ในห้องเงียบสงบ ไม่มีผู้ใดกล้าส่งเสียง แม้แต่หายใจแรงๆก็ยังไม่กล้า
อวิ๋นอ๋องอยู่ในชุดสีคราม ยืนอยู่ตรงนั้นใบหน้าหล่อเหลาคล้ายย้อมหมึกดำ น่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง ดุจดั่งผีร้ายจากขุมนรกก็ไม่ปาน ไอเย็นเยียบทั่วร่างแผ่พุ่งทั่วห้องเดิมทีนี่เป็ห้องนอนที่อวิ๋นอ๋องและชายาอวิ๋นอ๋องพำนักชั่วคราวทว่าตอนนี้พระชายาอวิ๋นอ๋องกลับหายตัวไปแล้ว มีเพียงดอกไม้สดดอกนั้นบนกำแพงแดงสดดุจโลหิต
“ท่านอ๋อง ดอกไม้แดงนี้เป็นสัญลักษณ์ของโจรเด็ดบุปผาหนิงจิ่วเซียว หนิงจิ่วเซียวเด็ดบุปผามานับไม่ถ้วนล้วนแต่ทิ้งดอกไม้เช่นนี้ไว้ในที่เกิดเหตุ นิสัยหนิงจิ่วเซียวโหดเหี้ยม ดูจากแม่นางที่ถูกเด็ดบุปผาก่อนหน้า เกรงว่าพระชายา...คงประสบภัยร้ายมากกว่าดี”สีหน้ากู้เชียนดูเ็ปยิ่ง “ข้าส่งคนไปตามหาแล้วไม่ว่ามีลมหายใจหรือเป็ศพ สุ่ยเย่ว์ก็เป็บุตรสาวสายตรงตระกูลกู้ข้าข้าจะต้องตามหานางกลับมาให้ได้”
วาจากู้เชียนไม่ต่างจากการเติมน้ำมันบนกองเพลิง
ใบหน้าที่เดิมก็เ็าอยู่แล้วของอวิ๋นอ๋องบัดนี้ดำคล้ำจนหยดเป็หมึกได้
หนิงจิ่วเซียว ช่างขวัญกล้านัก!
พอกงซุนอี้คิดว่าหญิงนางนั้นตกอยู่ในมือโจรเด็ดบุปผารู้สึกเกรี้ยวกราดเหลือล้น แค้นจนอยากสับหนิงจิ่วเซียวเป็หมื่นๆ ชิ้น
มือกงซุนอี้ตบโต๊ะรุนแรงโต๊ะไม้แดงชั้นดีร้าวเป็รอยแตกนับไม่ถ้วน
กงซุนอี้ขยี้ดอกไม้บนผนังจนแหลกเละจากนั้นก็หันกายแล้วเดินออกไปด้านนอก
กู้เชียนยืนอยู่ในห้องความกังวลบนใบหน้าจางหายสิ้นเชิง กลายเป็เริงร่าเหลือประมาณ
กู้สุ่ยเย่ว์ คิดต่อกรกับเขา เ้ายังอ่อนหัดเกินไป
“หนิงจิ่วเซียวไปมาดุจภูตผี ชอบเฟ้นหาลงมือกับสตรีสูงศักดิ์ เพราะวรยุทธ์สูงส่ง จนบัดนี้ยังไม่เคยถูกจับมาก่อน”กู้เชียนเอ่ยพึมพำเสียงเบา “ให้คนปลอมเป็นหนิงจิ่วเซียวสังหารกู้สุ่ยเย่ว์ถือเป็นความคิดที่ดีนัก ตกอยู่ในมือโจรเด็ดบุปผา ต่อให้รอดกลับมา รักษาชีวิตไว้ได้ทว่าความบริสุทธิ์คงจบสิ้นแล้ว ต่อให้อวิ๋นอ๋องโปรดปรานนางเพียงใดแต่คงไม่มีทางต้องการรองเท้าผุพัง เมื่อไม่มีความโปรดปรานจากอวิ๋นอ๋องกู้สุ่ยเย่ว์ไม่ว่าอะไรก็ไม่ใช่”“เพียงแต่คำสั่งที่ข้าสั่งไปคือให้เขาสังหารกู้สุ่ยเย่ว์ตรงๆเหตุใดถึงพาตัวนางไปกัน”
นี่เป็ปัญหาที่กู้เชียนคิดอย่างไรก็ไม่เข้าใจ
เขาไม่มีทางคิดออกว่าเมื่อคืนวานหนิงจิ่วเซียวตัวจริงปรากฏกายแล้วที่พาตัวกู้สุ่ยเย่ว์ไปไม่ใช่คนที่เขาสั่งให้ปลอมเป็หนิงจิ่วเซียวแต่เป็หนิงจิ่วเซียวตัวจริง
กู้สุ่ยเย่ว์ถูกวางยาสลบตอนที่ฟื้นตื่นอีกครั้งพบว่าตนอยู่ในรถม้าคันหนึ่ง
ใต้ร่างนางเป็นอะไรนุ่มนิ่มบางอย่างของนุ่มนิ่มนั่นไม่ใช่เตียงตั่งอันใด แต่เป็นขาคน กู้สุ่ยเย่ว์เงยหน้าก่อนจะเห็นบุรุษผู้หนึ่งนั่งเอนพิงรถม้าอยู่ เห็นนางตื่นแล้ว สายตาก็สาดมองมาชั่วขณะที่สบสายตากับคนผู้นั้นกู้สุ่ยเย่ว์อดนิ่งงันไปไม่ได้
บนตัวคนผู้นั้นสวมชุดตัวยาวสีแดงหลวมๆ ผมดำสยายร่วงตกลงมาบดบังใบหน้าส่วนใหญ่ หลงเหลือเพียงั์ตาสะท้านใจคนคู่นั้นเจือแววเลื่อนลอยสายหนึ่ง
ใบหน้าคนผู้นี้หวานยิ่ง หากว่าหน้าอกเขาไม่แบนราบกู้สุ่ยเย่ว์คงสงสัยว่าเขาเป็สตรีไปแล้ว
“เ้าเป็ผู้ใด”
“หนิงจิ่วเซียว”
“เ้าจะพาข้าไปที่ใด”
“สถานที่ที่เหมาะแก่การเด็ดบุปผา”
สมองกู้สุ่ยเย่ว์ไหลแล่นรวดเร็ววิเคราะห์สถานการณ์ปัจจุบันของตน
หนิงจิ่วเซียวเป็นโจรเด็ดบุปผา นางถูกโจรเด็ดบุปผาลักพาตัวมา ตอนนี้โจรเด็ดบุปผากำลังพานางไปสถานที่ที่จะพรากพรหมจรรย์นางแม้นางจะแต่งงานกับอวิ๋นอ๋องแต่อวิ๋นอ๋องยังไม่ได้แตะต้องนาง นางยังคงเป็หญิงบริสุทธิ์ในห้องหออย่างแท้จริง
แม้นางจะไม่สนใจความคิดของกงซุนอี้แต่ตอนนี้กงซุนอี้มีค่าให้พอใช้สอยนางจำเป็ต้องพึ่งพาเขาเพื่อบรรลุเป้าหมายของตนเอง
ดังนั้นหากนางสูญเสียความบริสุทธิ์ไป ถูกตีตราร้องเรียนความพากเพียรก่อนหน้านี้คงจะสูญเปล่า
ดังนั้นที่นางต้องทำตอนนี้คือรักษาความบริสุทธิ์ของตนเองไว้หนีจากมือโจรเด็ดบุปผาให้ได้
“คุณชายหนิงคิดว่าที่ใดเหมาะสมในการเด็ดบุปผารึ” กู้สุ่ยเย่ว์แสร้งชวนเขาคุย ทว่าตามจริงแล้วต้องการล้วงข้อมูลเพิ่ม “หน้าบุปผาใต้ดวงจันทร์ ริมตลิ่งสายธารไหล...” หนิงจิ่วเซียวเอ่ยกู้สุ่ยเย่ว์ “...”
หนิงจิ่วเซียวช่างเป็โจรเด็ดบุปผาที่มีรสนิยมนักแค่นอนหลับยังพิถีพิถันมากเช่นนี้
กู้สุ่ยเย่ว์ถากถางอย่างจนวาจาในใจ ทว่าใบหน้ายังเหนียมอายเหมือนสาวน้อยเช่นเดิม “คุณชายหนิงคิดอ่านรอบคอบนัก”
หากบอกว่าก่อนหน้าหนิงจิ่วเซียวดำเนินการตามขั้นตอนและความเคยชินของเขาแต่ตอนนี้ เขาสัมผัสได้แล้วว่าสตรีตรงหน้าแตกต่างจากบุปผาที่เขาเคยเด็ดแต่ก่อนอยู่บ้าง“เ้าเป็คนแรกที่ชมว่าข้าคิดอ่านรอบคอบ”
“สุ่ยเย่ว์แค่พูดความจริงเท่านั้น”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย “ทว่าคุณชายหนิง ข้าคิดว่าไม่ควรแค่อยู่หน้าบุปผาใต้ดวงจันทร์ แต่ควรอยู่ท่ามกลางบุปผาหอมรัญจวน สีราตรีมืดสลัวด้วยคงดี...”หนิงจิ่วเซียวหรี่ตาครุ่นคิดรู้สึกว่าที่นางพูดก็มีหลักการอยู่บ้าง
“ข้ารู้จักสถานที่เช่นนี้” กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ย
ใบหน้าหนิงจิ่วเซียวทอแววสงสัย“เหตุใดเ้าถึงไม่เหมือนสตรีนางอื่น”
เพราะข้าไม่อยากถูกเ้าเด็ดโดยทำอะไรไม่ได้น่ะสิ
ใบหน้ากู้สุ่ยเย่ว์แย้มรอยยิ้มขวยเขินั์ตาวาวจับจ้องหนิงจิ่วเซียว เอ่ยขึ้นหน้าแดง“เพราะข้าชอบคุณชายหนิงอย่างไรเล่า”
“ชอบรึ”
“คุณชายเ้าสำราญ หนุ่มหล่อเหลาดุจเทพบุตรเหตุใดจะไม่ชอบเล่า”
กู้สุ่ยเย่ว์นั่งขึ้นบนตักหนิงจิ่วเซียวที่เข้าสู่สายตาเป็นแผ่นอกแกร่งหนา โจรเด็ดบุปผาผู้นี้แม้คล้ายสตรี แต่รูปร่างกลับไม่เหมือนสตรีเลยสักนิดหนิงจิ่วเซียวเป็ยอดฝีมือ ไม่อาจใช้แรงสู้พึ่งได้แค่สติปัญญาเท่านั้น
“คุณชาย ข้ารู้สถานที่เช่นนี้ มีบุปผา มีดวงจันทร์มีบุปผานานาพันธุ์ดุจผืนไหม สถานที่นี้อยู่ในเมืองหลวง...”
รถม้าหมุนเปลี่ยนทิศ เลาะตามทางเดิมกลับไป
กู้สุ่ยเย่ว์โล่งอกในใจ
ห่างจากเมืองหลวงมากเท่าไร นั่นก็หมายความว่าโอกาสที่นางจะถูกช่วยยิ่งน้อยเป้าหมายนางบรรลุแล้ว
หน้าบุปผาใต้ดวงจันทร์ บุปผานานาพันธุ์ดุจผืนไหมที่แห่งนี้อยู่ในสวนแห่งหนึ่งของเมืองหลวง
กู้สุ่ยเย่ว์ถูกโจรเด็ดบุปผาโอบเอวเอาไว้แน่นแกะสายรัดเสื้อออก นางยื้อเวลามานานขนาดนี้แล้ว หากกงซุนอี้ยังหานางไม่เจอเช่นนั้นคงเป็เศษสวะจริงๆ แล้ว
ในตอนที่กู้สุ่ยเย่ว์คิดว่ากงซุนอี้ไม่ได้เรื่องสมชื่อเสียงไม่เหมาะกับเสียงมากเล่ห์เหี้ยมเกรียมนั่นของเขาตรงหน้าพลันนี้เงาร่างสีครามวูบผ่าน ในขณะเดียวกันนั้นเอง หนิงจิ่วเซียวที่ก้มอยู่บนตัวนางถูกแรงมหาศาลกระชากออก ผู้มาแข็งแกร่งมากทว่าหนิงจิ่วเซียวกลับไม่ใช่พวกที่ต่อกรด้วยง่ายๆ ตัวเขาดุจอสรพิษก็ไม่ปานพัวพันกงซุนอี้กงซุนอี้ฝึกเคล็ดยุทธ์แข็งแรงดุดัน เรียกได้ว่าเป็นอันดับหนึ่งในใต้หล้า ทว่าเมื่อเผชิญกับหนิงจิ่วเซียวที่เน้นเคล็ดยุทธ์สายอ่อนยืดหยุ่นกำลังทั่วร่างพลันกลายเป็นไร้ผล การพัวพันของทั้งสองยิ่งนานยิ่งรุนแรง พลังพอๆ กันกู้สุ่ยเย่ว์ที่ดูอยู่ข้างๆ อดตื่นตกใจไม่ได้ ชาติก่อน นางเป็นแม่ทัพพิทักษ์แคว้นสายสืบใต้อาณัติกระจายอยู่ทั่วทุกแห่งหนของซั่วอวิ๋นยอดฝีมือสิบอันดับของซั่วอวิ๋น กงซุนอี้ติดอันดับหนึ่งแน่นอนอยู่แล้ว ทว่าบนนั้นกลับไม่มีชื่อหนิงจิ่วเซียวนางคิดไม่ถึงว่าซั่วอวิ๋นจะยังซ่อนยอดฝีมือเช่นนี้อยู่บางทีอาจเพราะความชอบของหนิงจิ่วเซียวไม่น่ากล่าวถึงดังนั้นจึงถูกลบออกจากบันทึกยอดฝีมือยอดฝีมือเช่นนี้ หากว่าดึงมาใช้งานได้...
ระหว่างที่กู้สุ่ยเย่ว์เหม่อลอยตัวหนิงจิ่วเซียวถูกสะบัดตกเข้าไปในทะเลสาบ เกิดเป็แรงกระเพื่อมผืนหนึ่งส่วนกงซุนอี้ยังคงยืนไร้รอยขีดข่วนอยู่ตรงนั้น
การประมือยากแบ่งแพ้ชนะนี้ สุดท้ายเป็กงซุนอี้ที่กุมชัยชนะ
กงซุนอี้เดินมาตรงหน้ากู้สุ่ยเย่ว์มองผิวขาวนวลที่โผล่พ้นออกมาด้านนอกของนาง สีหน้าไม่น่าดูอย่างถึงที่สุดกงซุนอี้ถอดเสื้อสีครามของตนเองออก คลุมลงบนตัวกู้สุ่ยเย่ว์ตรงๆรวบทั้งคนทั้งเสื้อขึ้นมาอุ้ม สะกิดเท้าทะยานร่าง ร่างกายพุ่งทะยานไปนอกกำแพง
ทั้งเสื้อสีครามคลุ้งกลิ่นกายกงซุนอี้กู้สุ่ยเย่ว์ถูกเขาอุ้มอยู่ในอก ในใจรู้สึกแปลกประหลาด
ชาติก่อนเป็นนางที่ปกป้องหลี่เย่จิ่นปกป้องเขาจนนั่งบนบัลลังก์ได้อย่างมั่นคง นางเป็นสตรี ทว่ากันอยู่ด้านหน้าเขาตลอดจัดการภัยร้ายอันตรายให้เขา กู้สุ่ยเย่ว์อยู่มายี่สิบกว่าปี นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกถึงการถูกปกป้องทว่าพอกู้สุ่ยเย่ว์นึกได้ว่าที่อุ้มตนอยู่เป็ศัตรูในชาติก่อนของตนความอ่อนยวบในใจพลันสลายหายไป กลายเป็เ็าขึ้นมา
กู้เทียนหลานไม่เคยพึ่งพาผู้ใดยิ่งไม่อาจรู้สึก้าที่พึ่งจากผู้ใด โดยเฉพาะศัตรูของตนเอง
กู้สุ่ยเย่ว์ถูกกงซุนอี้อุ้มไปตลอดทางจนกลับถึงจวนอ๋องภายใต้สายตาของพวกทหารจวนอ๋อง
สตรีตนถูกโจรเด็ดบุปผาฉุดไป ใบหน้ากงซุนอี้ไม่เพียงโกรธบุรุษที่รู้จักความรักต่างรู้ดีว่านั่นเป็ความหึงหวง
คนส่วนใหญ่คงเปลี่ยนความคิดหากรู้เื่กู้ซื่อสูญเสียความโปรดปรานเื่นี้สำหรับกู้สุ่ยเย่ว์แล้วไม่ถือเป็ผลดีสักนิด
ถูกโจรเด็ดบุปผาฉุดไปแล้ว ต่อให้จะน่าสงสารน่าเห็นใจอย่างไรแต่ก็ยังมีชื่อเสียงที่ไม่ดีเช่นเดิม หญิงสาวที่ก่อนหน้าถูกล่วงเกินแต่ยังรอดชีวิต จุดจบท้ายสุดต่างเลือกหนทางตายโดยเฉพาะนางที่ถูกฝ่าาประทานให้อวิ๋นอ๋องมีสายตามากมายจับจ้องนาง อยากทำลายชื่อเสียงนาง
กู้สุ่ยเย่ว์ถูกกงซุนอี้พากลับจวนอ๋องบ่าวรับใช้หลายสิบคนใส่น้ำเต็มอ่างอาบน้ำ ล้างตัวนางทั้งในและนอกจนสะอาดรอบหนึ่ง กงซุนอี้เฝ้าดูอยู่ด้านข้าง สีหน้าไร้อารมณ์นั้นมองไม่ออกว่ากำลังรู้สึกเช่นไรกู้สุ่ยเย่ว์ห่มเสื้อคลุมยืนอยู่ในห้องบ่าวรับใช้ถอยออกไปหมดแล้ว ั์ตาสีเทาเงินของกงซุนอี้จับจ้องมองนางเขม็ง
กู้สุ่ยเย่ว์ถูกเขาจ้องจนตัวเหน็บชารู้สึกว่าตนต้องอธิบายอะไรสักหน่อย “หนิงจิ่วเซียวยังไม่ได้ทำอะไรข้า”
กงซุนอี้จ้องนางครู่หนึ่ง “พักผ่อนให้ดี”
พูดจบแล้วก็หันหลังเดินออกไป
เช้าวันรุ่งขึ้น กู้สุ่ยเย่ว์ถูกเสียงโวยวายด้านนอกปลุกจนตื่น
“อิ่นจู ข้างนอกเกิดเื่อะไร”กู้สุ่ยเย่ว์คลุมเสื้อลงจากเตียง เอ่ยถาม
อิ่นจูเดินเข้ามาจากด้านนอก สีหน้าท่าทางอึกอัก “พระชายา...”
“เป็ผู้ใดรึ คนจวนตระกูลกู้ หรือว่าเมิ่งซีอวี้”กู้สุ่ยเย่ว์เอ่ยถาม
อิ่นจูเอ่ย “เป็คนจากตระกูลเดิมท่าน”
ที่ทนไม่ไหวก่อนถึงกับเป็กู้เชียนรึดูท่าเื่หนิงจิ่วเซียวคงเกี่ยวพันกับกู้เชียนอย่างแน่นอนแล้ว
กู้สุ่ยเย่ว์หวีผมแต่งกายเสร็จภายใต้การปรนนิบัติของเหล่าสาวใช้ออกจากประตูพร้อมชุดอาภรณ์สวยสง่า เพิ่งเดินถึงปากประตูใหญ่ก็ได้ยินเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น “ตระกูลกู้ชะตาอาภัพบุตรสาวแต่งเข้าจวนอ๋องไปแล้วเกิดเรื่องเช่นนี้ ตระกูลกู้ผิดต่อท่านอ๋องผิดต่อความไว้ใจที่ฝ่าบาทมีให้ ขอท่านอ๋องโปรดหย่าบุตรสาวข้าน้อยจะพาบุตรสาวกลับไปอบรมสั่งสอนดีๆ ที่บ้านเอง”กู้สุ่ยเย่ว์ก้าวไปด้านหน้าไม่กี่ก้าวก็เห็นกู้เชียนยืนขอโทษขอโพยอย่างนอบน้อมอยู่ตรงนั้นใบหน้าท่าทางขึงขังทรงคุณธรรม
ส่วนด้านหลังก็เป็เหล่าชาวบ้านที่ล้อมมุงดูกำลังรอดูเื่สนุกนี้
กู้สุ่ยเย่ว์เห็นฉากภาพนี้ ใบหน้าอดยิ้มเย็นไม่ได้ ดูท่ากู้เชียนคงอยากให้ทั้งเมืองหลวงรู้ว่านางทำเรื่องเสื่อมเสียผิดหลักสตรีที่ดีงาม