(ต่อ)
รถเบนซ์สีขาวแล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์อัครภูวดล คริมาที่จำเสียงรถได้รีบวิ่งแจ้นออกมาดู เห็นว่าเป็กันตพลหญิงสาวจึงรีบวิ่งมาดักรอ ธาราราอดแปลกใจไม่ได้ว่าวันนี้มีเกิดอะไรขึ้น ร่างบางที่เพิ่งก้าวลงมาจากรถ มองอาการของคริมาด้วยความสงสัย ทั้งคุณพ่อ คุณแม่ ลุงทัพ ป้านาท ต่างก็พากันเข้ามารุมล้อมรอบตัวเธอ สองมือที่เย็นยะเยียบของมารดา สีหน้าส่อเค้ากังวล ทำให้เธอต้องรีบเอ่ยถามสาเหตุ
“นี่มันอะไรกันคะแม่ ทำไมทุกคนถึงมารวมตัวกันอยู่หน้าบ้าน มีอะไรหรือเปล่าคะ” ธารธารามองมารดาที่เฝ้าลูบหน้าลูบหลังเธออย่างคลายกังวล เมื่อเห็นสีหน้าและท่าทางของเธอยังปกติ
“ก็ตาคามน์น่ะสิ โทรฯ มาบอกแม่ว่าหนูเป็ลม ถึงขนาดต้องให้ตากันต์พาไปโรงพยาบาล” ทิพย์ธาราตอบบุตรสาวที่ยังมองนางอย่างงงงัน พอรู้สาเหตุเธอต้องต้องลอบถอนหายใจออกมาอย่างหนักใจ เมื่อหันไปสบสายตากับ กันตพล
“แล้วเป็ยังไงบ้างลูก หมอเขาว่าหนูเป็อะไร” จอมทัพเอ่ยถามขณะที่พากันเดินมานั่งที่โต๊ะกลางสวน ธาราธาราเงียบงัน หัวใจน้อยๆ กระตุกชาวาบ เพราะยังไม่พร้อมและไม่ทันได้เตรียมคำตอบ ทำให้กันตพลหงุดหงิดใจจนทำท่าจะตอบแทน
“ธารา แค่พักผ่อนไม่เพียงพอเท่านั้นเองค่ะ ไม่ได้เป็อะไรมาก” ธารธาราเพียงบอกอาการทั่วไปครึ่งๆ กลางๆ ให้บรรดาผู้ใหญ่ที่มาเฝ้ารอเธอได้สบายใจ ก่อนจะหันมาเห็นร่างสูงของคนที่เธอรอเดินเข้ามา
“อ้าว ตาคามน์พอดีเลย งั้นแม่เข้าไปดูข้างในก่อน ไม่รู้ว่าตั้งโต๊ะเสร็จหรือยัง” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวไม่ได้เป็อะไรอย่างที่กังวล ต่างก็พากันแยกย้ายไปทำงานตามหน้าที่ ปล่อยให้ทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกัน
“งั้นกันต์กลับก่อนดีกว่า ไปนะธารา” กันตพลหันมาบอกลาเพื่อน พยักหน้าให้กำลังใจ
คามินทร์เดินเข้ามานั่งลงข้างๆ ร่างบางที่ยังดูเซียวผิดตา มือหนาลูบใบหน้าสวยอย่างห่วงใย เมื่อเห็นว่าหญิงสาวอาการไม่ได้หนักหนาอย่างที่เขาคิด ก็อดโล่งใจไม่ได้
“ทำไมกลับมาค่ำนักล่ะ หมอว่าเป็อะไร ไหนบอกมาสิ” ดวงตาคมจ้องมองอย่างรอคำตอบ เมื่อเห็นแววตาหลุกหลิกไม่ยอมสบกับตา ก็ยิ่งทำให้สงสัย ก่อนจะเชยคางมนขึ้นแล้วถามย้ำอีกครั้ง “ว่าไง หมอว่ายังไงบ้าง” คิ้วเข้มขมวดมุ่น เมื่อยังเห็นริมฝีปากบางเม้มแน่น เหมือนกำลังจะตัดสินใจ จนอดถลึงตาใส่คนป่วยที่เอาแต่อ้ำอึ้งไม่ได้ เขารอฟังอยู่นะ
“คือ…ธารา…” ธาราธาราเอาแต่อึกอัก ไม่กล้าบอกความจริง ทั้งความกลัว ทั้งลังเลไม่แน่ใจ ‘เธอควรบอกเขาไหม’ กระทั่งเสียงโทรศัพท์ของชายหนุ่มดังแทรกเข้ามา
“ว่าไงนะ! คามน์จะไปเดี๋ยวนี้แหละ ไม่เป็ไรนะทิชา ไม่ต้องกลัว” คามินทร์ทำท่าคล้ายจะกระโจนออกไปด้วยซ้ำเมื่อกดวางสาย แต่ก็ต้องหยุดชะงัก มองธารธาราที่ถลาลุกมาจับแขนเขายึดไว้แน่น มือเย็นเชียบ ทั้งดวงตาคู่สวยยังฉายแววหวาดหวั่น อย่างที่เขาอดจะแปลกใจไม่ได้ “ธารา…เอาไว้ค่อยคุยกันนะ ทิชากำลังเดือดร้อน” มือหนาพยายามปลดมือของหญิงสาวคล้ายจะสะบัดให้หลุด แล้วรีบผลุนผลันออกไปจนธารธาราต้องวิ่งตามมาคว้าไว้อีกครั้ง
“คามน์…แต่ธารามีเื่สำคัญ” เสียงอ่อนระโหยเอ่ยขัด ความรู้สึกกลัวตีตื้นขึ้นมา เมื่อเห็นท่าทางของชายหนุ่ม ทำให้เธอไม่อยากปล่อยมือเขา ไม่อยากให้เขาไปหาทิชากร
“เอาไว้ก่อนสิ คามน์รีบ” คามินทร์ปลดมือบางออกอีกครั้ง พยายามจะไม่ตวาดหญิงสาวที่ออกอาการดื้อดึงใน สถานการณ์ไม่สู้ดีของทิชากร
ชายหนุ่มก้าวพรวดพราดออกมายังรถสปอร์ตที่จอดนิ่งอยู่ในโรงรถ แต่ธารธาราเองก็ยังวิ่งตามมาจนทันที่จะโอบกอดยื้อร่างสูงเอาไว้ เสียงสั่นเครือตอนเรียกชื่อเขา ทำให้คามินทร์รู้สึกหวั่นไหวในหัวใจ แต่ก็ยังไม่มากพอที่จะหยุดเขาไว้ตอนนี้ทิชากร้าเขาจริงๆ
“เดี๋ยวคามน์กลับมาไง”
“อย่าไปเลยนะคามน์ ธาราขอร้อง ธารามีเื่สำคัญจะบอก” ดวงตากลมโตที่น้ำตาค่อยๆ เออล้น จนไหลรินซุกซบแผ่นหลังกว้างอย่างเว้าวอน ขอร้องล่ะ ฟังธาราก่อน แต่กลับไม่เป็ผล
ร่างสูงปลดอ้อมกอดออกแล้วหันกลับมาจ้องมองธารธาราอย่างเหลืออด ตวาดหญิงสาวที่พูดไม่รู้ฟัง ทั้งที่เขากำลังรีบและทิชากรเพื่อนรักของตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายแบบนี้ แต่ธารธาราก็ยังดื้อดึง
“โธ่โว้ย! ทีเมื่อกี้มีเวลาทำไมไม่บอก เื่สำคัญอะไรนักหนา เอาไว้กลับมาค่อยพูดไม่ได้หรือไง อย่าเอาแต่ใจตัวเองจนน่ารำคาญได้ไหม” คามินทร์ปล่อยมือบางที่จับเขาไว้แน่นออก แล้วดันหลบออกให้พ้นทาง แต่ด้วยแรงที่มีมากกว่ากลับทำให้หญิงสาวล้มลงอย่างง่ายดาย
“ไม่ไปได้ไหมคามน์ ธาราขอร้อง”
คำวอนขอไม่ได้ทำให้ร่างสูงหันกลับมามอง รถยนต์คันหรูแล่นออกไปอย่างเร็ว ด้วยใจที่เป็ห่วงหญิงสาวอีกคนที่กำลังรอคอยความช่วยเหลือจากเขาอยู่
“อย่าไปได้ไหม อย่าทิ้งธารากับลูก” เสียงหวานสั่นเครือยามเอ่ยประโยคสุดท้าย ที่ชายหนุ่มไม่อาจได้ยิน มือบางสั่นระริกวางบนท้องที่ยังแบนราบอย่างเ็ปในหัวใจ “ไม่เป็ไรนะลูก เดี๋ยวพ่อเขาก็กลับมา” ถ้อยคำปลอบโยนลูกน้อยที่ยังไม่ทันจะรู้เดียงสา กลับทำให้หัวใจของเธอเจ็บร้าวจนแทบขาดใจ ทำไมเขาไม่เลือกเธอ แต่กลับเลือกผู้หญิงที่ทิ้งเขาไป
สำหรับเขาแล้วเธอเป็อะไร ผู้หญิงโง่เง่า ที่เฝ้าแต่รอ เฝ้าทำตามคำสั่ง คำมั่นสัญญาที่เขาเป็คนลิขิตชีวิตของเธอเท่านั้นหรือ แล้วถ้าหากเธอยังเลือก ที่จะยืนอยู่ข้างเขา ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่รัก เธอจะทนได้ไหม ‘ธารธารา เธอจะทนได้ไหม’
ห้องเช่าราคาถูกตั้งอยู่กลางชุมชนที่แออัดไปด้วยผู้คนหลากหลายอาชีพ ทิชากรเลือกหลบมาอาศัยอยู่ที่นี่แทนที่จะกลับไปเสวยสุขอยู่กับครอบครัวนายธนาคารใหญ่ หลังจากบิดาตัดสินใจขายเธอให้กับเขา เพื่อใช้หนี้สินทั้งหมด ทิชากรก็คิดแล้วว่าเธอได้ชดใช้บุญคุณ ที่ท่านทำให้เธอได้เกิดมาไปจนหมดสิ้นแล้ว นับจากนี้ไปเธอจะเป็คนกำหนดชีวิตของตัวเอง ไม่ว่าจะดีหรือร้ายเธอจะไม่กลับไปเหยียบที่บ้านหลังนั้นอีก
ในห้องที่ดับไฟจนมืดสนิทร่างระหงนั่งตัวสั่นอยู่เพียงลำพัง เสียงออดหน้าห้องทำให้ทิชากรสะดุ้งจนตัวโยน แข้งขาเกิดอ่อนแรงขึ้นมาด้วยความหวาดกลัว แต่ยังแข็งใจเดินมาส่องตาแมว แล้วพบกับคนที่เธอรอคอย มือบางก็รีบเปิดประตูให้ทันที ทิชากรโผเข้ากอดร่างสูงของคามินทร์จนอีกฝ่ายแทบรับเอาไว้ไม่ทัน มือหนาเปิดไฟและพาหญิงสาวที่มีอาการหวาดกลัวเข้ามาด้านใน ก่อนจะถามหาสาเหตุที่ทำให้เขาต้องรีบขับรถออกมา ทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แก่ใจว่าคำพูดของเขาทำร้ายธารธาราขนาดไหน แต่เขากลับไม่มีเวลาที่จะได้เอ่ยคำขอโทษ เพียงเพราะเป็ห่วงหญิงสาวตรงหน้า
“เกิดอะไรขึ้นทิชา” คามินทร์ถามร่างเล็กที่ยังซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนเขา ก่อนจะดันร่างทิชากรออกมา เพื่อพูดจากันให้รู้เื่
“ทิชากลัว ผู้หญิงคนนั้นจะทำร้ายทิชากับลูก” เสียงสั่นเครือ ทั้งคำพูดที่เอ่ยออกมาทำเอาเขาแทบช็อค ‘ทิชากรท้อง’
“เดี๋ยวๆ ทิชา ใครจะทำร้าย” คามินทร์มองร่างบางอย่างไม่เข้าใจเื่ราว
“ผู้หญิงของเขา มีร่าเกลียดที่ทิชาแย่งเขามา ทั้งๆ ที่ทิชาไม่ได้ทำ เขาต่างหากที่ขโมยชีวิตทิชาไป พ่อของมีร่ามีอิทธิพลมาก อีกไม่นานต้องเจอตัวทิชาแน่ๆ เมื่อตอนค่ำถ้าทิชาหลบไม่ทันคนของมีร่าคงเจอทิชาไปแล้ว” ทิชากรเ็ประคนหวาดกลัว เมื่อนึกถึงการกระทำและถ้อยคำที่อีกฝ่ายต่อว่าเธอสารพัด ยิ่งคำขู่อาฆาตทำให้เธอต้องหนีออกมา ไม่ใช่เพราะเธอกลัว แต่เพราะเธอห่วงลูก
“ชู่ววว ไม่เป็ไรทิชา”
คามินทร์มองใบหน้าของหญิงสาวอย่างคิดหนัก เขาจะช่วยทิชากรได้อย่างไร จะให้กลับไปอยู่บ้านเขาก็รู้ดีว่าพ่อกับแม่เลี้ยงของหญิงสาวเป็คนประเภทไหน ที่นั่นทิชากรยิ่งไม่ปลอดภัย หากอีกฝ่ายมีอิทธิพลมากถึงขนาดนั้นอีกไม่นานคงจะหาตัวหญิงสาวพบ คิ้วเข้มขมวดมุ่นเมื่อยังคิดหาทางออกไม่เจอ
“ไปอยู่กับคามน์ไหม ที่นั่นยังไงก็ปลอดภัย ธาราจะได้อยู่เป็เพื่อนด้วย”
ทิชากรชะงัก แม้ข้อเสนอของคามินทร์จะทำให้ใจเธอเอนเอียง แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าก่อนหน้านี้เธอทำอะไรไว้ อีกอย่างไม่ใช่ว่าเธอไม่เห็น ธารากับคามินทร์เหมือนกำลังจะไปด้วยกันได้ดี ถ้าเธอแทรกเข้าไปอีกจะกลายเป็เื่เปล่าๆ “เอาไว้ก่อนได้ไหม ขอทิชาตัดสินใจก่อน”
“เอางั้นก็ได้ คืนนี้จะให้คามน์อยู่เป็เพื่อนก่อนไหม” เขารู้ว่าเธอยังกลัว
“ขอบใจนะ” ทิชากรส่งยิ้มให้ชายหนุ่ม ยังเป็เขาที่ยังดีกับเธอเสมอ ไม่เหมือนกับ….
Talk ….. สวัสดีตอนค่ำๆ ค่ะ เข้าสู่ตอนที่ 10 กันแล้วนะคะ Nachan ได้อ่านคอมเม้นต์รีดผู้น่ารัก ที่แสดงความคิดเห็นเข้ามาตลอดเลย ขอบคุณมากเลยค่ะที่แวะมาคุยเล่นกัน จริงๆ แล้วเื่ของธาราเขียนไปก็อึดอัดไปนะคะ น้องรักคามน์มากเกินไปจริงๆ อดทนมากเกินไป จนไรท์ก็ปวดหัวค่ะ แต่ไรท์ก็เข้าใจน้องนะคะ อยู่กับคามน์มาตั้ง 24 ปี หันซ้ายก็คามน์ หันขวาก็คามน์ รักแหละ แต่น้องคงลืมรักตัวเองไป
ส่วนนายคามน์ก็เหลือเกินค่ะ รักเขา แต่การกระทำสวนทางกันตลอดเลย ทำอะไรไม่ชัดเจน คิดแต่ว่าธาราต้องเข้าใจตัวเอง แต่ตัวเองเคยเข้าใจธาราไหม? เหนื่อยใจกับนายคนนี้จริงๆ ค่ะ หวังว่าสักวันเขาจะโตขึ้นนะคะ
แต่ Nachan เชื่อว่าสิ่งที่พวกเขาทำ เขามีเหตุผลในใจของตัวเองค่ะ เพียงแต่ว่าเหตุผลของเขากำลังทำร้ายคนที่ตัวเองรัก ทำร้ายตัวเองตลอดเลย ยังไงไรท์ฝากทุกคนเป็กำลังใจให้ธารา ช่วยกันเคาะกระโหลกนายคามน์ด้วยนะคะ ขอให้ติดตามเื่ของทั้งคู่ไปด้วยกันจนถึงปลายทาง ช่วยลุ้นไปด้วยกันว่าพวกเขาจะผ่านเื่พวกนี้ไปด้วยกันได้ไหม ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ขอให้มีความสุขกับการอ่านค่ะ
*** ลงให้ครบทั้งตอนแล้วนะคะ ขอฝากคามินทร์กับธารธารธาด้วยค่ะ อยากให้ทุกคนลุ้นและติดตามไปด้วยกันว่าสุดท้ายแล้วความรักของพวกเขาต้องพบเจอเื่ราวอะไรบ้าง ขอให้ทุกคนมีความสุขและสนุกไปกับการอ่านค่ะ
ขอทิ้งท้ายอีกนิด ไรท์ขอฝากรีดเดอร์ผู้น่ารักที่แวะเวียนมาหาตาคามน์กับหนูธารา คอมเม้นต์ แนะนำ ติ ชม พูดคุยกัน เพื่อเป็ทั้งกำลังใจและไรท์จะได้นำความคิดเห็นไปพัฒนา ปรับปรุงงานเขียนของตัวเองให้ดีขึ้นต่อไป ขอบคุณค่ะ