บทที่ห้า
ความวุ่นวาย
“ตาสิงห์ วันนี้แกก็พาน้องเอิงไปเที่ยวที่เกาะวิมันสิตราด้วยกันสิ” เพลินจิตเอ่ยพูดขึ้นเมื่อดื่มน้ำจนหมดแก้ว
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่เคยเงียบอยู่แล้ว เมื่อได้ยินประโยคคำพูดจากเ้าของบ้านอย่างเพลินจิต ยิ่งทำให้บรรยากาศชวนน่าอึดอัดเพิ่มขึ้นอีกเป็เท่าตัว และมีมวลความกดดันจนพาให้คนบนโต๊ะอาหารหน้านิ่วคิ้วขมวดไปตาม ๆ กัน
หากแต่ตัวต้นเหตุอย่างเพลินจิตเอง กลับไม่ได้รู้สึกทุกข์ร้อนไปกับบรรยากาศอีหลักอีเหลื่อเ่าั้ ยังคงยิ้มระรื่นให้กับทุกคนได้อย่างหน้าตาเฉย ราวกับว่าสิ่งที่พูดออกไม่ได้สร้างความลำบากใจให้กับใคร
“ไว้หลังแต่งงานดีกว่าครับแม่” สิงหราชที่ได้รับสายตากดดันว่าให้หาทางปฏิเสธจากคนตัวเล็ก เอ่ยตอบกลับไป
นิรณารู้สึกโล่งใจขึ้นมานิดหน่อย ที่สิงหราชยอมที่จะร่วมมือกันกับเธอในเื่นี้ ไม่ได้เอาแต่ตั้งแง่ที่จะกลั่นแกล้งเธอเสียอย่างเดียว ก็ถือว่าอีกฝ่ายก็มีเหตุผลอยู่พอสมควร
“จะรอหลังงานทำไม เสียเวลาเปล่า” แต่แล้วใจที่เคยชื้นขึ้นมาของนิรณาก็ต้องแฟบลงอีกครั้ง เมื่อเพลินจิตยังคงยึดมั่นในความคิดของตัวเอง
“อารีย์คิดเห็นว่ายังไง” คนที่เป็ตัวตั้งตัวตีหันไปถามความคิดเห็นเอากับผู้เป็แม่ของว่าที่ลูกลูกสะใภ้
แม้น้ำเสียงที่เอ่ยถามออกไปจะฟังดูหวานหู หากแต่สายตาที่ใช้มองไปยังว่าที่คู่ดอง กลับเต็มไปด้วยความกดดันอย่างเห็นชัด เพลินจิตมองสบตากับอารีย์นิ่งเพื่อรอคอยทำตอบ
“แล้วแต่พี่เพลินจะเห็นสมควรเลยค่ะ” อารีย์เอ่ยตอบกลับไปในสิ่งที่ควรจะตอบ
สุดท้ายแล้วคนที่ตกเป็รอง ก็ต้องยอมเออออไปกับคนที่เหนือกว่าอยู่วันยังค่ำ แม้จะรู้สึกเป็ห่วงลูกสาวมากแค่ไหน หากแต่การตั้งตัวเป็ปรปักษ์กับว่าที่แม่สามีของลูกสาว อารีย์ก็มีความคิดเห็นว่าไม่ใช่เื่ที่ควรจะทำ
นิรณาหันขวับไม่มองผู้เป็แม่ในทันที ก่อนจะส่งสายตากลับไปหาสิงหราช เพื่อกดดันให้อีกฝ่ายทำหรือพูดอะไรสักอย่างออกมา เพื่อเบี่ยงเบนสถานการณ์ เพราะเธอเองก็ไม่ได้อยากจะไปใช้ชีวิตติดเกาะอยู่กับอีกฝ่าย
“ที่เกาะมันไม่สะดวกสบายเหมือนที่บ้านเราหรอกแม่ พาน้องไปลำบากเปล่า ๆ” สิงหราชพยายามหาเหตุผลมารองรับ การบ่ายเบี่ยงของตัวเองในครั้งนี้
ร่างหนาหลุบสายตาหลบสายตาของผู้เป็แม่ ทำเพียงนั่งเขย่าขาอยู่ไม่เป็สุข เพราะเริ่มรับรู้ได้ถึงชะตากรรมของตัวเองแล้ว หลังจากที่พึ่งพ่นเหตุผลที่ดูไม่สมเหตุสมผลออกไป
ใคร ๆ ก็รู้ว่าเกาะวิมันสิตรานั้นไม่มีมีความเป็อยู่ที่ลำบากลำบนอะไร แล้วทำไมสะใภ้ใหญ่ของมยมราชพลีอย่างคุณเพลินจิตจะไม่รู้กันล่ะ ดังนั้นเกมนี้ทั้งสิงหราชและนิรณาหมดหนทางที่จะบ่ายเบี่ยงได้แล้ว
“แต่มันก็ไม่ได้ลำบากมากถึงขนาดนั้น อีกอย่างน้องเอิงเองก็ต้องเรียนรู้การใช้ชีวิตของแก” เพลินจิตปรายตามองกลับมาทางลูกชาย ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้นกว่าเดิม
“น้องเอิงก็ไปเที่ยวเล่นกับพี่เขานะลูก เื่งานแต่งงานปล่อยให้เป็หน้าที่ของแม่ ๆ ที่อยู่ทางนี้” เมื่อพูดกดดันลูกชายของตัวเองเสร็จแล้ว เพลินจิตก็เบนเข็มมาหาว่าที่ลูกสะใภ้ของตัวเอง ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนยิ้ม
“ค่ะ คุณป้า” เอิงเอยพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบรับกลับไปพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อน ๆ
“ดูสิน่ารักมาก” เพลินจิตแย้มยิ้มออกมาด้วยความพอใจ เอ่ยชมคนตัวเล็กไม่ขาดปาก
นิรณาได้แค่ส่งยิ้มกลับไปแทนคำขอบคุณ ร่างเล็กหันไปสบสายตากับว่าที่สามีของตัวเอง ก่อนจะต้องหลบสายตามองไปทางอื่น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังตำหนิกันอยู่ผ่านสายตาถึงในเื่คำตอบของเธอเมื่อสักครู่
พลางคิดโทษสิงหราชอยู่ในใจ เื่ที่อีกฝ่ายเป็ลูกแท้ ๆ แต่ไม่สามารถที่จะรับมือกับแม่ของตัวเองได้ แล้วจะมาคาดหวังในคนที่เข้ามาที่นี่ในฐานะของลูกสะใภ้ ไปต่อกรกับอีกฝ่ายแทนแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหนกัน
“น้าฝากดูแลน้องด้วยนะสิงห์ รายนี้ป่วยง่าย” อารีย์ที่ได้ข้อสรุปกับตัวเองแล้ว ว่ายังไงลูกสาวของตัวเองก็จะต้องติดตามสิงหราชไปที่เกาะวิมันสิตราเอ่ยฝากฝังขึ้น น้ำเสียงของคนเป็แม่เต็มไปด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“ครับ น้าอารีย์ ผมจะดูแลให้เป็อย่างดี” สิงหราชเอ่ยตอบรับกลับไป พร้อมกับยกยิ้มส่งไปให้ เพื่อให้อีกฝ่ายได้รู้สึกสบายใจ
ว่าที่คู่แต่งงานหันมาสบตากันอีกครั้งอย่างปลงตก ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ พร้อมกัน เพราะถูกเตะออกจากบทสนทนาของสองแม่เป็ที่เรียบร้อยแล้ว ได้แต่เก็บซ่อนใบหน้าเบื่อหน่ายของตัวเองกันเอาไว้ ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งเรียบ
“แต่งตัวอะไรของคุณเนี่ย” สิงหราชเอ่ยถามขึ้น เมื่อหันกลับมาเจอคนตัวเล็กยืนอยู่ข้างหลัง
“ทำไม ชุดนี้ไม่สวยหรือคะ” นิรณาก้มมองดูชุดของตัวเอง ก่อนจะช้อนตาขึ้นเอ่ยถามอย่างซื่อ ๆ
ชุดนี้เธอยืนเลือกอยู่ตั้งนานสองนาน พอลองสวมดูแล้วก็คิดว่ามันเหมาะมากกับทะเล ก็เลยตัดสินใจที่จะเลือกสวมใส่มันออกมาจากบ้านด้วยความมั่นใจ แต่พอได้ยินคำถามนั้นจากสิงหราช ก็ทำเอาความมั่นใจที่เคยมีหล่นหายไปเหมือนกัน
“เวรกรรมของมึงจริง ๆ ไอ้สิงห์” สิงหราชได้แต่ยกมือขึ้นตบหน้าผากของตัวเอง เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนั้นไม่เข้าใจอะไรเลยสักอย่าง
การเดินทางข้ามเกาะไปจะต้องโดยสารไปกับเรือเร็วอย่างสปีดโบต แต่ดูเ้าตัวที่เล่นแต่งตัวมาด้วยเดรสฟูฟ่อง พร้อมกับข้าวของของใช้ที่เยอะแยะเต็มไปหมดจนคิดว่าจะย้ายบ้านนั่นอีก
“จะให้ไปเปลี่ยนไหมล่ะ” นิรณาที่เห็นท่าทางของสิงหราชเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด เพราะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ถูกใจอะไรในตัวเธอเลยสักอย่าง
“ว้าย คุณสิงห์” สิงหราชที่เสียเวลารออีกฝ่ายมาสักพักใหญ่ ไม่พูดพร่ำทำเพลง ช้อนตัวของคนตัวเล็กขึ้นอุ้มในท่าเ้าสาว ก่อนจะเดินดุ่ม ๆ ย่ำเท้าลงในน้ำทะเลโดยที่ไม่สนใจฟังเสียงโวยวายของคนในอ้อมแขนแต่อย่างใด
นิรณาที่ใจนหน้าเสีย ได้แต่วาดเรียวแขนกอดกระชับต้นคอของอีกฝ่ายเอาไว้แน่น และเลือกที่จะสงบปากสงบคำของตัวเองเอาไว้ เพราะกลัวว่าจะโดนจับทุ่มลงกับน้ำ อย่างเช่นเมื่อวานที่เ้าตัวปล่อยให้เธอล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้น
“ตวัดขาขึ้นไป” สิงหราชเอ่ยสั่งเมื่อเดินจนมาถึงเรือ
นิรณาเมื่อได้ยินอย่างนั้นก็ทำตามอย่างว่าง่าย ร่างเล็กออกแรงส่งตัวเองขึ้นไปบนเรือ แผ่นหลังขาวถูกมือหนาของคนด้านหลังออกแรงดันช่วย จนคนตัวเล็กสามารถขึ้นไปยืนบนเรือได้จนสำเร็จ
“ช่วย” คนตัวเล็กยืนมือของตัวเองออกไปด้านหน้า เพื่อหวังที่จะให้ความช่วยเหลือสิงหราชเป็การตอบแทน
“ตัวเท่าลูกแมว” หากแต่สิงหราชไม่ได้นำพากับความหวังดีของอีกฝ่าย ร่างหนาเอ่ยเหน็บแนมออกไปสำทับ ก่อนจะเหวี่ยงตัวเองขึ้นไปบนเรือด้วยความชำนาญ
“สัมภาระของนายหญิงครับนายหัว” สำเนียงภาษาใต้แบบคนท้องถิ่นดังขัดขึ้น ก่อนที่คนทั้งคู่จะได้ปะทะฝีปากกันอีกครั้ง
“ขอบใจ” สิงหราชยื่นมือออกไปรับ ก่อนจะเอ่ยขอบคุณคนงานของตัวเอง
“ขอบคุณนะคะ” นิรณาที่เห็นว่าเป็กระเป๋าของตัวเอง หันไปเอ่ยคำขอบคุณกับเ้าตัวอีกครั้ง
“มานั่งนี่ แดดร้อนเห็นไหมน่ะ” สิงหราชกวักมือเรียกคนที่ยังยืนนิ่งอยู่่ท้ายเรือ
“ขี้บ่น” นิรณาพึมพำออกมากับตัวเองเบา ๆ หากแต่ก็ยอมเดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งใกล้กับอีกฝ่ายแต่โดยดี
“ทำไมไม่ขึ้นเรือที่ท่าเรือหลังบ้านล่ะคุณสิงห์” นิรณาเอ่ยถามขึ้นในสิ่งที่ตัวเองสงสัย เพราะจากตรงนี้ไปแค่นิดเดียวก็เป็ท่าเรือที่ถูกสร้างยื่นออกไปในทะเลแล้ว
“จะมีเรือขนส่งพวกของใช้เข้ามา มันเกะกะคนอื่นเขา” สิงหราชเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ติดความหงุดหงิด
“นี่! ฉันก็ถามดี ๆ นะ ทำไมต้องหงุดหงิดใส่ด้วย” นิรณาที่จับความรู้สึกผ่านน้ำเสียงของอีกฝ่ายได้ เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง
“รอจนรากจะงอก ถามจริงทำอะไรอยู่แม่คุณ” สิงหราชเอ่ยถามกลับไป ร่างหนาลากเสียงคำลงท้ายด้วยความหมั่นไส้กับความเชื่องช้าของอีกฝ่าย
“ผู้หญิงก็แต่งตัวช้าเป็เื่ปกติ คุณนี่ไม่เข้าใจความเป็ธรรมชาติเอาซะเลย” คนตัวเล็กเอ่ยพูดแก้ต่างให้กับตัวเอง
“ธรรมชาติมากมั้ง โบกหน้าหนาขนาดนี้” สิงหราชเอ่ยกระแหนะกระแหนคนตัวเล็กที่ฟาดเครื่องสำอางลงบนใบหน้า จนคิดว่าจะไปประกวดนางนพมาศที่ไหน
“คุณสิงห์!!” นิรณาแหวออกไปเสียงดัง มือเล็กส่งออกไปฟาดลงบนต้นแขนของอีกฝ่ายอย่างไม่ออมแรง
“ออกเรือ” สิงหราชละความสนใจจากคนหน้าบึ้ง หันไปสั่งลูกน้องของตัวเองให้ออกเรือ เพราะแค่นี้ก็สายกว่ากำหนดการที่ตัวเองตั้งใจเอาไว้มากแล้ว
“ครับนายหัว” สิ้นเสียงคำเอ่ยตอบรับ เสียงเครื่องยนต์เรือขนาดเล็กก็ดังกระหึ่มขึ้น และมุ่งหน้าออกไปตามทางเดินเรือด้วยความรวดเร็ว โดยหลงลืมไปว่าผู้โดยสารจำเป็ที่ติดตามมาในวันนี้ ไม่ได้เป็ชายฉกรรจ์ดั่งเช่นทุกครั้ง
“ว้าย” นิรณาหลุดร้องออกมาด้วยความใ เมื่อเรือที่แล่นไปด้วยความเร็วโต้ไปกับคลื่นในบางจังหวะ มือเล็กคว้าจับท่อนแขนของคนข้างกายเอาไว้เป็ที่ยึดเหนี่ยว เพราะกลัวว่าตัวเองจะตกเรือไปเสียก่อน
“เฮ้อ สรุปกูได้เมียแถมลูกใช่ไหมเนี่ย” สิงหราชเอ่ยบ่นขึ้นกับตัวเอง ก่อนจะคว้าเอวคอดให้เข้ามาประชิดตัว
นิรณาช้อนสายตาขึ้นมองเ้าของอ้อมกอดด้วยความใ กับการที่ถูกถึงเนื้อถึงตัวโดยพลการอีกครั้ง หากแต่สุดท้ายก็เลือกที่จะปิดปากเงียบเอาไว้เพราะความกลัวที่มีอยู่ของตัวเอง
ร่างเล็กซุกเข้าไปในวงแขนแกร่งของอีกฝ่าย เพื่อหลบหลีกจากอาการเวียนหัวจากการมองคลื่นทะเล สิงหราชหลุบสายตามองคนตัวเล็ก ที่ทำตัวราวกับลูกแมวเวลากลัวอะไรบางอย่างด้วยสายตาที่มองไม่ออกว่ากำลังสื่อความรู้สึกใด
“เลิกดื้อเอากี่บาท” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นอย่างประชดประชัน เพราะเจอกันแค่ไม่เท่าไหร่ เขาก็เริ่มปวดหัวให้กับความดื้อดึงและอวดดีของอีกฝ่ายเสียแล้ว
อยู่ด้วยกันนานไปก็ไม่รู้ต้องมีอีกกี่เื่ ที่จะให้ต้องปวดหัวกับคนคนนี้ แค่คิดสิงหราชก็อยากจะะโน้ำทะเลตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไป ไม่รู้ผู้เป็แม่จะรู้หรือเปล่า ว่าเมียที่หามาให้นั้นดื้อเสียจนน่าปวดหัวขนาดนี้
………………………………………………….
คุณแม่เพลินจิตเขามีลูกเล่นนะคะ ว่าไม่ได้ ภาวนาให้พระเอกนางเอกไม่หยุมหัวกันเถอะต่อจากนี้
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ