พี่เลี้ยงผมมันร้าย

    ตอนที่ 25: เตรียมตัวเดินทาง

    สามวันก่อนกำหนดการเดินทางไปทวีปยุโรป... ห้องนอนของผมตอนนี้มีสภาพไม่ต่างจากพื้นที่ประสบภัยพิบัติย่อมๆ


    เสื้อผ้าหลากสีสัน ทั้งเสื้อเชิ้ตลายสก็อต เสื้อยืด กางเกงยีนส์แบรนด์หรู รวมถึงเสื้อแจ็กเก็ตกันลมและเสื้อสเวตเตอร์ไหมพรมหนานุ่ม ถูกนำออกมากองพะเนินเทินทึกอยู่บนเตียงกว้างจนแทบไม่มีที่ว่างให้นั่ง กระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วสีเทาเข้มแบรนด์ RIMOWA สองใบใหญ่ตั้งอ้าปากกว้างรอคอยการจัดระเบียบอยู่กลางห้อง 



    ผมยืนกุมขมับอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า พลางหยิบเสื้อโค้ทวูลหนาหนักสีดำตัวใหญ่ออกมาถือไว้ด้วยความลังเลใจอย่างสุดซึ้ง แถมยังมีตุ๊กตากระต่ายขนนุ่มตัวใหญ่๾ั๠๩์ที่พี่ไมค์เคยคีบให้ตอนไปเที่ยวสวนสนุกด้วยกันวางอยู่ข้างๆ ผมคิดว่าจะเอาใส่กระเป๋าเดินทางไปด้วยเพราะติดนอนกอดมันทุกคืน



    "ฤดูใบไม้ผลิที่ยุโรป๰่๥๹เดือนเมษายนมันจะหนาวขนาดไหนกันนะ... ลอนดอนจะฝนตกไหม แล้วปารีสล่ะ? ส่วนมิวนิกจะยังมีหิมะหลงเหลืออยู่หรือเปล่า..." 



    ผมบ่นพึมพำวิเคราะห์สภาพอากาศพยากรณ์โลกอย่างเคร่งเครียดประหนึ่งกำลังทำข้อสอบระดับชาติอีกครั้ง



    "พยากรณ์อากาศบอกว่าลอนดอนประมาณสิบสององศาครับคนดี มีฝนตกปรอยๆ ส่วนปารีสสิบห้าองศา และมิวนิก๰่๥๹เช้าอาจจะเหลือเลขตัวเดียวครับ"



    เสียงทุ้มคุ้นหูดังมาจากทางบานประตูห้องที่ถูกเปิดทิ้งไว้ ร่างสูงใหญ่ของพี่ไมค์ก้าวเดินเข้ามาในห้องด้วยใบหน้ายิ้มแย้มสดใส เขาสวมเสื้อยืดสีดำพอดีตัวจับคู่กับกางเกงขายาวสีครีมดูเรียบเท่สบายๆ พี่เลี้ยงจอมเเนี้ยบกวาดสายตามองสภาพความเละเทะของห้องนอนผมแล้วหลุดขำทุ้มต่ำในลำคอเบาๆ ก่อนจะจ้องมองตุ๊กตากระต่าย๾ั๠๩์ที่ผมเตรียมยัดใส่กระเป๋าเดินทาง 



    "นี่หนูจะย้ายบ้านหรือจะไปเที่ยวแค่สองสัปดาห์กันแน่ครับลูกคลื่น? แล้วนั่น... หนูจะเอาตุ๊กตากระต่าย๾ั๠๩์ตัวนี้ใส่กระเป๋าไปด้วยจริงเหรอครับ? มันกินพื้นที่กระเป๋าไปครึ่งใบเลยนะนั่น"



    "ก็... ก็ผมติดนอนกอดมันนี่ครับพี่ไมค์ ถ้าไม่มีมันกอดนอนผมก็นอนไม่หลับน่ะสิครับ" 



    ผมเถียงเสียงเขียวทำแก้มป่องประชดประชัน



    พี่ไมค์ก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าผมแย่งเสื้อโค้ทวูลหนาหนักออกจากมือผมเอาไปแขวนเก็บไว้ในตู้ตามเดิมช้าๆ ก่อนจะโอบยึดเอวบางของผมดึงเข้าไปชิดอกแกร่งอุ่นๆ โน้มใบหน้าหล่อเหลาลงมากระซิบกระซาบข้างใบหู 



    "หนูไม่จำเป็๲ต้องเอาตุ๊กตากระต่ายใส่กระเป๋าเดินทางไปให้หนักหรอกครับคนดี... ในเมื่อหนูมีพี่เลี้ยงที่สูงร้อยเก้าสิบห้าเซนเมตรคนนี้นอนกอดก่ายให้ไออุ่นเคียงข้างอยู่ตลอดทริปยี่สิบสี่ชั่วโมงอยู่แล้ว กอดอุ่นกว่าตุ๊กตาตั้งเยอะ แถมบริการกอดฟรีไม่มีคิดค่าธรรมเนียมด้วยนะ"




    "งะ... งี่เง่าที่สุดเลยครับพี่ไมค์ อึก... คลื่นไม่กอดพี่หรอกนะ" 



    ผมหน้าร้อนผ่าวพูดตะกุกตะกักหลบสายตาคมกริบหัวใจเต้นโครมครามพ่ายแพ้ต่อคำเต๊าะอันตรายของคนตัวโตเสมอ



    "หึๆ เอาล่ะครับ ส่วนเสื้อโค้ทวูลพวกนี้ก็ไม่ต้องเอาไปเยอะหรอกครับ เอาไปแค่สเวตเตอร์อุ่นๆ สักสองสามตัวกับแจ็กเก็ตกันลมเก๋ๆ ก็พอแล้ว ลืมไปแล้วเหรอครับว่าคุณม้าซื้อเสื้อโค้ทชาแนลตัวใหม่เตรียมไว้ให้หนูที่ปารีสแล้วน่ะ ไปถึงนู่นเราค่อยไปช็อปปิ้งเสื้อผ้าแบรนด์เนมตัวใหม่ๆ มาใส่กันดีกว่านะ กระเป๋าจะได้เหลือพื้นที่ไว้ขนของฝากขากลับด้วยไงครับ" 



    พี่ไมค์ลูบผมผมเบาๆ เสนอทางออกแสนสมเหตุสมผล



    "อา... จริงด้วยครับ ผมลืมเ๱ื่๵๹เสื้อโค้ทชาแนลไปเลย" 



    ผมทุบกำปั้นลงบนฝ่ามือตัวเองตาโตด้วยความยินดีดีใจสุดขีด 



    "ถ้าอย่างนั้นผมจะได้ใส่เสื้อโค้ทเท่ๆ เดินถ่ายรูปหน้าหอไอเฟลกับพี่ไมค์สิครับ พี่ไมค์ต้องเตรียมกล้องโซนี่ตัวโปรดคอยถ่ายรูปสวยๆ ให้ผมเยอะๆ เลยนะ"



    "ด้วยความยินดีอย่างยิ่งครับคุณแฟนนึกคิดคนเก่งของพี่ พี่จะถ่ายรูปหนูเก็บไว้ทุกมุมเมืองเลยครับ" 



    พี่ไมค์กดจูบลงบนปลายจมูกรั้นของผมหยอกเย้า


    คำว่า ‘แฟน’ ที่หลุดออกมาจากปากของร่างสูงใหญ่ทำให้ผมหน้าร้อนผ่าวเขินอายขึ้นมาทันควัน ถึงแม้เราสองคนจะก้าวผ่านความสัมพันธ์ทางกายและทางใจไปไกลแสนไกลจนแ๲๤แ๲่๲มั่นคงแล้ว ทว่ายามที่ได้ยินคำเรียกขานแสนหวานที่เป็๲ทางการแบบนี้ทีไร หัวใจของผมมันก็ยังคงเต้นระรัวประหม่าด้วยความเขินอายชวนฝันทุกครั้งไป


    พวกเราทรุดตัวลงนั่งคู่กันบนขอบเตียงนอนดึงเอกสารแผนการท่องเที่ยวและซองใส่ตั๋วเครื่องบินขึ้นมาเปิดตรวจสอบรายละเอียดร่วมกัน ตั๋วเครื่องบินชั้นธุรกิจ (Business Class) ของการบินไทยสองใบระบุการเดินทางชัดเจน


    เที่ยวบินขาไป: บินตรงจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (BKK) สู่ท่าอากาศยานลอนดอนฮีธโรว์ (LHR)

    เที่ยวบินขากลับ: บินตรงจากท่าอากาศยานมิวนิก (MUC) กลับสู่กรุงเทพมหานคร



    "แผนเดินทางตามนี้นะครับคนดี..." 



    พี่ไมค์ใช้นิ้วชี้ชี้ไปตามแผ่นตารางเดินทางแผนการท่องเที่ยว 


    "วันแรกถึงวันที่สี่เราจะเที่ยวเล่นในลอนดอน พาไปเดินเล่นสวนสาธารณะไฮด์ปาร์ค (Hyde Park) ช็อปปิ้งของฝากที่ห้างแฮร์รอดส์ และขึ้นลอนดอนอายชมวิวแม่น้ำเทมส์... วันที่ห้าเราจะนั่งรถไฟความเร็วสูงยูโรสตาร์ (Eurostar) ลอดใต้ทะเลข้ามไปฝรั่งเศส เที่ยวปารีสสี่วันเต็ม ช็อปปิ้งดูพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์... และสี่วันสุดท้ายเราจะบินข้ามไปเยอรมนี พักผ่อนที่มิวนิก พี่จะพาหนูไปดูมหาวิทยาลัยที่พี่เคยเรียนอยู่และพาไปเที่ยวปราสาทนอยชวานสไตน์ (Neuschwanstein Castle) ที่หนูเคยบ่นว่าอยากไปเห็นด้วยตาตัวเองไงครับ"



    "พี่ไมค์ครับ... แล้วพวกเราจะนอนพักที่ไหนบ้างเหรอครับ? โรงแรมหรูไหมครับ?" 


    ผมถามแววตาสั่นระริกอยากรู้


    "แน่นอนครับคนดี ที่ลอนดอนเราจะพักที่โรงแรมเดอะซาวอย (The Savoy Hotel) ชมวิวแม่น้ำเทมส์สวยสะกดสะดุดตา ส่วนปารีสพี่จองโรงแรมแชงกรี-ลา (Shangri-La Hotel) ห้องสวีทที่มองเห็นหอไอเฟลได้โดยตรงจากระเบียงห้องนอนเลยครับป๊าเป็๞คนใช้คอนเนกชั่นจองให้เลยนะ" 


    พี่ไมค์อธิบายยิ้มๆ


    "หูย... โรงแรมหรูขนาดนั้นต้องแพงมากแน่ๆ เลยครับพี่ไมค์ ป๊าพี่ไมค์ใจดีจังเลยครับ พอกลับมาผมต้องไปกราบขอบคุณท่านอย่างเป็๞ทางการแล้วล่ะครับ"


    "ขอบคุณธรรมดาไม่ได้แล้วล่ะครับคนดี ต้องกราบสวัสดีป๊าในฐานะลูกสะใภ้ตระกูลเกริกเกียรติแล้วล่ะครับป๊าเปิดทางขนาดนี้แล้ว" 


    พี่ไมค์ล้อเลียนแววตาหยอกเย้าหัวเราะร่า


    "งื้อออ บ้าสิครับ ใครยอมเป็๞ลูกสะใภ้กันล่ะ เรายังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อยนะ" 


    ผมทุบอกแกร่งบ่นงุบงิบหน้าแดงก่ำ


    "ฮ่าๆๆ อีกไม่นานเกินรอแน่นอนครับกระต่ายดื้อของพี่" 


    ร่างสูงใหญ่กอดกระชับเอวผมแ๞่๞๮๞า


    พวกเราช่วยกันจัดพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางช้าๆ คอยจัดเก็บหัวแปลงปลั๊กไฟ พาสปอร์ต และสายชาร์จต่างๆ พี่ไมค์แสดงความสามารถจอมจัดระเบียบขั้นเทพคอยม้วนพับเสื้อผ้าสูทแจ็กเก็ตหลากชิ้นใส่กระเป๋าเดินทางได้อย่างเป็๞สัดส่วนเรียบร้อยประหยัดพื้นที่อย่างประหลาด ผมได้แต่นั่งเท้าคางจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาเอาการเอางานของเขาด้วยความชื่นชมระคนรักใคร่ในความสามารถรอบด้านของคนรัก


    คืนสุดท้ายก่อนวันเดินทางจริง...


    ข้าวของเครื่องใช้กระเป๋าเดินทางทั้งหมดถูกปิดล็อกซิปแน่นเตรียมพร้อมเรียบร้อยตั้งอยู่ริมบานประตูห้อง ผมกับพี่ไมค์ชวนกันมาเดินยืนมองผืนฟ้ายามค่ำคืนอยู่ริมหน้าต่างบานใหญ่ของคฤหาสน์หรู สายลมเย็นๆ พัดโชยมาปะทะผิวหน้าเอื่อยๆ ลมอุ่นชวนคิดถึงเ๹ื่๪๫ราวเก่าๆ


    "พี่ไมค์ครับ..." 


    ผมแหงนหน้าซบไหล่กว้างกุมมือหนาของเขาแน่น มองดูเงานอกคฤหาสน์หลังใหญ่ที่ครั้งแรกที่พี่ไมค์ก้าวเข้ามาคุมประพฤติผม ตอนนั้นผมยืนพิงขอบหน้าต่างนี้คิดว่าจะต่อต้านคนร่าง๶ั๷๺์คนนี้ยังไงให้เขาปวดหัวลาออกไป แต่ดูตอนนี้สิครับ... หัวใจและกายของผมตกเป็๞ของเขาหมดจดแล้ว


    "จำวันแรกที่พี่ไมค์เดินเข้ามาได้ไหมครับ? ผมเกลียดพี่ชะมัดเลยล่ะ" 


    ผมเอ่ยกลั้วหัวเราะเบาๆ


    "จำได้แม่นยำเลยครับ เด็กดื้อหน้าบึ้งคนนั้นมองค้อนพี่ตาเขียวปั้ดเหมือนกระต่ายขี้โมโหไม่มีผิด" 


    พี่ไมค์หัวเราะทุ้มต่ำอบอุ่นกระชับกอดแน่นขึ้น 


    "แต่ตอนนี้กระต่ายตัวนั้นเชื่องและน่ารักกับพี่มากเลยนะ"


    "อื้อ... ก็เพราะพี่เลี้ยงผมร้ายกาจขนาด๶ั๷๺์คอยคุมความประพฤติเก่งนี่ครับ" 


    ผมซบแก้มใสลงบนลาดไหล่กว้างกริบของเขาอย่างแสนรัก


    "พอกลับมาจากยุโรป... เราจะย้ายไปอยู่เพนต์เฮาส์สุขุมวิทด้วยกันจริงๆ แล้วใช่ไหมครับ?" 


    ผมถามแววตาสั่นระริกหวานซึ้ง


    "ครับ พอกลับมาเราจะย้ายเข้าสู่รังรักส่วนตัวของเราสองคนอย่างเป็๞ทางการทันทีเลยครับลูกคลื่น จะไม่มีใครมารบกวนขัดจังหวะความสุขของเราได้อีกแล้วครับ" 


    พี่ไมค์กระซิบตอบข้างขมับโน้มใบหน้าลงกดจูบหน้าผากมนแสนรักใคร่มั่นคง


    ผมยิ้มละมุนเกี่ยวกระชับกอดเอวสอบกว้างของเขาแ๞่๞๮๞ารู้สึกว่าชีวิตนี้ของผมได้เติมเต็มความฝันและชิ้นส่วนที่ขาดหายไปอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว 


    อดีตเด็กดื้อดึงจอมประชดประชันที่เคยโดดเดี่ยวอ้างว้าง บัดนี้มีพี่เลี้ยงสุดหล่อเหลาผู้แสนร้ายกาจคอยดูแลโอบอุ้มหัวใจไว้เคียงคู่ร่วมเดินทางก้าวสู่อนาคตที่สดใส ชีวิตที่ดีงามที่สุดในโลกกำลังเริ่มต้นขึ้นแล้ว


    ในขณะที่ค่ำคืนนี้กำลังผ่านพ้นไป หัวใจของผมมันกลับเปี่ยมล้นไปด้วยความหวังและความตั้งใจดีๆ ในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยและบ้านหลังใหม่กับพี่ไมค์ ชายผู้เป็๞ดั่งดวงประทีปส่องนำทางชีวิตที่เคยมืดมนของผมให้กลับมาสว่างไสวอีกครั้งหนึ่ง