมาจากกระเป๋า ทำไม่เห็นเขา คิดซะว่าเหวินหลงไม่มีตัวตน
“ไหนดูสิ” เหวินหลงฉวยดึงสมุดคณิตศาตร์ของเธอลอยไปจากมือ
“เอาคืนมานะ” เหม่ยอิงร้อง เหวินหลงถลึงตาใส่ ก้มมองตัวหนังสือ หัวเราะคิกคักๆ อย่างคิดเื่ร้าย ๆ อะไรออกมาได้
“รู้แล้วน่าขอดูหน่อยเดียว” ที่แท้เหวินหลงแอบลอกการบ้านของเหม่ยอิงในใจ เขามองคำตอบในสมุดแล้วส่งคืนให้
“ฮ่า ฮ่า เลขเจ็ดของเธอขี้เหล่ที่สุด เอาคืนไปเลยไป” เขาโยนให้อย่างเสียมารยาท เหม่ยอิงรับไว้ แล้วมองลายมือเป็ระเบียบของตนเอง ไม่เห็นจะขี้เหล่ตรงไหนเลขเจ็ดของเธอก็เหมือนตัวเลขอื่น ๆ เหวินหลงกลั้นหัวเราะหึ หึ ที่เห็นเหม่ยอิงขมวดคิ้วดูลายมือตนเอง
“ฮ่ะ ฮ่ะ โอยขำ เธอนี่โง่ จริง ๆ ” เขาว่า เธอเหม่ยอิงหน้าแดง โกรธที่ถูกหาว่าโง่ มองหน้าเขาเอาเื่
“นายแอบลอกการบ้านฉันใช่ไหมล่ะ”
” เอาล่ะ ๆ” เหวินหลงทำเป็โบกไม้โบกมือที่ถูกจับได้
“เื่เล็กน้อยน่า” ดูเขาพูดสิ เหม่ยอิงไม่พอใจ
“ฉันจะลงตรงนี้กรุณาจอดด้วยค่ะ”
“ไม่ต้องจอด ขับไปเลย ใครอนุญาติไม่ทราบ” เหวินหลงสวนทันควัน หันมองหน้าตาขึงขังของเหม่ยอิงแล้วก็หลุดหัวเราะออกมาอีก ไม่รู้จะขำอะไรนักหนา เหม่ยอิงหยิบสมุดการบ้านใส่ลงกระเป๋าตามเดิมเบือนหน้าออกนอกรถ ขณะที่เหวินหลงหยุดหัวเราะเมื่อโทรศัพท์มือถือเขาดังขึ้น
“ฮัลโหล ห้าวหนานเหรอ เออกำลังไป ใกล้ถึงแล้ว อือ ๆ” เขากดปิดโทรศัพท์ ห้าวหนานก็คือเพื่อนในกลุ่มของเหวินหลงนั่นแหละ แต่ละคนล้วนเป็นายน้อยที่มาจากตระกูลใหญ่ ร่ำรวยและมีเกียรติ บางคนก็เป็ลูกรัฐมนตรี
“เดี่ยว ๆ ” พอรถเลี้ยวเข้ารั้วโรงเรียนเหม่ยอิงก็ทำท่าว่าจะรีบเปิดประตูรถออกไป เหวินหลงรีบรั้งไว้