ครั้งแรกโจมตีออกไปเหวินซู่อาศัยเพียงปราณแท้บังคับลมหายใจผสานกับกฎฟ้าดินเท่านั้นอย่างไรก็ตามคราวนี้หลังจากถูกเสวียนเทียนชิงขวางเอาไว้ได้เขาก็ไม่คิดจะออมมืออีกแม้ดาบแดงจะยังปักอยู่บนพื้นแต่ความหน้ากลัวของปรมาจารย์ขั้นสี่ก็คือรู้แจ้งกฏฟ้าดินฝ่ามือทั้งสองข้างของเหวินซู่กลางออกถ่ายปราณแท้ออกไปทำให้อากาศรอบด้านส่งเสียงปริแตกราวกับะเิลูกโซ่
เปรี๊ยะ!
ประกายเพลิงถูกจุดขึ้นอีกครั้งคราวนี้ดวงตาแดงเพลิงของเหวินซู่สั่นไหวเล็กน้อยลำคอส่งเสียงครางต่ำออกมายามกำมือทั้งสองข้างปราณแท้ที่ผสานกับกฏฟ้าดินก็ะเิปะทุขึ้นเพียงพริบตาเดียวรอบกายของเหวินซู่ฏ็ปรากฏคลื่นเพลิงกระจายออกไปรอบด้าน ทะเลเพลิงผืนนี้ลุกลามอย่างรวดเร็วทั้งยังไม่ได้มีแค่ความร้อนแต่พลังทำลายที่มาจากปราณแท้ของเหวินซู่ยังรุนแรงเหมือนกับะเิด้วย!
“ขวางกระบี่!”
สีหน้าของเสวียนเทียนชิงซีดลงเล็กน้อยฝืนถ่ายพลังอีกส่วนหนึ่งเข้าไปในเจดีย์จิตพิสุทธิ์เพื่อควบคุมทัพหลวงผ่านตัวกระบี่ชิงเหนียวกับลู่หยาที่ถือกระบี่หลักก็ถ่ายพลังจิตเข้าไปช่วยผู้เป้นนายอีกแรงผลสุดท้ายแม้จะไม่ได้สมบูรณ์แต่ค่ายกลกระบี่นี้ก็สามารถตั้งขึ้นได้สำเร็จ เพียงแต่รับมือกับการโจมตีอย่างจริงจังของปรมาจารย์ขั้นสี่นั้นยังไม่เพียงพอ!
อ้าก!
จากเสียงะเิจากคลื่นเพลิงก็เต็มไปด้วยเสียงกรีดร้องของเหล่าทหารทัพหลวงเพลิงของเหวินซู่ไม่ใช่เพลิงทั่วไปแต่เป็เพลิงที่เกิดมาจากกฏของฟ้าดินทั้งความร้อนและพลังล้วนรุนแรงจนเกินจะต้านไหวแค่เหวินซู่ลงมืออย่างจริงจังครั้งเดียวก็มีทหารทัพหลวงาเ็สาหัสไปสามคนแล้ว
“พวกเ้าเข้าไปรับกระบี่แทนตำแหน่งเดิม!”
สายตาของเสวียนเทียนชิงยังจดจ้องอยู่ที่เหวินซู่ไม่แม้แต่จะเหลือบมองทหารสามนายนั้นที่ถูกเผาจนลุกไม่ขึ้นเขาสั่งการเสียงเย็นออกมาประโยคหนึ่งแม้จะมีคนลังเลแต่สุดท้ายก็มีทหารอีกสามนายเข้าไปรับกระจากมือของคนที่าเ็ตอนนี้ชีวิตของสหายแม้สำคัญแต่ศัตรูที่อยู่ตรงหน้ากลับสำคัญยิ่งกว่า!
“ตั้งกระบี่!”
เสวียนเทียนชิงคำรามออกมาอีกครั้งหนึ่งในมือที่ถือเจดีย์จิตพิสุทธิ์ยิ่งมายิ่งสั่นและอ่อนแรงมากขึ้นเรื่อยๆทั้งชิงเหนียวและลู่หยาต่างมองนายน้อยของตนด้วยความเป็ห่วงทว่ากลับไม่สามารถทำอะไรได้ในสถานการณ์เช่นนี้ทุกอย่างต้องพึ่งพาแค่เสวียนเทียนชิงเท่านั้นหากสลายค่ายกลกระบี่นี้ไปเกรงว่าแค่การโมตีเมื่อครู่นี้ของเหวินซู่ก็คงมีคนกว่าครึ่งที่ต้องตายลงไปแล้ว!
ชิ้ง ชิ้ง
เสียงกระบี่สามสิบหกเล่มตั่งขึ้นตามคำสั่งของเสวียนเทียนชิงครั้งแม้ว่าครัง้นี้จะดูทุลักทุเลกว่าเดิมแต่อย่างน้อยก็ยังตั้งค่ายกลได้สำเร็จเหวินซู่กวาดตามองอย่างดูแคลนในใจครุ่นคิดว่าถึงเวลาต้องลงมือเด็ดขาดแล้วเดิมทีเขาในฐานปรมาจารย์ขั้นสี่ไม่จำเป็ต้องมามัวเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลยแค่ลงมือเต็มกำลังั้แ่แรกก็คงกวาดล้างคนทั้งหมดตรงนี้รวมไปถึงเสวียนเทียนชิงได้นานแล้วอย่างไรก็ตามต่อให้เื้ัจะมีอะไรเกินขึ้นเขาก็ยัง้ารอจนแน่ใจก่อนหากลงมือไปแล้วกลับไม่เป็ตามแผนที่วางไว้ถึงตอนนั้นเขาคิดจะหนีก็คงเป็ไปไม่ได้แล้ว
‘เวลาผ่านมาพอสมควรแล้ว ข้ามีโอกาสสังหารเ้าเด็กนี่สิบสี่ครั้งแต่กลับไม่มีคนตระกูลเสวียนโผล่หัวออกมา’
ระหว่างที่เสวียนเทียนชิงพยายามตั้งค่ายกลกระบี่นั้นบอกตากตรงว่าเหวินซู่ไม่ได้ใส่ใจเลยต่อให้เสวียนเทียนชิงจะโดดเด่นขนาดไหนก็ยังเป็แค่คนรุ่นหลังคนหนึ่งปรมาจารย์ขั้นสี่อย่างเขาแค่กระดิกนิ้วก็สามารถสังหารขั้นเบิกิญญาได้นับสิบคนแล้วที่เขากังวลจริงๆก็คือคนที่อยู่เื้ัเสวียนเทียนชิงต่างหากแต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องกังวลเื่นั้นอีกต่อไปแล้ว
พรึ่บ!
เหวินซู่ตัดสินใจลงมือคราวนี้ดาบแดงที่ปักอยู่บนพื้นถูกดึงกลับมาเพียงฝ่ามือของเขากำลงบนด้ามดาบก็ทำให้ใบดาบสีแดงร้อนขึ้นจนกลายเป็เปลวเพลิงเหวินซู่คือหนึ่งในสามดาบคลั่งแห่งทุ่งอุดรดังนั้นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาย่อมเป็เพลงดาบ!
“รวม!”
ดวงตาของเสวียนเทียนชิงหรี่ลงจนเล็กแหลมเมื่อเห็นเหวินซู่ถือดาบอย่างไรก็ตามความแน่วแน่ของชายหนุ่มไม่ได้ลดลงแม้แต่น้อยเสียงของเขายังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องบังคบสามสิบหกกระบี่ก่อตั้งค่ายกลขึ้นมาจากตั้งเป็รวมจากรวมเป็เปลี่ยนเป็ท่าร่างต่างๆ เหวินซู่แม้ไม่สนใจเื่พวกนี้เท่าไหร่แต่พลังของค่ายกลกระบี่อย่างไรเขาก็ต้องระวังเอาไว้หน่อย
ดังนั้นตอนนี้เสวีนเทียนชิงจัดตั้งค่ายกลกระบี่ลึกลับที่เหวินซู่ไม่เข้าใจเหวินซู่จึง้าปิดฉากด้วยกระบวนท่าดาบที่รุนแรงที่สุดของเขาเหลือบตามมองััถึงปราณกระบี่ที่หนาแน่นก่อตัวขึ้นจากกระบี่ทั้งสามสิบหกเล่มในตอนนี้เหวินซู่ก็ไม่คิดรั้งรออีกต่อไปดาบเพลิงในมือของเขาชี้ตรงไปทางเสวียนเทียนชิงดวงตาพรั่งพลูไปด้วยจิตสังหาร
ฟู่ว!
เพลิงแดงลุกโหมใบดาบถอยกลับมาครึ่งฉื่อก่อนจะแทงออกไปอย่างรวดเร็วเพลิงจากปลายดาบพึ่งออกไปราวศรเพลิงก่อนม้วนตวัดเป็วงคลื่นเพลงดาบนี้เป็ดาบขึ้นชื่อของทุ่งอุดรเช่นกันและยังเป็เพลงดาบที่สร้างชื่อเสียงให้กับเหวินวู่จนถึงทุกวันนี้
เขี้ยวเพลิง์! เพลงดาบขึ้นชื่อที่เหวินซู่ใช้เอาชนะปรมาจารย์มานักต่อนักแล้ววันนี้เหวินซู่ใช้เพลิงดาบนี้ออกมาก็เพื่อสังหารขั้นเบิกิญญาคนหนึ่ง! อย่ามองว่านั่นเป็เพียงแค่คลื่นเปลวเพลิงทั่วไปเพราะมันคือปราณดาบที่แหลมคมดุจเขี้ยวอสูรทั้งยังร้อยแรงพร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้มอดไหม้!
“รวม! กลับ!ปล่อย!”
มองดูเขี้ยวเพลิง์พุ่งเข้ามาประชิดตัวเสวียนเทียนชิงไม่เสียอาการแม้แต่น้อยปากของชายหนุ่มยังกล่าวออกมาอย่างต่อเนื่องที่ฝ่ามือก็ถ่ายพลังปราณแท้แทบจะทั้งหมดเข้าไปในเจดีย์จิตพิสุทธิ์จนกระสิ้นคำสุเท้ายที่เขากล่าวออกมาดาบเขี้ยวเพลิงสรรค์ของเหวินซู่ก็มาถึงตรงหน้าแล้ว!
ชิ้ง ชิ้ง ชิ้ง
เสียงกระบี่ดังขึ้นเขี้ยวเพลิง์ห่างจากหัวของเสวียนเทียนชิงเพียงครึ่งฉื่อก็พลันถูกหยุดเอาไว้ความร้อนจากเปลวเพลิงทำให้ใบหน้าของเสวียนเทียนชิงร้อนผ่าวปลายผมส่งกลิ่นไหม้ลอยขึ้นมาเล็กน้อยอย่างไรก็ตามใบหน้าของชายหนุ่มยังคงแย้มยิ้มสายตาจดจ้องไปยังซู่เหวินอย่างเ็า
“มา!”
สิ้นคำของเสวียนเทียนชิงปราณกระบี่สายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากกระบี่หนึ่งในสามสิบหกเล่มอย่างไรก็ตามปราณกระบี่สายนี้ไม่ใช่ปราณกระบี่ที่เกิดจากผู้ถือกระบี่แต่กลับเป็ปราณกระบี่อยู่ในตัวกระบี่เงินยามปราณกระบี่สายนี้ปรากฏขึ้นขวางดาบเขี้ยวเพลิง์เอาไว้ก็ราวกับบังเกิดภาพเงาสูงส่งเทียมฟ้าขึ้นที่ด้านหลังของเสวียนเทียนชิง
ััถึงกลิ่นอายสูงส่งนั้นในที่สุดสีหน้าของเหวินซู่ก็เปลี่ยนไปทว่าจะมารู้ตัวตอนนี้ก็ไม่ทันการเสียแล้วกลิ่นอายจากปราณกระบี่สายนั้นทำให้เขารู้สึกถูกคุกคามอย่างยิ่งเหวินซู่เป็ถึงปรมาจารย์ขั้นรู้แจ้งย่อมไม่ใช่คนโง่ทั้งจิตััยังไม่ธรรมดาเมื่อรับรู้ถึงอันตรายดาบในมือของเขาก็ส่งเสียงหึ่งๆออกมาก่อนจะมีเพลิงแดงลุกโหมขึ้นอีกครั้ง
ในจังหวะนี้ที่เหวินซู่ตั้งท่าดาบอีกด้านหนึ่งปราณกระบี่สายที่สองก็พุ่งเขามาหาเสวียนเทียนชิงควบรวมกับปราณกระบี่สายแรกทำให้ภาพเงาและกลิ่นอายสูงศักดิ์นั้นชัดเจนยิ่งขึ้น
“ทำลาย!”
เสวียนเทียนชิงเปล่งเสียงต่ำอาศัยเพียงปราณกระบี่สองสายก็สามารถทำลายเพลงดาบอันภาคภูมิใจของเหวินซู่ลงได้อย่างไรก็ตามตอนนี้หากสังเหตุให้ยามที่ปราณกระบี่สายที่สามปรากฏขึ้นนั้นที่มุมปากของชายหนุ่มก็เริ่มมีเืไหลซึมออกมาแล้วส่วนพวกชิงเหนียวและคนที่เหลือเดิมทีก็ปล่อยกายตามจิตผสานรสมค่ายกลให้เสวียนเทียนชิงควบคุมดังนั้นตอนนี้คนทั้งสามสิบหกจึงราวกับเป็หุ่นยืนชี้กระบี่เข้าหาเหวินซู่ไม่ขยับขเยื่อน
“มาอีก!”
สายตาของเสวียนเทียนชิงจับจ้องไปยังเหวินซู่ที่กำลังตั้งท่าดาบโดยไม่สนใจอาการาเ็ของตนยามเขาเปร่งเสียงเรียกปราณกระบี่อีกสายหนึ่งออกมาก็ต้องกระอั่กเืคำโตทว่าสิ่งที่ได้รับมานั้นก็คือกลิ่นและปราณกระบี่ที่ทรงพลังแหลมคมยิ่งขึ้น!
ตอนแรกเหวินซู่ยังไม่เอะใจอะไรจนกระทั่งเห็นปราณกระบี่สายแรกที่เข้ามาหยุดดาบของเขาไว้ยิ่งเมื่อััได้ถึงกลิ่นอายสูงศักดิ์และเห้นภาพเงาเื้ัของเสวียนเทียนชิงก็ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมาก่อนจะขนลุกซู่หน้าเปลี่ยนสี
“ปราณกระบี่ไท่ผิง...เ้า...เ้านำกระบี่พวกนั้นออกมาจากวังหลวงได้อย่างไร!”
ประโยคนี้ฟังแล้วเหมือนคำถามแต่ที่เป็เพราะเขากำลังใมากต่างหาก ปราณกระบี่ไท่ผิงไม่เพียงเป็สัญลักษณ์ของราชวงศ์ปัจจุบันแต่ยังเป็มรดกพิทักษ์ปกป้องราชวงศ์ที่สืบทอดมาจากองค์จักรพรรดิไท่ผิงผู้ก่อตั้งราชวงศ์อีกด้วย!หากพูดว่าตระกูลเสวียนในตอนนี้ดำรงอยู่ได้เพราะเสวียนอู่หยางเช่นนั้นราชวงศ์ก็ดำรงอยู่ได้ด้วยนามของของจักรพรรดิไท่ผิง!