หลังจากที่เข้ามาภายในห้องรับรอง ลลิษายื่นใบราคารถแบบรวมทุกสิ่งอย่างแล้วให้กับเขาราคาค่าตัวของรถคันนี้เบ็ดเสร็จอยู่ที่ 3ล้าน6แสนบาท
ลลิษายังมีข้อเสนอของแถมอีกให้กับเขา
" เพื่อเป็การขอโทษกับเหตุการก่อนหน้า ทางเราขอมอบส่วนลด 5%ให้กับคุณ "
" นอกจากนี้ ทางเรายังมีของแถมมูลค่ารวมกว่า1แสนบาท "
" ไม่ทราบว่าคุณพอใจกับขอเสนอของเราไหมคะ "
ปื๊ดหยิบใบราคาขึ้นมานอกจากราคาของรถแล้วมันยังมีรายการของแถมมันเป็ประกันชั้น1 นาน3ปี
เขาพอใจกับข้อเสนอที่ ลลิษายื่นให้กับเขา
" ผมตกลงครับ "
" โอเคคะยอดทั้งหมดที่ต้องชำระคือ 3,420,000 บาทไม่ทราบว่าจะชำระยังไงดีคะ "
" เงินสดครับ "
จากนั้นปื๊ดก็หยิบกระเป๋าแบรนด์เนมที่เขาพกติดตัวขึ้นมารูดซิบกระเป๋าแล้วล้วงเข้าไปข้างใน จากนั้นปื๊ดเรียกเงินจากภายในกระเป๋ามิติ เขาเรียกมาในจำนวนที่เขาพอจะถือได้คือจำนวน3แสนบาท จากนั้นเขาหยิบมันขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ
มองจากมุมมองของบุคคลที่3มันไม่ต่างอะไรจากการที่เขาหยิบเงินออกจากกระเป๋าขึ้นมาตามปกติ
แต่ที่ทำให้ผู้จัดการสาวลลิษาตาค้างถึงกับจ้องมองปื๊ดแบบไม่วางตาก็คือการที่ปื๊กยังคงหยิบมันขึ้นมาเรื่อยราวกับเขากำลังเล่นมายากลเสกเงินออกมาจากกระเป๋ายังไงยังงั้น
" มันจุได้มากกว่าที่เห็นภายนอกนะครับ "
ที่ลลิษาอึ้งไม่ใช่เพราะเธอไม่เคยเห็นเงินสดจำนวน3ล้านกว่า แต่เธอรู้สึกใกับความจุของมันเมื่อเทียบกับขนาดที่เธอมองเห็น
" ไม่ทราบว่าคุณซื้อกระเป๋านี้ที่ไหนเหรอคะ? "
ปื๊ดได้แต่ยิ้มรับกับคำถามของเธอโดยที่ไม่ได้ตอบอะไร เหตุการเมื่อสักครู่มันทำให้ เธอค่อนข้างที่จะสติหลุดมันไม่ต่างจากการที่เธอนั่งดูมายากลระดับโลกแบบใกล้ชิด
หลังจากที่ลลิษาได้สติ เธอจึงรู้ว่าคำถามของเธอออกจะระลาบระล้วงมากจนเกินไป
" เออทางเราขอตรวจสอบจำนวนเงินสักครู่นะคะ "
" เชิญครับ "
จากนั้นลลิษาเรียกให้ลูกน้องของเธอ นำเครื่องนับธนบัตรมาตั้งไว้บนโต๊ะและจัดการนับธนบัตรทั้งหมดที่ปื๊ดนำออกมา
ลูกน้องของเธอไม่ลืมที่จะตรวจสอบธนบัตรทั้งหมดว่าเป็ของจริง หลังจากที่ตรวจสอบเงินทั้งหมดแล้วเธอนำเงินส่วนเกินมา 8 หมื่นบาทคืนให้กับเขา
หลังจากนั้นปื๊ดก็จัดการเซ็นเอกสารที่ทางโชว์รูมจัดมาให้กับเขา ปื๊ดไม่ลืมที่จะตรวจสอบเอกสารก่อนจะเซ็นชื่อของตนเองลงไป
โชว์รูมใช้เวลาจัดกับเอกสารราวๆ 1ชม. และตอนนี้รถคันนี้ก็พร้อมจะออกไปโลดเลนบนถนนกับปื๊ดแล้วจริงๆ
" ขอบคุณท่านลูกค้ามากนะคะ ที่ไว้ใจซื้อรถจากเรา "
" ถ้ารถมีปัญหาอะไร คุณสามารถติดกับหาลิษาได้โดยตรง "
ลลิษายื่นนามบัตรส่วนตัวจองเธอให้ปื๊ด เธอไม่ได้ให้มันกับใครง่ายๆไม่รู้เพราะอะไรสัญชาตญาณของเธอบอกกับตัวเธอว่าเธอควรรักษาconnectionกับชายคนนี้เอาไว้
" ขอบคุณมากครับ ถ้ารถมีปัญหาอะไรผมจะติดต่อหาคุณทันที "
หลังจากนั้นปื๊ดก็ขับรถคันใหม่ป้ายแดงของเขาออกไปแล้ว ลลิษาหันมาถามข้อมูลบางอย่างจากลูกน้องของเธอ
" อาการของ เดชา เป็ไงบ้าง "
" ตอนคุณเดชาปลอดภัยแล้วคะ "
" ทางโรงพยาบาลแจ้งมาว่าคุณเดชาหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน "
" แต่โชคดีที่นำไปส่งโรงพยาบาลทันเวลา แต่ตอนนี้ได้แต่รอดูอาการต่อไปค่ะ "
" เอาละเขาไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ตอนนี้เธอไปทำงานของเธอต่อได้แล้ว "
ลูกน้องของเธอก้มหัวให้กับเธอและเดินจากไป ในขณะที่ลลิษาค่อยๆยกเอกสารที่มีข้อมูลของผู้ซื้อรถที่พึงจะขายออกไปเมื่อสักครู่ขึ้นมาดู
" ปรเมษฐ์ ประเสริฐกุล ชั้นอยากรู้จริงๆว่าคุณทำอะไรกับเดชา "
เธอไม่เชื่อว่าอยู่ๆเดชาจะหัวใจล้มเหลวขึ้นมาเอง เธอเชื่อว่าต้องเป็ฝีมือของชายคนนั้น แต่ต่อให้คาดคั้นเขายังไงเขาก็คงไม่บอกเธออยู่ดี เธอได้แต่เก็บเอกสารที่มีข้อมูลติดต่อของเขาเอาไว้ในลิ้นชักไปพร้อมกับความสงสัยของเธอ
●●●
หมวยกำลังนั่งปลอกผลไม้ให้กับพี่สาวของเธอ วันนี้เธอแต่งตัวดูน่ารักเป็พิเศษเพื่อรอคอยการมาถึงของพี่ชายแสนดีของเธอ
หลังจากที่เธอกับมาจากพบพี่ชายที่แสนดี เธอรู้สึกโลงใจเป็อย่างมากในที่สุดพี่สาวของเธอก็สามารถรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลแห่งนี้ต่อไปได้ โดยที่เธอไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาเรองเงิน
หมวยรีบเล่าเื่ที่คุยระหว่างปื๊ดกับเธอให้พี่สาวของเธอฟัง เธอ้าแบ่งปันความสุขให้กับพี่สาว หมวยดูตื่นเต้นระหว่างที่เล่าเื่ราวเกี่ยวกับพี่ชายที่แสนดีคนนั้น
" จริงๆนะพี่เหมยเขาบอกว่าจะดูแลเรา2ตลอดไปหมวยได้ยินอย่างนั้นจริงๆ "
"เอาละๆ พี่เชื่อเราแล้ว ว่าแต่เขาจะมาวันนี้จริงๆใช่ไหม "
" แน่นอน พี่ปื๊ดไม่มีทางหลอกหนูแน่ๆ "
" ดีแล้วพี่ก็อยากจะเจอเขาตัวจริงเหมือน "
เหมยไม่เคยคิดว่าอยู่ดีๆจะมีใครเอาตัวเข้ามวพัวพันกับปัญหาของพวกเธอดูจาก
คำพูดที่ชายที่ชื่อปื๊ดพูดกับน้องสาวของเธอมันไม่ได้ต่างอะไรกับการขายฝัน แต่เธอไม่
อยากที่จะพังทลายความหวังสุดท้ายของน้องสาวเธอ เธอจึงเลือกที่จะทำเป็เชื่อและไม่พูดอะไรออกมา
ก๊อก! ก๊อก!! ก๊อก!!!
" นั่นไงต้องเขาแน่ๆเลย เขามาแล้วพี่เหมย "
หมวยรีบเดินไปเปิดประตูด้วยความดีใจ เธอพยายามยิ้มให้น่ารักสุดที่เท่าที่จะทำได้ขณะที่เธอกำลังจะเปิดประตู
" มาช้าจังเลยนะคะ หมวยคิดว่าพี่จะไม่มาซะแล้ว "
หมวยพูดขณะที่กำลังจะเปิดประตูแต่ก็ต้องหยุดรอยยิ้มของแทบจะไม่ทัน คนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูไม่ใช่คนที่หมวยกำลังรอ มันกับเป็คุณหมอหนุ่มที่ชื่อ ไพบูลย์ ที่เธอไม่ค่อยจะชอบหน้าเขาสักเท่าไร หมอคนนี้ชอบมองตัวเธอและพี่สาวด้วยสายตาที่ทำให้เธอต้องขนลุก ตัวพี่สาวของเธอก็ไม่ค่อยชอบเขาเช่นกัน แต่เธอก็พูดอะไรมากไม่เพราะว่าหมอคนนี้เป็คนเดียวที่พอจะบรรเทาอาการของพี่สาวของเธอได้ แม้ว่าเธอไม่ชอบเขาแต่เธอก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรกับเขา
" ขอโทษนะคะ น้องหมวย ที่พี่หมอทำให้น้องหมวยต้องรอ "
นี้ก็เป็อีกสาเหตุของการที่เธอไม่ชอบหมอไพบูลย์
เขามักจะส่งสายตากะลิ้มกะเหลี่ยพร้อมส่งคำพูดกรุ้มกริ่มใส่พวกเธอตลอด
" ขอโทษนะคะ คือหมวยคิดว่าพี่เป็อีกคนนะคะ "
" โอ้ วันนี้จะมีแขกมาเยี่ยมคนใข้ของพี่หมอหรือคะ พอจะบอกพี่ได้ไหมว่าเขาเป็ใคร "
หมอไพบูลย์พูดขณะที่เขาเดินไปหยิบชาร์ตคนใข้ขึ้นมาดูพร้อมกับเดินไปปรับสายน้ำเกลือของเหมย หมวยไม่ชอบคำพูดของหมอคนนี้เลย คำพูดของเขาแสดงความเป็เ้าของพี่สาวของเธออย่างชัดเจน เธอจึงอยากที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อโต้ตอบเขา
"อ้าว คุณหมอยังไม่รู้หรือคะ แฟนของพี่เหมยจะมาเยี่ยมพวกเราในวันนี้ "
แกร๊ก !!!
ขณะที่หมอไพ เดินเอาชาร์ตคนใข้ของหมวยมาเก็บที่ปลายเตียง เขาได้ยินสิ่งหมวยพูดมันทำให้เขาลืมตัวเผลอบีบปากกาที่เขากำไว้จนมันแตกหัก
" หมวยทำไมถึงพูดอย่างนั้น เดี่ยวคุณหมอเขาก็เข้าใจผิดกันพอดี "
แม้เธอจะดุหมวยอย่างนั้นแต่เธอก็ไม่ได้พยายามแก้ใข้คำพูดที่น้องสาวเธอโกหกขึ้นมา เธอเองลึกๆก็มีความรู้สึกแปลกๆเหมือนกัน เวลาที่หมอไพบูลย์ตรวจเธอมันเป็อะไรที่เธอไม่สามารถอธิบายออกมาเป็คำพูดให้ใครฟังไม่ได้ ถ้าพูดไปคนอื่นอาจจะหาว่าพวกเธอคิดกันไปเอง
" ทำไมผมไม่เห็นเคยได้ยินเื่นี้มาก่อนเลย นี้เป็เื่จริงเหรอครับคุณเหมย ? "
" เออ .. "
เหมยรู้สึกอึดอัดกับคำถามที่หมอไพบูลย์ถามกับเธอ เธอเป็คนที่โกหกไม่เก่ง ถ้าเขา
พยายามที่จะคาดคั้นเธอ อีกไม่นานเธอคงจะบอกความจริงเขาเป็แน่
" จริงซิคะ พี่ปื๊ดมาค้างที่บ้านเราบ่อยๆ ถ้าไม่เชื่อลองถามพี่ปื๊ดดูก็ได้ตอนที่เขามา "
หมวยพยายามยืนยันคำโกหกของเธออย่างเต็มที่ ที่เธอทำอย่างนี้เพราะเธอคิดว่าพี่สาวของเธอยังต้องรักษาตัวที่นี้อีกนาน เธออยากให้หมอเลิกกะลิ้มกะเหลี่ยใส่พี่สาวเธอสักทีโดยการบอกว่าพี่สาวของเธอมีเ้าของแล้ว เขาจะได้เลิกยุ่งกับพวกเธอสักที่
" จริงเหรอ .. "
ขณะหมอไพบูลย์พยายามกำลังที่จะถามความจริงจากเหมย แต่เมื่อเขาหันมาเห็นเหมยกำลังเขินอายหน้าแดง เขาก็ไม่้าคำตอบของเธออีกต่อไป เขาสามารถคาดเดาคำตอบได้ทั้งหมดจากอาการที่เธอแสดงออกมา
" เออ.. ผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยว่บ่ายๆผมจะมาตรวจใหม่ "
จากนั้นหมอไพบูลย์รีบเดินออกจากห้องคนใข้ไป
" หมวยทำไมถึงไปพูดแบบนั้น "
ที่เธอดุหมวยไม่ใช้เพราะเธอไม่เห็นด้วยกับการกระทำของน้องสาวเธอแต่เพราะ
เธออายมากจนเกินไปตัวเธอแม้จะอายุ24ปีแล้ว แต่ยังไม่เคยได้มีประสบการณ์เกินเลยกับผู้ชายสักครั้ง การที่น้องสาวของเธอบอกว่าเธอพาผู้ชายมาค้างอ้างแรมที่บ้านของพวกเธอนั้นมันจึงทำให้เหมยอายเป็อย่างมาก
" มันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอพี่ พี่เองก็ใช่ว่าจะชอบหมออะไรนั้นสักเท่าไรไม่ใช่เหรอ "
" ถึงพี่จะไม่ชอบเขาก็เถอะ มันไม่ใช่เื่ที่เธอจะมาพูดว่าพี่เอาผู้ชายเข้าบ้านรู้ไหม "
" เข้าบ้านแล้วจะเป็ไร? อ้อพี่เหมยทะลึ่งจริงๆ หนูแค่พูดว่าเขามาค้างที่บ้าน แต่พี่ ... "
และแล้วหมวยก็เข้าใจที่พี่สาวดุเธอ แม้ตัวเธอจะบอกว่าเขามาค้างที่บ้านพวกเธอ
บ่อยๆแต่เธอไม่ได้หมายความแบบนั้น มันเป็พี่สาวของเธอเองที่คิดไปจนไกล เธอเลยแซวพี่สาวของเธอว่าทะลึ่ง
" หยุดพูดเลยยายเด็กแก่แดด ว่าแต่พี่ชายแสนดีของเธอละ ป่านี้แล้วไปทำไรอยู่ "
" วางใจได้เลยหนูเชื่อว่าพี่ปื๊ดยังไงก็ต้องมา "
ถึงแม้ว่าปากของหมวยจะพูดอย่างนั้นแต่ใจของเธอกลับกำลังร้อนรุ่มอยู่ข้างใน
เอาจริงๆปื๊ดแทบจะไม่เป็อะไรกัน มันไม่มีเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องช่วยพวกเธอ
" หมวยพี่อยากให้เราเผื่อใจไว้บ้างหมวยเองก็รู้ว่าค่าใช้จ่ายต่อวันของพวกเราเป็ไง "
" ถึงแม้พี่จะเชื่อว่าหมวยมองคนไม่ผิด แต่พี่ก็ไม่อยากให้เราหวังกับเขามากเกินไป "
ที่เหมยพูดอย่างนั้นเพราะเธอไม่อยากให้น้องสาวของเธอทุ่มเทความหวังต่อเขาทั้งหมด และเมื่อทุกๆอย่างไม่เป็อย่างที่น้องสาวเธอหวังเอาคนที่จะเ็ปที่สุดก็คงไม่พ้นน้องสาวของเธอ
" หนูเชื่อว่ายังไงพี่เขาก็ต้องมา "
เมื่อเห็นว่าน้องสาวของตัวเองพูดอย่างนั้นเหมยก็ไม่ได้พูดอะไรอีกต่อไป เธอจึงนอนหันหลังให้กับน้องสาวของเธอเพราะไม่อยากที่จะเห็นน้องสาวของเธอต้องผิดหวัง
หมวยที่เห็นว่าพี่สาวของเธอนอนไปแล้ว เธอจึงเดินออกมาจากห้องพิเศษที่พี่สาวของเธอนั้นพักอยู่ ถึงแม้ปากของเธอจะบอกว่าเธอมั่นใจ แต่ในลึกๆเธอก็กลัวเหมือนกันเธอจึงตัดสินใจที่จะโทรศัพท์หาเขาดู
หมวยกำลังลุ้นอยู่ในใจว่าเขาจะรับสายของเธอไหม แต่หลังจากที่เธอกดโทรออกไปไม่นานปื๊ดก็รับสายของเธอทันที
" หมวยเหรอ โทษทีพี่มีปัญหานิดหน่อย พี่กำลังไป อีกประมาณชั่วโมงพี่ก็ถึงแล้ว "
" ไม่เป็ไรคะพี่ หนูแค่จะโทรมาถามว่าพี่จะมาวันนี้ใช่ไหม "
" พี่จะไม่ไปได้ไง ก็นัดกับเราไว้แล้ว แต่่เช้าพี่แค่ติดธุระนิดหน่อย "
" งั้นหมวยไม่กวนพี่แล้ว แล้วก็ หมวยจะรอพี่นะคะ "
จากนั้นหมวยก็วาสายไปตอนนี้เธอรู้สึกสบายใจขึ้นมากหลังจากที่คุยกับปื๊ด
●●●
ตัดมาที่ทางพระเอกของเรา ตอนนี้เขากำลังประสบปัญหาที่ยิ่งใหญ่อยู่ มันเป็ปัญหาที่ต่อให้เขายังอยู่ในระดับพระเ้าก็แก้เองไม่ได้ เขาได้แต่นั่งทำใจกับปัญหาที่เจอ
ก่อนหน้านี้เขามีปัญหากับแท็กซี่ เขาแก้โดยการ ไปทำใบขับขี่ และซื้อรถ แต่หลังจากนั้นเขาต้องมาเจอกับน่าปวดหัวอีกครั้ง ใช้แล้วครับอย่างที่คณคิด ปื๊ดกำลังนั่งรอรถติดอยู่ในรถ เขาติดอยู่ก่อนถึงแยกไฟแดงเขาติดอยู่ตรงนี้มา 45นาทีแล้ว และไม่มีทีท่าว่าจะขยับไปไหน เขาได้แต่บ่นพึมพำในใจ
" หรือว่าเราต้องซื้อเครื่องบินจริงๆ "
_____________________________________________________________________________________
ต้องขอโทษที่ไม่ได้ลงเมื่อวานนะครับ เหตุผลเดิมๆครับงานประจำยุ่งมากๆ พยายามลดบทบรรยายลงแล้วนะครับ ลดได้แค่นี้จริงๆ ข้อให้สนุกกับนิยาย
ปล. รักนักอ่านทุกๆท่านครับ