“เฮ้ย..พีชยุ่งเหรอว่ะ่นี้..กูเห็นมึงหายหัวตอนเย็นตลอด..” ณภัทรเดินเข้ามาถามคนที่นั่งเล่นเกมส์อยู่อย่างตั้งใจ
“อืม..” สั้นๆตามสไตล์ ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาให้ความสนใจอย่างอื่น
“มีอะไรให้ช่วยก็บอก..ไปเรียนเหอะ..” เมื่อเสียงสัญญาณเตือนเปลี่ยนคาบเรียนดังขึ้น ทุกคนจึงรีบเก็บสัมภาระแล้วเดินตามกันเข้าไปในห้องเรียน
“อ่าว..เฮ..ไปไหนอีกแล้วเนี่ย..” ณภัทรนั่งมองหลังพิชญุตม์ที่เดินออกไปจากห้องอย่างไว ่นี้เป็อะไรของมันหรือไอเพื่อนตัวดีจะแอบติดหญิงว่ะ..คิดได้ดังนั้นเตรียมประชุมหารือเื่เพื่อนทันทีครับ เขาต้องรู้ให้ได้ว่าเพื่อนแอบปิดบังซ่อนเร้นอะไรไว้แล้วไม่ยอมบอก คอยดูนะมึง..
“มาอีกแล้ว..” เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยหน้าประตูใหญ่ชั้นหนึ่งส่ายหน้า แล้วมองคนที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ใต้ต้นไม้หน้าบริษัท
“มาอีกแล้วเหรอ..”
“ใช่ป้า..” ป้าแม่บ้านเดินเข้ามาดูเด็กชายตัวสูง พร้อมตัดสินใจเดินขึ้นไปหาคนที่เด็กหนุ่มมาหาอีกครั้ง
“คุณติณลงไปหาหน่อยเถอะค่ะ..น่าสงสารมานั่งรอทุกวันเลย..” ป้าแม่บ้านยืนคะยั้นคะยอ เมื่อนึกสงสารเด็กชายที่นั่งรออยู่ด้านล่างทุกวัน ไม่รู้ไอเด็กนั่น้าอะไรทำไมถึงได้มานั่งรอคนที่ไม่รู้จักและไม่คิดจะสนใจตัวเองแบบนี้หนอ
“ครับ..เดี๋ยวผมลงไปนะ..” ติณณภพตอบรับก่อนจะเดินตามหลังป้าแม่บ้านลงไปหาคนที่เขาก็ไม่รู้ว่าใคร เมื่อเดินออกมาจากบริษัทป้าแม่บ้านก็บุ้ยหน้าไปทางใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีโต๊ะเก้าอี้วางอยู่ โดยมีเด็กผู้ชายในชุดนักศึกษานั่งก้มหน้ารออยู่ตรงนั้น ใครกันว่ะ..ติณณภพก็ได้แต่สงสัย
“สวัสดีครับ..” เสียงเอ่ยทักดังขึ้นจากด้านข้างของคนที่นั่งเงียบอยู่ใต้ต้นไม้ ชายหนุ่มเงยหน้าแล้วหันไปตามเสียงร้องทัก ก่อนร่างสูงจะรีบลุกขึ้นยืนแทบจะทันทีที่เห็นว่าเป็ใครเดินเข้ามาหาเขา
“อ้าว..” ติณณภพอ้าปากยกมือทำท่าเหมือนพยายามนึกว่าคนตรงหน้าชื่ออะไร แต่ไม่ว่าจะพยายามนึกเท่าไหร่เขาก็นึกไม่ออก บ้าจริงน้องเขาชื่ออะไรว่ะ..
“สวัสดีครับ..” อีกคนทักกลับมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย แต่ถ้าลองสังเกตให้ดีจะเห็นว่ามุมปากแย้มยกขึ้นมาบ่งบอกให้รู้ว่ากำลังดีใจ
“มาทำอะไรครับ..มาหาพี่มีธุระอะไร..” คนอายุมากกว่าถามเมื่อพยายามนึกชื่อแล้วแต่เขาก็นึกไม่ออก
“วันนี้ว่างไหม..” คนถูกถามไม่สนใจที่จะตอบ แต่กลับเอ่ยคำถามกลับไป
“วันนี้..จะมืดแล้วนะมีอะไรหรือเปล่า..” ที่อุตส่าห์มาหาเพื่อมาถามว่าวันนี้เขาว่างไหมเนี่ยนะ ติณณภพไม่เข้าใจว่าคนตรงหน้า้าอะไร เพราะวันนี้ที่ชายหนุ่มหมายถึงมันเป็เวลาหกโมงเย็นแล้ว จะหมดวันแล้วด้วยซ้ำมาถามอะไรเอาวันนี้
“อยากคุยธุระสำคัญด้วยหน่อยน่ะ..” บอกด้วยสายตามุ่งมั่น
“คุยตอนนี้เลยได้ไหม..่นี้พี่ยุ่ง..” คนเป็พี่ด้วยอายุบอก เมื่ออยากให้ธุระสำคัญนั้นจบลงที่ตรงนี้น่าจะดีกว่า เพราะ่นี้งานเขายุ่งจริงๆ ต้องรีบปั่นงานด่วนเสนอผู้บริหารเสียด้วย
“ขอจีบได้ไหม..”
“ฮ่ะ!!..อะไรนะ!!..” ติณณภพตาโตใอุทานออกมาเต็มเสียงจนคนที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต้องหันมาดูด้วยความสนใจ
“ขอจีบได้ไหม..” พิชญุตม์เน้นย้ำประโยคเดิมอย่างตั้งใจ และรอคอยคำตอบด้วยจังหวะหัวใจเต้นรัวเร็วอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“บ้าหรือเปล่า..ล้อกันเล่นใช่ไหมเนี่ย..” ติณณภพยังไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน ไอเด็กบ้านี่เพี้ยนไปแล้วแน่เลยเว้ย..
“พูดจริง..ได้ไหม..” ส่วนคนร้องขอไม่มีแม้สีหน้าล้อเล่น ใบหน้าหล่อจริงจังแทบไร้รอยยิ้มบนใบหน้า รอคอยคำตอบอย่างตั้งใจ
“เลิกเล่น..แล้วเข้าเื่มาไม่งั้นพี่จะขึ้นไปทำงานแล้วนะ..” เมื่อเด็กตรงหน้ายังเล่นไม่ยอมเลิกรา อีกคนก็เลยต้องงัดมุมขรึมขึ้นมาแสดงบ้าง พูดอะไรก็ไม่รู้ใหมดไอเด็กบ้า
“พูดจริง..ขอจีบได้ไหม..” พิชญุตม์ก้าวขาเดินมาข้างหน้าอีกหนึ่งก้าว จนทำให้ติณณภพต้องก้าวถอยหลังอย่างใ
“ไม่ได้..จะบ้าเหรอไง..ผู้ชายนะ..” ติณณภพเสียงสั่นด้วยไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาพานพบกับอะไรแบบนี้
“ไม่สน..ก็ชอบอ่ะ..” คนอายุน้อยกว่ายังยืนยันในความรู้สึกของตัวเอง
“แล้วแต่เลย..ไปและ..” หันหลังจะเดินออกไปจริงๆจนอีกคนต้องรีบเดินเข้ามาขวางทางไว้
“ขอโอกาสได้ไหม..” สายตาเว้าวอนขอด้วยความแน่วแน่
“ไม่ได้..” ติณณภพถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเดินเบี่ยงตัวหลบออกมาเพื่อขึ้นกลับไปทำงานอีกครั้ง โดยไม่คิดจะสนใจคนที่ยืนรออยู่หน้าบริษัทอีก พิชญุตม์หันมองตามร่างบางจนอีกคนเดินลับตาไป หัวใจดวงน้อยเต้นช้าลงแทบจะหยุดเสียด้วยซ้ำ ั้แ่เกิดมายังไม่เคยคิดจะจีบใครก่อนเลย แล้วทำไมคนแรกที่หัวใจบอกว่าใช่กลับต้องผิดหวังด้วยนะ
“ยังอยู่ครับ..” ทันทีที่ติณณภพออกจากลิฟท์เดินมาหน้าประตูใหญ่ เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยก็บุ้ยหน้าบอกว่ายังมีคนรออยู่ที่เดิมไม่ไปไหน
“ช่างเถอะครับ..ผมกลับแล้วนะครับ..” ติณณภพโค้งเคารพแล้วเดินออกไปขึ้นรถทันทีโดยไม่หันไปมองคนที่นั่งรออยู่ใต้ต้นไม้อีก พิชญุตม์มองคนที่เขา้าเจอเดินไปจนถึงรถยนต์ส่วนตัวเขาเองก็รีบวิ่งไปขึ้นรถบิ๊กไบค์ตัวเอง แล้วรอขับรถตามออกไปจนถึงอพาร์ทเม้นของอีกคนนั่นแหละจึงได้ยอมขับรถจากไป
“เฮ่อ..จะทำได้สักกี่น้ำ..” ทุกการกระทำของพิชญุตม์อยู่ในสายตาติณณภพทั้งหมด ชายหนุ่มหนักใจเหลือเกินในตอนนี้กับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาเป็ผู้ชายและอีกฝ่ายก็เป็ผู้ชาย แล้วเื่ความรักแบบนี้จะเกิดขึ้นได้อย่างไร แม้ภายในใจของติณณภพจะไม่ได้รู้สึกรังเกียจความรักแบบนี้ก็เถอะ แต่คนรอบข้างละจะยอมรับเื่นี้ได้เหรอ
“เป็อะไรว่ะพีช..หน้าตาอมทุกข์มากกูขอบอก..” ทวิภาคเดินเข้ามาคล้องไหล่เพื่อนเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุขดิบ
“เปล่า..”
“เป็อะไรก็บอกเพื่อนดิว่ะ..อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะแข่งรถอยู่ละ..หรือว่าเครียดเื่แข่ง..” ณภัทรจ้องมองอาการที่ดูจะหนักหนาสาหัสเอาการของเพื่อน
“เปล่า..”
“มึงเป็อะไรเนี่ย..พูดแต่..เปล่า..เปล่า..แล้วพวกกูจะช่วยได้ไหมเนี่ย..” วิชญ์พลเสริม ว่าจะไม่ยุ่งแล้วนะแต่อาการมันหนักจริงแหละ เริ่มจะใจคอไม่ดีแล้วสิ
“ไม่มีอะไร..ไม่ต้องมาช่วยอะไรกู..กูจะทำเอง..”
“ทำอะไร!!..” ผสานเสียงถามออกไปพร้อมกันด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“อย่ายุ่ง..” ปฏิเสธแล้วลุกเดินออกไป ปล่อยทิ้งความสงสัยเข้าครอบงำคนทั้งสามเอาไว้ให้ออกจากเื่นี้ไม่ได้
“มึงว่าเื่อะไร..” ทวิภาคหันไปถามอีกสองคนที่เหลือ
“กูว่ามันกำลังจีบสาวอยู่หรือเปล่าว่ะ..” วิชญ์พลบอกตามความคิดของตัวเอง
“แล้วต้องเครียดขนาดนี้เลยเหรอว่ะ..” ณภัทรสงสัย
“นั่นดิ..หล่อขนาดนั้นแค่กระดิกนิ้วสาวๆสวยๆก็แทบสยบคาตีน..” ทวิภาคแจงตามความคิดของเขา และที่ผ่านมาพิชญุตม์ไม่เคยมานั่งกลุ้มใจด้วยเื่ผู้หญิงให้เขาเห็นเลยสักครั้ง
“แล้วจะเื่อะไรว่ะ..” วิชญ์พลก็ได้แต่พยายามคาดเดา แต่ไม่ว่าจะนึกยังไงเขาก็นึกไม่ออก
“นั่นดิ..หรือเราจะแอบตามสืบดี..” ทวิภาคเสนอความเห็นที่เขานั่นแทบอยากจะปฏิบัติเสียเดี๋ยวนี้เลย
“เชี่ย..ถ้ามันรู้พวกเราตายแน่สัส!..” ณภัทรขนแขนลุกขึ้นมาทันทีที่นึกถึงภาพสยองขวัญนั้น
“เอาไง..สืบไม่สืบ..”
“มึงน่าจะพูดว่าเสือกไม่เสือกน่าจะถูกกว่านะไอภาค..” วิชญ์พลผลักศีรษะเพื่อนเบาๆด้วยหมั่นไส้ในความอยากรู้อยากเห็นของมัน
“ปล่อยมันไปเถอะ..เดี๋ยวมันพร้อมบอกมันก็คงมาบอกเองแหละ..” ณภัทรหยักไหล่แล้วเก็บของเตรียมกลับที่พักทันที ทั้งวิชญ์พลและทวิภาคก็เดินตามหลังออกมา ทุกคนอยู่ในความคิดของตัวเองถึงสาเหตุว่าเพราะเหตุใดเพื่อรักถึงได้มีอาการเช่นนั้น
“มาอีกแหละ..ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงไอน้อง..” เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยเดินเข้ามาหาคนที่เขาเริ่มจะคุ้นเคยเสียแล้วในตอนนี้
“ไม่ครับ..พี่เขายังอยู่ในบริษัทใช่ไหมครับ..”
“ใช่..คุณติณคงดึกแบบนี้ไปสักพักแหละมั้งเห็นแกบอก..”
“ครับ..ผมจะรอ..”
“อืม..ไม่ว่าเื่อะไรก็พยายามให้เต็มที่ละ..” ตบบ่าชายหนุ่มแล้วเดินกลับเข้าไปประจำที่ตามตำแหน่งของตัวเอง เวลาผ่านไปหลายชั่วโมงแต่พิชญุตม์ก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมไม่ยอมไปไหน ในเมื่อขอโอกาสแล้วไม่ได้เขาก็คงต้องหน้าด้านให้โอกาสตัวเองเสียเลย ต้องลงทุนสักตั้งหากผิดหวังจะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจในภายหลัง
“พี่ครับ..ฝากนี่ไปให้พี่เขาหน่อยได้ไหม..”
“คุณติณนะเหรอ..ได้สิ..จะฝากบอกอะไรไหม..” เ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยรับโกโก้ร้อนแก้วเล็กมาถือไว้ เมื่อคนตรงหน้าร้องขอในสิ่งที่เขาสามารถทำให้ได้ ก่อนจะถามถึงคำฝากบอกเผื่ออีกคนอยากจะทำ
“ไม่ครับ..” ร่างสูงส่ายหน้าแล้วเดินกลับไปนั่งรอที่เดิมอีกครั้งอย่างน่าสงสารในสายตาของคนมอง เฮ่อ..เด็กนี่ตั้งใจทำอะไรกันแน่หนอ
“คุณติณ..มีคนฝากของมาให้ครับ..” คนส่งสารยื่นสิ่งที่อยู่ในมือไปให้พร้อมรอยยิ้ม
“ของใครครับ..” ถามหาเ้าของแก้วน้ำที่รับมาไว้ในมือ
“ก็เด็กข้างล่างไงครับ..มันยังรออยู่นะ..”
“เฮ่อ..อะไรนักหนา..ขอบคุณครับที่เอามาให้ทีหลังไม่ต้องรับมานะครับ..”
“ทำไมล่ะครับ..ไอหล่อนั่นมันดูน่าสงสารมากเลยนะครับ..”
“ช่างเขาเถอะครับ..เด็กมันไร้สาระอย่าไปสนใจเลยครับ..”
“คุณติณนี่ดุใช้ได้เหมือนกันนะครับเนี่ย..ผมนึกว่าจะใจดีกว่านี้เสียอีก..”
“ก็ดูสถานการณ์ครับ..เด็กไม่ยอมโตต้องโดนแบบนี้แหละครับ..”
“ครับ..งั้นผมไม่กวนแล้วนะครับ..เสียเวลาทำงานของคุณติณเปล่าๆ..”
“ขอบคุณมากนะครับที่เอามาให้..” ชายหนุ่มกล่าวขอบคุณ ก่อนจะหันไปตั้งใจทำงานเร่งด่วนของตัวเองต่อไป ่นี้รู้สึกว่าร่างกายอ่อนล้ามากเหลือเกิน งานที่เร่งรีบนี้แหละคือตัวการทำให้เสียสุขภาพแต่ติณณภพก็ไม่รู้ว่าต้องใช้วิธีไหนดีไปกว่าหักโหมทำให้มันเสร็จๆไปเสียที เขาจะได้ถือโอกาสลาพักร้อนยาวๆไปเลย
“อ่าว..ฝนตก..” เมื่อเดินลงมาข้างล่างหน้าประตูใหญ่ ติณณภพก็เงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่โปรยสายน้ำลงมาอย่างไม่ขาดสาย เวรกรรมจริงๆเลยเขาดันลืมหยิบร่มติดมือลงด้วยสิ เอาไงดี..งั้นรีบวิ่งไปเลยแล้วกัน แต่..
“ร่ม..” จู่ๆก็มีคนเดินออกมาจากข้างๆเสาต้นใหญ่หน้าบริษัท แล้วยื่นร่มพับที่กางเอาไว้ส่งมาให้เขา คนที่มีร่มมาด้วยแต่ไฉนตัวเองกลับเปียกซกั้แ่หัวจรดเท้าแบบนี้
“ไม่เอา..เก็บไว้ใช้เถอะ..แล้วทำไมเปียกแบบนั้นล่ะ..” ถามด้วยความสงสัยและไม่พอใจอยู่ในที
“ช่างเถอะ..เอาร่ม..” ไม่คิดจะตอบถึงสาเหตุที่อีกคนสงสัย มันไม่จำเป็ต้องอธิบาย
“ตากฝนทั้งที่มีร่ม..บ้าหรือเปล่า..ขนาดตัวเองยังดูแลไม่ได้แล้วจะมาดูแลคนอื่นเขายังไง..” คนอายุมากกว่าดุใส่ ก่อนจะส่ายศีรษะให้คนตรงหน้า เมื่อรู้สึกไม่ชอบใจนักกับสิ่งที่เ้าตัวได้ทำลงไป
“ให้โอกาสไหมล่ะ..แล้วมารอดูกันว่าทำได้ไหม..” แต่อีกคนกลับไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด แถมยังท้าท้ายกลับไปอีกต่างหาก
“กลับบ้านไปได้แล้วไป๊..เกิดไม่สบายขึ้นมาอย่ามาโทษกันล่ะ..”
“อืม..เดี๋ยวขับไปส่ง..”
“ไม่ต้องหรอก..ขับตากฝนตากลม..พรุ่งนี้เตรียมตัวตายได้เลย..”
“ช่างมัน..รีบกลับเหอะ..” ตัวสั่นบอกเบาๆ เพราะพยายามเก็บอาการแต่มีหรืออีกคนจะดูไม่ออก ติณณภพบอกไม่ถูกว่าตอนนี้เขารู้สึกอย่างไร สงสารหรือโกรธคนตรงหน้ากันแน่ โง่หรือเปล่าทำไมทำร้ายตัวเองแบบนี้น่ะ
“แล้วแต่นะ..ทำตัวเองทั้งนั้น..” ติณณภพเดินออกไปไม่สนใจจะรับร่มมาจากอีกคนด้วยซ้ำ เพราะเขารู้แน่แล้วว่าตอนนี้ตัวเองกำลังจะโกรธแล้ว ส่วนพิชญุตม์เมื่อเห็นว่าอีกคนไม่สนใจจะรับความห่วงใยของเขาไป เขาจึงต้องเดินกางร่มให้อีกคนตามหลังไปเงียบๆ ไม่คุยก็ไม่เป็ไรแค่ได้ดูแลก็พอแล้วมั้ง ช่างมันเถอะ..
“พรุ่งนี้ไม่ต้องมาแล้วนะ..รำคาญ..” ติณณภพไม่หันหน้ากลับมามอง พูดกระแทกใจอีกคนจบก็เปิดประตูรถยนต์แล้วขับออกไปแบบไม่สนใจคนที่ยืนกางร่มให้ด้วยซ้ำ
“รำคาญ..” พิชญุตม์ปล่อยร่มหล่นลงไปด้วยไร้เรี่ยวแรงที่จะถือ น้ำตาหยาดใสไหลออกมาผสมไปกับหยดน้ำฝนจนแยกแยะไม่ออก เจ็บว่ะ..ความปวดร้าวภายในอกข้างซ้ายตอกย้ำจนแทบเดินต่อไปไม่ไหว แต่เมื่อนึกว่าอีกคนยังไม่ถึงบ้านต้องรีบตามไปส่งขาแกร่งก็รีบวิ่งไปขึ้นรถคันโปรดแล้วขับตามอีกคนไปในทันที โดยไม่สนใจร่างกายที่กำลังหนาวสั่นของตัวเองเลยแม้แต่น้อย
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>
รบกวนขอหัวใจกับคอมเม้นเพื่อเป็กำลังใจกันหน่อยนะคะ
ขอบคุณมากๆๆๆๆค่ะที่ให้การสนับสนุนกัน
เื่นี้ไรท์ตั้งใจจะลงให้อ่านฟรีกันจนจบเื่นะคะ
