[ค่าตอบแทนรับ-ส่ง 100,000 บาท ]
[เนื่องจากความสนิทระดับ 2 ค่าตอบแทน X 4 = 400,000 บาท]
ตาแก่ธนกฤตเดินนำผมเข้าไปก่อนอย่างไม่รีรอ ส่วนผมก็ทำได้แค่เดินตามเหมือนลูกน้องที่ถูกสั่งให้ติดตามมาด้วย เมื่อมาถึงหน้าอาคาร คุณอลิส เลขาคนสนิทที่ยืนรออยู่แล้ว ก็รีบเอ่ยทักทายเขาด้วยท่าทางนอบน้อม
เราทั้งสามคนเดินเข้าไปในตัวอาคาร ระหว่างนั้นผมก็แอบฟังบทสนทนาของทั้งคู่ไปด้วย พอจับใจความได้ว่า วันนี้ตาแก่ธนกฤตนัดใครบางคนไว้เพื่อคุยเรื่องการลงทุนอะไรสักอย่าง
ผมได้ฟังแค่นั้น ไม่ใช่เพราะพวกเขาหยุดคุย แต่เพราะ ผอ. หันมาบอกให้ผมรออยู่ที่ห้องรับรองก่อน ส่วนเขากับอลิสเดินตรงเข้าไปยังห้องหนึ่งที่ดูท่าว่าจะเป็นห้องประชุมหรือห้องสำหรับคุยงานโดยเฉพาะ
ผมถอนหายใจพลางมองสองคนนั้นเดินลับเข้าไปในห้องประชุม ผมคงต้องนั่งเบื่อๆ แบบนี้อีกแล้วสินะ ทั้งที่วันนี้มันควรเป็นวันหยุดของผมแท้ๆ ตอนนี้สิ่งที่ผมคิดถึงมากที่สุดคือเตียงนอนที่บ้าน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากนั่งรออย่างคนหมดทางเลือก
ยิ่งไปกว่านั้น…เย็นนี้ผมมีนัดกับ ดาริน และผมไม่มีทางที่จะผิดนัดกับเธอเด็ดขาด หากดูแล้วว่าท่านผอ.ตั้งใจจะใช้ผมจนดึก ผมต้องหาวิธีอะไรสักอย่างเพื่อไม่ให้เขาทำเช่นนั้น
สองชั่วโมงผ่านไป
ระหว่างที่ผมนั่งปล่อยความคิดเตลิดไปเรื่อย อลิสก็เดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้านิ่งเรียบเหมือนเคย เธอเลือกนั่งที่โต๊ะหนึ่งซึ่งอยู่ห่างจากผมพอสมควร
ผมลังเลอยู่พักหนึ่ง ไม่รู้ว่าควรจะลุกไปคุยกับเธอดีไหม หรือจะนั่งเฉยๆ ต่อไป แต่ลึกๆ แล้ว ผมก็อยากมีเพื่อนคุยไว้ฆ่าเวลาเหมือนกัน
คิดอยู่ไม่นาน ผมก็ตัดสินใจลุกจากเก้าอี้แล้วเดินตรงไปหาเธอที่กำลังก้มหน้าดูหน้าจอไอแพด
ผมนั่งลงเบาๆ ตรงข้ามเธอ ก่อนจะเอ่ยทัก “สวัสดีครับ”
ผมรอให้เธอตอบ แต่เธอก็ยังนิ่ง ไม่เงยหน้าขึ้นจากหน้าจอแม้แต่น้อย
“คุณอลิสครับ” ผมเรียกอีกครั้ง แต่เธอก็ยังไม่หันมามอง ทั้ง ๆ ที่ผมรู้ว่าเธอได้ยินเสียงผมแน่นอน
ผมเริ่มสงสัย ว่าทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ได้ ทั้ง ๆ ที่ระดับความสนิทระหว่างผมกับเธอก็อยู่ที่ระดับสามแล้ว
“ระบบ…เกิดอะไรขึ้นเนี่ย” ผมเอ่ยถามในความคิด
[ระดับความสนิทระหว่างคุณกับคุณอลิสอยู่ที่ระดับสาม และ ไม่พบความผิดปกติใดๆครับ]
“ไม่ผิดปกติได้ยังไง แล้วทำไมเธอถึงไม่เงยหน้ามาคุยกับฉันล่ะ” ผมถามด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัวขึ้น
[ไม่ทราบครับ]
“หา.. อะไรเนี้ยแล้วฉันต้องทำยังไง…”
ผมพึมพำพลางเหลือบมองเธออีกครั้ง แต่เธอยังคงนิ่ง เงียบ และไม่แม้แต่จะชายตามามองผมเลยสักนิดเดียว
[แนะนำให้ใช้สกิลออร่าเอ่ยวาจากับเธอครับ]
“โอเค…งั้นใช้เลยสิ” ผมตอบกลับในใจทันที
[สกิลออร่าเอ่ยวาจาทำงาน ระยะเวลา 60 นาที / คูลดาวน์ 24 ชั่วโมง ใช้งานได้อีกครั้งในวันพรุ่งนี้เวลา 11.30 น.]
ทันใดนั้น เธอก็เงยหน้าขึ้นมามองผม สายตาคมกริบราวเหยี่ยวที่กำลังจ้องเหยื่อ
“มีอะไรคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว
เธอเหลือบตามองโต๊ะที่เราอยู่ ก่อนจะจ้องกลับมาที่ผม “คุณยังไม่รู้อีกเหรอคะ ว่าในเมื่อเรารู้จักกัน แล้วฉันยัง เลือกที่จะนั่งห่างจากคุณ…มันหมายความว่ายังไง”
น้ำเสียงของอลิสทำให้ผมรู้สึกสะอึกทันที “ผมก็พอจะดูออกครับว่ามันหมายความว่า...”
ผมยังพูดไม่ทันจบ เธอก็สวนขึ้นมาทันที
“ดูออกแล้วยังเดินมานั่งกับฉันเนี่ยนะ” เธอพูด พลางมองผมด้วยสายตาคมกริบจนเหมือนแทงทะลุเข้าไป “คุณต้องเป็นคนแบบไหนเหรอ ถึงทำแบบนี้ได้”
ผมถอนหายใจยาวเพื่อพยายามดึงสติตัวเองให้กลับมา “คุณยังโกรธที่ผมพูดแบบนั้นกับคุณเมื่อวันก่อนใช่ไหมครับ… ถ้าเป็นเรื่องนั้น ผมขอโทษ ปากผมมันไม่ดีเอง” ผมอธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามจะนิ่งที่สุด
อลิสหัวเราะในลำคอเบาๆ “หึ…”
รอยยิ้มจาง ๆ ปรากฏบนใบหน้าเธอ แต่ไม่ใช่รอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกดีสักนิด มันเหมือนรอยยิ้มที่ซ่อนอะไรบางอย่างอยู่ข้างใน มากกว่า
ผมขมวดคิ้วแน่น พยายามคิดว่าทำไมเธอถึงยังไม่ตอบผมตรง ๆ หรือว่ามันไม่ใช่เรื่องนั้น
“หรือว่า…เป็นเรื่องที่ผมไปสนิทกับข้าวหอมเหรอครับ”
“อย่าเอาน้องมาเกี่ยว” เธอตอบทันควัน แต่สายตากลับยังจดจ่ออยู่กับหน้าจอไอแพด ไม่แม้แต่จะเงยหน้ามามองผม
เมื่อเป็นเช่นต้องผมก็จำใจต้องใช้สกิลแล้ว ผมรู้ว่าตัวเองผิดจริง ๆ ในวันนั้นที่ผมพูดแบบนั้นออกไป
“ระบบใช้สกิลวาจาจริง กับเธอซิ” ผมบอกกับระบบในใจ
[รับทราบ สกิลอวาจาจริงทำงาน ระยะเวลา 60 นาที / คูลดาวน์ 24 ชั่วโมง ใช้งานได้อีกครั้งในวันพรุ่งนี้เวลา 11.33 น.]
ไม่กี่วินาทีถัดมา เธอก็เงยหน้าขึ้นมาสบตาผมตรง ๆ สายตานิ่งจนผมแทบหยุดหายใจ
“ถ้าฉันบอกความจริงคุณไปแล้ว…คุณจะกลับไปนั่งที่เดิมของคุณไหมคะ”
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้าช้า ๆ รับคำของเธอ
“เอาตรง ๆ นะ… ฉันไม่ได้โกรธคุณเรื่องที่คุณไปสนิทกับข้าวหอม หรือเรื่องที่คุณปากเสียใส่ฉันหรอก”
เสียงของเธอเริ่มติดขัดเล็กน้อย ราวกับลังเลว่าจะพูดต่อดีไหม คงเป็นผลจากสกิลที่ผมเพิ่งใช้ไป
“ความจริงแล้วฉันแค่ไม่อยากอยู่กะ....” เธอหยุดไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดประโยคถัดมาเหมือนหลุดออกมาเองโดยอัตโนมัติ
“ฉันแอบชอบคุณ… เลยไม่กล้าอยู่ใกล้คุณ คุณเข้าใจไหม
ดวงตาเธอเบิกกว้างทันที ราวกับเพิ่งคิดได้ว่าตัวเองเผลอพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา มืออีกข้างรีบยกขึ้นปิดปาก เหมือนกลัวว่าจะหลุดคำสารภาพอะไรออกมาอีก
“ปะ...เปล่า สักหน่อย พอดีฉัน...เอ่อ...” อลิสพูดติดขัดเหมือนลิ้นพันกัน พยายามแก้ตัวอย่างร้อนรน ก่อนจะรีบลุกขึ้นจากเก้าอี้ตรงหน้าผม แล้วเดินไปนั่งโต๊ะที่อยู่ห่างออกไป ใบหน้าของเธอแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด ราวกับกำลังอายจนไม่รู้จะทำอย่างไร
ขณะเดียวกัน ผมได้แต่อึ้ง มองตามเธอที่เดินจากไป จนท้ายที่สุดก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ตอนนี้ผมเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงทำตัวแปลก ๆ กับผม... ก็เพราะเธอแอบชอบผมนี่เอง
ผมเหลือบมองไปทางเธอ แล้วในจังหวะนั้นสายตาของเราก็สบกันพอดี เธอรีบก้มหน้าลงอีกครั้งเหมือนหลบเลี่ยง ผมนั่งนิ่ง คิดไม่ออกว่าจะรับมือกับสถานการณ์แบบนี้อย่างไร เพราะตลอดชีวิตที่ผ่านมา ไม่เคยมีใครพูดอะไรเช่นนี้กับผมเลย อย่างน้อยก็เท่าที่ผมจำได้ และถึงแม้จะเป็นผลที่มาจากสกิลก็ตาม
ผมรู้สึกดีเหลือเกินในตอนนี้ บางทีผมกับเธออาจจะไปต่อกันได้บางทีนะ เธอทั้งสวย ทั้งเก่ง แต่พอคิดลึกลงไป ผมก็รู้ว่าตัวเองไม่ใช่คนดีนัก หากความลับของผมถูกเปิดเผยขึ้นมา วันนั้นผมคงถูกตราหน้าว่าเป็นคนแบบไหนแน่ ๆ
แต่แล้วผมก็สลัดความคิดเหล่านั้นทิ้งไป เลือกที่จะจดจ่ออยู่กับความรู้สึกตรงหน้าที่กำลังทำให้หัวใจผมเต้นแรง
ขณะที่ผมกำลังจะลุกขึ้น สายตาที่จับจ้องไปทางเธอก็เห็นว่าเธอลุกขึ้นเช่นกัน แล้วในวินาทีนั้น เธอกลับเดินตรงมาหาผม ก่อนจะนั่งลงที่เก้าอี้ตรงหน้า ใบหน้าแดงจัดจนลามไปถึงสองแก้มและใบหู ราวกับไม่อาจซ่อนความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ภายในได้