บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยป่าไม้ดูร่มรื่น เสียงนกร้องส่งเสียงรับกันไปมา แม้เดินไม่นานก็เห็นกระต่ายน้อยะโไปมาอยู่บ้าง หากเป็ที่ที่เย่ซินเย่วจากมา สถานที่แบบนี้คงพบเห็นได้ยาก สองร่างเดินขึ้นเขาไป คนหนึ่งแบกตระกร้าสะพายหลัง อีกคนสะพายธนูติดหลังมา ด้านข้างมีมีดติดมาอีกเล่มหนึ่ง
เย่ซินเย่วขึ้นเขามากับหลิงซีหลางเพียงสองคน เพราะหลิงซีซีต้องอยู่ดูแลสองแฝด แม้ตอนแรกหลิงซีซีไม่ยอมจะมาด้วย แต่ก็ไม่สามารถเถียงเย่ซินเย่วชนะ ได้แต่ก้มหน้าดูแลหลานทั้งสองคนไป
ทั้งสองเดินเข้ามาก็พบชาวบ้านที่ขึ้นมาเก็บของป่าอยู่บ้างประปราย ผักป่าที่อยู่ชายป่าตรงนี้แทบจะหาไม่เจอ พวกเขาเข้าป่ามาค่อนข้างช้าแล้ว ตอนนี้พวกผักป่ารอบนอกถูกชาวบ้านเก็บไปเกือบหมด จึงต้องเสี่ยงเดินเข้าไปภายในป่าส่วนในที่ชาวบ้านไม่กล้าเข้าไป เพราะเหตุการณ์ถูกหมีกัดตายของพ่อสามีทำให้ ชาวบ้านไม่กล้าเข้าป่าชั้นในมากนักหากไม่จำเป็
เส้นทางที่เดินค่อนข้างลาดชัน ทำให้เดินลำบากอยู่บ้าง มีรากไม้รายล้อมอยู่ทุกที่ ต้นไม้สูงใหญ่สลับกันไปมาเต็มพื้นที่ เย่ซินเย่วต้องทำสัญลักษณ์บนต้นไม้ที่เดินผ่านไว้ เพื่อป้องกันการหลงทาง แม้จะทุรักทุเรไปบางแต่การเดินขึ้นเขาครั้งนี้ก็ไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับนางนัก ส่วนหลิงซีหลางที่ทำงานมาตลอดั้แ่เล็กการเดินในป่าแค่นี้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้เช่นเดียวกัน
“พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าว่าเราอย่าเข้าเขตป่าชั้นในเลย มันอันตรายนะขอรับ”
หลิงซีหลางเอ่ยเตือนเมื่อเห็นว่าเริ่มเดินห่างจากจุดที่ชาวบ้านอยู่กันมากขึ้นเรื่อยเรื่อย เหตุการณ์อันเป็ฝันร้ายของครอบครัวยังฝังแน่นอยู่ในความทรงจำ การจากไปของพ่อและแม่ยังทำเขาเ็ปไม่หาย
“เข้าอีกสักหน่อยเถอะอาหลาง จุดนี้ยังไม่ไกลจากชาวบ้านมากนัก เห็นหรือไม่แทบไม่เหลืออะไรให้เราเก็บแล้ว”
เย่ซินเย่วตอบ ตัวนางเองก็ไม่อยากเข้ามาลึกมากขนาดนี้หรอก ทั้งมันไม่ใช่แค่ตัวนางคนเดียวที่เข้ามา นางพาน้องสามีมาด้วย แต่บริเวณที่นางเดินผ่านมามีรอยเท้ากับร่องรอยการเข้ามาหาของป่าของชาวบ้านเต็มไปหมด พวกนางขึ้นเขามาก็บ่ายแล้ว ผักป่าต่างๆถูกชาวบ้านเก็บไปหมด ได้แค่ต้องเสี่ยงเดินเข้าไปให้ลึกอีกหน่อย
“แต่…” หลิงซีหลางเข้าใจเหตุผลของพี่สะใภ้ใหญ่ แต่ก็ยังอดกังวลใจไม่ได้อยู่ดี
“มาเถอะ”
เย่ซินเย่วเอ่ยเรียกหลิงซีหลางพร้อมขยับเดินเข้าไปในป่ามากขึ้น จนไม่เห็นชาวบ้านอีกต่อไป หลิงซีหลางที่กลัวว่าจะมีอันตรายกับพี่สะใภ้ใหญ่จากเดินตามหลังจึงเดินขนาบข้างนางแทน อย่างไรเขาก็เป็ผู้ชายหากเกิดอะไรขึ้นเขาต้องเป็คนปกป้องนาง
ป่าส่วนในยังเต็มไปด้วยพืชผักมากมาย ไม่พบรอยเท้าของชาวบ้านเข้ามาบุกรุก สัตว์ตัวน้อยมีให้เห็นอยู่บ้าง ระหว่างทางที่ผ่านมานางเจอต้นกระเทียมป่าจึงเก็บบางต้นกลับ กะว่าจะเอาไปปลูกที่สวนผักหลังบ้าน เดินอีกสักพักก็เจอกับเห็ดเข้า ลักษณะของมัน คล้ายร่ม ผิวเรียบสีขาวเทาจนถึงดำ เกิดรอบรอบต้นไม้ใหญ่ ดูจากลักษณะคงจะเป็เห็ดฟางไม่ผิดแน่
“อาหลางช่วยพี่สะใภ้เก็บเห็ดนั่นเร็ว มันกินได้” เย่ซินเย่วเรียกหลิงซีหลางมาช่วยกันเก็บเห็ด ต้มเห็ดใส่หมูก็ดูน่าอร่อยไม่น้อย
สองคนช่วยกันใช้เวลาไม่นานก็ได้เห็ดฟางมาเป็จำนวนมาก พวกมันมีดอกใหญ่ทุกอัน แต่เมื่อเก็บไปสักพักข้างข้างกันก็เจอกับขอนไม้ท่อนนึงที่มีเห็ดอยู่บนในมากมาย หัวเห็ดมีรูปทรงกลม ผิวมีขนรวมกันเป็เกล็ดหยาบๆ สีขาวกระจายอยู่ทั่วไป ผิวหมวก้าสีน้ำตาล น้ำตาลปนแดง หรือน้ำตาลเข้ม โคนก้านดอกสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีขาว เย่ซินเย่วจึงเด็ดขึ้นมาดมได้กินหอมเฉพาะตัวของมันจึงสรุปได้ว่านี้คือ เห็ดหอม
ด้วยความรู้ของเย่ซินเย่วคนเก่าที่เป็ถึงลูกสาวคนเดียวของหมอประจำหมู่บ้าน จึงรู้ว่า เห็ดหอม เป็เหมือนกับสมุนไพรชนิดนึงเพราะมันมีประโยชน์มากสามารถนำไปขายได้ราคา
เย่ซินเย่วเรียกหลิงซีหลางอีกครั้งทั้งอธิบายวิธีการเก็บอย่างละเอียด หลิงซีหลางที่รู้ว่ามันสามารถนำไปขายได้ก็เก็บมันด้วยความทะนุถนอม ราวกับลูกน้อย
หลังเก็บเสร็จ ทั้งสองคนจึงเดินสำรวจรอบรอบต่ออีกครั้ง วันนี้นางคิดว่าจะหยุดการสำรวจป่าไว้แค่นี้ก่อน เมื่อเดินไปทางซ้ายอีกนิดก็เจอป่าไผ่อยู่มากมาย มีป่าไผ่ก็น่าจะมีหน่อไม้นะสิ เย่ซินเย่วที่คิดได้ดังนั้นจึงเดินตรงไปสำรวจทันที แต่ยังไม่ทันได้เดินไปก็ได้ยินหลิงซีหลางะโเรียกอย่างตื่นเต้น
“พี่สะใภ้ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ขอรับ ข้าเจอรังไก่ฟ้ามันมีไข่ด้วย” เสียงใสของเด็กชายดังมาแต่ไกล พร้อมมือที่ถือไข่ของไก่ฟ้ามาให้ดูอย่างภูมิใจ
“เก่งมากอาหลาง เก็บใส่ตระกร้าเสียอย่าให้มันแตกเล่า”
“ขอรับ” เด็กชายยกยิ้มดีใจ เขาเก็บมาได้ห้าใบแสดงว่าเขาจะมีไข่กินไปอีกหนึ่งวันนะสิ ดีจังเลย
เย่ซินเย่วที่เห็นเด็กชายดีใจขนาดนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู เด็กผู้ชายก็อย่างนี้พอได้ทำอะไรสนุกสนุกก็ลืมความกลัวจนหมด รวมถึงใบหน้ากังวลที่ปรากฏขึ้นั้แ่เห็นนางเริ่มเดินเข้าเขตป่าส่วนใน
“แก๊ก”
เสียงขยับของอะไรสักอย่างดังมาจากพุ่มไม้ด้านข้าง เย่ซินเย่วที่มีประสาทััไว้จึงยกธนูขึ้นง้างลูกธนูยิงเข้าไปใส่พุ่มไม้ที่มีเสียงนั่นทันที
“จิ๊”
เสียงแหลมเล็กดังออกมาจากพงหญ้าทันทีที่ลูกธนูปักลงหลังพุ่มไม้ เย่ซินเย่วดันร่างเด็กชายที่ยังใอยู่ให้ไปอยู่ด้านหลังเดินเข้าไปสำรวจดูที่หลังพุ่มไม้ เอาธนูสะพายใส่หลังอีกครั้งเปลี่ยนเป็มีดที่พกติดตัวมาแทน
ร่างกระต่ายตัวสีดำนอนไร้สิ้นลมหายใจอยู่ ธนูปักอยู่กลางลำตัวของมันทะลุจากอีกด้านไปอีกด้าน จากเสียงร้องมันคงตายในทันทีที่ลูกธนูปักเข้าร่าง
“กระต่ายนี่เอง” มือบางดึงธนูออกจากร่างของกระต่ายน้อย เก็บธนูเข้าซองสะพายหลังดังเดิม ลูกธนูมีไม่มากนางต้องประหยัดในการใช้มัน เย่ซินเย่วจับตัวมันขึ้นชูให้หลิงซีหลางดู พร้อมหย่อนใส่ตระกร้าบนหลังหลิงซีหลาง
เสียงขยับของพุ่มไม้ดังขึ้นอีกครั้งเย่ซินเย่วขยับมือหยิบคันธนูยิงขึ้นอีกครั้งและอีกครั้ง ทำให้ตอนนี้พวกเขาล่ากระต่ายได้แล้วถึงสามตัว
หลิงซีหลางที่ได้เห็นการยิงธนูของพี่สะใภ้ใหญ่ก็อดเลื่อมใสไม่ได้ ร่างบอบบางของนางที่แทบจะปลิวตามลมเหตุใดจึงดูแข็งแรงนัก ยิ่งตอนดึงรั้งลูกธนูจะเห็นว่ามันไม่ได้เกินแรงนางเลย ตัวเขาเองก็เคยหยิบธนูคันนี้ออกมายิงเล่นเช่นเดียวกัน เขาจึงรู้ว่าแค่รั้งสายธนูขึ้นก็แขนแทบล้าแล้ว
เย่ซินเย่วเดินไปเก็บกระต่ายอีกสองตัว พร้อมหย่อนลงตระกร้าของหลิงซีหลางเหมือนเดิม เมื่อเห็นว่าหลิงซีหลางยังยืนเหม่ออยู่ จึงเดินไปทางป่าไผ่อีกครั้ง เพื่อหาหน่อไม้ นางอยากกินผัดหมูใส่หน่อไม้ยิ่ง
“อาหลาง มาช่วยพี่สะใภ้เก็บนี้หน่อย” เย่ซินเย่วที่เดินเจอหน่อไม้ในที่สุดก็เรียกหลิงซีหลางมาช่วย อย่างน้อยวันนี้นางจะต้องเอากลับไปสักสิบหน่อใหญ่ เพื่อเอาไปผัดกินและทำเป็หน่อไม้ดองเก็บไว้สำหรับเสบียงหน้าหนาว
“พี่สะใภ้ใหญ่เ้านี่กินได้เหรอขอรับ มันคันจะตาย”
หลิงซีหลางเอ่ยบอกเมื่อได้เห็นต้นมันชัดชัด เ้าต้นนี้เขาเคยเห็นชาวบ้านมักบอกว่ามันคันมากกินไม่ได้ ชาวบ้านเห็นมันจึงเดินผ่านไปไม่สนใจ พวกมันจึงมีอยู่มากในป่าไผ่ไร้คนเหลียวแล
“เ้านี้ต้องปลอกเปลือกแล้วต้มก่อน ต้มเสร็จก็จะหายคัน แถมยังอร่อยมากอีกด้วยนะ” เย่ซินเย่วพูดจบก็ใช้มีดฟันหน่อไม้ต่อ
หลิงซีหลางเมื่อได้ยินคำว่าอร่อยมากก็ให้ความร่วมมือกับพี่สะใภ้ใหญ่ทันที คว้ามีดที่ต้นพกมาฟันตามแบบที่พี่สะใภ้ทำอย่างขยันขันแข็ง
หลังเก็บได้สิบหน่อใหญ่แล้ว เย่ซินเย่วก็บอกให้หลิงซีหลางหยุดมือ วันนี้นางจะเอาหน่อไม้กลับแค่นี้ก่อน สองคนเดินสำรวจอีกครั้งจนพบต้นผิงกั่ว ( แอปเปิ้ล ) ต้นใหญ่ บนต้นมีลูกอยู่เต็มไปหมด แต่ด้วยความสูงของต้นผิงกั่วทำให้ไม่สามารถเก็บลูกของมันลงมากินได้ ส่วนลูกที่ตกลงมาเองตามธรรมชาติก็เน่าเสียหมดแล้ว ไม่ก็ถูกพวกสัตว์กัดกิน
“เสียดายจังนะขอรับ เหตุใดมันต้องสูงขนาดนี้ด้วย” หลิงซีหลางบ่นออกมา เขาไม่ได้กินผลไม้มานาน ยิ่งเห็นผลแดงสดบนต้น ก็ยิ่งอยากกิน มันจะหอมหวานขนาดไหนกันนะ
เย่ซินเย่วก็อยากกินมันเช่นเดียวกัน ผิงกั่วเป็ผลไม้ที่มีประโยชน์ยิ่งถ้าได้กินบ่อยบ่อยจะยิ่งดีต่อสุขภาพนางและลูก รวมถึงน้องสามีทั้งสองด้วย
“อืมมม…งั้นเราลองหาดูลูกที่ตกพื้นอยู่ดีหรือไม่ อาหลางเ้าไปหาตรงนู่นนะ เพื่อจะมีบางลูกที่กลิ้งไปไกล เดี๋ยวรอบรอบตรงนี้พี่สะใภ้จะหาเอง”
ปลายนิ้วบางของเย่ซินเย่วชี้ไปฝั่งตรงข้ามของต้นผิงกั่วไกลลิบ หลิงซีหลางที่ได้ยินก็รีบเดินไปทันที ถึงแม้จะสงสัยว่าทำไมต้องเดินไปไกลขนาดนั้น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยถาม ถ้าหาดีดีอาจเจอสักลูกสองลูกกลับไปฝากซีซีด้วย
เย่ซินเย่วที่เห็นว่าหลิงซีหลางเดินหันหลังแล้ว จนแน่ใจว่าพ้นระยะของต้นผิงกั่ว ก็ยกขาขึ้นถีบต้นผิงกั่วนั่นเต็มแรง เพื่อหวังให้ผลของมันตกลงมา ผิงกั่วที่อยู่บนต้นได้รับแรงสั่นะเืหลุดลงจากต้นทันทีราวกับห่าฝน เย่ซินเย่วที่เห็นผิงกั่วร่วงลงมาก็วิ่งหลบหนีทันที แต่ยังไม่ทันที่จะไปไหนได้ไกล ต้นผิงกั่วที่ตอนแรกตั้งตรงสง่างามกลางป่าใหญ่ ก็หักโค่นลงมากระแทกลงพื้นเสียงดังสนั่น
“โครม…”
เสียงร่วงของต้นผิงกั่วที่หักโคน ฝุ่นผงลอยฟุ้งกระจายเต็มอากาศ ทำให้หลิงซีหลางที่หันหลังค้นหาผิงกั่วใหันมามองทันที เหตุใดต้นผิงกั่วมันจึงหักลงมาได้ล่ะ เมื่อกี้มันยังดีดีอยู่เลย
“อาหลาง เ้าเป็อะไรหรือไม่” เย่ซินเย่วที่ไม่รู้จะทำอย่างไร ะโถามเสียงดังผ่านฝุ่นผงออกมา ด้วยกลัวน้องสามีจะเป็อะไรไป
“ขะ…ข้าไม่เป็ไรขอรับ”
หลิงซีหลางเอ่ยตอบเสียงสั่น เขาช่างโชคดีนักที่เดินออกมาไกลแล้ว หากไม่ด้วยขนาดต้นผิงกั่วเขาอาจตายแบบไม่ต้องขุดหลุมฝังเพราะจมธรณีไปเลย
เย่ซินเย่วที่ได้ยินก็สบายใจขึ้น เมื่อกี้ข้าถีบเต็มแรงเกินไปกระมั้งข้าแค่้าให้ผลมันร่วง ไม่ใช่ให้ต้นมันหัก ให้ตายเถอะสาบานได้ข้าไม่ได้เจตนาทำมันหักนะ ข้าแค่กะแรงไม่ถูก เ้าต้นไม้เหตุใดเ้าถึงอ่อนแอขนาดนี้ถีบนิดถีบหน่อยทำเป็ล้ม
“อาหลางข้าว่า ไหนไหนก็ไหนไหนแล้ว เรามาเก็บมันกลับบ้านกันเถอะ”
“อ่าาา…ขอรับ”
ทั้งสองคนช่วยกันเก็บผิงกั่วกลับบ้าน แต่ด้วยที่มันมีมากจนเกินไป และพวกเขาเอาตระกร้าใส่ของมาแค่ใบเดียว หลิงซีหลางจึงถอดเสื้อนอกทำเป็ย่ามห่อผิงกั่วกลับ
ความจริงเย่ซินเย่วสามารถลากมันกลับบ้านได้ทั้งต้นด้วยซ้ำ เพราะนางลองแอบยกดูแล้วถึงจะหนักหน่อยแต่ก็พอได้ แต่กลัวว่าคนในหมู่บ้านจะใ จึงตกลงกับหลิงซีหลางว่าพรุ่งนี้ค่อยขึ้นเขากลับมาเก็บอีกครั้ง
ซินเย่ว : ข้าไม่ได้ตั้งใจ ใครจะรู้ว่ามันจะบอบบางขนาดนี้กัน