เถ้าแก่ฝางที่ท่าทางเย่อหยิ่งไม่ได้มีท่าทางของคนที่จะมาเจรจาแม้แต่น้อยกลับเหมือนมาหาเรื่องเสียมากกว่า โจวย่าอวิ๋นคาดเดาในใจ จากนั้นก็แสร้งมองพวกเขาอย่างเข้าใจ
“ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เองข้าไม่ทราบเลยว่าเถ้าแก่ทุกท่านจะมีความคิดเช่นนี้เพียงแต่ก่อนหน้านี้พวกท่านได้ปฏิเสธแล้วมิใช่หรือ?”
“ปฏิเสธแล้วอย่างไรตอนนี้เปลี่ยนใจไม่ได้หรือ?”
โจวย่าอวิ๋นยิ้มและโบกมือปฏิเสธ “ใช่ว่าจะไม่ได้แต่เป็นเพราะตอนนั้นเถ้าแก่ทุกท่านปฏิเสธไปแล้ว เรือนพักผ่อนได้เปลี่ยนเงื่อนไขแล้วเกรงว่าหากจะร่วมมือกัน…”
อันที่จริงชีเหนียงเคยสั่งไว้ก่อนหน้านี้หากคนทำค้าขายในเมืองอันคิดจะร่วมงานกับเรือนพักผ่อน ขอเพียงเงื่อนไขผ่านย่อมสามารถเจรจาและเปลี่ยนแปลงแต่เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้ให้ความรู้สึกเหมือนมาเจรจา ดังนั้นเขาจึงจงใจประเมินดูก่อน
ดั่งคาดเมื่อได้ยินคำพูดอ้อมค้อม เถ้าแก่ฝางและคนที่เหลือกลับไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจพวกเขาเหมือนจะคาดเดาผลลัพธ์นี้ได้อยู่แล้ว
“จะร่วมงานกันหรือไม่ไม่สำคัญ ที่สำคัญคือเราอยากคุยกับนายหญิงของเจ้าสักหน่อยหากเปลี่ยนแปลงไม่ได้จริงๆ เช่นนั้นก็จนปัญญา”
“ทุกท่านต้องการพบนายหญิงของเราจริงๆหรือ?” โจวย่าอวิ๋นเห็นว่าพวกเขาพูดถึงชีเหนียงบ่อยครั้งจึงหยั่งเชิงถาม
คนกลุ่มนี้พยักหน้ารับอย่างต่อเนื่อง “แน่นอนเราอยากทำความรู้จักกับเจ้าของเรือนพักผ่อนสักหน่อย ได้ยินว่าเจ้าของเป็นสตรีสตรีที่ทำกิจการได้ดีเช่นนี้ เราย่อมต้องอยากรู้จักมักจี่ มีคำพูดหนึ่งกล่าวไว้ดีแม้ไม่อาจเป็นคู่ค้าได้ แต่ความสัมพันธ์ยังคงอยู่ มีสหายเพิ่มก็มีโอกาสเพิ่ม”
เมื่อเห็นพวกเขาพูดเช่นนี้โจวย่าอวิ๋นจึงแน่ใจว่าจุดประสงค์ที่พวกเขามาก็เพื่อพบลั่วชีเหนียงกระทั่งที่โวยวายอยู่หน้าเรือนพักผ่อนก็เพียงแค่อยากเจอตัวชีเหนียงก็เท่านั้น
“ฮะๆ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ในเมื่อเป็นเช่นนี้…” โจวย่าอวิ๋นหันไปสั่งเฉียงจื่อ “เถ้าแก่ทั้งหลายต้องการพบนายหญิงเจ้าไปเชิญนายหญิงมาที”
เฉียงจื่อมองโจวย่าอวิ๋นด้วยใบหน้าสับสนและงุนงง “ผู้ดูแลโจวท่านลืมแล้วหรือว่าฮูหยินไม่ได้อยู่ที่นี่?”
แม้ว่าเฉียงจื่อจะกดเสียงต่ำแต่เถ้าแก่ทั้งหลายก็ยังได้ยิน
โจวย่าอวิ๋นถามกลับ “นายหญิงไม่อยู่หรือ? ตามหลักแล้วเมื่อสินค้ามาถึง นายหญิงก็ควรกลับมาแล้วนี่นา?”
เฉียงจื่อไม่รู้ว่าโจวย่าอวิ๋นกำลังใช้ไม้ไหนกันแน่จึงไม่กล้าพูดมาก เพียงแต่ส่ายหน้าอย่างเดียว “ไม่ยังไม่เห็นฮูหยินกลับมาขอรับ”
โจวย่าอวิ๋นจึงรีบหันกลับมา “ต้องขออภัยทุกท่านด้วยขอรับช่วงนี้นายหญิงของเราไม่อยู่ หรือไม่รอวันหลัง หากนายหญิงกลับมาเมื่อไหร่ ข้าจะรีบไปเชิญทุกท่านด้วยตนเองดีไหมขอรับ?”
เถ้าแก่ฝางกับคนอื่นๆมาที่นี่ด้วยจุดประสงค์ที่ว่าอยากเห็นตัวจริงของนายหญิงแห่งเรือนพักผ่อนอันหยางพวกเขารับเงินจากผู้อื่นมาย่อมต้องทำหน้าที่ให้สำเร็จแล้วจะจากไปเพียงเพราะคำพูดเรียบง่ายของโจวย่าอวิ๋นได้อย่างไร
“เป็นไปไม่ได้! ก่อนเราจะมาได้สืบมาแล้วนายหญิงของพวกเจ้าไม่ได้ออกไปไหนด้วยซ้ำ?”
คำว่าสืบมาแล้วบ่งชี้ได้ชัดเจนว่าคนเหล่านี้พุ่งเป้ามาที่ลั่วชีเหนียง
“นายหญิงของเราออกไปแล้วจริงๆหากท่านทั้งหลายไม่เชื่อก็ถามคนของเราที่นี่ก็ได้ ว่าไม่ได้พบนายหญิงมานานแค่ไหนแล้ว?”
โจวย่าอวิ๋นพูดเช่นนี้คนที่ตั้งแผงอยู่แต่ละคนก็รีบช่วยเป็นพยาน
“นายหญิงไม่ได้ปรากฏตัวนานแล้วแต่ก่อนหากนายหญิงอยู่ จะต้องมาตรวจงานแน่นอน”
“ใช่แล้ว นายหญิงเราทุ่มเทตั้งใจมาตลอด”
“……”
คนของเรือนพักผ่อนช่วยกันพูดกระทั่งลูกค้าที่มาประจำก็ช่วยพูด
“มิน่าก่อนหน้านี้มักจะเห็นสตรีนางหนึ่งวนเวียนอยู่แถวแผงร้านค้าคิดว่านั่นคงเป็นเจ้าของสินะ?”
“ใช่ใช่ใช่นั่นคือนายหญิงของเรา”
“นายหญิงพวกเจ้ารูปโฉมงดงามนัก!”
เมื่อมีลูกค้าเป็นพยานเถ้าแก่ฝางและคนอื่นๆ ก็ไม่อาจโวยวายต่อไปได้อีก
โจวย่าอวิ๋นมองดูแผ่นหลังของพวกเขาที่จากไปอย่างเร่งรีบก่อนจะรีบให้เฉียงจื่อนำสาส์นส่งไปให้ลั่วชีเหนียงที่เมืองชิงหยาง
“คนเหล่านี้มาหนหนึ่งย่อมต้องมีหนที่สอง เจ้าจะต้องนำสาส์นนี้ไปส่งให้ถึงมือนายหญิงนะ”
เฉียงจื่อรับรู้ถึงความร้ายแรงของนี้ก่อนจะรับคำหนักแน่น รับประกันว่าต้องทำภารกิจให้สำเร็จ
ทางด้านสิงเหล่าซื่อหลังจากกลับมาก็มาหาโจวย่าอวิ๋นด้วยสีหน้าย่ำแย่
“เป็นอย่างไรบ้าง?”
“สถานการณ์ไม่ดีนักคิดว่ามีคนจะเล่นงานเรา” สิงเหล่าซื่อตอนนี้ไม่มีแก่ใจโมโหอันใดอีกแล้วบอกเล่าสิ่งที่สืบรู้มาให้อีกฝ่ายฟัง
……
ณเมืองชิงหยาง ชีเหนียงเองก็รู้สถานการณ์ของการวิจัยเครื่องปรุงจากหลิงชางไห่
“ก่อนหน้านี้ทำสำเร็จออกมาหนึ่งชุดเพียงแต่ว่าสีกับรสชาติยังต่างจากที่เจ้าเคยบอกไว้เล็กน้อยทว่าข้ากับยายโจวทดลองกินดูแล้ว รสชาติดียิ่งนัก เพียงแต่ต่อมาข้ามาที่นี่เรื่องที่เหลือก็มีจ้าวจือชิงดูแลจัดแจง” หลิงชางไห่พูดขณะที่ใช้พู่กันวาดสีและรสชาติของเครื่องปรุง“ชีเหนียง คนเหล่านั้นคือคนที่เจ้าให้จ้าวจือชิงจัดหามาจริงหรือ?”
“เกิดอะไรขึ้น? มีปัญหาอะไรหรือ?”
“ก็ไม่ได้มีปัญหาอะไรเพียงแต่คนเหล่านั้นเหมือนจะไม่ใช่ช่างปกติ มีกลิ่นอายแปลกๆ แผ่ออกมาจากตัวแต่ข้าก็พูดไม่ถูก”
เพื่อไม่ให้หลิงชางไห่เป็นห่วงชีเหนียงจึงไม่บอกความจริงกับเขา “คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนที่มีปัญญาเป็นเลิศกว่าจะหาพวกเขามาได้ก็ใช้เรี่ยวแรงไปไม่น้อยคนที่มากความสามารถย่อมไม่เหมือนกับคนธรรมดา”
แม้จะปลอบโยนหลิงชางไห่เช่นนี้แต่ในใจชีเหนียงกลับเกิดความสงสัยกับการกระทำของจ้าวจือชิงหนักกว่าเดิมจากความเข้าใจที่นางมีต่อจ้าวจือชิง แม้ว่าเขาจะมีความสามารถมากมายแต่ไม่มีทางหาคนที่ใช้ได้มากมายภายในระยะเวลาอันน้อยนิดเช่นนี้
จ้าวจือชิงเหมือนจะคาดการณ์บางสิ่งได้อยู่แล้วว่าชีเหนียงจะมาถามเขาเขาลูบศีรษะป้อยๆ “นี่ไม่ใช่คนที่ชีเหนียงส่งมาหรือ?”
“ข้าส่งไปตั้งแต่เมื่อใด?” ชีเหนียงเห็นเขาถามเช่นนี้ก็รีบให้เขาเล่าว่าคนเหล่านี้มีที่มาเช่นไร
จ้าวจือชิงแกล้งทำเป็นกลอกตาแล้วนึก “ตอนนั้นมีชายสวมหน้ากากมาหาข้าแล้วยังนำสาส์นจากเจ้ามาบอกว่าคนเหล่านี้คือคนที่เจ้าสั่งให้เขาช่วยหามาจะจัดสรรอย่างไรก็ให้ข้าตัดสินใจเอง ข้าไตร่ตรองว่าสิ่งที่ช่วงนี้เจ้าสนใจที่สุดหนีไม่พ้นเรื่องเครื่องปรุง พอสอบถามดู พวกเขาก็ช่างเหมาะสมข้าจึงจัดแจงให้พวกเขาไปที่โรงผลิต”
เมื่อพูดจบจ้าวจือชิงก็เปลี่ยนสีหน้าอย่างรวดเร็ว “ชีเหนียงเดิมทีข้าคิดว่าจะให้เจ้าบอกกับข้าว่าชายสวมหน้ากากผู้นั้นคือใครตอนนี้เจ้ามาถามเอง เจ้าจะบอกตัวตนของเขาได้หรือไม่?”
ชีเหนียงได้ยินเรื่องชายสวมหน้ากากก็รู้ว่าคือคนที่นางพบในคืนนั้นเพียงแต่คิดไม่ถึงว่าคนผู้นั้นจะหลอกจ้าวจือชิงได้ด้วยต้องรู้ว่าจ้าวจือชิงคือคนที่เข้าใจนางมาก คนผู้นั้นถึงขั้นลอกเลียนลายมือของนางโดยไม่ถูกจับได้
ตกลงว่าชายชุดดำสวมหน้ากากคือใครกันแน่? เหตุใดจึงคุ้นเคยกับตนเองเช่นนี้กระทั่งนางสามารถรับรู้ได้อย่างเลือนรางว่า คนผู้นี้รู้แผนการของนางด้วยเช่นกัน
“สิ่งที่ไม่ควรถามเจ้าก็อย่าถามจะดีกว่า”
ชีเหนียงไม่อยากให้คนรู้เรื่องชายลึกลับจึงแกล้งทำเป็นรำคาญ
จ้าวจือชิงเห็นว่านางไม่ยอมพูดจึงรู้ว่าตนเองเดิมพันได้ถูกทาง ชีเหนียงมีแผนคล้ายกับเขามิเช่นนั้นคงไม่มีทางปกป้องคนที่เพิ่งพบกันเพียงครั้งเดียวเช่นนี้
กลางดึกชายสวมหน้ากากมาหาชีเหนียงอีกครั้ง
“ในเมื่อเจ้ารู้ถึงการมีตัวตนของข้าแล้วเช่นนั้นข้าก็จะไม่ปิดบัง ข้ามีบางอย่างอยากบอกกับเจ้า” พอเจอกันชายสวมหน้ากากก็บอกกล่าวแผนของตนทันที
ชีเหนียงคิดอยู่แล้วว่าเขาจะต้องมาหาตนอีกเพียงแต่คิดไม่ถึงว่าจะเร็วเพียงนี้ คาดว่าเรื่องที่นางกับจ้าวจือชิงคุยกันตอนกลางวันเขาคงรู้แล้ว ดังนั้นจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องปรากฏตัวเช่นนั้นก็เท่ากับว่านางถูกคนผู้นี้จับตาดูมาโดยตลอด
-----