ในตอนนั้นเองสมองของซูเจี่ยนอันเริ่มมีความคิดร้อยแปดผุดขึ้นมาไม่หยุดความสับสนเข้าครอบงำสมองขาวโพลนของเธอ เธอไม่เข้าใจและไม่อยากเชื่อความรู้สึกของเธอปนเปกันไปหมด
เธอไม่เคยนึกเลยว่าลู่เป๋าเหยียนจะเป็นคนแบบนี้
ต่อให้เขาคิดจะเลี้ยงอีหนูไว้ข้างนอกก็ไม่ควรจะเป็นคนใกล้ตัวขนาดนี้ เป็นชู้กับเลขามันจะเชยไปหน่อยมั้ง!
แต่ถ้าเขาอยากจะเล่นคนใกล้ตัวงั้นคนที่อยู่ใกล้เขามากที่สุดก็คือเธอไม่ใช่เหรอห้องของพวกเราอยู่ห่างกันแค่ไม่ถึงสิบเมตรเองนะ!
...
เมื่อความโกรธเคืองเริ่มจางหายซูเจี่ยนอันก็รู้สึกยินดีขึ้นมา
แค่เพราะไอศกรีมไม่กี่ถ้วยก็ทำให้เธอตัดสินใจเอาชนะใจลู่เป๋าเหยียน ดีนะที่ยังไม่ทันเริ่มพยายามอะไรเธอก็หูตาสว่างเสียก่อน ในตอนนี้เขาทำให้เธอรู้แล้วว่าเขาเป็นผู้ชายกลับกลอกไว้ใจไม่ได้มากแค่ไหน!
เพื่อขจัดความอึดอัดเธอควรจะรีบลุกขึ้นแล้วเดินจากไปใช่หรือเปล่า?
เธอแอบมาที่นี่เงียบๆเพื่ออยากจะเซอร์ไพรส์เขา แต่นึกไม่ถึงเลยว่าคนที่ถูกเซอร์ไพรส์จะกลายเป็นเธอเสียเอง
แต่จะว่าไปแล้ว...ทำไมเธอไม่ถือโอกาสนี้แก้แค้นก่อนกลับล่ะ?
คิดแล้วซูเจี่ยนอันก็แย้มยิ้มหวาน
เธอเอนตัวซบอกแกร่งของเขาอย่างออดอ้อนราวลูกแมวน้อยนิ้วเรียวสวยของเธอกุมมือเขาไว้อย่างใกล้ชิด
“ผอ.คะหลับตาลงสักครู่สิคะ ฉันมีอะไรอยากจะเซอร์ไพรส์คุณน่ะค่ะ”
ลู่เป๋าเหยียนหัวเราะเสียงเบาก่อนจะก้มหน้าลงมาเล็กน้อย ลมหายใจอุ่นรดลงบนหลังใบหูของเธอ
“ฉันหลับตาแล้วเธอจะเซอร์ไพรส์อะไรฉัน หืม?”
เธอรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยหัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ
ซูเจี่ยนอันสูดหายใจลึกก่อนจนพูดพลางยิ้ม
“ห้ามแอบดูนะคะ”
เธอค่อยๆ หันตัวกลับไปเขาหลับตาลงแล้วอย่างที่ว่า เธอพบว่าขนตาของเขาเป็นแพหนายิ่งกว่าของเธอเสียอีกเพราะระยะห่างที่อยู่ใกล้กันแค่คืบ ทำให้เธอสำรวจใบหน้าอันไร้ที่ติของเขาได้อย่างชัดเจน
หล่อเกินคนจริงๆ เลยตาบ้านี่!
นิ้วเรียวของเธอแตะริมฝีปากของเขาอย่างแกล้งๆเธอค่อยๆ ลูบไล้มันอย่างช้าๆ และเย้ายวนราวกับต้องการให้ริมฝีปากของเขาเป็นเชื้อเพลิงแห่งอารมณ์ที่พร้อมแผดเผาเขาให้เป็นจุณ
เธอกดนิ้วมือลงบนริมฝีปากเขาอย่างแผ่วเบาก่อนจะนั่งตัวตรง และใช้สองมือประคองท้ายทอยของเขาอย่างใกล้ชิดและประทับจุมพิตลงไปบนริมฝีปากของเขา
ลู่เป๋าเหยียนตะลึงไปอย่างเห็นได้ชัดเขานิ่งตัวเกร็งไปชั่วขณะ
ซูเจี่ยนอันไม่สนว่าทำไมเขาถึงมีปฏิกิริยาแบบนี้เธอครอบครองริมฝีปากเขา มือน้อยค่อยๆ สอดเข้าไปใต้เสื้อสูทก่อนจะสัมผัสอกแกร่งของเขาอย่างแผ่วเบาลมหายใจของคนทั้งสองเริ่มไม่เป็นจังหวะ
ลู่เป๋าเหยียนยกมุมปากยิ้มบางดูท่าเขาจะเพลิดเพลินกับการเซอร์ไพรส์ของ ‘เดซี่’ คนนี้ไม่น้อย
ซูเจี่ยนอันลืมนึกถึงความเป็นไปได้อย่างหนึ่ง...หรือว่า...เดซี่มักจะปรนนิบัติเขาแบบนี้กันนะ?
เธอขบกัดริมฝีปากเขาไปหนึ่งทีเพื่อแก้แค้นจากนั้นจึงใช้ลิ้นเลียสัมผัสริมฝีปากเขาราวกับต้องการประทับตราของตนลงบนบนนั้น
เธอแอบเห็นขนตาของเขาที่เริ่มขยับจึงรีบใช้มือกุมปิดตาเขาไว้ และพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานปนขบขัน
“บอกแล้วใช่ไหมคะว่าอย่าลืมตา”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้ม“ก็ได้ ว่าแต่ ต่อไปเธอคิดจะทำอะไร”
ซูเจี่ยนอันนิ่งไปการจูบที่เธอรู้จักก็มีเพียงเท่านี้ แล้วต่อไป...ต่อไปต้องจูบยังไง? คงไม่สามารถจูบเขาแบบอ่อนอัดอย่างนี้ไปตลอดหรอกใช่ไหม?
เธอตอบกลับอย่างมีไหวพริบ
“ผอ.ว่าพวกเราควรจะทำอะไรกันต่อดีล่ะคะ ไม่ว่าจะทำอะไรฉันก็ยอมทั้งนั้น...”
ลู่เป๋าเหยียนแย้มยิ้มอ่อนโยนน่ามอง“ฉันว่าพวกเราควรไปที่ห้องรับรอง”
คำบอกใบ้ดังกล่าวช่างชัดเจนซูเจี่ยนอันรู้สึกเหมือนสมองเริ่มขาวโพลนอีกครั้ง
ในตอนนั้นเองลู่เป๋าเหยียนก็สอดมือเขามาโอบรอบเอวเธอ และใช้อีกมือประคองศีรษะด้านหลังเขากอดรัดเธอให้แน่นขึ้น และบังคับให้เธอเปิดริมฝีปากเพื่อรุกล้ำเข้าไปภายใน
การจู่โจมที่ไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งรับราวกับจะหลอมเธอให้ละลายอยู่แทบอกเขา
“อื้อ...”
ซูเจี่ยนอันอึ้งไปเธอเบิกตากว้างมองลู่เป๋าเหยียน ในสมองเริ่มร้องประท้วงตัวเอง...
ที่เธอวางแผนไว้คือตั้งใจจะแกล้งเขา! ทำให้เขาเซอร์ไพรส์!
แล้วทำไมตอนจบเธอกลับตกอยู่ในเงื้อมมือของเขาแทนซะได้? แต่ที่แย่ที่สุดคือคือการที่เขานึกว่าเธอเป็นเดซี่!
ลู่เป๋าเหยียนจูบเธออย่างเร่าร้อนลมหายใจเริ่มหนักและถี่ขึ้น สติสัมปชัญญะของเธอเริ่มเลือนรางช่วงเวลาแบบนี้เธออยากจะหลับตาลงเพื่อรับสัมผัสของเขาโดยไม่คิดอะไรอีกต่อไปแต่เมื่อเห็นสีหน้าของลู่เป๋าเหยียนในตอนนี้...เขาดูเหมือนกำลังลุ่มหลงอยู่ห้วงสัมผัส
การจูบกับเดซี่มันทำให้เขาหลงใหลได้ขนาดนี้เลยอย่างนั้นเหรอ?
ดูท่าพวกเขาคงมีสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าที่เธอคิดไว้หรือเปล่า?
ไม่รู้ซูเจี่ยนอันไปเอาแรงมาจากไหนจู่ๆ เธอก็ผลักลู่เป๋าเหยียนออก และแย้มยิ้มหวานออกมา
“ท่านผอ.คุณจำคนผิดแล้วล่ะค่ะ เดซี่ยังคงไว้ผมลอน ส่วนฉันคือภรรยาของคุณ”
เธอคาดหวังที่จะได้เห็นสีหน้าตื่นตกใจจนลืมมาดของลู่เป๋าเหยียน
แต่แล้วทำไมเขากลับไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยสักนิด?
มือของเขายังคงโอบเอวเธอมุมปากยังคงมีรอยยิ้มบาง และจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตา
เอ๋? ทำเรื่องผิดต่อเธอแท้ๆทำไมเขายังดูนิ่งขนาดนี้?
ซูเจี่ยนอันโบกมือไปมาข้างหน้าเขา
“คุณสามีคะนี่ตกใจจนพูดไม่ออกเลยเหรอ”
ลู่เป๋าเหยียนมองหน้าเธอพลางแย้มยิ้มกว้างกว่าเดิม
ซูเจี่ยนอันเข้าใจทันทีว่าลู่เป๋าเหยียนไม่ได้ตกใจ ไม่ได้เซอร์ไพรส์แม้แต่น้อย เธอหลอกเขาไม่สำเร็จ
น่าเบื่อจริงๆ...
เธอลุกขึ้นจากตักของเขาและตั้งท่าจะเดินออกไป
“หยุดก่อน!”ลู่เป๋าเหยียนออกคำสั่ง
ฝีเท้าของซูเจี่ยนอันหยุดชะงัก
แต่มีเหรอที่เธอจะว่าง่ายขนาดนั้น
เธอหันหน้ากลับมายิ้มเล็กน้อยและแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ลู่เป๋าเหยียนก่อนจะวิ่งมุ่งตรงไปยังประตูด้านหน้าอย่างรวดเร็ว
ลู่เป๋าเหยียนชักเริ่มหงุดหงิดเขาลุกขึ้นและเดินตามเธอไป
ตอนที่ซูเจี่ยนอันจะเลี้ยวไประเบียงทางเดินเพื่อตรงไปยังประตูหน้ามือของเธอก็ถูกคนข้างหลังรั้งเอาไว้ เธอดิ้นขืนตัวให้หลุด ทว่ากลับถูกเขาดันชิดกำแพงในทันใด
เธอไม่อยากมองหน้าเขาจึงเบือนหน้าหนี
“ปล่อยฉันนะ!”
ลู่เป๋าเหยียนฟังเธอซะที่ไหนเขาจับมือเธอไว้แน่น ต่อให้เธอดิ้นเท่าไรก็ไม่หลุดไม่ช้าข้อมือขาวก็เริ่มเป็นรอยแดง ลู่เป๋าเหยียนขมวดคิ้วยุ่งแล้วดึงเธอเข้าสู่อ้อมกอด ก่อนที่จะใช้วงแขนโอบรอบเอวเพื่อขังเธอเอาไว้ในอ้อมแขน
“อยู่นิ่งๆ!”ราวกับรู้ว่าเธอจะดิ้น ลู่เป๋าเหยียนพูดขึ้นก่อนที่เธอจะขยับตัวเสียอีก
ซูเจี่ยนอันเริ่มโมโหเธอกัดฟันพูดออกมาอย่างโกรธๆ
“ลู่ เป๋า เหยียน!”
ลู่เป๋าเหยียนพูดเตือนเธอเสียงเนือย
“ถ้าเสียงดังกว่านี้อีกหน่อยคนข้างนอกคงได้ยินกันหมด”
แต่ซูเจี่ยนอันกลัวซะที่ไหนเธอยิ้มและพูดขึ้น
“นายกลัวเดซี่จะได้ยินหรือยังไงปล่อยฉันนะ ไม่งั้นฉันจะร้องเรียกเธอให้เข้ามา!”
ลู่เป๋าเหยียนมองซูเจี่ยนอันพลางยิ้มกว้าง
“เธอหึงงั้นเหรอคุณนายลู่งั้นเธอคงต้องโทษตัวเองที่แสดงได้ไม่สมบทบาท”
ซูเจี่ยนอันฝืนยิ้มพลางพูดแสร้งถ่อมตัว
“การแสดงของดิฉันคงเทียบไม่ได้กับคุณลู่จริงๆนั่นแหละค่ะ ถ้าวันนี้ฉันไม่มา ก็คงไม่มีวันรู้ว่านายจะเป็นคนกลับกลอกทำตัวเป็นสมภารกินไก่วัดแบบนี้”
ลู่เป๋าเหยียนไม่ชอบรอยยิ้มของซูเจี่ยนอันแบบนี้เลยเขาหยิกแก้มเธอเพื่อทำลายรอยยิ้มเสแสร้งของเธอ แต่เธอกลับตีมือเขาให้ออกไปและถือโอกาสนี้มุดตัวหลบออกจากอ้อมกอดของเขา
เขาถอนหายใจ“ฉันรู้ว่าเป็นเธอ”
ผ่านไปชั่ววินาทีสติของซูเจี่ยนอันก็เริ่มกลับมา เธอมองหน้าลู่เป๋าเหยียนอย่างช็อกๆ
“อะไรนะ?”
ลู่เป๋าเหยียนชี้ไปยังกองเอกสารที่เธอเป็นคนเอาไปวางที่ไว้โต๊ะ
“ตั้งแต่ตอนที่เธอเดินเอาเอกสารเข้ามาฉันก็รู้แล้วว่าเป็นเธอ”
ซูเจี่ยนอันตกใจกับคำพูดของเขา
“นายไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาด้วยซ้ำแล้วทำไมถึงรู้ล่ะ? หรือว่านายมีตาที่สามอยู่บนหัว?”
“ต่อให้ฉันแยกเสียงฝีเท้าของเลขาตัวเองไม่ออกแต่ฉันฟังเสียงเดินของเธอออก อีกอย่าง ถ้าเป็นเดซี่เธอคงไม่มีทางเดินมาด้านหลังฉันเพื่อเสิร์ฟกาแฟแบบนี้ฉันไม่มีเลขาที่ไม่รู้จักวางตัว”
ลู่เป๋าเหยียนยิ้มกว้าง“คุณนายลู่ เมื่อกี้เธอหึงฉันใช่หรือเปล่า”
หึงเขา? น่าจะใช่...
แต่เธอไม่มีวันยอมรับเด็ดขาด!
ซูเจี่ยนอันผลักเขาให้ออกห่างและแกล้งทำเป็นโมโห
“ลู่เป๋าเหยียนทำแบบนี้สนุกนักใช่ไหม”
ลู่เป๋าเหยียนเลิกคิ้ว“เธอเริ่มก่อนเองไม่ใช่เหรอ”
เขาดีดนิ้วลงบนหน้าผากเธอหนึ่งที“ทีหลังอย่าเล่นแบบนี้อีกล่ะ”
“...”
ซูเจี่ยนอันกุมหน้าผากอย่างเจ็บปวดเมื่อกี้เธอขู่เขาไม่ใช่เหรอ? แล้วทำไมสุดท้ายกลายเป็นเธอซะเองที่ถูกเขาสั่งสอนล่ะ?
ลู่เป๋าเหยียนเดินกลับไปยังโต๊ะทำงานเมื่อเห็นซูเจี่ยนอันยังคงยืนนิ่งอย่างหงุดหงิดอยู่ที่เดิม เขาจึงพูดขึ้น
“มานี่สิฉันเรียกเธอมาที่บริษัท ไม่ใช่เพื่อให้เธอมาจับผิดเรื่องนอกใจนะ”
ซูเจี่ยนอันเดินไปหาเขาอย่างไม่เต็มใจนัก“งั้นนายเรียกฉันมาทำไม”
“เอกสารที่เกี่ยวกับแผนการจัดงานครบรอบบริษัทจะถูกส่งมาให้ฉันเซ็นอนุมัติ”ลู่เป๋าเหยียนอธิบาย “ตอนนี้ฉันจะให้เธอเป็นคนรับผิดชอบ”
งานครบรอบสิบปีของบริษัทสำหรับลู่เป๋าเหยียนแล้วเป็นงานที่ไม่ควรมีข้อผิดพลาดแม้แต่น้อย ทั้งเรื่องเล็กๆ อย่างอาหารและเครื่องดื่มหรือดอกไม้ประดับในงาน ยันเรื่องใหญ่อย่างการหาโรงแรมหรือการตกแต่งสถานที่ต่างๆทั้งหมดนี้ห้ามมีข้อผิดพลาดเด็ดขาดบริษัทใหญ่อย่างเครือลู่คงไม่ปล่อยให้เกิดเรื่องน่าขายหน้าแบบนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวลู่เป๋าเหยียนเอง
ซูเจี่ยนอันส่ายหน้าอย่างแรง
“เรื่องใหญ่ขนาดนี้ฉันไม่มั่นใจว่าจะจัดการได้ดี”
ลู่เป๋าเหยียนเงยหน้าขึ้นจากกองเอกสาร
“บริษัทมีทีมวางแผนเรื่องงานครบรอบโดยเฉพาะพวกเขาเป็นหัวกะทิกันทั้งนั้น สิ่งที่เธอต้องทำก็แค่ตรวจเช็ครายละเอียดที่พวกเขาส่งมาจากนั้นก็เซ็นชื่ออนุมัติ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามฉันได้”
ซูเจี่ยนอันยังคงลังเลเพราะเธอเองก็ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อน
ลู่เป๋าเหยียนชี้ไปยังกองเอกสารที่ตั้งสูงเป็นภูเขาตรงหน้าเขา
“คุณนายลู่ถ้ารู้สึกเห็นใจสามีของคุณบ้างล่ะก็ จะช่วยเขาแบ่งเบาภาระสักนิดได้หรือเปล่าครับ”
ซูเจี่ยนอันเม้มปากพลางคิด
ที่แท้ลู่เป๋าเหยียนต้องจัดการเอกสารเยอะขนาดนี้ในแต่ละวันเลยเหรอเนี่ยไหนจะการประชุมน้อยใหญ่ การเจรจาธุรกิจต่างๆ อีก มิน่าเวลากลับบ้านมาทีไรถึงได้ดูเพลียขนาดนั้น
เธอเห็นใจเขาอยู่หรอกแต่ก็ไม่จำเป็นต้องยอมรับนี่หน่าจริงไหม
เธอเบ้ปากเล็กน้อย“แล้วทำไมฉันต้องเห็นใจนาย?”
พูดจบเธอก็หันหลังกลับเตรียมเดินออกจากห้องแต่เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางก็พูดขึ้นว่า
“ฝ่ายวางแผนงานอยู่ตรงไหน”
สุดท้ายเสิ่นเยว่ชวนจึงเป็นคนนำทางซูเจี่ยนอันไปยังฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ของบริษัทและบอกกับผู้จัดการฝ่ายว่า ซูเจี่ยนอันจะเป็นตัดสินใจเรื่องงานครบรอบบริษัททั้งหมด
ผู้จัดการไช่เป็นหญิงสาวอายุสามสิบกว่าๆที่ใส่ชุดสูทสีเทาเข้มและแต่งหน้าเนี้ยบดูเป็นมืออาชีพเธอพาซูเจี่ยนอันเดินไปยังออฟฟิศของตัวเอง และเอ่ยคำขอโทษ
“ที่จริงพวกเราควรจัดเตรียมออฟฟิศส่วนตัวให้คุณนายลู่แต่เพราะไม่มีพื้นที่แล้วจริงๆ จึงต้องขอให้ใช้ห้องของดิฉันแทนไปก่อนนะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ”ซูเจี่ยนอันยิ้มตอบ “หน้าที่ฉันก็แค่ดูเอกสารไม่กี่อย่างมีโต๊ะกับเก้าอี้ให้ฉันชุดเดียวก็พอแล้วค่ะ”
ผู้จัดการไช่คิดไม่ถึงเลยว่าภรรยาของท่านผอ.ในตำนานคนนี้จะเป็นกันเองขนาดนี้เธอยื่นเอกสารให้ซูเจี่ยนอันหนึ่งชุด
“งั้นลองดูเอกสารชุดนี้ก่อนนะคะถ้าไม่มีปัญหาอะไรก็เซ็นชื่อได้เลยแล้วเดี๋ยวตอนบ่ายหากคุณสะดวกเราค่อยออกไปชิมอาหารที่โรงแรมกันค่ะ”
ซูเจี่ยนอันพยักหน้า“ได้ค่ะ”
เธอเปิดเอกสารออกมาดูมันคือรายละเอียดของกิจกรรมที่จะถูกจัดขึ้นในงานเริ่มต้นด้วยการกล่าวเปิดงานของลู่เป๋าเหยียน ตามด้วยบรรดา CEO ระดับสูงทั้งหลายและผู้ถือหุ้นคนสำคัญรวมถึงการแสดงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น ในนั้นเขียนไว้ว่าเธอกับลู่เป๋าเหยียนจะต้องเป็นคนเปิดฟลอร์เต้นรำ
“งานครบรอบในปีก่อนๆปกติจะเป็นผอ.ลู่กับพนักงานสาวของบริษัทผู้โชคดีที่ได้รับเลือกเป็นคนเต้นรำเปิดฟลอร์ค่ะมันเป็นช่วงเวลาที่พนักงานสาวในบริษัทตั้งตารอคอยกันมากที่สุด”ผู้จัดการไช่พูดหยอกเย้า “แต่ปีนี้พวกเธอคงผิดหวังไปตามๆ กัน”
ซูเจี่ยนอันคิดก่อนพูดขึ้นว่า
“งั้นไม่ต้องเปลี่ยนก็ได้นะคะทำตามปกติที่เคยทำมา เลือกพนักงานหญิงมาสักคน”
ผู้จัดการไช่ยิ่งนึกไม่ถึงเข้าไปใหญ่ว่าภรรยาของท่านผอ.คนนี้จะใจกว้างขนาดนี้เธอส่ายหน้าพลางยิ้ม
“คงไม่ได้ค่ะเรื่องนี้ผู้ช่วยเสิ่นเป็นคนกำชับลงมาเอง บอกว่าเป็นความตั้งใจของท่านผอ.”
ลู่เป๋าเหยียนตั้งใจจะทำแบบนี้?
สุดท้ายแล้วซูเจี่ยนอันก็ไม่ได้เซ็นชื่อลงในเอกสารดังกล่าวเธอวางมันไว้ด้านข้าง ก่อนที่จะหยิบเอกสารชุดต่อไป