บทที่ห้า
ชายร่างั์
ภายในใจของจางหยวนสั่นรัวด้วยความหวัดกลัวมองเห็นชายร่างกายใหญ่โตที่อยู่บริเวณด้านหน้าในยามนี้
ร่างกายสูงตั้งตระหง่านราวกับภูผาขนาดใหญ่ทั่วทั้งร่างกายเต็มไปด้วยมัดกล้ามชายผู้นี้มีผิวสีเข้มมีใบหน้าที่ดุดันสวมใส่ชุดเนื้อสัตว์หนามองดูภายนอกน่าจะเป็ชายที่มีอายุเราราวซักประมาณสี่สิบปี
มันกำลังมองตาขวางมาที่จางหยวนมองเห็นดวงตาคู่นั้นที่ต้องลองมาหาตนเองภายในใจกำลังสั่นกลัว
แน่นอนว่าภายในใจสั่นกลัวนั้นก็ไม่ได้ร่างกายของผู้ที่อยู่ด้านหน้าเห็นที่แล้วน่าจะสูงมากกว่าสองเมตรเสียด้วยซ้ำ
“ น่ากลัว… ความสูงนี่มันอันใดกันเอาเทียบกับคนภายในโลกที่ตัวของเราจากมาสูงเกินสองเมตรเห็นจะได้”
ในตอนนี้คิดภายในใจด้วยความหวัดกลัวชายผู้นี้ไม่ได้มีเพียงแค่ร่างกายที่สูงเท่านั้นแต่ว่าทั่วทั้งร่างกายยังเต็มไปด้วยมัดก้ามที่ดูสมบุกสมบัน
ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบรอบยามแรกไม่ใหญ่ดีแม้แต่น้อยแต่เมื่อเห็นเขาชนเข้ากับชายร่างกายใหญ่โตผู้นี้พวกมันต่างพากันหันมามอง
แต่ไม่ได้เพียงแค่หันมามองเท่านั้นพวกมันยังพากันนำร่างกายของตนเองออกห่างจากบริเวณนี้
จางหยวนยิ่งรู้สึกสงสัยว่าชายผู้ที่อยู่ด้านหน้านั้นเป็ผู้ใดกันแน่
ก่อนที่จะมีเสียงของคนผู้หนึ่งดังขึ้นมา “ นั้นมันหย่งคังมิใช่หรือ?”
“ ใช่แล้วรีบออกไปจากบริเวณนี้เร็ว!!! ” ชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบรอบเริ่มทำการทยอยเดินออกไปจากบริเวณนี้
ชายผู้ที่มีนามว่าหย่งคังนี้เป็พรานป่าอาศัยอยู่บริเวณด้านนอกเมืองแต่ว่าผู้คนนั้นต่างพากันหวัดกลัวเพราะมีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับเขา
โดยข่าวลือมากมายเกี่ยวกับหย่งคังผู้หนีเป็ผ่านป่าที่มีนิสัยโเี้แถมยังมีข่าวหรือว่าเขานั้นสังหารมนุษย์เพื่อนำมาเป็อาหาร
เลยมีผู้คนมากมายที่ต่างตั้งชื่อเขาว่าเป็พรานป่ากินคนนั่นคือชื่อที่ผู้คนภายในเมืองต่างพากันรู้จักดี
มันเลยทำให้ผู้คนมากมายต่างพากันหวาดกลัวชายผู้นี้
บุคลิกท่าทางของเขาภายนอกก็ดูหน้าหวาดกลัวมีร่างกายที่สูงไม่เพียงพอแต่ยังมีร่างกายที่ดูสมบุกสมบันเลยทำให้ร่างกายนั่งดูหน้าเกรงกลัวไปอีก
แถมยังมีใบหน้าที่ไม่เป็มิตรมีผิวสีเข้มทั่วทั้งร่างกายเองก็มีาแมองภายนอกผู้คนส่วนใหญ่ก็ต่างพากันออกห่าง
จางหยวนมองเห็นผู้คนที่อยู่บริเวณรอบรอบพากันออกห่างภายในใจเริ่มรู้สึกไม่ดี
ยามนี้รู้สึกว่าชายผู้ที่อยู่ด้านหน้าชัดน่าจะมีอันใด
ในขณะที่นั่งอยู่ที่พื้นด้วยท่าทางแข็งค้างหย่งคังผู้นั้นยื่นมือเข้ามาก่อนที่จะคว้าจับร่างกายของจางหยวนดึงขึ้น
ดวงตาของคนผู้นั้นยังคงแสดงแววตาที่ไม่เป็มิตรแต่กลับพูดออกมาด้วยคำคำหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจ “ ภายในเมืองเช่นนี้ไม่เหมาะกับเ้า”
“ ไม่มีที่ไปก็ไปหาข้าที่นอกเมือง ”
พูดจบชายผู้นั้นก็ได้เดินออกไปจากบริเวณนี้ทิ้งไว้แต่เพียงแค่จางหยวนที่แสดงใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
หลังจากที่ชายผู้นั้นได้เดินทางออกไปเรียบร้อยแล้วจางหยวนถือโอกาสนี้ในการถามผู้คนที่อยู่บริเวณนั้นว่าชายผู้นั้นเป็ผู้ใด
เมื่อสอบถามข้อมูลดูดีดีก็ได้ร่วงรู้ถึงประวัติของคนผู้นั้นคร่าวๆ
เขามีนามว่าหย่งคังอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้มาหลายสิบปีแล้วแต่ว่าอาศัยอยู่บริเวณแถบชานเมืองเป็พรานป่าที่หาของป่ามาขาย
ไม่มีครอบครัวไม่มีญาติมิตรแล้วก็ไม่มีผู้คนที่เข้าไปหาเป็เพราะว่าบุคลิกภายนอกที่น่ากลัวผู้คนถึงคิดว่าเขานั้นเป็คนที่ไม่น่าเข้าหา
เพียงเท่านั้นยังได้ยินเชียวกับข่าวมากมายกับชายผู้นั้นมาด้วยข่าวที่ว่าเขานั้นสังหารมนุษย์เพื่อนำมาเป็อาหาร
เมื่อได้รู้เกี่ยวกับเื่นี้จางหยวนก็เพิ่งทำภายในใจว่าไร้สาระ
แต่อย่างไรเสียในยามนี้เขาก็รู้สึกสนใจคนพวกนั้นขึ้นมา
ทำการสอบถามที่อยู่ก่อนที่จะเดินทางออกไปบริเวณนอกเมืองเพื่อไปพบคนผู้นั้น
…
มีเงินติดตัวเพียงแค่สามตำลึงทั้งอันตรายทั้งหวัดระแวงถ้าเกิดว่ามีผู้ใดล่วงรู้ว่ามีเงินจำนวนขนาดนี้อยู่ภายในกระเป๋าคนพิการเช่นเขาคงจะไม่พ้นโดนขูดรีด
ในยามนี้อยู่ภายในเมืองที่ดูแปลกตาไม่รู้ทิศทางว่าตัวเองจะไปไหนดีท้องนภา้าเองก็เริ่มกำลังมืดลง
หาที่อยู่อาศัยหรือที่พักเองก็ไม่สามารถหาได้สุดท้ายหลังจากที่สอบถามเกี่ยวกับที่อยู่ของชายผู้นั้นก็ได้ตัดสินใจเดินทางออกไปบริเวณนอกเมือง
ณภายในป่านอกเมืองจินหยวน
จางหยวนเดินออกมาบริเวณด้านนอกบริเวณแถบนี้มันเป็ป่าที่ห่างออกมาจากภายในเมืองประมาณหนึ่ง
หลังจากสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับชาวเมทองภายในเมืองทำให้ล่วงรู้ว่าพรานที่มีชื่อว่าหย่งคังผู้นั้นอาศัยอยู่ภายในนี้
น้องนภา้ากำลังเปลี่ยนสีบุรุษหนุ่มที่ขาเป๋หนึ่งข้างกำลังพยายามเดินโดยเร่งเท้าของตนเองให้มากที่สุด
โดยสภาพร่างกายเช่นนี้เวลาการเดินก็ไม่รวดเร็วเท่าคนธรรมดาทั่วไปใช้ชีวิตอยู่ภายในร่างกายนี้ช่างลำบาก
แต่หลังจากที่เดินผ่านตามาสักพักก็ได้มาพบเจอเข้ากับบ้านหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่ภายในป่านอกเมืองจินหยวน
บ้านไม้ที่ตั้งอยู่ภายในป่าถูกสร้างขึ้นมาอย่างลวกๆพอจะเป็ที่พักอาศัยได้มันตั้งอยู่ภายในป่าแห่งนี้พร้อมกับมีรั้วไม้กั้นบริเวณรอบรอบ
ทุกอย่างล้วนแล้วเป็งานฝีมือที่ทำขึ้นมาอย่างไม่ประณีตจางหยวนเมื่อเดินทางมาถึงสถานที่แห่งนี้ท้องนภา้าก็กำลังจะมืดอีกแล้ว
เมื่อเดินทางมาถึงบ้านหลังนี้ก็เห็นว่าบริเวณด้านหน้าบ้านมีร่างของหมูป่าถูกแขวนเอาไว้หลายตัว
ยืนทำท่าทางเก้ๆกังๆอยู่บริเวณด้านหน้ารั้วอยู่สักพักก่อนที่ชายที่มีนามว่าหย่งคังผู้ไหนจะเดินออกมาจากด้านใน
ร่างกายที่สูงราวๆสองเมตรก้าวเท้าออกมาจากประตูเมื่อมองเห็นเช่นนั้นจางหยวนเริ่มทำท่าทางไม่ถูก
เขาไม่ทันได้พูดอันใดหย่งคังหันมามองเห็นจึงเดินเข้ามาอย่างรวดเร็วแล้วเปิดประตูรั้วให้เข้ามา
ทั้งสองยังไม่ทันได้ใช้สนทนาอันใดเลยสักนิดเขาพาจางหยวนเข้ามาด้านใน
เมื่อเดินทางเข้ามาบริเวณด้านในพบเห็นว่าด้านไหนนางสะอาดกว่าที่คิดพรานป่าผู้นั้นนำเอาน้ำที่ใส่อยู่ภายในถ้วยเก่าๆเมื่อวานหนูไว้บริเวณด้านล่างพร้อมกับพูดขึ้น “ กินซะเดินมาไกลคงจะเหนื่อย”
เสียงของคนผู้นี้เต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและดูน่ากลัวเล็กน้อย
จางหยวนไม่ได้หยิบน้ำถ้วยนั้นขึ้นมาดื่มแต่ว่าเขาถามขึ้นมาก่อนเป็อันดับแรก “ เหตุใดถึงบอกให้ข้าเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้?”
หย่งคังเดินไปหยิบท่อนไม้เพื่อเตรียมก่อกองไฟเล็กๆภายในบ้านพลางพูด “ มองดูแล้วเ้าน่าจะไม่มีที่ไปภายในเมืองผู้คนมักจะมองคนที่มีรูปลักษณะแตกต่างจากพวกเขาด้วยความไม่สนใจ ”
“ แน่นอนว่าถ้าเ้าอยู่ภายในนั้นคงจะไม่มีที่นอนแล้วคงจะต้องนอนข้างถนนอย่างแน่นอนเข้าไม่ใช่คนภายในเมืองนี้? ” หย่งคังสังเกตเพียงแค่ครู่เดียวก็รู้ได้ในทันทีว่าจางหยวนไม่ใช่คนภายในเมืองนี้
เป็เพราะว่าหย่งคังอาศัยอยู่ภายในเมืองแห่งนี้นับ10 ปีไม่เคยเห็นใบหน้าของคนหนุ่มขาเป๋ผู้นี้มาก่อนเลย
“ ข้าเพิ่งเดินทางมาเพื่อรักษาตัว ยามนี้ออกมาจากโรงหมอก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ใด”
“ ถ้าเช่นนั้นก็อยู่ที่นี่ไปก่อน ”
หลังจากนั้นหย่งคังก็นำของมากมายมาต้อนรับจางหยวนเป็อย่างดีเค้ามีเนื้อสัตว์ให้กินเพราะว่าสถานที่แห่งนี้เป็บ้านของพรานป่า
หลังจากที่ทานอาหารมื้อนานเสร็จจางหยวนนอนภายในบ้านภายในบ้านแห่งนี้เป็บ้านที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยที่ไม่มีห้องแยกย่อย
ทุกอย่างล้วนแล้วรวมอยู่บริเวณส่วนกลางมิที่มีกองเพลิงสว่างไสวและให้ความอบอุ่น
จางหยวนที่เป็แขกที่มาอาศัยนอนอยู่บริเวณมุมด้านขวาแผ่นหลังนอนลงบริเวณพื้นที่แข็งกระด้างมีเพียงผ้าห่มผืนเล็กๆที่คอยห่มคุมตัวตนเองเท่านั้น
ราตรีนี้ช่างยาวนานแม้ว่าจะมีกองเพลิงกองเล็กๆคอยบรรเทาความหนาวแต่ว่าบ้านภายในป่าที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างลวกๆนี้มันก็มีความเย็นด้านนอกแทรกแซงเข้ามาอยู่มากมาย
จางหยวนนอนหนาวสั่นอยู่ภายในบ้านตลอดทั้งราตรีจนเมื่อยามเช้ามาถึงความอบอุ่นค่อยๆเข้ามาแทรกแซงภายในร่างกาย
รูเล็กๆที่เป็ช่องว่างของแผ่นไม้มีแสงสว่างไสวสองรอดผ่านเข้ามากระทบใบหน้าของจางหยวน
จางหยวนที่นอนอยู่เริ่มขยับร่างกายก่อนที่จะตื่นขึ้นมาภายในบ้านที่ว่างเปล่า
เขาขยับร่างกายของตนเองอย่างรวดเร็วรีบลุกขึ้นพบเห็นว่าไม่มีหย่งคังอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้แล้ว
จึงรีบวิ่งออกไปดูบริเวณด้านนอก…
จบบท