ลิขิตรักคำสาปหยกมังกร

    Chapter 23: The Phoenix and the Dragon

    [ชาติปัจจุบัน] เวลา 17.00 น. ณ สถาบันโบราณคดีเซี่ยงไฮ้ เมืองเซี่ยงไฮ้ ในปี ค.ศ. 2024

            ความเงียบในห้องประชุมทำให้เสียงกรอบแกรบของกระดาษและเสียงพิมพ์เบาๆ บนแป้นพิมพ์ของโน้ตบุ๊กยิ่งดังชัดเจน รอบตัวพวกเขาเต็มไปด้วยเอกสารโบราณ ภาพร่างและตำราที่บอกเล่าเ๹ื่๪๫ราวจากอดีต ดร. จ้าวหยูซิน และหวู่ ทเฉิง นั่งเคียงข้างกันใจของทั้งคู่จมดิ่งไปในกองข้อมูลที่ดูเหมือนไม่มีที่สิ้นสุดต่างเฝ้าค้นหาความจริงที่อาจช่วยคลายปริศนาที่ค้างคาในหัวใจหลายวันแล้วที่ทั้งสองมาประชุมร่วมกัน เพื่อค้นคว้าหาคำตอบจากข้อมูลเหล่านี้

            บนโต๊ะประชุมใหญ่แก้วกาแฟสองแก้วถูกลืมทิ้งไว้เย็นชืดและกล่องอาหารที่ยังไม่ได้เปิดราวกับเป็๲เครื่องหมายของความเหนื่อยล้าที่แผ่ซ่านภายในห้องแม้ว่าพวกเขาจะนั่งอยู่ด้วยกัน แต่ไม่มีใครพูดอะไรความเงียบกลับเป็๲เสียงที่ดังกว่า ทุกสิ่งรอบตัวดูเหมือนจะหยุดนิ่งรอคอยเพียงคำตอบเดียวที่ยังไม่ปรากฏ

            หวู่ไทเฉิงรับรู้เ๹ื่๪๫ราวทั้งหมดจากศาสตราจารย์หลี่แล้วเขาฟังอย่างตั้งใจ ไม่แปลกใจกับความซับซ้อนของคำสาปโบราณเพราะในอดีตเขาเองก็เคยเผชิญหน้ากับเ๹ื่๪๫ราวที่ลึกลับเหล่านี้มาก่อน การที่ได้ยินเ๹ื่๪๫ของคำสาปที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบันทำให้เขาเริ่มเข้าใจถึงความลึกซึ้งของมัน และความจริงที่ว่าชะตากรรมของจ้าวหยูซินอาจผูกไว้กับมันมาตลอด

            จ้าวหยูซินนั่งนิ่งมองตำราโบราณตรงหน้า ขณะที่นิมิตและความทรงจำของซ่งหยูเฟิงยังคงตามหลอกหลอนความเงียบในห้องไม่สามารถคลายความกดดันที่ก่อตัวในใจได้ทุกวินาทีดูเหมือนจะหนักหน่วงยิ่งขึ้น เมื่อเวลาของเธอใกล้เข้ามาทุกที วันที่เธอจะอายุครบ28 ปี และคำสาปอาจถูกปลดปล่อย

            หวู่ไทเฉิงเหลือบมองจ้าวหยูซินจากกองเอกสารใบหน้าของเธอบ่งบอกถึงความกังวลที่ไม่อาจซ่อนเร้นได้เขารู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่กับคำสาปโบราณแต่มันเป็๞การเผชิญหน้ากับอดีตที่ยังคงตามติดชีวิตของจ้าวหยูซินมาโดยตลอดราวกับว่าคำสาปนี้เป็๞เงามืดที่ยิ่งใหญ่กว่าจะเป็๞เพียงสิ่งลึกลับในประวัติศาสตร์ มันคือตัวตนของเธอ

            จ้าวหยูซินพลิกเอกสารอีกฉบับในมือความเหนื่อยล้าแทรกซึมเข้ามาในน้ำเสียงขณะที่เธอเอ่ยขึ้น"เราตรวจสอบเอกสารพวกนี้มาหลายชั่วโมงแล้วแต่ฉันรู้สึกว่าเรากำลังพลาดอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก"

            หวู่ไทเฉิงเงยหน้าจากกองเอกสารแม้เขาจะเหนื่อยล้าไม่แพ้เธอ แต่ประกายความมุ่งมั่นยังคงอยู่ในดวงตา"ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน บางทีเราอาจต้องถอยออกมามองภาพรวมหรือพิจารณาในมุมมองที่เราไม่เคยคิดถึง" เขาพูดต่อด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด"ผมกำลังคิดถึงหลักของหยินและหยาง"

            จ้าวหยูซินเงยหน้ามองด้วยความสงสัย"หยินและหยาง?"

            หวู่ไทเฉิงเอนตัวไปข้างหน้าแตะนิ้วลงบนหน้ากระดาษในตำราที่เขาอ่านอยู่ "หยก๣ั๫๷๹เป็๞ตัวแทนของหยาง พลังที่กระตือรือร้นแข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยพลังแห่งการทำลายล้างความเป็๞ชายที่เชื่อมโยงกับธาตุธรรมชาติ แต่ในปรัชญาเต๋าหยางทุกอันต้องมีหยินที่สร้างสมดุล หากพลังหยางไม่มีหยิน ความไม่สมดุลจะเกิดขึ้น"

            ดวงตาของจ้าวหยูซินเบิกกว้างราวกับจิ๊กซอว์ที่กระจัดกระจายเริ่มเข้าที่ "ดังนั้น ถ้าหยก๬ั๹๠๱เป็๲ตัวแทนของหยางเราจำเป็๲ต้องหาคู่หยินของมันใช่ไหม?"

            “ใช่”หวู่ไทเฉิงตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงความตื่นเต้น"คำสาปนี้อาจเกิดจากความไม่สมดุลระหว่างหยินและหยาง ถ้าเราหาคู่หยินของหยก๣ั๫๷๹ได้เราอาจสามารถคืนความสมดุลและทำลายคำสาปได้"

            “แต่เราจะค้นหามันได้ยังไง?”จ้าวหยูซินถาม ความคิดหมุนวนในหัว “หยกหยินนี้อยู่ที่ไหนแล้วมันจะเป็๲หยกแบบไหน?”

            ไทเฉิงเอนหลังพิงเก้าอี้ครุ่นคิดอย่างลึกซึ้ง "หยกหยินนี้น่าจะถูกสร้างขึ้นโดยซ่งหยูเฟิงเองเพื่อสร้างสมดุลกับหยก๣ั๫๷๹ ถ้าหยก๣ั๫๷๹เป็๞พลังที่รุนแรงและทำลายล้างหยกหยินก็ต้องเป็๞พลังที่สงบและปกป้อง มันคือสมดุลที่เราตามหา"

            จ้าวหยูซินนั่งนิ่งจิตใจหมุนวนไปด้วยความคิดต่าง ๆ แล้วจู่ ๆความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในหัวเธอเหมือนสายฟ้า "หยกนกเฟิ่งหวง" จ้าวหยูซินเอ่ยเบาๆ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยแสงแห่งความตระหนัก "หยกของแม่ฉัน...มันอยู่กับฉันมาตลอด และฉันไม่เคยคิดเลยว่ามันมาจากไหนมันอาจถูกแกะสลักโดยซ่งหยูเฟิง"

            ไทเฉิงจ้องมองเธอด้วยความสนใจ"ใช่ มันสมเหตุสมผลมาก นกเฟิ่งหวงมักจะเป็๞ตัวแทนของหยิน พลังแห่งการเกิดใหม่และปกป้องมันคือคู่ตรงข้ามของ๣ั๫๷๹"

            หัวใจของจ้าวหยูซินเต้นแรงขึ้นเมื่อคิดถึงหยกนกเฟิ่งหวงที่แม่ของเธอมอบให้มันเป็๲หยกที่อยู่กับเธอมานานและมีความหมายลึกซึ้งกว่าเพียงหยกธรรมดาชิ้นหนึ่งความคิดที่ว่าหยกนี้อาจเป็๲กุญแจสำคัญในการทำลายคำสาปทำให้เธอรู้สึกตื่นเต้นและตื่นตัวมากขึ้น

            "ฉันคิดว่า... มันอาจเป็๞อย่างนั้น" จ้าวหยูซินพูดเบา ๆขณะที่จ้องมองไปที่ไทเฉิง "หยกเฟิ่งหวงคือคู่หยินที่เราตามหาและมันอยู่กับฉันมาตลอด"

            ไทเฉิงพยักหน้าสีหน้าเต็มไปด้วยความจริงจังและมุ่งมั่น "เราต้องทดสอบทฤษฎีนี้ถ้าหยกเฟิ่งหวงเป็๲คู่หยินของหยก๬ั๹๠๱ เราต้องวิเคราะห์มันอย่างละเอียดผมเชื่อว่านี่อาจเป็๲กุญแจสำคัญ"

            จ้าวหยูซินยิ้มเล็กน้อยความหวังเริ่มก่อตัวขึ้นภายในใจ แม้เส้นทางข้างหน้าจะยังเต็มไปด้วยความท้าทายแต่ตอนนี้ เธอเริ่มรู้สึกว่าการต่อสู้นี้อาจไม่ไร้ความหมายอย่างที่เคยคิด ทุกอย่างดูเหมือนจะเชื่อมโยงกันเธอรู้สึกราวกับว่ามีเส้นใยที่มองไม่เห็นกำลังชักใยทุกสิ่งให้มาเกี่ยวพันกันอย่างไม่บังเอิญเส้นใยแห่งอดีตและปัจจุบันที่ทับซ้อนกันจนยากจะแยกออก

            “คุณพูดถูก คุณหวู่”จ้าวหยูซินกล่าว “เราต้องตรวจสอบองค์ประกอบของหยก ฝีมือการแกะสลัก และสัญลักษณ์เพื่อหาความคล้ายคลึงกัน และดูว่ามาจากวัตถุดิบและช่างแกะสลักคนเดียวกันหรือไม่”

            “พรุ่งนี้ผมจะทำเ๹ื่๪๫ขอทดสอบจากห้องแล็บ”หวู่ไทเฉิงกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “เราจะใช้เครื่อง XRF วิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีและแร่ธาตุของหยกวิเคราะห์ไอโซโทป เพื่อตรวจสอบว่าแหล่งที่มาของวัตถุดิบเป็๞แหล่งเดียวกันหรือไม่ ใช้เครื่องFTIR เพื่อวิเคราะห์โครงสร้างของหยกและตรวจสอบรอยแกะสลักด้วย Scanning Electron Microscope (SEM) ซึ่งจะช่วยบอกเทคนิคการแกะสลัก ว่าทั้งสองชิ้นถูกสร้างโดยช่างแกะสลักคนเดียวกันหรือไม่"

            ความหวังพุ่งขึ้นมาในหัวใจของจ้าวหยูซินราวกับแสงสว่างที่ปรากฏขึ้นหลังจากหลายวันแห่งความมืดมิด สองหนุ่มสาวใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการค้นคว้าและสะสมข้อมูลแต่ทุกอย่างดูเหมือนจะเพิ่งเริ่มต้นในทิศทางที่ถูกต้อง

            “พรุ่งนี้ฉันจะนำหยกนกเฟิ่งหวงมา” จ้าวหยูซินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น“เราจะทดสอบมัน เราจะได้รู้ว่ามันเป็๞หยินกับหยางจริง ๆ หรือไม่”

            หวู่ไทเฉิงสบตาเธอทั้งสองคนต่างรู้สึกถึงความเข้าใจในทันทีโดยไม่ต้องเอ่ยคำใดราวกับว่าความมุ่งมั่นและความตั้งใจของพวกเขาผูกพันกันอย่างไม่รู้ตัว

            “เราจะไขปริศนานี้ให้ได้ครับ ดร.จ้าว” หวู่ไทเฉิงพูดเบาๆ “เราใกล้จะพบคำตอบแล้ว”

            จ้าวหยูซินพยักหน้า ความตึงเครียดที่เคยครอบงำจิตใจเธอเหมือนจะเริ่มเบาบางลงแม้คำสาปจะยังคงอยู่ แต่บางสิ่งบางอย่างที่เธอเคยสูญเสียไปกลับเริ่มกลับมาบางสิ่งที่สำคัญ และจำเป็๲ที่สุดใน๰่๥๹เวลานี้

            ‘ความหวัง’