ลานกลางหมู่บ้านสกุลหลิวในวันนี้คึกคักเป็พิเศษ แตกต่างจากความเงียบสงัดยามค่ำคืนโดยสิ้นเชิง ชาวบ้านทุกคนมารวมตัวกันแน่นขนัดเพื่อร่วมเป็สักขีพยานใน "พิธีทดสอบพร์" ประจำปี... พิธีนี้จะชี้ชะตาเด็กอายุสิบห้าปีทุกคนในหมู่บ้าน
กลางลานนั้น มีแท่นหินสีดำทมิฬสูงห้าฟุตตั้งตระหง่าน มันคือ "ศิลาทดสอบปราณ" สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ผิวหินสลักลวดลายอักขระโบราณ บัดนี้เลือนรางเต็มที ลือกันว่าศิลานี้สามารถวัด "พลังปราณตั้งต้น" อันซ่อนเร้นในร่างของเด็กทุกคนได้
บนแท่นยกพื้นด้านหน้าสุด "หลิวซาน" นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้อันหรูหราที่สุดในหมู่บ้าน ใบหน้าอ้วนกลมฉายแววหยิ่งผยองในฐานะเ้าภาพของงาน ถัดจากเขาคือ "หลิวคัง" ชายร่างสูงโปร่ง ผู้รับหน้าที่ดำเนินการทดสอบ
"เอาล่ะ!" หลิวคังะโเสียงดัง "การทดสอบพร์ประจำปี... เริ่มต้นได้!"
เด็กๆ หลายคนถูกขานชื่อออกไปทีละคน ส่วนใหญ่ทำได้เพียงให้ศิลาเรืองแสงสีขาวจางๆ หนึ่งขีด หรือบางคนก็สองขีด ซึ่งเพียงพอให้ครอบครัวของพวกเขาปลาบปลื้มแล้ว
"คนต่อไป... หลิวเปา!"
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันทียามชื่อนี้ถูกขาน เด็กชายร่างท้วม บุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของหลิวซาน ก้าวเดินออกมาอย่างผยอง เขายืดอกรับสายตาชื่นชมจากรอบทิศ หลิวเปาวางมือลงบนศิลาทดสอบปราณ...
วูบ!
มวลอากาศสั่นะเืเล็กน้อย ก่อนอักขระโบราณบนศิลาจะส่องสว่างวาบขึ้นมาทีละขีด... หนึ่ง... สอง... และหยุด ณ... สามขีด! แสงสีขาวนวลสว่างไสวชัดเจนกว่าของผู้ใดทั้งหมด
"พลังปราณตั้งต้น... ระดับ 3!"
หลิวคังประกาศเสียงดังด้วยความตื่นเต้น "ยอดเยี่ยม! พร์ระดับกลาง! อายุเพียงสิบห้าปีก็มีพลังปราณตั้งต้นถึงระดับ 3 อนาคตไกลแน่นอน!"
เสียงไชโยโห่ร้องดังกระหึ่มลาน "สมแล้วที่เป็บุตรชายท่านหัวหน้า!" "พร์จริงๆ!" หลิวซานลูบเคราแพะสั้นๆ ของตนอย่างพึงพอใจที่สุด เขาพยักหน้าช้าๆ "ดี! ดีมาก! บุตรชายข้าต้องเป็ยอดคน!"
การทดสอบดำเนินต่อไปจนเกือบถึงคนสุดท้าย หลิวคังเหลือบมองรายชื่อในมือก่อนจะขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรังเกียจ แต่เขาก็ะโขานชื่อนั้นออกไปอยู่ดี
"คนสุดท้าย... เย่เฉิน!"
เพียงแค่ชื่อนี้ถูกขานออกมา เสียงพูดคุยจอแจพลันเงียบกริบในบัดดล
ทุกสายตาในลานพิธี ไม่ว่าจะชื่นชม อิจฉา หรือสมเพช ต่างจับจ้องไปยังร่างผอมแห้งอันเดินแยกตัวออกมาจากมุมมืดของลาน เย่เฉินกลายเป็จุดรวมสายตาของคนทั้งหมู่บ้านในทันที
เย่เฉินก้าวเดินอย่างมั่นคง ใบหน้ายังคงสงบนิ่งดุจผืนน้ำไร้ระลอกคลื่น เขารู้สึกถึงสายตานับร้อยคู่ทิ่มแทงมาราวเข็มแหลม แต่ในใจกลับไม่ตื่นตระหนกแม้แต่น้อย... เขาเพิ่งสังหารสัตว์อสูรด้วยมือเปล่ามา ก้อนหินก้อนเดียวนี้จะตัดสินชะตาอะไรเขาได้?
เขาเมินเฉยต่อสายตาเ่าั้ ก้าวไปหยุดยืนอยู่หน้าศิลาทดสอบปราณ
"เร็วเข้าสิ! อย่ามัวถ่วงเวลา!" หลิวซานะโเร่งอย่างไม่สบอารมณ์
เย่เฉินสูดลมหายใจแ่เบา ก่อนจะยื่นมือขวาอันหยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็ วางทาบลงไปบนผิวหินเย็นเฉียบ...
หนึ่งลมหายใจผ่านไป...
ห้าลมหายใจผ่านไป...
สิบวินาทีเต็ม...
ศิลาทดสอบปราณ... นิ่งสนิทไร้ซึ่งแสงสว่าง... ไร้ซึ่งการตอบสนอง... ไร้ซึ่งพลังปราณใดๆ แม้แต่เศษเสี้ยว
ความเงียบอันน่าอึดอัดเข้าปกคลุมทั่วลานพิธี ชาวบ้านเริ่มมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
หลิวคังขมวดคิ้วมุ่น "เป็ไปได้อย่างไร?" เขาเดินเข้ามาตบไปที่ศิลาสองสามที "ศิลาเสียรึ?"
"เป็ไปไม่ได้!" หลิวซานตวาดลั่นจากที่นั่ง "เมื่อครู่ยังทดสอบบุตรชายข้าได้อยู่เลย! ให้มันทดสอบใหม่!"
เย่เฉินดึงมือออก แล้ววางลงไปอีกครั้ง... และอีกครั้ง
ผลลัพธ์ยังคงเหมือนเดิม... ว่างเปล่า...
ความเงียบอันน่าอึดอัดนั้น... ถูกทำลายลง
"ฮ่า... ฮ่าๆๆๆ!"
เสียงหัวเราะก๊ากดังลั่นมาจากหลิวคัง เขางอตัวไปข้างหลัง กุมท้องหัวเราะจนตัวสั่นราวกับได้ยินเื่อันตลกที่สุดในชีวิต
"ข้า... ข้าเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ!" หลิวคังชี้หน้าเย่เฉิน น้ำตาเล็ด "ผลการทดสอบ... พลังปราณตั้งต้น... ระดับ 0! เป็ศูนย์อย่างสมบูรณ์!"
ครืน!
สิ้นเสียงประกาศ คำพูดนั้นเปรียบดังสายฟ้าฟาดลงกลางลานพิธี ปลุกชาวบ้านผู้กำลังตะลึงงันให้ตื่นจากภวังค์ และะเิเสียงหัวเราะดังกระหึ่มตามมาเป็ระลอก
"ระดับ 0! แม้แต่คนป่าเถื่อนอันโง่เขลาที่สุดยังมีพลังปราณตั้งต้นระดับ 1!"
"ข้าบอกแล้วว่ามันคือตัวกาลกิณี! ขนาด์ยังไม่มอบพลังให้!"
"น่าขันสิ้นดี! หมู่บ้านเรามีอัจฉริยะระดับ 0 ด้วย!"
หลิวคังแสยะยิ้มกว้าง เขาเดินเข้าไปใกล้เย่เฉิน แล้วตบหน้าผากเด็กหนุ่มเบาๆ อย่างดูแคลน
"เ้าหนู... ข้าว่ากระรอกบนต้นไม้หลังหมู่บ้านยังมีพลังปราณมากกว่าเ้าเสียอีก! ฮ่าๆๆ!"
"ไสหัวไปได้แล้ว!" หลิวซานตวาดลั่นจากที่นั่ง ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธที่ต้องมาเสียเวลากับเื่ไร้สาระ "อย่ามายืนขวางทางคนอื่น! ไอ้ตัวอัปมงคล!"
หลิวคังซึ่งได้ยินคำบัญชา ก็ผลักหน้าอกเย่เฉินอย่างแรง "ได้ยินไหม! ท่านหัวหน้าไล่แล้ว! ไสหัวไป!"
ตุบ!
เย่เฉิน ร่างกายผอมแห้งอยู่แล้ว มิอาจต้านทานแรงผลักนั้นได้ เขาล้มหงายหลังลงไปกองกับพื้นดินอันชื้นแฉะ ฝุ่นดินเปรอะเปื้อนใบหน้าทันที
"ฮ่าๆๆ! ไอ้ขยะระดับ 0!"
หลิวเปา บุตรชายหัวหน้าหมู่บ้าน ได้ใจ ะโนำขึ้นมา เขาวิ่งเข้ามาตบหลังศีรษะเย่เฉินผู้ล้มอยู่กับพื้นอย่างแรง
"ลุกขึ้นมาสิ ไอ้ขยะ! ร้องไห้ให้พวกข้าดูหน่อย!"
การกระทำของหลิวเปาจุดประกายความคึกคะนองของเด็กคนอื่นทันที เด็กคนอื่นๆ เริ่มหยิบเศษก้อนดินและก้อนหินเล็กๆ ตามพื้น ขว้างปาเข้าใส่แผ่นหลังเย่เฉินไม่ขาดสาย...
เย่เฉินนอนนิ่งอยู่บนพื้นดิน ััได้ถึงแรงกระแทกจากก้อนดินและก้อนหินเล็กๆ กระทบแผ่นหลังไม่หยุดหย่อน เสียงหัวเราะเยาะเย้ยและเสียงะโด่าว่า "ไอ้ขยะ!" "ระดับศูนย์!" ดังผสมปนเปกันจนอื้ออึง
ความเ็ปจากแผ่นหลังนั้นมีอยู่จริง... แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความสับสนอันก่อตัวขึ้นในใจ
‘ศูนย์...’
เขาไม่รู้สึก "ใจสลาย" อย่างที่ควรจะเป็... เขากลับรู้สึก "สับสน" อย่างรุนแรง
‘เป็ไปได้อย่างไร?’ ความคิดแรกผุดขึ้นในหัว
‘เมื่อวานนี้... ข้าเพิ่งสังหารหมูป่าขนเหล็กด้วยหมัดเดียว ร่างกายข้าแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล... นั่นคือระดับศูนย์รึ?’
เขาค่อยๆ ใช้แขนยันร่างเปื้อนโคลนของตนให้ลุกขึ้นยืนช้าๆ ท่ามกลางเสียงโห่ฮาอันดังยิ่งขึ้นเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะลุก
‘...หรือว่า...’
ขณะลุกขึ้นยืน ความคิดหนึ่งพลันสว่างวาบขึ้นในห้วงสมอง ดุจสายฟ้าฟาดฝ่าความมืดมิด
‘...หรือว่า ศิลาก้อนนี้... มันวัดได้เพียงพลังปราณ?’
เย่เฉินหันไปมอง "ศิลาทดสอบปราณ" สีดำทมิฬก้อนนั้น
‘พลัง... ซึ่งข้าได้จากลูกปัดหินสีนิล... พลังอันขัดเกลาร่างกายข้า... มันไม่ใช่พลังปราณ!’
เมื่อตระหนักรู้ถึงข้อเท็จจริงนี้ ความสับสนทั้งหมดก็มลายหายไป...
เย่เฉินค่อยๆ ปัดฝุ่นดินออกจากใบหน้าและเสื้อผ้าขาดวิ่นของตนอย่างใจเย็น การกระทำอันดูเหมือนไม่สะทกสะท้านของเขา ทำให้เสียงหัวเราะชาวบ้านค่อยๆ เบาลงทีละน้อย พวกเขารอคอยที่จะเห็นน้ำตา แต่กลับไม่พบมัน
เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้น หันไปมองฝูงชนกำลังเย้ยหยันเขา... มองหลิวคังผู้ยังคงแสยะยิ้ม... มองหลิวเปาผู้กำลังกำก้อนดินเตรียมขว้างอีก... และมองหลิวซานผู้จ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจ
และเขาก็ "ยิ้ม"
มันไม่ใช่การฝืนยิ้ม... ไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความเ็ป...
แต่มันเป็ "รอยยิ้มเ็าและดูแคลน"
รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นเพียงเล็กน้อย แต่ดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นกลับนิ่งสงบ... สงบจนน่าพรั่นพรึง
‘พวกโง่เขลา...’ เขากระซิบในใจ
‘พวกเ้ากำลังหัวเราะเยาะข้า... โดยไม่รู้ด้วยซ้ำว่ากำลังบูชาก้อนหินอันวัดได้แค่พลังปราณ...’
‘พวกเ้ากำลังขว้างปาเศษดินใส่ร่างกาย... อันแข็งแกร่งพอจะบดขยี้กระดูกพวกเ้าทุกคนให้แหลกเป็ผงธุลี...’
‘หัวเราะไปเถิด... หัวเราะให้ดังที่สุดในวันนี้... เพราะในวันที่ข้ากลับมา พวกเ้าจะไม่มีโอกาสได้แม้แต่จะกรีดร้อง...’
รอยยิ้มอันเ็า... ปรากฏบนใบหน้าเปื้อนฝุ่นของเย่เฉิน... มันช่างไม่เข้ากับสถานการณ์อย่างยิ่ง
ชาวบ้านกำลังหัวเราะคิกคักต่างพากันชะงักงัน พวกเขาคาดหวังจะได้เห็นน้ำตาแห่งความอัปยศ... คาดหวังจะได้เห็นสีหน้าสิ้นหวัง... แต่กลับได้เห็นเพียงรอยยิ้มอันอ่านไม่ออก ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง
"แก... แกยิ้มอะไร!" หลิวเปาะโขึ้นด้วยความฉุนเฉียว เขารู้สึกเหมือนถูกดูิ่
เย่เฉินไม่ตอบ
เขาไม่แม้แต่จะมองหน้าหลิวเปาอีกต่อไป
เด็กหนุ่มละสายตาจากฝูงชนโง่เขลา หันหลังให้กับ "ศิลาทดสอบปราณ" ก้อนนั้น และเริ่มก้าวเดิน...
เขาเดินออกจากลานพิธีอย่างเชื่องช้า แต่มั่นคงในทุกย่างก้าว โดยไม่หันกลับมามองแม้แต่น้อย
"เฮ้ย! ข้ายังพูดไม่จบ!" หลิวคังรู้สึกเสียหน้า ะโไล่หลัง
"ไสหัวไปเลย! ไอ้ขยะระดับ 0! หมู่บ้านหลิวไม่ต้อนรับคนไร้ประโยชน์อย่างแก!"
เสียงด่าทอและเสียงหัวเราะเยาะระลอกใหม่ดังกระหึ่มขึ้นอีกครั้ง ก้อนดินและเศษหินถูกขว้างปาไล่หลังแผ่นหลังกำลังเดินจากไป
ตุบ! ตับ!
เศษดินก้อนหนึ่งกระทบเข้าที่หลังศีรษะของเขาอย่างจัง
เย่เฉินเพียงแค่ชะงักไปครู่เดียว... แต่เขาก็ไม่ได้ยกมือขึ้นลูบ หรือแม้แต่หันกลับไปมอง เขาเพียงแค่ก้าวเดินต่อไป
แผ่นหลังอันเปรอะเปื้อนดินโคลนนั้น บัดนี้ตั้งตรงอย่างทระนง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย
เสียงหัวเราะเยาะด้านหลังกลายเป็เพียงเสียงรบกวนอันไร้ความหมาย เสียงของฝูงแมลงวันอันน่ารำคาญ
ในวันนี้ เย่เฉินได้สูญเสียสิ่งสุดท้ายอันผูกมัดเขากับหมู่บ้านแห่งนี้... นั่นคือ "ความคาดหวัง"
ความอัปยศในวันนี้ไม่ได้ทำลายเขา... มัน "ปลดปล่อย" เขาออกจากพันธนาการของหมู่บ้านนี้โดยสมบูรณ์
เส้นทางของเขา... ไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไป
[จบตอนที่ 2]