จากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 42 นับวันยิ่งไม่เข้าใจความคิดฮ่องเต้

            หลังจากไทเฮาเอ่ยคำพูดเหล่านี้ออกไป ความขุ่นเคืองในใจพระองค์จึงลดลงเล็กน้อย และเมื่อเห็นนางยังคุกเข่านิ่งไม่ไหวติงจึงโบกมือ แม่นมซูรีบเข้ามาพยุงฮวารั่วซีลุกขึ้นพลางกล่าว “ไทเฮาทรงระงับโทสะเพคะ ซูเฟยสำนึกผิดแล้ว” 

            “ไทเฮา หม่อมฉันทำให้ท่านผิดหวัง” บนใบหน้าของฮวารั่วซีมีคราบน้ำตาไหลริน ภายในดวงตาเอ่อคลอไปด้วยความรู้สึกผิดที่ปกปิดไว้ไม่อยู่ 

            ไทเฮาคล้ายจะเหนื่อยล้า น้ำเสียงจึงอ่อนลงมาก “อายเจียเองก็คิดไม่รอบคอบเช่นกัน เจ้าอายุยังน้อย ยามนี้มีเต๋อเฟยดูแล เต๋อเฟยอยู่ในวังตั้งแต่เล็กจนโต นางเป็นคนจัดการ อายเจียก็วางใจ” 

            “หม่อมฉันจะช่วยพี่เต๋อเฟยแน่นอนเพคะ” ฮวารั่วซีกล่าวทันที  

            ไทเฮากวาดสายตามองนางและไม่ได้ตอบอันใด เพียงกล่าวว่า “ตำหนักหลังควรดูแลให้ดี ตายสองสามคนนับว่าไม่เป็นอันใดมาก องค์ชายไม่มีแล้ว ภายหลังค่อยให้กำเนิดใหม่ก็ยังได้ แต่เรื่องของเจิ้งเจี๋ยอวี๋มันเกิดอันใดขึ้นกันแน่?” 

            ฮวารั่วซีตัวสั่นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น นางได้ยินไทเฮาเอ่ยกับแม่นมซู “ไปตรวจดูหน่อย เกิดเรื่องโสมมมานานเพียงนี้กลับไม่มีคนดูแล”  

            นางกำนัลด้านข้างตอบรับแล้วจากไป ฮวารั่วซีรู้ว่านางต้องไปหาเต๋อเฟยเพื่อถ่ายทอดราชโองการของไทเฮาเป็นแน่ ความริษยาในใจกำลังกัดกินเหตุผล นางก้มศีรษะหยิบนิยายขึ้นมาเตรียมจะอ่านต่อ ทว่าไทเฮากลับกล่าวกับนางว่า “วันนี้เจ้าเหนื่อยมากแล้ว กลับไปพักผ่อนเถิด” 

            ฮวารั่วซีรีบตอบรับพลางถอยไปที่ประตู จากนั้นพลันได้ยินไทเฮาเอ่ยเสียงเย็นชาตามหลังมา “สิ่งที่ไม่น่าเชื่อถือที่สุดในโลกใบนี้ก็คือความรัก หากยังปลงไม่ได้ เจ้าก็เป็นซูเฟยของเจ้าต่อไปเถิด” 

            ฮวารั่วซีดีใจและรีบคุกเข่าโขกศีรษะทันที “หม่อมฉันขอบพระทัยไทเฮาที่เมตตา” 

            ขณะมองฮวารั่วซีจากไป ในที่สุดไทเฮาพลันถอนหายใจกล่าวว่า “ซูเอ๋อร์ ซูเฟยนางนี้ไม่รู้ความเกินไปแล้ว…...” 

            แม่นมซูพยุงนางไปนั่งลงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง นางกำนัลด้านข้างมารวมตัวกันปลดอาภรณ์ให้ไทเฮา แม่นมซูกล่าวเสียงเบาอยู่ด้านข้าง “ซูเฟยปักใจรักลึกซึ้งต่อฝ่าบาท ช่างน่าสงสารยิ่งนักเพคะ” 

            “อยู่ในวังมานานหลายปี เรียนรู้เพียงแค่การแยกเขี้ยวเผยกรงเล็บเท่านั้น” ไทเฮากระชากเสียงฮึเย็นชาและกล่าวอีกว่า “เจ้าคิดว่าเหยียนเป่าหลินเป็นอย่างไร?” 

            “งดงามเพคะ เพียงแต่น่าเสียดายที่สถานะต่ำต้อยเกินไป ไร้ที่พึ่งพิง และยังไม่รู้กาลเทศะ วันนี้ไทเฮาปฏิบัติต่อนางเช่นนั้น ซูเฟยยังทนไม่ได้ เกรงว่าผู้อื่นยิ่งไม่มีทางปล่อยนางเป็นแน่เพคะ เกรงว่าจะกลายเป็นเป้าให้ผู้อื่นโจมตีเอาได้เพคะ” 

            “เป้าหรือ?” ไทเฮาพึมพำเสียงเบาพลางกล่าวว่า “อายเจียนับวันยิ่งไม่เข้าใจความคิดฮ่องเต้จริงๆ...…” 

            “บ่าวคิดว่าเหยียนเป่าหลินผู้นี้ไม่มีตระกูลคอยสนับสนุน เกรงว่าคงยืนหยัดได้ไม่นาน ฝ่าบาทอาจเพียงแค่สนใจชั่วขณะหนึ่ง เมื่อหมดความโปรดปราน ภายหลังคงลำบากนักเพคะ” 

            ไทเฮาทอดถอนใจ “เต๋อเฟย ซูเฟย ใครบ้างที่ไม่ได้ไต่ขึ้นมาจากชนชั้นล่าง อายเจียก็เฉกเช่นเดียวกัน” 

            “พวกนางจะเทียบกับไทเฮาได้อย่างไรเพคะ” แม่นมซูรีบเอ่ยตอบ 

            ไทเฮามองตนเองในคันฉ่อง ช่วงวัยที่งดงามล่วงเลยไปแล้ว ใบหน้าที่สะท้อนในคันฉ่องทองสัมฤทธิ์หย่อนคล้อยตามวัย ไม่เอิบอิ่ม นางอยู่ในวังหลวงมาเนิ่นนานสามารถหยั่งรากลึกลงที่นี่ได้ 

            หลายปีก่อนนางเคยออกจากวังครั้งหนึ่ง หลังจากกลับมาร่างกายแทบจะทรุดโทรมลงไปมาก โชคดีที่อดทนจนสามารถปกป้องชาติบ้านเมืองไว้ได้ 

            นางกังวลเรื่องในราชสำนักมามากพอแล้ว ส่วนเรื่องตำหนักหลังที่นางจัดการมาหลายสิบปีนี้นางเริ่มรู้สึกเบื่อหน่ายกับมันมากจริงๆ 

            เพียงแค่เหยียนเป่าหลินตัวเล็กๆ นางหนึ่งทำให้วิตกกังวลจนกลายเป็นเช่นนี้ ต้องรู้ว่าดวงตาของเหยียนเป่าหลินคล้ายกับอวิ๋นอู๋เหยียนยิ่งนัก ต่อให้ฮ่องเต้โปรดปรานเพียงใด มองไปนานๆ ประเดี๋ยวก็เบื่อหน่าย 

            ฮวารั่วซีรับใช้ฮ่องเต้มานานกลับไม่รู้เรื่องนี้ ช่างไม่ได้เรื่องเสียจริงๆ  

            …… 

            ฮวารั่วซีออกจากตำหนักอี้คุน เกี้ยวโคลงเคลงไปตลอดทาง เงาร่างทอดยาวใต้แสงจันทร์ราวกับโผล่ออกมาจากใต้พื้นดิน 

            เกี้ยวที่โคลงเคลงอย่างรุนแรงทำให้นางหงุดหงิดใจ 

            การกระทำของไทเฮาวันนี้ทำให้นางหวาดกลัวถึงขีดสุด นางจึงลากสังขารเหนื่อยล้าเดินทางไปตำหนักอี้คุนเพื่อแสดงความกตัญญูสุดความสามารถ เดิมทีนางคิดว่าด้วยความสัมพันธ์ของตนเองกับไทเฮาจะทำให้การกำจัดเป่าหลินต่ำต้อยเป็นเรื่องง่ายดาย ทว่านางไม่คาดคิดเลยว่าไทเฮาจะตำหนินางเพราะเหตุนี้ 

            ดูจากท่าทางป่วยออดแอดเดินสามก้าวแล้วล้มของเหยียนเป่าหลิน ไทเฮาคงไม่คิดว่าเหยียนเป่าหลินจะให้กำเนิดบุตรมังกรได้จริงกระมัง! 

            ยามนั้นนางสร้างความวุ่นวายเพื่อให้ไทเฮาเชื่อใจตนเอง นางแสดงจุดยืนของตนเองอย่างถึงที่สุดแล้วว่าต่อจากนี้ไปนางจะยืนฝั่งเดียวกับไทเฮา ทำเช่นนี้นางจึงจะมีที่ยืนในตำหนักหลังแห่งนี้ และสามารถอยู่เคียงข้างซ่งอี้เฉินได้นานยิ่งขึ้น 

            คำสาบานเป็นร้อยเป็นพันครั้งแต่เก่าก่อน น่าเสียดายที่สุดท้ายกลับต้านทานกาลเวลาไม่ได้ ฮวารั่วซีต้องการเรียนรู้จากเต๋อเฟยที่ถือลูกประคำพร่ำสวดมนต์  ทว่าเมื่อคิดถึงความพยายามของนางในหลายปีมานี้ นางจึงยอมแพ้ไม่ได้ นางต้องการเป็นภรรยาของเขา นี่คือคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับนาง 

            นางเคยคิดว่าศัตรูมีเพียงผู้เดียว ยามนี้เพิ่งรู้ว่าศัตรูของนางคือสตรีทั้งตำหนักหลังที่อยากจะนั่งอยู่บนตำแหน่งนั้น ทว่านางไม่อยากยอมรับความพ่ายแพ้ และยิ่งไม่อยากยอมแพ้ นางคือฮวารั่วซี มิใช่อวิ๋นอู่เหยียน ในเมื่อต้องการนั่งบนตำแหน่งนั้น นางจะต้องประสบความสำเร็จให้ได้ 

            ส่วนเศษหินขวางทางรกหูรกตาเหล่านั้นเพียงบดขยี้มันเสียก็สิ้นเรื่อง 

            ขันทีกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมา เมื่อเห็นฮวารั่วซีจึงรีบคำนับอย่างนอบน้อม ฮวารั่วซีที่สะดุ้งเพราะเสียงทักทายนี้ก้มศีรษะไปมอง มั่วหนงนางกำนัลใกล้ชิดของนางเอ่ยถามเสียงเข้ม “รีบร้อนไปทำอันใด เกือบชนพระสนมแล้ว!” 

            แม้ยามนี้เต๋อเฟยจะเป็นผู้ดูแลตำหนักหลัง ทว่าอำนาจที่หลงเหลือเมื่อก่อนของฮวารั่วซียังคงมีอยู่บ้าง เมื่อขันทีที่เป็นผู้นำได้ยินมั่วหนงตำหนิจึงโขกศีรษะไม่หยุดพลางกล่าว “เต๋อเฟยสั่งให้พวกบ่าวรีบไปที่เรือนเตี๋ยฟาง จนทำให้เดินชนพระสนม พระสนมโปรดอภัย” 

            มั่วหนงมองฮวารั่วซีคราหนึ่ง เมื่อเห็นนางพยักหน้าจึงเปิดปากเอ่ยทันที “พระสนมใจกว้าง ไม่คิดเล็กคิดน้อยกับพวกเจ้า ภายหลังว่องไวกว่านี้หน่อย หากเป็นเหยียนเป่าหลิน เกรงว่าคงถูกด่าทอทุบตีไปแล้ว เอาเถิด ในเมื่อมีธุระก็รีบไปจัดการ” 

            เมื่อเหล่าขันทีที่โขกศีรษะอย่างแข็งขันอยู่เบื้องล่างได้ยินมั่วหนงเอ่ยเช่นนี้พลันอดสาปแช่งในใจไม่ได้ น่ากลัวเพียงใดก็มีซูเฟยที่น่ากลัวยิ่งกว่า วันนี้เพียงโชคดีที่มีเต๋อเฟยเป็นผู้ดูแลแล้ว หากเป็นเมื่อก่อนเกรงว่าคงถูกเฆี่ยนจนตายไปนานแล้ว กระนั้นปากยังคงกล่าวขอบคุณในความเมตตาซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

            เกี้ยวโคลงเคลงอีกครั้ง โคลงเคลงเสียจนรู้สึกง่วงนอน ฮวารั่วซีเหนื่อยกับงานเลี้ยงฉลองวันประสูติไทเฮามาหลายวันติดแล้ว ยามนี้งานเลี้ยงเสร็จสิ้นจึงได้ผ่อนคลายเล็กน้อย ร่างกายเริ่มยืนหยัดไม่ไหว ทว่าในสมองกลับยังคงไม่หยุดคิด 

            เต๋อเฟยกลับเคลื่อนไหวรวดเร็ว ทันทีที่ได้รับราชโองการของไทเฮาพลันส่งขันทีออกไปเรือนเตี๋ยฟางทันที นั่นเป็นสถานที่ที่เจิ้งเจี๋ยอวี๋อาศัยอยู่มิใช่หรือ? 

            เกรงว่ายามนี้นางคงเสียใจที่วันนั้นรีบร้อนจัดการเจิ้งเจี๋ยอวี๋ ไม่คาดคิดเลยว่าไทเฮาจะนำเรื่องนี้มาตั้งประเด็น ยามนี้คนตายไม่สามารถให้การได้ ทำได้เพียงหาเบาะแสจากที่อื่นเท่านั้น  

            โชคดีที่ใช้เวลาไม่นาน เต๋อเฟยมุ่งหน้าไปปิดเรือนเตี๋ยฟางไว้ก่อนแล้ว ทว่ายังพอมีความหวังอยู่บ้าง 

            เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ฮวารั่วซีพลันอดที่จะหัวเราะไม่ได้ ขณะที่กำลังสัปหงก หมอนก็มาพอดี 


    คล้ายกับเรื่องจากเถ้าธุลีหวนคืนสู่บัลลังก์หงสา (จบ) ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592