สมุนร่างผอมแสยะยิ้มนิดๆ เขารู้สึกดีใจที่ได้พบคู่แค้น จึงทักทายด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“ เหอๆ โลกมันกลม เผลอแผล็บเดียว ก็เจอกันอีกแล้ว ”
“ เหอๆ ” มาวินหัวเราะแห้งๆ โดยส่วนตัวเขายังขยาดอันธพาลกลุ่มนี้อยู่ เพราะเด็กหนุ่มเกือบไม่รอดจากการปะทะครั้งที่แล้ว ส่วนเด็กสาวร่างสูงไม่แสดงอาการใดๆ เธอยังคงยืนนิ่ง สีหน้าและแววตาดูตายด้าน
“ ไอ้หนู คราวนี้แกไม่รอดแน่ ส่วนนังหนูนักกังฟู รับรองว่าแกต้องไม่จบแค่เจ็บตัว” สมุนร่างผอมข่มขู่ ปิดท้ายด้วยการหัวเราะใส่ ท่าทางเหมือนมีนัยยะแอบแฝงอยู่
“ เหอๆ ดีใจด้วยนะ จัน เฮ้ย..ไม่ใช่ ยัยโย่ง เธอไม่ต้องใช้ของเล่นผู้ใหญ่อีกต่อไปแล้ว ” มาวินหันมายิ้มแหยๆให้กับเด็กสาวที่ยืนขรึม ทว่าเ้าตัวกลับไม่เข้าใจ แถมยังสงสัยว่าของเล่นผู้ใหญ่คืออะไร แต่แล้วก็นึกขึ้นมาได้ว่าไม่ถามจะดีกว่า เพราะสิ่งที่ออกจากปากของลิงน้อยตัวนี้ คงไม่พ้นเื่ไร้สาระ
ชายฉกรรจ์นับ 10 ยืนถือไม้กระบองยาวคุมเชิง แต่ไม่ได้บุกเข้ามา คล้ายมีเจตนาแค่ตรึงกำลัง ท่าทางดูขึงขังจนมาวินไม่กล้าเปิดงาน จึงหันกลับไปถามเด็กสาวร่างสูงด้วยเสียงกระซิบ
“ เฮ้ ยัยโย่ง เราจะทำยังไงต่อไป ”
เด็กสาวนิ่งตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวช้าๆ
“ ตอนแรกชั้นคิดจะฝ่าออกไป แต่พวกมันถือไม้พลองที่มีระยะโจมตีกว้าง จึงน่าจะเป็เื่ยาก ”
“ ขนาดนั้นเลยเหรอ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวทำหน้ามึน
“ ใช่ ต่อให้คนที่ฝึกวิชามานานอย่างชั้น ยังไม่มั่นใจว่าทำได้ ระดับฝีมือแบบนายยิ่งไม่มีหวัง ” เด็กสาวตอบตรงๆ โดยไม่คิดจะถนอมน้ำใจของผู้รับฟัง
พอเด็กหนุ่มหัวเขียวได้ยินคำสบประมาท เขาก็ถึงกับหัวร้อนจนควันออกหู
“ ในเมื่อดูถูกกันแบบนี้ เห็นทีต้องลองของกันหน่อย ”
เด็กสาวร่างสูงซ่อนยิ้มไว้ภายใน จากนั้นก็ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
“ ก็ลองดู ระวังระยะโจมตีของพวกมันให้ดี ”
“ เชอะ ” เด็กหนุ่มสบถเบาๆ พลางย่อตัวลงต่ำ เพื่อเตรียมจู่โจม
เมื่อกลุ่มชายฉกรรจ์เห็นเด็กหนุ่มหัวเขียวทำท่าจะเปิดฉาก พวกเขาก็ระวังตัวมากขึ้น มือกระชับไม้พลองแน่นกว่าเดิมอีกเท่าตัว
ทั้งสองฝ่ายนิ่งอยู่อึดใจ มาวินก็เป็ฝ่ายบุกก่อน เขากระโจนขึ้นสูงสามเมตร ก่อนจะกางกรงเล็บ เพื่อเตรียมขย้ำศัตรูจาก้า ปากก็ร้องะโ เพื่อสำแดงเดชข่มขวัญคู่อริ
“ กระบวนท่าแมวป่าขย้ำเหยื่อ ”
แต่ก่อนที่มาวินจะถึงตัว ก็ต้องพบฝูงไม้พลองนับสิบที่พุ่งสวนเข้ามา ด้วยความที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ เลยไม่อาจหลบหลีก ทุกเพลงพลองจึงกระทบกายของเด็กหนุ่ม
“ จ้าก อู้ก แอ้ก อั้ก ว้าก ” เมื่อร่างเล็กเพรียวถูกไม้พลองทิ่มแทง เด็กหนุ่มก็ร้องลั่นป่าด้วยความเ็ป โดยที่เสียงครวญในแต่ละครั้งแทบไม่ซ้ำกันเลย
ความแรงของเพลงพลอง ทำให้เด็กหนุ่มกระเด็นถอยหลังลงไปนอนวัดพื้น เด็กสาวร่างสูงที่ยืนอยู่ไม่ห่าง จึงกล่าวทักทายแบบติดตลก
“ ไง กลับมาแล้วเหรอ เร็วจริงๆ”
“ แค่กๆ แทบกระอักแน่ะ เ้าพวกนี้มันแทงชั้นไม่นับแผล ” เด็กหนุ่มกระแอมไอ ท่าทางดูจุกเสียดมิใช่น้อย
“ ก็นายนี่ล่ะนา ชั้นเคยบอกแล้ว ท่าแมวป่าขย้ำเหยื่อต้องใช้ตอนศัตรูเริ่มเสียหลัก ไม่ใช่ตอนพวกมันตั้งพลองรอแบบนี้ เจ็บตัวก็สมควร ” เด็กสาวอธิบายยาวเหยียดถึงจุดอ่อนของกระบวนท่า
“ แค่กๆ ก็กะโชว์พาวให้เธอเห็นซะหน่อย จะได้ไม่ดูถูกกันอีก ” เด็กหนุ่มกระแอมไออีกระลอกสุดท้ายก็ค่อยๆลุกขึ้นยืน ดูเหมือนเขาจะาเ็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ ดูถูกกับการเตือนสติให้รู้จักตัวเอง มันแตกต่างกัน ” เด็กสาวพูดทิ้งท้ายให้ได้คิด พลางตั้งท่าต่อสู้บ้าง
“ จ้าๆ แม่อาจารย์สาว ลูกศิษย์ยอมรับแล้วว่าห่วย ว่าแต่ถ้าเป็เธอ จะรับมือกับพวกมันยังไง ” หลังถูกอัดไปหนึ่งชุดใหญ่ สมองของมาวินก็เริ่มกลับมาทำงาน
“ ที่เ้าพวกนี้ไม่บุกเข้ามา เพื่อรอพรรคพวกมาเพิ่ม ซึ่งถ้าเป็แบบนั้นจริง เรามีสิทธิ์แพ้สูง ดังนั้นทางเดียวคือ….ต้องชิงลงมือ ” เด็กสาวเผยไต๋
“ อืม แต่คงต้องหาวิธีที่เนียนกว่านี้ เพื่อบุกเข้าไป ไม่งั้นจะเป็แบบชั้น ” เด็กหนุ่มหัวเขียวลองปรึกษา
“ ชั้นก็กำลังคิดอยู่เหมือนกัน นายพอมีแผนมั้ยล่ะ ” เด็กสาวร่างสูงย้อนถาม
มาวินยิ้มขรึมๆ หัวสมองพยายามคิดถึงภาพเหตุการณ์ใน่ที่ฝึกวิชา พร้อมคำนึงถึงสิ่งที่สามารถทำได้ ไม่นาน เขาก็นึกออก
“ เยี่ยม ใช้วิธีนี้ดีกว่า ”
“ เอ๊ะ เ้าลิงหัวเขียว นายจะใช้วิธีอะไร ” เด็กสาวร้องถามรัวเร็ว มาวินจึงหันกลับมายิ้มกวนๆ
“ ง่ายๆ ลุยตรงๆไม่ได้ ก็ทำให้พวกมันแตกแถวก่อน พอมั่วเมื่อไหร่ เราค่อยเข้าไปเก็บ ส่วนของที่ใช้...ก็ตกอยู่เต็มพื้น ”
ได้ยินเพียงเท่านี้ เด็กสาวก็ฉีกยิ้ม เพราะรู้แล้วว่าสิ่งที่มาวิน้าสื่อคืออะไร
“ หัวดีมาก เ้าลิงหัวเขียว ”
“ ไว้ตีพวกมันแตก ค่อยชมดีกว่า เริ่มกันเลยเถอะ ยัยโย่ง ” มาวินตอบกลับ สีหน้าดูมั่นใจสุดๆ
“ โอเค ” เด็กสาวร่างสูงรับคำ ก่อนใช้ปลายเท้างัดก้อนหินที่อยู่บนพื้นให้ลอยสูง จากนั้นก็เตะมันให้พุ่งตรงไปยังกลุ่มชายฉกรรจ์
“ โอ๊ย ” เสียงร้องลั่นด้วยความเ็ปดังมาจากชายคนหนึ่ง เพราะถูกหินก้อนเขื่องอัดเข้าไปที่กลางศีรษะจนทำให้ล้มลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้า
วัยรุ่นทั้งสองอมยิ้ม พวกเขาดีใจที่แผนประสบความสำเร็จ เด็กสาวร่างสูงจึงรีบจู่โจมต่อ เธอใช้เท้างัดหินที่อยู่บนพื้นให้ลอยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว พริบตาต่อมา ะุหินลูกที่สอง สาม สี่ ห้า ก็ตามมาติดๆ
“ โอ๊ย อ้าก อุ้ย อุ้บ เอ๋ง ” เสียงร้องด้วยความเ็ปของเหล่าชายฉกรรจ์ดังระงม เพราะพวกเขาต้องเผชิญกับพายุะุหินที่ปลิวเข้ามา
“ เฮ้ย อย่าแตกตื่น ตั้งขบวนรับเอาไว้ซิ เ้าพวกโง่ ” สมุนร่างผอมร้องบอกเสียงหลง แต่ตัวเองกลับถอยหนี เพื่อให้พ้นรัศมีการจู่โจมของะุหิน
มาวินฉีกยิ้มกว้าง สายตามองกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังสับสนอลหม่าน ไม่มีใครตั้งกระบวนรับเลย เพราะมัวแต่ปัดป้องะุหินที่พุ่งเข้ามา ครู่หนึ่ง เขาก็ร้องบอกเด็กสาวร่างสูงผู้กำลังทำหน้าที่สไนเปอร์
“ เอาล่ะ กระบวนมันแตกแล้ว ชั้นจะเล่นลูกสมุน พอล้มพวกมันหมด เธอก็จัดการเ้าตัวหัวหน้า ”
“ อืม..... ” เด็กสาวร่างสูงรับคำสั้นๆ แต่ยังทำหน้าที่ยิงะุหินด้วยเท้าอย่างต่อเนื่อง
เด็กหนุ่มหัวเขียวหันกลับไปมองกลุ่มศัตรู จากนั้นก็พุ่งเข้าจู่โจม พอถึงตัว ก็ปล่อยขวาตรงใส่ชายฉกรรจ์ที่อยู่ใกล้สุด
“ พลั๊ก ”
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังสนั่น ด้วยแรงหมัดที่เพิ่มพูนจากการฝึก ประกอบกับการรุกเร็วชนิดไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายตั้งตัว ทำให้ล้มชายผู้เคราะห์ร้ายลงไปนอนนับดาวในทีเดียว
“ เฮ้ย ไอ้เด็กหัวเขียวบุกเข้ามาแล้ว” ชายหัวล้านร่างสูงวัย 30 ต้นๆ ซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ ร้องเตือนพรรคพวก แต่ไม่ทันจบประโยค ก็ถูกมาวินถีบเข้าไปที่หน้าท้อง
“ อุ้บ ” ชายผู้นั้นตัวงอ เขารู้สึกจุกเสียดอย่างรุนแรง แต่ไม่ทันได้ทำอะไรต่อ ก็ถูกฝ่าเท้าอีกข้างงัดปลายคางจนหน้าหงาย
“ ระวัง ” ชายหัวล้านพูดได้เท่านั้น ก็ล้มลงไปนอนแผ่หลาอีกคน
แม้มาวินจะเก็บลูกสมุนได้ถึงสองคนในเวลาเดียวกัน แต่พวกที่เหลือก็รู้ตัวว่ามีข้าศึกบุกประชิด ชายหน้าบากร่างสันทัดเลยกระชับไม้พลองแน่น เพื่อเตรียมฟาดท้ายทอยของเด็กหนุ่ม
“ เฮ้ย ” มาวินไม่ทันระวัง เพราะถูกจู่โจมจากทางด้านหลัง แต่ก่อนที่ไม้พลองจะกระทบเป้าหมาย ก็มีหินก้อนเขื่องวิ่งมาปะทะขมับของชายหน้าบาก
“ โอ๊ย….. ” นักเลงหัวไม้แหกปากร้อง ก่อนเซถลาด้วยท่าทางที่คล้ายนกปีกหัก มาวินเห็นจังหวะดี จึงพุ่งเข้าไปรัวกรงเล็บใส่แบบไม่ยั้ง
“ พยุหกรงเล็บแมวป่า ย่ะ ย่ะ ย่ะ…… ”
“ อุ้ก……. ” นักเลงหัวไม้ร้องอุทานในทุกดอกที่ถูกอัด พอโดนรัวกรงเล็บใส่นับสิบจุด เขาจึงทรุดฮวบลงไปนอนคว่ำหน้า
เด็กหนุ่มหันกลับมามองชาวแก๊งที่เหลือ คนเ่าั้ไม่ได้กรูเข้ามาใช้ไม้พลองต้านศึกแต่อย่างใด เพราะหวั่นเกรงะุหินที่ปลิวเข้ามาอย่างต่อเนื่อง
“ แฮ่กๆ เหลืออีกห้าคน ชักหมดมุกแล้ว จะทำยังไงดีนะ ” เด็กหนุ่มหอบเบาๆ พลางคิดในใจ
ระหว่างที่มาวินมัวเเต่คิดว่าจะเดินเกมต่อไปยังไง เด็กสาวปริศนาก็ะโเข้าไปกลางกลุ่มชายฉกรรจ์ วินาทีต่อมา เธอได้หมุนตัวเตะไปรอบทิศอย่างรวดเร็ว ทำให้เหล่าอริร้ายถูกเพลงเท้าอัดใส่จนกระเด็นกระดอน
“ สุดยอด ” เด็กหนุ่มหัวเขียวอุทานดัง เมื่อเห็นการโจมตีที่เดือดจัด
เด็กสาวร่างสูงยืนจังก้าอยู่กลางวง โดยมีชายฉกรรจ์ห้าคนนอนกองอยู่รอบตัว ทุกคนล้วนถูกเพลงเท้าขับกล่อมจนนอนหลับ
“ โห……โคตรเท่อ่ะ ” เด็กหนุ่มหัวเขียวยกนิ้วโป้งให้ เมื่อเห็นฉากเปิดตัวสุดเจ๋งของเด็กสาวร่างสูง
แม้จะโจมตีได้สุดยอดปานใด แต่เด็กสาวร่างสูงดูไม่สนภาพลักษณ์ของตัวเอง เธอรีบพุ่งเป้าไปยังสมุนร่างผอมที่ยืนโดดเดี่ยว
“ ไง เ้าผอม เหลือนายคนเดียวแล้ว จะสู้หรือจะหนี ” มาวินหยอกเย้า
“ เฮ้ย เก่งจริง อย่ารุมสิวะ เป็ลูกผู้ชายรึเปล่า ” สมุนร่างผอมพยายามต่อรองให้มาสู้กันตัวต่อตัว น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
“ เดี๋ยวๆ แล้วเมื่อกี้ หมาที่ไหนมันรุมพวกชั้นวะ ไอ้นี่ท่าจะบ้าแล้ว ” เด็กหนุ่มหัวเขียวงงกับตรรกะสุดเพี้ยนของอีกฝ่าย
“ ไม่ต้องพูดให้มากความ ” เด็กสาวร่างสูงโพล่งขึ้นมา ก่อนจะพุ่งเข้าหาสมุนร่างผอมด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ เพื่อหวังล้มศัตรูในหมัดเดียว
จังหวะที่กังฟูสาวใกล้ถึงตัว สมุนร่างผอมก็ร้องลั่น พร้อมเหวี่ยงบางสิ่งออกมาขวางหน้า
“ เฮ้ย อย่า…… ”
เด็กสาวร่างสูงถึงกับหยุดโจมตี และแปรเปลี่ยนเป็ถอยฉากอย่างฉับพลัน
“ เอ๊ะ ยัยโย่งหยุดโจมตีทำไม ” มาวินออกอาการงงนิดๆ ท่าทีของเด็กสาวร่างสูงดูไม่ปกติเลย
กังฟูสาวยืนคุมเชิง เธอเหลือบมองสมุนร่างผอมที่ตั้งท่าสู้แบบหมาจนตรอก ในมือถืออะไรบางสิ่งที่ดูแวววาว เมื่อเพ่งมองให้ดีๆ ก็พบว่ามันคือมีดพกยาว 6 นิ้ว ปลายแหลมคม คล้ายถูกลับเป็ประจำ
“ เชอะ เล่นมีดเลยเหรอ ” เด็กสาวร่างสูงมองเหยียดๆ พร้อมปาดเืสีแดงสดที่หลั่งไหลจากพวงแก้ม ดูท่าการเหวี่ยงกวาดเมื่อครู่นี้ จะสร้างาแเล็กๆให้กับเธอ
“ ฮ่าๆ ” สมุนร่างผอมยิ้มนิดๆ ก่อนจะเริ่มหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
อาการดังกล่าว สร้างความประหลาดใจให้แก่สองวัยรุ่น เด็กสาวร่างสูงจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ กลัวมากจนเป็บ้าไปแล้วรึไง ”
“ ฮะๆ เดี๋ยวก็รู้ เข้ามาเลย นังหนูเท้าไว ” สมุนร่างผอมหัวเราะอย่างมีเลศนัย ก่อนกระชับมีดคมในมือ
“ ได้ตามคำขอ ” เด็กสาวร่างสูงย่างสามขุมเข้าหา ท่าทางรัดกุม
สมุนร่างผอมยกการ์ดซ้ายขึ้นระดับสายตา ส่วนมือขวายกมีดขึ้นสูงเหนือศีรษะ พร้อมจ่อปลายที่แหลมคมไปข้างหน้า ท่าทางคล้ายอสรพิษที่เตรียมพุ่งฉก ทำให้รู้ทันทีว่าหมอนี่น่าจะถนัดอาวุธชนิดนี้ แต่เด็กสาวร่างสูงกลับไม่หวาดหวั่น พอเข้าระยะหมัด เธอก็ยิงขวาตรงไปที่ใบหน้า
“ เฮ้ย ” สมุนร่างผอมตวัดคมศาสตราเข้ารับหมัดขวา ทว่ามีดเล่มนั้นได้แต่จั่วลม เพราะเด็กสาวดึงมือกลับไปก่อน ทำนองว่านั่นเป็แค่ต่อยหลอก พริบตาต่อมา เขาก็รู้สึกปวดแปลบที่หน้าแข้ง ด้วยเจอเตะต่ำของอีกฝ่าย
“ โอ๊ย ” สมุนร่างผอมทรุดลงเล็กน้อย ก่อนจะถูกเด็กสาวถีบไปที่หน้าท้องจนร่างผอมเกร็งกระเด็นไกล
“ อู้ย..... ” สมุนร่างผอมร้องครวญ ซักพักก็ค่อยๆยันกายลุกขึ้นยืน เขารู้ทันทีว่าระดับฝีมือห่างชั้นกันมาก แต่ไม่ทันได้ทำอะไร สายตาก็เหลือบไปเห็นเด็กสาวร่างสูงยืนค้ำหัวทางด้านขวา
“ หน็อย..... นังหนู ” สมุนร่างผอมทิ่มคมเหล็กใส่ หวังสร้างาแอีกซักหน ถึงกระนั้นมีดยาวก็ไม่ไวไปกว่าเท้าของเด็กสาว เธอเตะตวัดไปที่ข้อมืออย่างรวดเร็ว ส่งผลให้อาวุธสั้นหลุดกระเด็นออกไป
“ เอ๊ะ ” สมุนร่างผอมอุทานได้คำเดียว ก็ถูกเท้าขวาข้างที่เพิ่งตวัดเตะ วกกลับเข้ามาอัดก้านคออย่างรุนแรง ทำให้ล้มลงไปนอนกองในทันที
เวลาผ่านไปไม่กี่นาที วัยรุ่นทั้งสองก็เก็บเหล่าร้ายนับสิบได้สำเร็จ พวกมันนอนระเกะระกะอยู่ตามพื้น
“ ฮะๆ พวกเรานี่สุดยอดจริงๆ เก็บพวกมันได้คนละครึ่ง ” เด็กหนุ่มยืดอก พร้อมคุยโม้โอ้อวด ทั้งที่ความจริง เขาเก็บไปแค่สี่คน ขณะที่เด็กสาวฟาดเรียบถึงเจ็ดคน
“ ไปกันได้แล้ว เ้าลิงหัวเขียว เดี๋ยวฝูงใหญ่ของพวกมันมาถึง เราจะลำบาก ” เด็กสาวร่างสูงไม่สนการคุยโต เธอกระตุ้นเตือนให้รีบหนีโดยเร็ว
“ แหม.....จะอยู่ปลาบปลื้มอีกซักหน่อย ก็ไม่ได้ ” เด็กหนุ่มบ่นอุบอิบ
ทันทีที่ทั้งคู่เตรียมจากลา ก็เกิดเหตุประหลาด เด็กสาวร่างสูงทรุดตัวลงไปนั่งชันเข่า ใบหน้าบิดเบี้ยว คิ้วขมวดนิ่ว คล้ายพยายามข่มความเ็ปที่กำลังแผ่ซ่านไปทั่วร่าง
“ เฮ้ย ยัยโย่ง เธอเป็อะไร ” เด็กหนุ่มร้องถามเสียงหลง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
