บทที่7 การต่อสู้ริมแม่น้ำ
มนุษย์บินได้นั่นตรงมาด้วยความเร็วสูงและเลยผ่านเขาไป...ก่อนจะวกกลับขึ้นไปต่อสู้บนอากาศ
ตูม!
เสียงะเิดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับสะเก็ดไฟสีประหลาดที่กระจายลงสู่พื้นดินทำให้ต้องเทพินขมวดคิ้วยุ่ง ขบริมฝีปากมองไปทางไกราที่กำลังกางอาณาเขตกันอย่างแตกตื่นเห็นอย่างนั้นแล้วก็ทำให้มั่นใจได้อย่างหนึ่งว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็สถานการณ์นอกเหนือความคาดหมายและดูเหมือนจะไม่ได้เป็การต่อสู้กันของไกราและปีศาจ
แต่เป็ไกรากับไกรา
แล้วไกราจะมาสู้กันเองเพื่ออะไรล่ะ?
เทพินสถบในลำคออย่างไม่ชอบใจ ไกรามาสู้กันอย่างนี้โดยไม่ได้กางอาณาเขตทำให้มนุษย์ทั่วไปได้รับผลกระทบของพลังเวทไปด้วย
อาณาเขตมีไว้เพื่อไม่ให้พลังเวทของไกราส่งผลกระทบตุ่์มันจะเคลื่อนย้ายสิ่งที่อาจจะกระทบต่อชีวิตของมนุษย์ในอาณาเขตไปอยู่ที่จุดอื่นๆที่กำหนด ซากความเสียหายเ่าั้นักเก็บกวาดรับจ้างจะไปเก็บกวาดในจุดดังกล่าวภายหลังยิ่งมีไกราสายอาณาเขตมากเท่าไหร่ จุดตกของความเสียหายก็จะมีมากเท่านั้นหรืออาจจะมีขนาดกว้างขวางมาก
แต่นี่ไม่ได้ทั้งกางอาณาเขตเลยแต่ก็ยังสู้กันเขาอยากจะขึ้นไปตบเกรียนพวกบินบนฟ้าให้ลงมาก้มหัวขอโทษคนโดนลูกหลงกันจริงๆเล่นไม่รู้เื่เลย
"สอยลงมาเลยดีไหมนะ" เทพินพึมพำจิ้งจอกอสูรที่อยู่ข้างๆ หันขวับมามองทันที
"สอยอะไร พวกที่อยู่บนนั้นหรือ? เฮ้ยๆเ้าคงไม่หาเื่ใส่ตัวหรอกใช่ไหมพวกที่บินได้อย่างนั้นต้องเป็ไกราอยู่แล้วนะนั่น"
"รู้น่า ไม่ทำหรอก..."
"แต่หน้าตาเ้าเหมือนเอาจริงมากเลยนะเทน"
"ก็บอกว่าไม่ทำไงล่ะ ผมรู้น่า ไม่ทำอะไรที่ทำให้ตัวเองเกิดปัญหาหรอก"
เคไนน์ถอนหายใจเบาๆ เมื่อเทพินยืนยันถ้าหากเด็กหนุ่มอยากสอยไกราที่อยู่บนฟ้าขึ้นมาจริงๆรับรองได้เลยว่าร่วงลงมาหมดฝูงแน่แล้วตอนนั้นเขาอาจจะต้องมานั่งเก็บซากไกราแทนเก็บกวาดซากลูกหลงแทน
เทพินละสายตาจากบนฟ้า หันหลังกลับเตรียมจะกลับที่พักแต่ก้าวออกไปไม่ถึงสามก้าวก็มาร่างของไกราร่างลงมากองตรงหน้าเขาพอดีขวางทางเดินเอาไว้ราวกับจงใจ
"ขอโทษที"เสียงทุ้มเ็าดังขึ้นเหนือหัวของเด็กหนุ่มตาสีม่วง
"เอ่อ..." เทพินเงยหน้าขึ้นมองเขา แต่แสงแดดแยงตาทำให้มองเห็นเพียงเงาหน้าอันเลือนรางของอีกฝ่ายเท่านั้นเด็กหนุ่มรีบหันหน้าหนีไปแล้วตอบ "ไม่เป็ไรครับคราวหลังก็ระวังหน่อยล่ะ"
"อืม"
"ไปกันเคไนน์ อย่าขวางทางเขา"เด็กหนุ่มตาสีม่วงรีบลากจิ้งจอกอสูรของตนออกไปอย่างไวดูสถานการณ์แล้วเขาไม่ควรหยุดอยู่กับที่นานๆ มีแววจะได้เจอลูกหลงในระยะประชิด
หมับ!
นั่นไง... เทพินอยากจะกลอกตา
ยังไม่ทันก้าวขาออกไปก็ถูกไกราที่นอนหมอบกับพื้นยึดขาเอาไว้อย่างเหนียวแน่นแถมยังจิกเล็บเข้าเนื้อเขาไปอีกต่างหาก
อะไรจะซวยได้ขนาดนี้ วันนี้โชคเขาไม่มีใช่ไหม
"ชะ... ช่วยด้วย..." เสียงขอความช่วยเหลือที่ปริ่มจะขาดใจนั่นทำให้เทพินขมวดคิ้วสภาพภายนอกของไกราคนนี้ดูไม่ได้าเ็อะไรแต่น้ำเสียงเขาเหมือนจะตายลงได้ทุกเมื่อเลย
"คุณโอเคนะครับ" เทพินจำใจก้มลงไปช่วยเหลือเมื่อมือััที่บ่าของอีกฝ่ายเพียงแ่เบา พลังเวทประหลาดแต่คุ้นเคยพุ่งใส่เข้าทันทีเมื่อกระทบกับฝ่ามือพลังนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอยเด็กหนุ่มยิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้นไปอีก
หายไป... อีกแล้วเรอะ?
"ผะ... ผม... รู้สึกดีขึ้นแล้ว"อีกฝ่ายตอบมาอาการหายใจเข้าออกที่เริ่มดีขึ้น เทพินหยักหน้าเบาๆ แน่ล่ะพลังเวทแปลกๆ ในร่างของอีกฝ่ายปะทะกับมือเขาจนหายไปอาการคงทุเลาลง
"ไม่เป็ไรก็ดีแล้วครับ ปล่อยขาผมได้แล้วนะ?"เขายิ้มนิดๆ อย่างอบอุ่นและอ่อนโยนนั่นเกือบทำให้ใครๆ ตาค้างเหมือนเห็นภาพหลอนรัศมีเปล่งประกายจากคนธรรมดาไกราที่จับขาเขาอยู่รีบปล่อยออกในทันที เทพินยังคงยิ้มและลุกขึ้นยืนเขาหันไปมองเคไนน์ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ไปกันเถอะเคไนน์ ผมชักจะหิวจนจะหน้ามืดแล้วเนี่ย"
"เอ่อ... อืม..."จิ้งจอกอสูรตอบรับอย่างไม่เต็มเสียงดวงตาสีทองเหลือบมองไกราที่คนที่ยังลอยอยู่บนฟ้าก่อนจะเดินตามเทพินไปเงียบๆจนกระทั่งถึงร้านอาหาร
"มีอะไรติดใจอยู่หรือไงเคไนน์" เทพินเอ่ยถามหลังจากที่สั่งอาหารไปเรียบร้อยแล้วจิ้งจอกอสูรแสนร่าเริงและปากมากของเขาั้แ่เจอไกรากลุ่มนั้นก็ไม่ได้พูดจาอีกเลยมันน่าประหลาดเกินไป
"ไกราคนนั้นข้ารู้สึกได้ถึงพลังของเทพจันทรา"
"ผู้ได้รับพรจากเทพจันทรามั้ง"
"ไม่ใช่ พลังนั้นไม่บริสุทธิ์ มันเปื้อนมลทิน"
"อ้อ... เป็ไกราที่บินอยู่บนฟ้าสินะ"จากท่าทางของเคไนน์กับััพลังที่หลงเหลืออยู่ในร่างของอีกคนที่นอนหมดสภาพบนพื้นยังไงก็คงเป็พลังของคนๆ นั้นแน่ เพียงแต่เขามองไม่ค่อยเห็นหน้าของอีกฝ่ายเท่านั้น
รู้แค่ว่าเพศชาย อายุก็อาจจะไม่มากไปกว่าเขาเท่าไหร่
"คนๆ นั้นมีพลังของเทพที่เปื้อนมลทินแน่นอนไม่คิดว่าจะเจอได้อย่างง่ายดายขนาดนี้"จิ้งจอกอสูรถอนหายใจระบายความเคร่งเครียดออกมา"แต่มันเป็พลังที่ไปอยู่ในร่างของไกราอย่างนั้นข้าจะไปเอาคืนมาได้ยังไงกันล่ะเนี่ย"
อสูรไม่โจมตีไกราโดยไม่จำเป็ ยิ่งเขาเป็อสูรที่ลงทะเบียนเป็คู่หูกับเทพินแล้วหากเขาไปก่อนเื่กับไกรา เขาไม่ต้องห่วงเลยว่าไกราจะเดือดร้อนที่ควรห่วงคือเขาจะรอดพ้นเงื้อมมือของเทพินไปได้หรือเปล่าและดูจากนิสัยของเด็กหนุ่มตาสีม่วงคนนี้แล้วคงไม่คิดจะช่วยเขาเอาพลังนั้นกลับมาด้วย ก็เขาไม่ชอบปัญหานี่นะ
ออกไปสู้คนเดียวสภาพเขาคงเน่าไม่มีชิ้นดี
"นั่นสิ ดูแล้วน่าจะเป็ไกราตระกูลใหญ่ซะด้วย สู้ๆนะเคไนน์"
นั่นไง ผิดจากที่คิดไว้ที่ไหนเทพินพูดแค่นั้นแปลว่าไม่คิดจะช่วยเหลืออะไรเขาอยู่แล้วช่างเป็คนแล้งน้ำใจได้อย่างที่สุดอย่างกับไม่ใช่มนุษย์เลย
"ไม่มีข้อเสนอแนะดีๆ เลยหรือไงเทน"
"ถ้านายไปรีดพลังเทพออกมาเองไม่ได้ทำไมไม่ขอร้องเทพให้มาช่วยล่ะ ยังไงนั่นก็พลังเทพนี่นาเทพมาเองพวกไกราไม่มีทางปฏิเสธหรอก"
"มันก็จริงที่เทพมาเองไกราปฏิเสธไม่ได้แต่เทพเองก็ไม่อยากจะััพลังเปื้อนมลทินเ่าั้นะพลังนั้นเป็อันตรายต่อพลังเทพด้วยกันอย่างมากแต่จะปล่อยไว้กับสิ่งมีชีวิตอื่นก็อันตรายเหมือนกัน"
"อันตรายที่ว่าเนี่ยอะไรมันคงไม่ได้กลืนชีวิตหรอกใช่ไหม?"
"ไม่หรอกตรงกันข้ามพลังนั้นจะเลือกร่างที่มีความเข้ากันได้และมอบพลังให้ต่างหากตรงนั้นล่ะที่ร้ายแรง พลังจะควบคุมคน กัดกินชีวิตอย่างช้าๆ และนำโลกไปสู่จุดจบ"
"อ้อเหมือนให้กำเนิดเทพแห่งการทำลายขึ้นใหม่สินะ"
"จะว่าอย่างนั้นก็คงใช่"
"อันตรายจริงๆ ยังไงก็สู้ๆ นะเคไนน์"
"ยังจะมาสู้ๆ อีก!นี่จิตใจเ้าทำด้วยอะไร ไม่คิดที่จะช่วยเหลือกันจริงๆ ใช่ไหมโลกกำลังอยู่ในอันตรายนะเฟ้ย!!"
"ก็รู้ แต่นายก็ควรมีเหตุผลบ้าง อย่างผมเนี่ยจะไปช่วยอะไรได้ครับผมเป็มนุษย์ธรรมดาไม่ใช่ไกรา ถึงพลังที่มีจะดูไม่ค่อยปกติเท่าไหร่แต่มันคงช่วยอะไรนายไม่ได้หรอกอย่าเอาคนไม่มีความสามารถเข้าไปเสี่ยงโดยไม่จำเป็สิ" เทพินพยายามอธิบายเขาเป็คนธรรมดาที่แค่มีพลังนิดหน่อย จะให้ไปทำเื่ยิ่งใหญ่แบบนั้นคนที่เคไนน์ควรเลือกคือไกราที่มีพลังยิ่งใหญ่พวกนั้นต่างหากที่เหมือนเกิดมาเพื่อกู้วิกฤตและเป็วีรบุรุษน่ะ
คนธรรมดาอย่างเขาขอเป็ตัวประกอบเนียนๆ ตามขอบฉากพอ
"อย่างเ้าหรือที่เรียกไร้ความสามารถ? คนธรรมดา?เฮอะ! ถ้าเป็อย่างนั้นโลกนี้คงหาคนธรรมดาได้ยากแล้ว"เคไนน์ส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ นึกแปลกใจในความคิดของคนตรงหน้านัก จับพลังเปื้อนมลทินและลบล้างมันได้นี่ก็ไม่มีทางเป็คนธรรมดาไปได้แล้ว
"นายจะอะไรนักหนา... เอาเหอะไว้ถ้าปัญหามันเกิดตรงหน้าผมจะช่วยสักหน่อยก็ได้ แต่ต้องเกิดตรงหน้านะ เกิดที่ไกลๆไม่เดินทางไปหาเื่ใส่ตัวแน่ๆ"
"เออได้ยินอย่างนี้ค่อยรู้สึกว่ามีมนุษย์ธรรมอยู่บ้าง"
"ได้ยินอสูรพูดเื่มนุษย์ธรรมแล้วคันหัวใจพิลึก"เทพินมีสีหน้ารับไม่ได้ชัดเจนมาก เคไนน์ทนไม่ไหวข้างส้อมใส่หน้าเทพินทันที
"กวนประสาทนัก ตายเสียเถอะ!"
"ฮึ่ม อันตรายนะครับ ถ้าเป็คนอื่นนี่หัวเป็รูไปแล้วนะ"เด็กหนุ่มกวนประสาทหลบได้อย่างไม่ยากเย็นสีหน้าท่าทางยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง
"หน็อยยยย" เคไนน์กัดฟันกรอดแต่จะให้ลงมือต่อก็ไม่ได้ เพราะในมือของเขามีแค่ช้อนถ้าขว้างออกไปอีกอันเขาจะตักอาหารอย่างไรล่ะ
เทพินเหมือนจะเดาความคิดอีกฝ่ายออกเขาหัวเราะออกมาอย่างขบขันจิ้งจอกอสูรตนนี้ของเขานอกจากหน้าตาดีแล้วอย่างอื่นก็ดูไม่ได้เื่เลยแถมยังตะกละอีก ใครเลี้ยงมากันถึงได้เป็อย่างนี้...
อ้อ ก็เขาเองนี่หว่า เลี้ยงมาตั้งเกือบเก้าปีแล้วด้วย...เวรกรรม
หลังจากกินอาหารจนอิ่มหนำแล้วพวกเขาก็กลับไปที่โรงแรมกันอีกครั้งเนื่องจากไม่จำเป็ต้องไปสำรวจสถานที่อีกทั้งยังไม่อยากไปเจอไกราผู้ได้พลังเปื้อนมลทินของเทพด้วยเขาควรกลับมาพักผ่อนเอาแรงก่อนเริ่มเวลางาน
เวลางานจะเริ่มต้นเมื่องานเทศกาลเริ่มขึ้นหรือก็คือหลังพระอาทิตย์ตกดิน มันเป็่เวลาที่ปีศาจจะมีพลังมากและตอนนั้นจะเป็เวลาที่พวกมันอาละวาด ไกราสายอาณาเขตจะสร้างเขตแดนพิเศษรูปแบบหนึ่งที่ถูกเรียกว่า'อาณาเขตทับซ้อน'เมื่อถึงตอนนั้นชาวบ้านทั่วไปจะไม่ได้รับผลกระทบต่อการต่อสู้ใดๆไม่ได้มองเห็นการต่อสู้ในอาณาเขตทับซ้อน แต่คนในเขตทับซ้อนยังสามารถมองเห็นและรับรู้ได้ถึงชาวบ้านทั่วไป
อาณาเขตนี้ปีศาจ อสูรและไกราเข้าไปได้แต่ออกไม่ได้จนกว่าผู้สร้างจะปลดอาณาเขตด้วยตนเองยิ่งไกราสายอาณาเขตที่สร้างอาณาเขตนี้มีมากเท่าไหร่อาณาเขตก็ยิ่งแข็งแกร่งยิ่งพังออกมายากมากเท่านั้น
แต่อาณาเขตก็ยังมีข้อเสีย ความเสียหายที่เกิดกับพื้นดินหรือวัตถุจะยังเกิดขึ้นอยู่มันจะไม่เกิดกับสิ่งมีชีวิตเท่านั้น เพราะงั้นเลยต้องมีอาณาเขตอีกชั้นเพื่อดึงเอาความเสียหายที่เกิดขึ้นไว้ที่อื่นจุดนี้นัดแนะกันเรียบร้อย ห่างจากงานเทศกาลและอาณาเขตร่วมหนึ่งกิโลเมตร
"ไอ้หนูเทน เจอกันอีกแล้วเนอะ" ชายทั้งสองที่รับงานนี้มาด้วยยิ้มและโบกมือทักทายเด็กหนุ่มอย่างคุ้นเคย
นักเก็บกวาดที่มารับงานนี้นอกจากเทพินแล้วก็ยังมีอีกสองคนพวกนี้เป็คนธรรมดา ที่มีพลังพิเศษแต่ไม่ใช่ไกรา ร่างกายแข็งแรงบึกบึนมากทำงานเก็บกวาด ขนย้ายและทำลายสิ่งของได้อย่างดีเยี่ยม เทียบดูกับร่างเล็กๆที่เตี้ยกว่ามาตรฐานของเด็กหนุ่มตาสีม่วงแล้วเทพินดูเป็เด็กผู้ช่วยมากกว่าจะเป็นักเก็บกวาดเองซะอีก
เทพินยิ้มรับอย่างสดใส "สวัสดีครับไม่ได้เจอกันนานเลยคุณเฮฟ คุณทอม ไม่นึกว่าพวกคุณก็รับงานนี้ด้วยเหมือนกัน"
"ที่จริงก็ไม่ได้อยากรับหรอกนะแต่ทางนั้นเขา้าตัวเองก็เลยต้องมา นายเองก็ถูกเรียกมาเหมือนกันใช่ไหม" เฮฟถามเทพินขมวดคิ้วแล้วส่ายหน้าปฏิเสธ ชายทั้งสองมองอย่างประหลาดใจทันที "อ้าวนี่ไม่ได้ถูกเรียกตัวหรอกเหรอ นายเป็ถึงระดับต้นๆ ของนักเก็บกวาดเลยนะ ได้นายมาช่วยเหมือนได้นักเก็บกวาดห้าคนเลยด้วยซ้ำ"
"ในเื่นี้... เพราะราคาในการเรียกใช้ผมสูงน่ะคิดว่าคงไม่มีใครอยากจ้างหรอก" เทพินยิ้มตอบการเรียกใช้นักเก็บกวาดระดับสูงแบบระบุตัวจะต้องจ่ายค่าจ้างตามที่นักเก็บกวาดระบุไว้ส่วนใหญ่แล้วค่าจ้างที่เรียกร้องจะมากกว่าระบุตามใบงานที่จะได้คนแบบสุ่มถ้าไม่ใช่งานใหญ่ๆ ไม่ค่อยมีใครระบุตัวนักเก็บกวาดหรอก
ที่จริงเทพินไม่ได้บอกว่ารายชื่อของเขาไม่เคยอยู่ในสารบบการเรียกนักเก็บกวาดเพราะเขาทำงานนี้เป็อาชีพเสริมเท่านั้น ไม่ได้คิดจะทำเป็งานหลักลุงปืนเองก็เห็นว่าเขาเป็นักเรียนอยู่ด้วยก็เลยช่วยเหลือในเื่นี้อีกแรงทำให้ไม่มีไกราคนไหนเรียกใช้เขาได้ ถ้าไม่ได้มาหาเขาแล้วขอให้ช่วยด้วยตนเอง
แต่จะมีไกราคนไหนยอมมาขอให้คนธรรมดาช่วยด้วยตนเองกันไกราทั้งหลายมีความหยิ่งทระนงในสายเืและพลังมาก เขาพบเห็นมาเยอะแล้ว
"ค่าจ้างนายสูงแต่นายก็ยังจับได้งานพวกนี้นายจ้างครั้งนี้คุ้มค่าแล้วแน่ๆ" ทอมหัวเราะขบขัน เด็กหนุ่มยิ้มเขินๆ ตอบกลับไป
"ฮ่าๆ อย่าล้อกันสิครับคุณทอมผมก็ไม่ได้เก่งอะไรขนาดนั้น"
"แล้วนี่นายไม่คิดจะแนะนำคนที่ยืนอยู่ข้างหลังหน่อยเหรอ"เฮฟมองไปที่ชายหนุ่มผมสีเงินผู้หล่อเหลาโลกตะลึง ดวงตาสีทองที่มองมาทางพวกเขานั้นดูดุร้ายอย่างประหลาด
"อ้อ เขาเหรอ"เทพินหันไปทางเคไนน์ที่ยืนโดดเดี่ยวและโดดเด่นท่ามกลางความมืด"นั่นคู่หูของผมเอง ชื่อเคไนน์ เอ่อ...เขาไม่ค่อยมีมนุษย์สัมพันธ์เท่าไหร่ยังไงก็อย่าถือสาเลยนะครับ"
"อ้อ คู่หูของนายนี่เอง แหมๆ เดี๋ยวนี้มีคู่หูทำงานด้วยแล้วนะ"
"ก็แค่ชั่วคราวน่ะครับ"
"เอาเถอะ มีคู่หูก็ดีนายเป็เด็กทำงานคนเดียวก็อันตรายเกินไปมีคนที่ไว้ใจคอยช่วยเหลือจะทำให้มีชีวิตรอดยืนยาวมากขึ้น"
"ครับ" เด็กหนุ่มตาสีม่วงอ่อนตอบด้วยรอยยิ้มอบอุ่นรับความห่วงใยและเอาใจใส่อย่างจริงใจจากชายทั้งสองคนนี้"ตอนนี้งานเพิ่งเริ่มยังไม่มีอะไรให้เก็บกวาดพวกเราหันไปดูพวกไกราสู้กันหน่อยไหมครับ"
"ก็ดีเหมือนกันไกราระดับสูงแบบนั้นไม่ใช่จะพบง่ายๆ" เฮฟกับทอมพยักหน้าก่อนจะหยิบกล้องส่องทางไกลออกมาส่องดูการต่อสู้ของไกราในอาณาเขต
เทพินเองก็หยิบออกมาเช่นกัน เคไนน์ที่เปลี่ยนมายืนข้างๆขมวดคิ้วอย่างฉงน "อย่างเ้าต้องใช้กล้องส่องทางไกลด้วยหรือ"
ด้วยพลังของเทพินเขาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนพอๆกับไกราเลยทีเดียว ซ้ำยังสามารถมองเห็นไปถึงภายในเขตแดนด้วยว่าเกิดอะไรขึ้นในขณะที่มนุษย์อีกสองคนในบริเวณนี้จะมองเห็นเป็แค่ภาพเงาเลือนรางที่ขาดๆ หายๆเท่านั้น
"ผมไม่อยากใช้พลังน่ะ" เทพินตอบเสียงเบาก่อนจะส่องมองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเขตแดนที่เขามองเห็นได้ชัดเจนมาก
การต่อสู้ของไกรากลุ่มหนึ่งกับปีศาจนับร้อยเกิดขึ้นปีศาจพวกนั้นไม่ได้ระดับสูงอะไรเท่าไหร่นัก มีเพียงจำนวนที่อาจชวนให้หวั่นใจบ้างเพราะไกรากลุ่มนี้มีสมาชิกอยู่เพียงหกคนเท่านั้นเอง แถมคนหนึ่งยังสามารถบินได้ด้วยเห็นได้ชัดว่าพลังของคนกลุ่มนี้อยู่ในระดับแนวหน้าของเหล่าไกรา
พลังที่กำเนิดจากพรแห่งเทพมีคุณลักษณะตามเทพที่มอบพรให้มีทั้งพลังเวทและความสามารถบางส่วนที่ถ่ายทอดมา พลังเวทที่ปลิวว่อนไปทั่วเขตแดนอย่างมั่วซั่วนั่นทำให้คนที่มองอยู่ต้องส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา
"ซัดเละเทะมาก"
"ใช่ มั่วอย่างกับอะไร น่าเบื่อสิ้นดี"จิ้งจอกอสูรเบ้ปาก
"แต่ในสถานการณ์อย่างนั้น ซัดมั่วไปก็ได้อยู่นะ"เทพินยิ้มยกมือขึ้นกอดอก "จำนวนศัตรูขนาดนั้นซัดมั่วไปยังไงก็โดนแต่ซัดแบบนั้นหวังผลอะไรไม่ค่อยได้ ถ้าจะให้ดีต้องเก็บเป็ตัวๆ ไปยิ่งลงมือเร็วและเฉียบขาดมากเท่าไหร่ ไกราจะยิ่งได้เปรียบมากขึ้นเท่านั้นเพราะปีศาจมันจะไม่คืนชีพ แต่ในการซัดมั่วนี่พวกปีศาจมันแค่าเ็ฟื้นตัวได้สบาย"
ปีศาจที่กำเนิดจากความมืดเป็ส่วนใหญ่จึงมีความแข็งแกร่งมากเป็พิเศษเมื่ออยู่ในเวลากลางคืนอย่างนี้ความได้เปรียบเสียเปรียบยังมองไม่ขาด
แต่ชัดเจนว่าไกรากลุ่มนี้ไม่ได้เชี่ยวชาญนักเขาเคยได้เห็นการต่อสู้ของไกราที่มีประสบการณ์มากกว่านี้ต่อสู้ความเฉียบคนในการใช้พลังและทักษะการต่อสู้ทำให้พวกเขาโค่นล้มศัตรูได้อย่างรวดเร็วความสูญเสียที่เกิดขึ้นจึงมีน้อยมาก
ซัดมั่วอย่างนั้นหลังสู้จบก็เป็ภาระนักเก็บกวาดชัดๆคุ้มเงินไหมเนี่ย
“ดูๆ ไปแล้วทางไกราจะเริ่มเสียเปรียบแล้วนะ”เคไนน์สะกิดเด็กหนุ่มที่ยืนถือกล้องส่องทางไกลนิ่งๆ ไม่ได้จดจ่อจะดูเหตุการณ์ตรงหน้าสักเท่าไหร่
“ก็คงจะอย่างนั้น ไม่ควบคุมพลังไว้พลังก็จะหมดเร็วการวางแผนของพวกไกราไม่ได้ดีเท่าไหร่ด้วย ไม่มีพลัดกันรุกเลยด้วยอย่างนี้ไม่มีเวลาให้พักฟื้นพลังแน่ด้วยจำนวนปีศาจขนาดนั้นถ้าไม่ใช่พลังเยอะก็ต้องมั่นใจในฝีมือผู้นำกลุ่มพอสมควร”
“เท่าที่ดูไกราในกลุ่มนั่นพลังก็ไม่ได้เหลื่อมล้ำกันนะ”
“พลังไม่ใช่แต่อายุน่าจะเหลื่อมล้ำกันอยู่รวมถึงประสบการณ์ด้วย”
“งั้นก็งานหยาบแล้ว”
“ถ้าไม่มีคนเข้าไปช่วยก็คงตายอยู่ในเขตแดนนั่นแหละ”
“ดูรอบๆ แล้วไม่น่ามีกำลังเสริมนอกจากไกราสายอาณาเขต”
“อ้อ งั้นก็คงพูดได้แค่ว่า สู้ๆ นะ”
“...” จิ้งจอกอสูรเหลือบมองใบหน้าเฉยชาของเทพินดวงตาสีม่วงอ่อนคู่นั้นหันกลับมามองแล้วเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็เชิงถาม
“มองอะไรของนาย?”
“มนุษย์ธรรม”
“...” เทพินเป็ฝ่ายเงียบบ้าง เขากลอกตาล่อกแล่กไปมา“เื่มันไม่ได้เกิดใกล้ๆ สักหน่อย ไกลเป็กิโลแบบนั้นผมไม่ช่วยก็ไม่ถือว่า...ผิดคำพูดหรอก... มั้ง?”
“เทน...”
“พวกนั้นยังไม่เพลี่ยงพล้ำนี่นา อาจจะพลิกขึ้นมาชนะในตอนท้ายก็ได้หรือไม่กำลังเสริมอาจจะกำลังมาถึง”
“เทน...”
“จะเดือดร้อนไปทำไมครับพวกนั้นตายไปนายก็ไม่เป็อะไรซะหน่อย ดีซะอีกนายจะได้รับพลังของเทพกลับมาด้วยไงยัดใส่หีบพังๆ นั่นไปก่อนแล้วค่อยผนึก...”
“เทน เ้าช่วยสำนึกบ้างว่าตัวเองเป็มนุษย์”
“ชิ ถึงอย่างนั้นผมก็เป็แค่มนุษย์ธรรมดานายอย่าหาเื่ตายให้ผมได้ไหม” เทพินพยายามจะแก้ตัว แต่เคไนน์ไม่ฟังดวงตาสีทองที่มองมาอย่างอ่านอารมณ์ไม่ออกนั่นทำให้เทพินลังเล
“เฮ้ย ดูเหมือนไกราจะแย่นะ ฉันมองไม่เห็นไกราแล้ว”เฮฟที่ส่องกล้องดูตลอดอุทานออกมาอย่างใเทพินและเคไนน์รีบหันกลับไปมองอย่างรวดเร็ว
ไกราที่อยู่ภายในเขตแดนตอนนี้กำลังถูกปีศาจรุมโจมตีจำนวนของปีศาจเ่าั้ไม่ได้ลดลงไปเลยจากสายตาของเทพิน และดูเหมือนมันกำลังเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆปีศาจจากนอกเขตแดนก็ทยอยเข้าไปราวกับมีคนเรียกมันเข้าไป
เขารู้สึกว่ามันแปลก... แปลกมากๆ ด้วย
“ในเขตแดนนั่นไม่ได้มีแต่ปีศาจระดับต่ำแน่”เคไนน์กัดฟันกรอด พยายามเพ่งดวงตาเพื่อมองหาปีศาจที่คิดว่าน่าจะมีพลังสูงแต่มองเท่าไหร่ก็ไม่เห็นเจอ “ไม่ดีแน่แล้ว ไกราตายไปคนหนึ่งแล้วล่ะ!”
“อะไรนะ!!” นักเก็บกวาดสองคนหันขวับมามองเคไนน์สีหน้าบ่งบอกความไม่เชื่อ “นายมองเห็นในอาณาเขตงั้นเหรอ?”
“มันแน่อยู่แล้วสิ! บ้าเอ้ย! ไม่ไปช่วยตอนนี้ได้ตายกันหมดแน่” เคไนน์ไม่รีรออีกต่อไปร่างสูงะโหายไปอย่างรวดเร็ว จุดหมายคืออาณาเขตของไกราที่ครอบคลุมแม่น้ำและริมฝั่งเทพินจะเอ่ยปากห้ามก็ไม่ทันเสียแล้ว
“ไป... ไปแล้ว? คนๆ นั้นเป็ไกราเหรอเทน”ทอมหันมามองเด็กหนุ่มอีกคนที่ยังยืนอยู่กับที่ในเวลานี้ใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยอารมณ์ขุ่นเคือง
"เปล่าครับ สัตว์เลี้ยงต่างหาก" พูดจบเด็กหนุ่มก็ขยับตัวตามไปด้วยเช่นกันความเร็วนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าจิ้งจอกอสูรเลย... หรืออาจจะเร็วกว่าด้วยซ้ำ
สองหนุ่มที่ได้คำตอบไม่ค่อยตรงคำถามได้แต่มองหน้ากันแล้วไหวไหล่จะให้พวกเขาตามไปเค้นเอาคำตอบก็คงไม่ทันในเมื่อพลังของพวกเขานั้นล้วนด้อยกว่าจิ้งจอกอสูรและเด็กหนุ่มตาสีม่วงคนนั้นเยอะ
เทพินที่ตามหลังเคไนน์มาติดๆกำลังครุ่นคิดถึงสถานการณ์อย่างรอบคอบถึงแม้จะหงุดหงิดใจในความเป็คนดีของจิ้งจอกอสูรบ้างก็ตามแต่จะไม่ทำอะไรเลยก็ไม่ได้ ยังไงเขาก็ต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้ไม่อยากนั้นจิ้งจอกอสูรนั่นคงตามมาหลอกหลอนเขา
ดวงตาสีม่วงอ่อนกวาดตามองสถานการณ์อีกครั้งไกราแต่ละคนต้องรับมือปีศาจอย่างทุลักทุเล มีเพียงคนเดียวที่ยังพอรับมือไหวอยู่และปีศาจที่พุ่งเข้าหาไกราคนนั้นก็เพิ่มมากขึ้นราวกับรู้ว่าใครเป็ตัวอันตรายที่สมควรกำจัดมากที่สุดและเคไนน์ก็กำลังจะไปช่วยคนๆ นั้นแทนที่จะช่วยคนที่เจ็บหนักคนอื่นๆ ก่อน
จิ้งจอกอสูรของเขาบางทีก็โง่เกินจะช่วยก็ช่วยคนที่น่ารอดก่อนสิ
เทพินเพิ่มความเร็วขึ้นวิ่งมาขนาบข้างเคไนน์เขาเหลือบมองจิ้งจอกอสูรใจดีแวบหนึ่งก่อนจะถีบกลิ้งไปทางไกราคนหนึ่งที่กำลังจะหายเข้าปากปีศาจตัวอ้วนร่างสูงผมสีเงินชนโครมเข้ากับปีศาจแล้วกลิ้งหลุนๆ ไปด้วยกัน
“ทำอะไรของเ้าวะเทน!!”
“ช่วยพวกนั้นไป!” เทพินหันมาว่าเสียงดุก่อนจะไปช่วยไกราที่บินได้คนนั้นแทนไกราบินได้กำลังเสียหลักร่วงลงมาจากการกระชากของปีศาจเขี้ยวเล็บของปีศาจเ่าั้พุ่งเข้าใส่ไกราเมื่อสบโอกาส ถ้าร่วงลงมาถึงพื้นเมื่อไหร่ไกราคนนั้นจะตาย...
เทพินอยากสบถ บ้าเอ๊ย!ทำไมจิ้งจอกนั่นต้องเป็นิสัยดี!
เขาหยิบเอาอาวุธที่พับไว้ออกมาสะบัดครั้งเดียวรูปร่างของมันก็เปลี่ยนรูปเขาใช้มันหวดปีศาจรอบตัวไกราด้วยความเร็วสูงปีศาจห้าตนถูกกวาดกระเด็นไปไกลนับสิบเมตร เทพินใช้มือข้างหนึ่งจับไกราไว้ให้ลงยืนบนผิวน้ำพร้อมกับตนเองได้อย่างสวยงามแล้วกดปุ่มบนอาวุธของเขาผ้าใบก็กางออกอาวุธก็เปลี่ยนรูปร่างอีกครั้งแล้วยกขึ้นพาดบ่าด้วยท่าทางสบายๆ
อาวุธของเขาคือร่มพับ... ร่มสีขาวลายดอกลีลาวดีสีดำ
เด็กหนุ่มตาสีม่วงอ่อนกวาดตามองไปรอบๆ ใบหน้ากลมร่าเริงสดใสมีรอยยิ้มแต้มอยู่มือที่ถือร่มอยู่หมุนด้ามสีเงินนั่นไปเรื่อยๆแล้วเค้นเสียงออกมาที่ฟังยังไงก็ไม่เข้ากับหน้าตาตอนนี้เลยสักนิด
"ยุ่งยากจริงๆ ทำไมผมต้องมีสัตว์เลี้ยงนิสัยดีด้วยนะไม่เข้าใจเลย"