หลังจากที่อิกนัสรับประทานอาหารเช้ากับครอบครัว ซึ่งก็เป็นบรรยากาศแบบเดียวกับเมื่อวาน เมื่อเขารับประทานเสร็จเรียบร้อยดีแล้ว เขาก็รีบขอตัวออกจากบ้านไป
จากนั้นเขาก็รีบไปที่สถานีรถไฟเวทมนตร์ทันที เพื่อขึ้นรถไฟแล้วออกเดินทางไปเมืองไวท์ชาโดว์ทันที
ในการเดินทางไปเมืองไวท์ชาโดว์นั้นต้องใช้เวลาถึงสองวันหนึ่งคืนในการเดินทางจะต้องผ่านเมืองขนาดเล็กสองเมือง และเมืองขนาดกลางอีกหนึ่งเมืองด้วยกัน และก่อนที่จะถึงเมืองไวท์ชาโดว์นั้นยังต้องผ่านทะเลทรายโลซานที่เป็นพื้นที่ล่าระดับ 2 ดาวอีกด้วย และในทะเลทรายโลซานนั้นมีกลุ่มโจรสลัดทะเลทรายที่มีชื่อเสียงหาลกลุ่ม ซึ่งบนรถไฟนั้นก็ได้จัดที่พักสำหรับนักเดินทางที่ต้องเดินทางไกลเช่นเขา มีห้องพักสำหรับรับรอง และตู้นอนแคบๆสำหรับพักผ่อน มันไม่ได้กว้างขวางมากนักสำหรับราคาตั๋วที่เขาจ่ายไปแต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับการพักผ่อนเพียงหนึ่งคืน
ในการเดินทางนั้นไม่ได้มีอุปสรรคอะไรด้วยความเร็วของรถไฟเวทมนตร์และไม่ได้พบเจอกับโจรสลัดทะเลทรายเลย ทำให้อิกนัสมาถึงเมืองไวท์ชาโดว์ในตอนหัวค่ำของวันรุ่งขึ้น
เมื่อเขาเดินออกจากสถานีรถไฟออกไปก็พบกับเมืองสีขาวที่มีปราสาทสีขาวขนาดใหญ่ และยังมีตึกสไตล์ตระวันออกกลางอยู่ให้เห็นเต็มไปหมด
นอกจากนั้นในเมืองยังมีสมาคมนักล่าอสูร องค์กรนักล่าอาหาร ศูนย์วิจัยศาสตร์เเห่งการแปรธาตุ สมาคมสมบัติสวรรค์ของนักประดิษฐ์ เเละสมาคมนักผจญภัยประจำสาขาของเมืองไวท์ชาโดว์อีกด้วย นอกจากนี้ยังมีโคลอสเซี่ยมที่ไว้สำหรับนักล่าตอนสู้กันเองเพื่อจัดลำดับในแต่ละขั้นของนักล่าอีกด้วยซึ่งจะกล่าวถึงทีหลัง และนักล่าต่อสู้กับสัตว์อสูร พร้อมกับมีอัตราการพนันสำหรับผู้ที่ชอบเสี่ยงโชค
อิกนัสที่ไม่มีเงินค่าโรงแรมที่พักก็ได้เดินออกจากเมืองไปเพื่อไปกางเต็นท์ในทุ่งหญ้าใกล้กับเมืองไวท์ชาโดว์ เมื่อเดินมาถึงทุ่งหญ้าเขาก็เลือกทำเลที่พักแล้วลงมือกางเต็นท์วงเวทมนตร์ของเขา ใกล้กับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง
แต่ก่อนที่จะออกมาทหารยามหน้าประตูเมืองก็ได้เตือนเขาเกี่ยวการออกไปนอกเมืองตอนกลางคืน ซึ่งสัตว์อสูรจะดุร้ายและแข็งแกร่งกว่าตอนกลางวันอยู่มาก แต่ตัวเขาซึ่งต้องการที่จะหาเงินจากการนำเนื้อสัตว์อสูรไปขายให้กับองค์กรนักล่าอาหารเพื่อเป็นทุนสำหรับการอยู่ในเมืองไวท์ชาโดว์แล้วมันไม่เป็นปัญหาเลย และเขาก็จะไม่ได้จะไปนอนในพื้นที่ล่าระดับสูงอยู่แล้ว จึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร
เมื่อเขากางเต็นท์เสร็จ เขาก็เดินสำรวจว่าภายในทุ่งหญ้าแห่งนี้ จะมีตัวอะไรให้เขาพอที่จะล่าได้บ้าง เขาจึงเรียกเจ้าเบลซแล้วขึ้นขี่หลังของมันเพื่อสำรวจโดยให้เจ้าเบลซดมกลิ่นหาสัตว์อสูร ไม่นานจากนั้นเขาก็พบทุ่งหญ้าสีเขียวขจีที่เป็นทุ่งโล่งกว้าง มองไปจะพบกับฝูงของวัวลายเสืออยู่ฝูงหนึ่ง
ในฝูงวัวลายเสือนั้นเป็นสัตว์อสูรระดับเหล็ก 2 ดาว ซึ่งเขากับเจ้าเบลซก็น่าจะพอรับมือกับพวกมันทั้งฝูงได้ โดยทั้งฝูงนั้นมีประมาณสิบกว่าตัวกำลังนอนหลับพักผ่อนกันอยู่ แต่เมื่อพวกเขาเดินเข้าไปใกล้ๆพวกมันก็ตื่นขึ้นมาในทันที
อิกนัสที่เตรียมตัวพร้อมอยู่นั้น ก็ให้ปืนพกของเขารับพลังชีวิตแล้วยิงออกไปที่วัวลายเสือตัวหนึ่ง ส่วนเจ้าเบลซนั้นเขาให้มันคอยใช้พลังโลหิตระดมยิง หอกโลหิตใส่พวกมันอีกทางหนึ่ง“ปัง ฉึก ฉึก ฉึก”
วัวลายเสือตัวหนึ่งล้มลงกับพื้น แต่พวกเขาก็ไม่มีเวลาไปสนกับวัวลายเสือที่ตายลงตัวนั้น เขากับเจ้าเบลซคอยระดมยิงกระสุนลูกเหล็ก กระสุนพลังชีวิต และหอกโลหิตของเจ้าเบลซ ใส่พวกมัน ซึ่งวัวลายเสือเหล่านั้นก็ใช่ว่าจะยอมให้พวกเข้าทำอยู่อยู่ฝ่ายเดียว
พวกมันรวมกลุ่มกันเป็นรูปลิ่มแล้วพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว ทั้งๆที่ตัวของพวกมันมีขนาดที่ใหญ่มาก ในตอนที่พวกมันพุ่งเข้ามาก็มีหลายตัวที่บาดเจ็บไปไม่น้อย ส่วนพวกเขาที่ไม่มีพื้นที่หลบการพุ่งเข้ามาของฝูงวัวลายเสือ อิกนัสจึงประกบฝ่ามือแล้วตบลงไปที่ก้อนเงินสำหรับฝึกเวทเงินของตระกูลเกิดเป็นวงเวทสีเงินยวงขึ้นที่ก้อนเงินของเขา จากนั้นก้อนเงินก็กลายเป็นโดมป้องกันการโจมตีของฝูงวัวเหล่านั้น
ฝูงวัวที่กระทบกับกำแพงสีเงินอย่างแรงด้วยความมึนงงพวกมันที่ไม่ได้ตั้งตัว อิกนัสใช้พลังชีวิตทั้งหมดส่งเข้าไปในปืนคู่ที่เงินทั้งสองกระบอก แล้วยิงกระสุนถ่วงน้ำหลักขนาดร้อยกิโลกรัมใส่วัวทั้งฝูง
ฝูงวัวที่โดนกระสุนถ่วงน้ำหนักนั้นก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ แต่ยังมีวัวลายเสืออีกตัวที่ตัวใหญ่กว่าตัวอื่นๆ ที่ลุกขึ้นมาพร้อมกลับพุ่งเข้าชนทีพวกเขาอีกครั้ง “ตูม”
อิกนัสที่พลังชีวิตหมดลง ก็ล่วงลงจากหลังของเจ้าเบลซและกระเด็นไปชนเข้ากับต้นไม้ ส่วนเจ้าเบลซก็กระเด็นไปอีก หนึ่งเจ้านายหนึ่งลูกน้องกระเด็นไปคนละทิศ
อิกนัสพลิกตัวขึ้นมาพร้อมกับหยิบยาฟื้นพลังชีวิตที่เข้าซื้อมาจากเมืองซิลเวอร์ไนท์ จากนั้นจึงกินมันลงไป ทันทีที่ตัวยาไหลเข้ามาในปากของเขาลงไปสู่กระเพาะ อิกนัสก็สัมฝัสได้ถึงพลังชีวิตที่ฟื้นขึ้นมาที่ละนิดในทันทีจนฤทธิ์ยาฟื้นพลังชีวิตหมดลง พลังชีวิตของเขาก็ฟื้นกลับมาครึ่งหนึ่งทันที
จากนั้นอิกนัสก็กระตุ้นวงจรเวทมังกรอัคคีที่อกซ้ายของเขา ทันทีที่เขาอัดพลังชีวิตเพื่อกระตุ้นวงจรเวทที่แดงเพลิงที่หน้าอก เขาก็สัมผัสได้ถึงเปลวเพลิงที่ร้อนแรง เขาชูปืนในมือขึ้นมาแล้วเล็งยิงที่เจ้าวัวจ่าฝูงตัวนั้น กระสุนเพลิงพุ่งออกมาปะทะเข้ากับลำตัวของวัวลายเสือทันทีที่พุ่งออกไป “บรึ้ม” เสียงกระสุนเพลิงกระทบเข้าใส่จ่าฝูงวัวลายเสือตัวนั้น
วัวลายเสือที่ถูกระสุนเพลิงยิงเข้าใส่ก็วิ่งพ่านพร้อมกับเปลวไฟที่ลุกทั่วตัวของมัน ไม่นานจากนั้นมันก็หยุดวิ่งพร้อมกับล้มลงไปกองกับพื้น
ส่วนวัวลูกฝูงนั้นเขาก็ได้ให้เจ้าเบลซใช้พลังโลหิตจัดการกับพวกมันที่เหลือ เนื่องเขาไม่เหลือพลังพอที่จะใช้ต่อกับพวกมันอีกแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไปวัวลายเสือทั้งฝูงก็จาลงจนหมดเขากับเจ้าเบลซก็นั่งพักเอาแรงก่อนที่จะลงมือชำแหละเอาเนื้อส่วนต่างๆและหนังของวัวลายเสือเหล่านี้มาเก็บกินและเตรียมที่จะไปขายให้องค์กรนักล่าอาหารต่อไป แต่เขาก็ไม่ลืมที่จะเก็บผลึกอสูรจากพวกมันทุกตัว
เมื่ออิกนัสชำแหละเอาเนื้อและหนังออกมาหมดแล้วเขาก็หยิบการ์ดตัวตนออกมาแล้วเก็บเนื้อและหนังของมันเข้า ซึ่งทำให้เกิดเป็นการ์ดรูปเนื้อวัวลายเสือขึ้นมาหนึ่งใบ พร้อมกับลายละเอียดของมัน ซึ่งในการเก็บของแบบนี้นั้นจะสามารถเก็บได้เพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น เนื่องจากระดับของการ์ดตัวตนของเขาไม่เพียงพอ
จากนั้นเขาก็ใช้การ์ดตัวตนอีกครั้งเพื่อเก็บซากวัวลายเสือเป็นการ์ดทั้งหมด
“ท่านได้ทำการสังหาร ได้รับการ์ดสัตว์อสูรสิบเอ็ดใบ”
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้น แล้วเขาจึงขี่เจ้าเบลซกลับไปที่เต็นท์