“ยังมีเรื่องไหนที่จัดการลำบากอีกบ้างคุณพูดออกมาได้เลย ทางเทศบาลชุมชนของพวกเรารวมถึงโรงงานอาหารชุนหัวจะช่วยแก้ไขปัญหาให้คุณเอง”
สวีหว่านหนิงนั่งตัวตรงสีหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม “ฉันต้องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าผลไม้กระป๋องในนามบุคคลของตัวฉันเองค่ะไม่ใช่ในนามของโรงงานอาหารสาขาย่อย”
หัวหน้าเฉินจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้ามีประโยชน์อะไรแต่เมื่อได้ยินสวีหว่านหนิงบอกว่าอยากจดทะเบียนในนามของตัวเองเขาก็รู้ทันทีว่ามันคงไม่ใช่เรื่องธรรมดา
“สวีจือชิงเรื่องนี้ผมคงให้คำตอบคุณตอนนี้ไม่ได้ รอผมกลับไปปรึกษากับหัวหน้าคนอื่นๆของเทศบาลชุมชนและทางผู้บริหารของโรงงานอาหารชุนหัวก่อนแล้วผมจะแจ้งกับคุณอีกครั้งนะ”
สวีหว่านหนิงพยักหน้า“เช่นนั้นฉันจะรอฟังข่าวดีจากหัวหน้าเฉินนะคะ”
เมื่อส่งหัวหน้าเฉินออกจากโรงงานแล้วสวีหว่านหนิงก็กลับมาหมกมุ่นสะสางงานที่ยังค้างอยู่
อีกด้าน หลังจากหัวหน้าเฉินกลับมาที่เทศบาลชุมชนก็ให้คนไปเรียกผู้บริหารคนสำคัญของโรงงานอาหารชุนหัวมาพบเพื่อปรึกษากันในเรื่องนี้
“เรื่องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก่อนหน้านี้ตอนผมไปทำงานที่เมืองไห่เคยได้ยินมาบ้างแต่ปัจจุบันทั่วทั้งประเทศมีบริษัทที่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าเพียงแค่สามรายเท่านั้นสวีจือชิงคนนี้คิดจะทำอะไรกันแน่”
“เช่นนั้นตามความเห็นของรองผู้อำนวยการจางคิดว่าผลไม้กระป๋องจำเป็นต้องจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือไม่”
“ในเมื่อสวีจือชิงเป็นคนเสนอเรื่องนี้ก็แสดงว่ามีความจำเป็น แต่จะปล่อยให้เธอจดทะเบียนในนามบุคคลไม่ได้ผลไม้กระป๋องเป็นสินค้าที่ทางโรงงานอาหารชุนหัวสาขาย่อยผลิตขึ้นมาอย่างไรก็ควรยื่นจดทะเบียนในนามของโรงงานอาหารชุนหัว”
ผู้อำนวยการซุนเองก็คิดเช่นเดียวกัน
หัวหน้าเฉินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ย “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ทางผู้อำนวยการซุนกับรองผู้อำนวยการจางคุยกับสวีจือชิงเลยดีกว่าครับถึงอย่างไรเธอก็เป็นผู้บริหารโรงงานสาขาของพวกคุณ”
โรงงานอาหารชุนหัวไม่ได้อยู่ภายใต้อำนาจการบริหารของเขาเขาไม่จำเป็นต้องผิดใจกับสวีหว่านหนิงเพราะสาเหตุนี้
ขอแค่ยอดขายอาหารกระป๋องของโรงงานสาขาสูงมากพอเขาก็จะมีผลงาน ส่วนรายละเอียดยิบย่อยต่างๆ ให้ทางโรงงานอาหารจัดการเอาเอง
เขาในฐานะหัวหน้าเทศบาลชุนชมไม่ควรยื่นมือเข้าไปก้าวก่ายเรื่องภายในโรงงาน!
เช้าวันรุ่งขึ้นผู้อำนวยการซุนและรองผู้อำนวยการจางเดินทางมาที่โรงงานอาหารสาขาย่อยภายนอกอ้างว่ามาตรวจดูงาน แต่ที่จริงแล้วอยากมาพูดคุยกับทางสวีหว่านหนิง
พวกเขาสองคนพยายามเกลี้ยกล่อมและโน้มน้าวอย่างเต็มที่แต่สวีหว่านหนิงไม่ยอมเปลี่ยนความตั้งใจ
“ผู้อำนวยการซุนรองผู้อำนวยการจาง ฉันคิดว่าพวกคุณคงทราบดีว่าฉันเป็นคนเสนอความคิดเรื่องการผลิตผลไม้กระป๋องอีกทั้งยังทำการค้นคว้าและวิจัยขั้นตอนการผลิตจนประสบผลสำเร็จแม้แต่รายการสั่งซื้อแรกจากกรุงปักกิ่ง ก็ได้มาเพราะเส้นสายของฉัน”
“ตามที่กล่าวมาข้างต้นทำไมฉันจะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในนามของตัวเองไม่ได้คะ”
“สวีจือชิงผมทราบดีว่าคุณทุ่มเทให้กับเรื่องนี้มาก แต่พวกเราทำไปเพื่อความก้าวหน้าของโรงงานขอแค่โรงงานอาหารชุนหัวของพวกเราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ ย่อมมีแต่ผลดีกับตัวคุณเองคุณถือเป็นคนของโรงงานอาหารของพวกเรา ทำไมต้องแบ่งแยกกันชัดเจนเช่นนี้ด้วย”
สวีหว่านหนิงโบกนิ้วชี้ข้างขวาไปมา“รองผู้อำนวยการจางพูดผิดแล้วค่ะ ฉันจะพูดแบบนี้กับพวกคุณแล้วกันผลไม้กระป๋องจะจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในนามของโรงงานอาหารชุนหัวหรือในนามของฉันสำหรับพวกคุณแล้วมันไม่ส่งผลกระทบกับการผลิตของโรงงานอาหารชุนหัวแม้แต่น้อยแต่มันกลับส่งผลกับฉันในระยะยาวค่ะ”
การจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในนามของตัวเองสวีหว่านหนิงตั้งใจทำมานานมากแล้ว
โรงงานอาหารชุนหัวเป็นแค่บันไดสำหรับเธอเธอไม่อยากทำไร่ไถนาเพื่อแลกกับคะแนนแรงงาน แต่ก็ไม่อาจทำตัวมีอภิสิทธิ์มากเกินไปมิเช่นนั้นจะย้อนแย้งกับสถานภาพจือชิงของเธอ และจะถูกชาวบ้านนินทาเอาง่ายๆ
แต่ถึงอย่างไรเธอก็จะต้องได้กลับไปที่กรุงปักกิ่ง
ต่อให้เธอร่วมการสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศเธอก็ไม่มีทางลืมอาชีพเดิมของตัวเอง
ใช่ในเมื่อทะลุมิติเข้ามาในนิยายแล้ว แถมยังได้มาอยู่ในยุค 70 แต่สวีหว่านหนิงก็ยังอยากดื่มด่ำกับเกียรติยศที่เคยได้สัมผัสเมื่อชาติที่แล้วเธออยากสร้างแบรนด์ของตัวเอง แบรนด์อาหารที่เป็นของเธอ
ไม่ใช่แค่เฉพาะชาวจีนแต่เธออยากให้ทุกครั้งที่ชาวต่างชาติคิดถึงอาหารเลิศรสของประเทศจีนจะมีภาพภัตตาคารของเธอปรากฎขึ้นมาในสมองเสมอ
นี่ต่างหากเป้าหมายที่แท้จริงของเธอ
ส่วนผลไม้กระป๋องเป็นแค่การยิงกระสุนปืนนัดแรกของการเริ่มต้นสร้างชื่อเสียงของเธอเท่านั้น
ตอนนี้แม้ว่าอาจจะยังไม่เห็นผลมากมายแต่อิทธิพลของเรื่องนี้จะค่อยๆ คืบคลานไปสู่จุดหมาย เมื่อวันเวลาผ่านไปเธอเชื่อว่าทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ
ถึงอย่างไรเธอก็มีของดีอยู่ในมือไม่น้อยแค่ตอนนี้ยังไม่มีโอกาสได้ใช้เท่านั้น
“สวีจือชิงที่คุณพูดมาก็ไม่ผิด แต่คุณอย่าลืมว่าตอนนี้ลูกท้อในโหลแก้วไม่ใช่แค่ชาวบ้านของหมู่บ้านต้าเจียงเท่านั้นที่ทำเป็นหมู่บ้านรอบข้างก็ทำเป็นเช่นกันตอนนี้คุณไม่มีข้อได้เปรียบที่จะสามารถนำมาต่อรองกับพวกเราได้”รองผู้อำนวยการจางสีหน้าบึ้งตึง
เสร็จงานแล้วก็คิดจะฆ่าโคถึกเลยหรือ?
สวีหว่านหนิงมองหน้าชายวัยกลางคนที่ดูเฉลียวฉลาดพลางยิ้มเล็กน้อย
ท่าทางคนที่มีอำนาจตัดสินใจอย่างแท้จริงคือรองผู้อำนวยการคนนี้สินะ
แต่สวีหว่านหนิงไม่กลัวเขาสักนิด
“รองผู้อำนวยการจางทัศนคติและวิสัยทัศน์คับแคบขนาดนี้เลยหรือคะฉันพูดถึงผลไม้กระป๋อง ไม่ใช่แค่ลูกท้อในโหลแก้วเท่านั้นคุณฟังไม่ออกหรือคะว่าสองสิ่งนี้ต่างกันอย่างไร”
“นอกจากลูกท้อในโหลแก้วฉันยังทำอาหารกระป๋องอย่างอื่นได้อีกด้วย ไม่ได้จำกัดเพียงผลไม้เท่านั้นในบรรดาคนที่รองผู้อำนวยการจางรู้จัก มีใครทำได้อีกบ้างคะ ถ้ามีจริงๆฉันคงไม่มีอะไรจะพูดคิดเสียว่าฉันไม่เคยเสนอเรื่องการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าก็แล้วกันค่ะ”
“ถึงอย่างไรฉันก็บริหารแค่โรงงานสาขาย่อยโรงงานอาหารชุนหัวของพวกคุณไม่จำเป็นต้องพึ่งพายอดขายจากโรงงานสาขาอยู่แล้ว”
พูดจบสวีหว่านหนิงก็ลุกขึ้นยืน“ฉันยังมีงานหลายอย่างต้องสะสาง คงไม่อยู่ต้อนรับทั้งสองท่านแล้วนะคะ”
เมื่อเห็นสวีหว่านหนิงหันหลังเดินจากไปคิ้วของรองผู้อำนวยการจางก็ผูกเป็นปม
ผู้อำนวยการซุนถลึงตาใส่เขาอย่างไม่เห็นด้วย“ผมบอกคุณแล้วว่าสวีจือชิงคนนี้ไม่ธรรมดา คุณอยากจะควบคุมเธองั้นหรือ ฝันไปเถอะ!
ไม่รู้ว่าคนแซ่จางคิดอะไรอยู่คิดว่าสวีหว่านหนิงเป็นผู้บริหารโรงงานสาขาแล้วจะยอมอยู่ใต้อาณัติของพวกเขาหรือไง?
เห็นไหมล่ะตอนนี้ผิดใจกันไปเรียบร้อย แล้วต่อไปจะใช้เส้นสายจากทางปักกิ่งได้อีกหรือเปล่า!
ผู้อำนวยการซุนจงใจถอนหายใจเสียงดังก่อนจะลูบพุงพลุ้ยของตัวเองแล้วเอนพิงเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน“อีกไม่กี่ปีผมก็จะเกษียณแล้ว ขอแค่ระหว่างที่ผมยังอยู่ในตำแหน่ง โรงงานอาหารชุนหัวไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ก็พอส่วนเรื่องอื่นผมคงเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้”
“จางไคพี่ชายอย่างผมขอเตือนคุณว่า ถ้าคุณอยากรับตำแหน่งต่อจากผมอยากจะนั่งเก้าอี้ผู้อำนวยการโรงงานอย่างมั่นคงแล้วละก็อย่าได้มีเรื่องกับสวีจือชิง”
“ผู้อำนวยการซุนคุณกังวลเกินไปหรือเปล่า แม้เธอจะมาจากกรุงปักกิ่งแต่คนที่ปักกิ่งจะมือยื่นมือยาวมาถึงหมู่บ้านต้าเจียงได้หรือ”
“เอาเป็นว่าเลือกเอาระหว่างไม่จดทะเบียนเครื่องหมายการค้าหรือถ้าจะจดก็ต้องจดในนามของโรงงานอาหารชุนหัวจะปล่อยให้เธอจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าภายใต้ชื่อของเธอไม่ได้เด็ดขาด! เรื่องนี้ผมไม่มีทางเห็นด้วย!”