บทที่ 19 สร้างเื่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน
แม่เฒ่าหลี่ลากเหยียนจื่อต่อไป ดวงตาของนางมืดมนลง “เหยียนจื่อ ข้าเป็ย่าของเ้านะ พ่อของเ้าไม่ยอมกินสิ่งใดเลย เขาบอกว่าเขาจะไม่ดื่มสุราอีกแล้ว”
ไม่ดื่มอีก… เป็ไปได้หรือ?
เหยียนอี้และแม่เหอเดินออกมาข้างหน้าคว้าเหยียนจื่อมาจากแม่เฒ่าหลี่ แต่พวกนางไม่สามารถดึงออกมาได้ ดังนั้นพวกนางจึงยอมแพ้
“ท่านย่าโปรดอย่าพูดสิ่งใดอีกเลย เราสามคนจะไม่กลับไปที่นั่นอีก เมื่อเราตัดสินใจจากไปแล้ว เราจะไม่กลับไปอีก” เหยียนอี้ก้าวไปข้างหน้าและปฏิเสธแม่เฒ่าหลี่
หลังจากออกจากบ้านเหยียนด้วยความยากลำบาก พวกเขาจะกลับไปอีกครั้งได้อย่างไร
“เ้าเป็สาวใหญ่ แต่เ้าไม่คิดจะหาทางกลับไปอยู่กับครอบครัวของสามี กลับวิ่งไปรอบเมืองทั้งวัน? ช่างน่าละอายเสียจริง!” แม่เฒ่าหลี่ทำให้แม่เหอพูดไม่ออก แล้วนางก็เดินหน้าต่อไปเพื่อพาเหยียนอี้กลับบ้าน
ระหว่างนั้นเอง เหยียนฟู่กุ้ยก็มาพร้อมกับขวดสุรา ตัวเขายังคงเต็มไปด้วยกลิ่นสุรา อีกทั้งดวงตาก็ยังคงแดงก่ำ เขาดื่มสุรามากเกินไป
เหยียนฟู่กุ้ยเดินเซไปมา เขาดึงข้อมือแม่เหออย่างหยาบคายและเดินออกไป พร้อมกับกล่าวเสียงดัง “กลับบ้านกับข้า! เ้าไม่ละอายใจบ้างรึ!”
แม่เหอซึ่งถูกเหยียนฟู่กุ้ยลากไปอย่างแรงจนนางเซล้มลง แม่เหอขมวดคิ้วและะโ “เราจะกลับไปที่ใด? เหตุใดเราสามคนแม่ลูกต้องยอมเ้าด้วย?”
ที่ทางเข้าหมู่บ้านชาวบ้านที่ชอบดูความวุ่นวายออกมาทีละคนสองคน บางคนอุ้มเด็ก ๆ บางคนกำลังกินวุ้น พวกเขารวมตัวกันเพื่อซุบซิบเกี่ยวกับตระกูลเหยียน
ดวงตาของแม่เฒ่าหลี่เป็ประกาย จากนั้นนางก็นั่งลงบนพื้นและร้องไห้ออกมา “โอ้ลูกชายของข้า บอกข้าซิว่าเกิดเื่อันใดขึ้น! ตอนนี้ลูกสะใภ้และลูกสาวไม่เต็มใจที่จะกลับบ้านกับเ้ารึ!”
“ฟางเอ๋อร์ มันไม่เกี่ยวว่าเราจะเคยเป็ครอบครัวใหญ่อย่างไร แต่ในตอนนี้เ้าไม่จดจำผู้ใดเลย โอย หัวใจ หัวใจของข้า…”
แม่เฒ่าหลี่นั่งลงกับพื้นด้วยมือของนางที่ทุบบนหน้าอก คนที่ไม่รู้คิดไปว่าแม่เหอเป็ลูกสะใภ้ที่ไม่ดี อย่างไรก็ตามผู้คนในหมู่บ้านต่างจับจ้องด้วยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น!
“ฟางเอ๋อร์ กลับบ้านกับข้า! อี้เอ๋อร์ เหยียนจื่อเป็ลูกสาวของข้า เ้าพานางออกไปขายของในเมือง แล้วข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด” เหยียนฟู่กุ้ยพูดอย่างหยาบคาย และจับแขนของเหยียนอี้แล้วลากกลับบ้าน
มันสายเกินไปแล้วที่จะเป็พ่อในเวลานี้!
“ท่านปล่อยข้านะ! ปล่อยข้าไป! เหยียนจื่อไปหาลุงหลี่เจิ้งและลุงหลิว!” เหยียนอี้สะบัดเท้าของนางและบีบข้อมือของเหยียนฟู่กุ้ย เล็บของนางเกือบจะฝังอยู่ในนั้นดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเ็า!
ขณะนั้นเหยียนจื่อก็วิ่งออกไป ไม่ว่าคนรอบข้างจะพูดอย่างไร เหยียนอี้และแม่เหอก็ไม่สนใจ
“เหยียนฟู่กุ้ย ปล่อยอี้เอ๋อร์ นางไม่ใช่ลูกสาวของเ้ามานานแล้ว! ทำไมเ้าไม่คิดว่านางเป็ลูกสาวเวลาที่ทุบตีนางบ้างเล่า!” แม่เหอเดินไปข้างหน้าและจับเหยียนอี้ไว้ในอ้อมแขนของนาง ทันใดนั้นเองก็ไม่มีร่องรอยความอ่อนแอและความขี้ขลาดในสายตาของนางอีกต่อไป
“ตอนนี้ข้ารู้แล้ว! เ้าเป็ภรรยาข้า แต่เ้าเพิ่งหนีไปกับหลิวจูและหลี่เจิ้ง อีกทั้งเ้ายังแอบพบหลิวจูด้วย นังแพศยา! ลูกสาวของข้าไม่สามารถติดตามคนอย่างเ้าได้หรอก นังหญิงโคมเขียว!” เหยียนฟู่กุ้ยะโใส่แม่เหอ และคิ้วหนาของเขาขมวดแน่น
เมื่อแม่เหอได้ยินเหยียนฟู่กุ้ยพูดเช่นนี้ มือของนางก็สั่นไหว ดวงตาของนางพลันเอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำ
“ท่านแม่! ท่านร้องไห้ไม่ได้นะ! เหตุใดท่านถึงว่าท่านแม่ของข้า? ท่านพังลานบ้านของเรา ลุงหลิวใจดีพอที่จะซ่อมให้ มีสิ่งใดผิดหรือ? หญิงโคมเขียวอย่างนั้นรึ? ข้าว่าท่านไปบอกเื่นี้กับแม่ม่ายจางจะดีกว่ากระมัง”
ดวงตาของเหยียนอี้สะท้อนประกายเ็าเช่นเดียวกับดวงตาของนกอินทรี นางจ้องมองไปที่เหยียนฟู่กุ้ย และพูดด้วยน้ำเสียงที่ลึกล้ำ
แม่เฒ่าหลี่นั่งอยู่บนพื้นถ่มน้ำลายแล้วพูดว่า “บุรุษใดกันที่ไม่มีภรรยาสามคนและอนุสี่คนบ้าง? แม่ของเ้าไม่สามารถให้กำเนิดลูกชายได้ การที่พ่อของเ้ามีหญิงอื่นก็ถูกต้องแล้ว”
อะไรกัน? ช่างเป็ครอบครัวที่เลวจริง ๆ!
เหยียนอี้โบกมือและยิ้มเยาะพูดกับทุกคนว่า
“ทุกคนมาดูกันดีกว่า ในตอนแรกเขาทุบตีแม่ของข้า ดุด่านาง และบังคับให้เราออกจากบ้าน ตอนนี้ทุกอย่างลงตัว เราสามคนทำเงินได้ พวกเขาจึงอิจฉา เขาอยากให้เรากลับบ้าน หลังจากนั้นก็จะเกิดปัญหาเดิมซ้ำอีกครั้ง! หากเป็พวกท่านจะกลับไปหรือไม่?”
“พูดถูกต้อง แม่เฒ่าหลี่รีบกลับไปซะ เ้ายังวุ่นวายไม่พออีกหรืออย่างไร!”
“เหยียนฟู่กุ้ย เ้าไม่มีมโนธรรม! แม่เหอโชคร้ายที่เคยได้แต่งงานกับเ้า! นางจะกลับบ้านไปกับเ้าและปล่อยให้เ้าทุบตีอีกครั้งน่ะหรือ”
ชาวบ้านต่างก็โทษเหยียนฟู่กุ้ยและแม่เฒ่าหลี่ ทันใดนั้นเหยียนอี้เห็นหลี่เจิ้งและลุงหลิวตรงรี่มาจากระยะไกล
แม่เหอนั่งลงบนพื้นและร้องไห้ จ้องมองลงที่พื้นขณะที่มือของนางกำลังเช็ดน้ำตา
“ท่านแม่ ๆ ข้าไม่อยากกลับไปบ้านเหยียน! ท่านแม่!” ดวงตาของเหยียนอี้พลันเต็มไปด้วยน้ำตาและนางก็ดึงมุมเสื้อผ้าของแม่เหอ เสียงร้องนั้นช่างฟังดูโศกเศร้า
แม่เหอไม่รู้ว่าเหยียนอี้คิดจะทำอะไร แต่นางรู้สึกเสียใจมากที่เห็นเหยียนอี้เป็เช่นนี้ และรีบปลอบโยนนางในอ้อมแขน
นี่มันเลวร้ายยิ่งกว่าเก่าไม่ใช่หรือ? ไม่เอาน่า!
ชาวบ้านที่นั่นเข้าข้างและเห็นใจเหยียนอี้ เมื่อหลี่เจิ้งและหลิวจูเห็นเหยียนอี้นั่งอยู่บนพื้นร้องไห้โฮใหญ่ และได้ยินคำพูดของชาวบ้าน พวกเขาก็เข้าใจทันทีว่ามันหมายถึงอะไร
หลี่เจิ้งเข้าไปหาแม่เหอและถามเบา ๆ ว่า “เกิดอะไรขึ้นที่นี่?”
“ลุงหลี่เจิ้งเมื่อเรา... เรา กลับมาจากเมือง พวกเขาดึง... ดึงเราสองพี่น้องแล้วพูดว่า... ว่าเราต้องกลับไปกับพวกเขา... กลับไปที่บ้านเหยียน เราไม่อยากไป เขายังเรียกแม่ของข้าว่า... นัง.. หญิงโคมเขียวและลากลุงหลิวมาเกี่ยวข้อง ลุงหลิวเป็คนดี! เขาช่วยเราสามแม่ลูกด้วย!”