



คิโยวาคะฮิโรโตะ กำลังทนทรมานกับความเพลินเพลินบนหลังม้า
ม้าสีเกาลัดเดินในเมืองโซลุมอันเต็มไปด้วยฝุ่นนี่เป็ครั้งแรกที่เขามายังโลกต่างมิติ และเป็ครั้งแรกที่ได้ขี่ม้าในโลกต่างมิติด้วย
แน่นอนว่าการขี่ม้ากับเด็กผู้หญิงก็เช่นกัน——
เส้นผมที่มัดรวบเป็สองข้างด้วยยางรัดผมลูกปัดส่ายไหวไปมาข้าง ๆ ใบหน้า
เด็กหญิงผู้มีดวงตากลมโตกำลังโอบรอบลำตัวของฮิโรโตะ หน้าอกที่หุ้มด้วยเสื้อเปิดไหล่ทำจากผ้าป่านเรียบง่ายกำลังพองตัวจนแทบจะปริแตกออกมา
อกอวบอิ่มคู่นั้นถูกดันเข้ากับแผ่นหลังของฮิโรโตะอย่างเต็มที่ััยืดหยุ่นและชวนให้เคลิบเคลิ้มติดแน่นอยู่กับแผ่นหลังราวกับจะโอ้อวดถึงความเต็งตึงและขนาดของมันพลางเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อย ๆ
หน้าอกที่แนบชิดกับแผ่นหลังของฮิโรโตะพองตัวตามจังหวะการเดินของม้าและส่งแรงสั่นกระเพื่อมทุกครั้งที่ขยับขึ้นลง
แรงกระเพื่อมอันน่าอภิรมย์แล่นไปตามแผ่นหลังของฮิโรโตะพร้อมกับความเคลิบเคลิ้ม
เขาเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามโดยไม่รู้ตัว
อกอวบอิ่มเย้ายวนยังบดบี้กับแผ่นหลังต่อไปราวกับจะทดสอบฮิโรโตะมันกดทับเข้ามาด้วยความยืดหยุ่นอันอ่อนเยาว์จนโย้เย้ผิดรูปทรง
‘ต้องพยายามไม่ทำหน้าแปลก ๆ …’
ฮิโรโตะคิดพลางต่อสู้กับความเพลิดเพลินบนหลังม้าเขาเพิ่งมายังอาณาจักรฮูบรีเด้อได้เพียงสี่วันเท่านั้นเอง
คลื่นความร้อนรุนแรงปกคลุมทั่วประเทศญี่ปุ่นเมืองเก็นไคก็เช่นกัน นับแต่เก้าโมงเช้าอุณหภูมิพุ่งสูงกว่า 30 องศาพอเข้า่กลางวันอานุภาพความร้อนยิ่งทวีขึ้น
ด้านหลังอาคารเรียนของโรงเรียนมัธยมปลายโดชินเอ็นอาคารชมรมสองชั้นถูกแผดเผาด้วยอากาศร้อนอันไม่น่าอภิรมย์จนแทบจะปรากฏภาพลวงตาจากไอร้อนเนื่องจากเป็่ปิดเทอมภาคฤดูร้อน จึงไม่เห็นวี่แววนักเรียน แต่ห้องหมายเลข101ในชั้นที่หนึ่งก็เปิดทิ้งไว้ เพราะวันนี้เป็วันทำกิจกรรมของชมรมยุคกลางศึกษา
ในห้องขนาดสามเสื่อมีโต๊ะทำงานเรียบ ๆ สีเทา เก้าอี้พับสี่ตัว ชุดเกราะกับหมวกเหล็กที่ดูเหมือนทำขึ้นเองและหมวกทรงกรวยแหลมแบบยุคกลาง
ชั้นเหล็กสีเทามีหนังสือเกี่ยวกับยุคกลางอาทิ ผลงานของฮอยซิงก้า หรือ แฟร์น็อง โบรแดล วางเรียงราย
ในหมู่ตำราชั้นสูงมีหนังสือรวมภาพเอลฟ์ปะปนอยู่ด้วย โซอิจิโร่คงเอามาใส่ไว้เป็แน่ หน้าอกมโหฬารและผมสีทองคือของชอบของโซอิจิโร่ ยิ่งมีหูเรียวยาวกว่าปกติก็ถือว่าสมบูรณ์แบบ
คิโยคาวะฮิโรโตะ เพิ่งมาถึงห้องเมื่อหนึ่งนาทีก่อน ซึ่งเป็เวลาสิบสามนาฬิกาพอดีกางเกงขายาวสีดำและเสื้อเชิ้ตสีขาวอันเป็เครื่องแบบของโรงเรียนต่างเปียกชุ่มด้วยเหงื่อเหนอะหนะฮิโรโตะหยิบสมาร์ทโฟนออกมาเช็คอีเมล โซอิจิโร่ไม่ได้ติดต่อมา
ฮิโรโตะดื่มน้ำเกลือแร่พลางใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำประคบคอให้เย็นลงแล้วเปิดหนังสือ ‘หลักปฏิบัติทั้ง 7’ หนังสือธุรกิจขายดีอันดับหนึ่งซึ่งมียอดขายรวมทั่วโลกกว่ายี่สิบล้านฉบับหนึ่งในหนังสือพัฒนาตนเองที่โด่งดังที่สุดในโลก
พอเริ่มอ่านบทสุดท้ายก็ได้ยินเสียงดังมาจากนอกห้อง
“อ่านเล่มนั้นอีกแล้วเหรอ”
นักเรียนมัธยมปลายปีหนึ่งกำลังยืนเหงื่อโชกเขามีส่วนสูง 180เิเ สวมแว่นตา---หากสวมเสื้อกาวน์คงจะดูเหมาะทีเดียว
เขาคือโซอิจิโร่---นักเรียนปีหนึ่ง ห้อง B เช่นเดียวกับฮิโรโตะ ในงานปฐมนิเทศโซอิจิโร่เป็ตัวแทนนักเรียนใหม่กล่าวคำในพิธีนั่นแปลว่าเขาเป็นักเรียนใหม่ที่มีผลคะแนนอันดับหนึ่ง ในมือของเขามีถุงกระดาษบาง ๆจากร้านหนังสือมือสอง และถุงพลาสติกอีกใบ
“นายอยากเป็ประธานบริษัทรึไง”
โซอิจิโร่ส่งสายตาดูแคลนไปทางฮิโรโตะ
“คิดว่าการยืนอยู่เหนือคนอื่นมันน่าสนุกดีน่ะ”
“แล้วนายจะทำได้เหรอ”
โซอิจิโร่โพล่งออกมาแล้วขว้างใบประกาศผลการเรียนลงบนโต๊ะ
ตรงรายชื่อของอันดับหนึ่งมีรอยปากกาเรืองแสงทำสัญลักษณ์เอาไว้เป็ชื่อของโซอิจิโร่นั่นเอง
“ที่หนึ่งอีกแล้ว”
เขาโอ้อวด
“ยอดเลยนะ”
“ไม่มีชื่อนาย”
โซอิจิโร่จงใจเน้นเสียง
“ถ้าไม่ติดสามสิบอันดับแรกก็คือคนโง่ คนหัวไม่ดีจะเป็ประธานได้เหรอประธานของบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์จบจากมหาลัย’เคโอมากที่สุด รองลงมาเป็มหาลัย’โตเกียว แล้วก็วาเซดะ อย่างนายน่ะจะเป็ประธานกับเขาได้เหรอ”
โซอิจิโร่เล่นงานอีกฝ่ายด้วยคำเหน็บแนมที่เขาถนัดเหมือนกับทุกที
“การเป็ประธานกับการเรียนมันต่างกันนะ”
“ต่างกันตรงไหน!?”
โซอิจิโร่กัดฟันกรอด
“การเรียนคือการประมวลผลข้อมูลจำนวนมากแล้วแสดงออกมาอย่างแม่นยำใน่เวลาสั้น ๆแต่คนเป็ประธานน่ะ ต้องคิดว่าจากนี้บริษัทจะเดินหน้าต่อไปยังไงจะใช้งานพนักงานในบริษัทยังไง ฉันคิดแบบนั้นนะ”
ฮิโรโตะตอบ
“นายก็เถียงแบบนั้นตลอด”
“ก็นายพูดผิดนี่”
“อย่ามาเถียงข้างๆ คู ๆ ”
โซอิจิโร่นึกระอาอยู่ในใจ
พอรู้ว่าเถียงสู้ไม่ได้โซอิจิโร่จะดุอีกฝ่ายว่าอย่าเถียงข้าง ๆ คู ๆ เสมอเขาไม่ต่างจากตอนที่เคยเล่นด้วยกันสามคนกับน้องสาวในสมัยประถมเลยโซอิจิโร่คงพอกพูนความไม่พอใจมากมายเอาไว้เป็แน่ พอเครียดขึ้นมาทีไรเขาจะโจมตีฮิโรโตะด้วยคำพูดเหน็บแนมทุกทีไป
โซอิจิโร่วางกระเป๋าลงบนโต๊ะทำงานนั่งประจันหน้ากับฮิโรโตะ หยิบน้ำแอปเปิ้ลสองกล่องจากถุงพลาสติกแล้ววางลงตรงหน้าฮิโรโตะหนึ่งกล่อง
ฮิโรโตะและโซอิจิโรดื่มน้ำผลไม้อย่างรวดเร็วอาคารชมรมที่มีแค่เด็กผู้ชายสองคนดูไม่เป็ระเบียบเรียบร้อยนัก
“โซอิจิโร่ไม่อยากเป็ประธานบริษัทเหรอ”
ฮิโรโตะเอ่ยถาม
“ฉันอยากเป็อาจารย์มหาลัย’มากกว่า ไม่ขอเป็พนักงานกินเงินเดือนเด็ดขาด”
“แต่มหาลัย’เนี่ย เป็ระบบปิดมากเลยนะ กลุ่มสังคมก็แคบ มีแค่ศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์ผู้ช่วยศาสตราจารย์ แล้วก็เด็ก ป.โท เต็มที่ก็หลักสิบคน แถมได้ยินว่าได้เงินไม่เยอะจนกว่าจะได้เป็รองศาสตราจารย์ด้วยต้องไปสอนตามมหาลัย’อื่นเพื่อหาเลี้ยงชีพเชียวนะ”
“ต่อให้เข้าบริษัทตอนนี้จะโดนไล่ออกเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ถ้าทำผลงานไม่ดีเดี๋ยวก็ถูกโยกไปเป็พนักงานขายอีก”
“อาจารย์มหาลัย’ก็เป็สัญญาปีต่อปีตั้งเยอะ กว่าจะเป็รองศาสตราจารย์ของที่ไหนสักแห่งได้ดูเหมือนจะยากเอาการเลยนะ”
“อย่าทำลายความฝันคนอื่นสิ”
“เข้าบริษัทตามปกติแล้วทำงานแผนกต่างประเทศก็ได้แท้ ๆ ”
“ไม่เอาหรอกเดี๋ยวนี้แผนกต่างประเทศต้องติดต่อกับจีนเป็ส่วนใหญ่ ฉันชอบฝั่งยุโรปมากกว่าเพราะงั้นถึงได้เข้าชมรมยุคกลางศึกษาไงละ ถึงใน่ยุคกลาง ประเทศแถบยุโรปจะเป็ประเทศกำลังพัฒนาก็เถอะนะ”
โซอิจิโร่บิดมุมปากอย่างหยิ่งผยอง
“ระบบสุขอนามัยก็สุดเลวร้ายไม่มีทั้งระบบราชการที่พัฒนาแล้วและกองทัพประจำการเหมือนประเทศจีนหรือประเทศมุสลิมกว่าจะมีเหมือนอย่างเขาก็ต้องรอถึงสมัยปกครองแบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ก่อนหน้านั้นน่ะไม่มีกองทัพประจำการพอจะรบกันทีก็ต้องไปรวบรวมทหารรับจ้างมากว่าจะมีกองทัพประจำชาติก็ต้องรอถึงสมัยนโปเลียน”
โซอิจิโร่มองมาที่ฮิโรโตะราวกับจะบอกว่าไงล่ะ ไม่รู้ใช่มั้ยล่ะ