9
ผมเมา
อินทิราออกจากบริษัทเร็วกว่าทุกวันเธอตัดสินใจเข้าไปดูที่โรงงานหลังจากพยายามติดต่อผู้รับเหมาทำบ่อบำบัดน้ำเสียหลายครั้งแต่ไร้วี่แววเหมือนเจตนาทิ้งงานกลางคัน ทั้งที่เพิ่งรับเงินงวดแรกไปเมื่อไม่กี่วันก่อน ที่โรงงานไม่มีใครให้คำตอบที่เธอสบายใจได้เลยหญิงสาวพยายามติดต่อใครสักคนที่น่าจะมีคำตอบให้เธอได้อย่างน้อยที่สุดเธอก็อยากรู้ว่าจะตามตัวเ้าของบริษัทรับเหมารายนี้ได้ที่ไหนเพราะทั้งเบอร์โทรศัพท์และที่อยู่ที่เธอมีนั่นล้วนแต่ว่างเปล่า
“ลองถามเสี่ยวุฒิดูสิครับคุณอินเสี่ยวุฒิน่าจะรู้จักกับเ้าของบริษัทนะครับ”
นั่นเป็คำแนะนำจากทนายความคนหนึ่งที่เธอไปขอคำปรึกษาเบื้องต้นด้านกฎหมายแค่ได้ยินชื่อเสี่ยวุฒิพงษ์อินทิราก็รู้สึกเหนื่อยใจจนไม่อยากทำอะไรต่อไปในเวลานี้ หญิงสาวขับรถกลับบ้านช้าๆปล่อยเวลาให้ผ่านไปกับความครุ่นคิดจนเวลาจวนสามทุ่มจึงได้จอดรถลงหน้าบ้านแล้วถอนใจให้ความเงียบสงัดแต่ทันทีที่สายตาหันไปเห็นรถของวศินจอดอยู่ ก็ไม่อยากเข้าบ้านขึ้นมาทันที
...หรือผู้หญิงตัวคนเดียวอย่างเธอจะไร้หนทางสู้รบปรบมือผู้ชายเกเรพวกนั้นจริงๆ...
อินทิราก้าวลงจากรถเดินตรงไปยังต้นราตรีที่สูงท่วมศีรษะสูดกลิ่นหอมแรงเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกรวมกำลังใจ เอื้อมมือไปแตะช่อดอกเรียวเล็ก ราตรีต้นนี้พ่อเป็คนหาต้นกล้ามาให้เธอลงมือปลูกด้วยตัวเองเมื่อไม่กี่ปีก่อนมันต่ำกว่าหัวเข่าเธอ แต่ตอนนี้สูงพ้นศีรษะไปเกือบเมตรแล้ว
โทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้นหญิงสาวสะดุ้งสุดตัวกลัวเหลือเกินว่าจะเป็วศินหรือเสี่ยวุฒิพงษ์โทรมาซ้ำเติมข่มขู่อะไรอีกแต่ทว่าตัวอักษรภาษาอังกฤษที่บันทึกไว้ว่า k’tar ก็ทำให้เธอยิ้มออก
“สวัสดีค่ะคุณต้า”
“สวัสดีครับนี่ผมโทรมารบกวนเวลาส่วนตัวของคุณหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะอินเพิ่งกลับถึงบ้านค่ะ กำลังชมดอกไม้อยู่” เธอหันไปยิ้มให้ดอกราตรีก่อนเด็ดดอกเล็กๆ หนึ่งดอกมาถือไว้แก้เขิน
“ฮึเพิ่งกลับถึงบ้านหรือครับ”
“ค่ะมีอะไรหรือเปล่าคะ”ที่ถามแบบนั้นเพราะรู้สึกว่าน้ำเสียงเมื่อครู่แปลกหูจากที่เคยได้ยินอย่างไรชอบกล กระแสบางอย่างที่ส่งผ่านมาทางน้ำเสียงทำเอาเธอเกือบขนลุก
“ไม่มีอะไร้ผมก็แค่อยากรู้ว่าคุณถึงบ้านแล้วหรือยัง”
“อ๋อค่ะถึงแล้ว พอดีวันนี้ติดธุระข้างนอกเลยกลับบ้านช้าหน่อย”
“ครับแล้วที่บ้านอยู่กับใคร”
“ก็คุณแม่กับพี่ชายค่ะ”
“แค่นั้น”
“ค่ะก็มีคนรับใช้กับคนสวนด้วย ทำไมหรือคะ”
“ไม่ทำไมแค่สงสัยว่าคุณพูดถึงบ้านหลังไหน”
“อินมีบ้านหลังเดียวคะคงไม่เหมือนคุณ ที่อาจจะมีหลายบ้าน” เธอหยอดกลับอย่างพยายามอารมณ์ดีทั้งที่อีกฝ่ายเหมือนจะกำลังอารมณ์เสีย
“ช่ายผมมันคนหลายบ้าน มีบ้านใหญ่ บ้านน้อย บ้านเล็กๆ เยอะแยะไปหมด”
“พูดแบบนี้ทำไมคะ”รู้สึกว่าเขามาแปลก แปลกขึ้นเรื่อยๆ พูดจาแต่ละคำห้วนๆ เหมือนประชดประชันอะไรอยู่
“ก็แค่อยากให้คุณรู้ว่าผู้ชายอย่างผมมันเป็ยังไง”
“ยังไง”
“เ้าชู้เพลย์บอย หญิงเพียบ ฟันแล้วทิ้ง มีเซ็กซ์ได้กับผู้หญิงทุกคนที่ผมพอใจและต่อให้สวยราวกับนางฟ้านาง์ผมก็ไม่มีวันจริงจังด้วย ผู้หญิงเป็แค่ของเล่นบนเตียงสำหรับผมเท่านั้นเข้าใจไหมครับ”
“...”เธอเข้าใจ แต่พูดอะไรไม่ออก เหมือนมีก้อนเนื้อ แข็งๆ พุงขึ้นมาจุกแน่นอยู่เต็มลำคอ
...เกิดอะไรขึ้นทำไมจู่ๆ เขาต้องโทรศัพท์มาพูดกับเธอแบบนี้ทั้งที่เมื่อเที่ยงทุกอย่างมันตรงกันข้าม…
“ลาก่อนคุณอินหวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีก อ้อ... แต่ถ้าอยากนอนกับผมสักครั้งล่ะก็โทรมาขอนะครับ เผื่อตรงกับ่ที่ผมว่างพอจะไปเป็เพื่อนเล่นบนเตียงให้คุณได้ บาย”
ดอกราตรีหลุดร่วงจากมือก่อนน้ำตาหยดแรกจะไหลรินอาบแก้มแบบไม่รู้ตัว...อินทิราก้มมองดอกไม้บนพื้นดินผ่านม่านน้ำตาที่หลั่งทะลักออกมาอย่างน่าโมโหทำไมเธอต้องร้องไห้ ทำไมต้องอ่อนแอ กะอีแค่ผู้ชายบ้าๆ คนหนึ่งที่เธอแทบไม่รู้จัก ด้วยซ้ำ
แต่มันเกิดอะไรขึ้นทำไมเขาถึงได้...
“อินยืนทำอะไรอยู่ลูก ทำไมไม่เข้าบ้าน ตากน้ำค้างนานๆ เดี๋ยวก็ไม่สบายกันพอดี”
เสียงะโเรียกจากมารดาทำให้ร่างบางสะเทิ้นไหว อินทิรารีบยกมือปาดน้ำตาทิ้งแล้วสูดหายใจเข้าลึกพยายามปรับอารมณ์ให้สงบนิ่งโดยเร็ว
“ค่ะแม่”เธอตอบไปแค่นั้น แล้วก้าวข้ามดอกไม้บนพื้นดินไปอย่างเด็ดเดี่ยวพอมารดาเอ่ยถามเื่ข้าวปลาอาหารก็บอกแค่ว่าทานมาจากข้างนอกแล้วและรีบขอตัวเข้านอนมารดาก็ไม่ได้เซ้าซี่อะไรมากนอกจากบอกเพียงว่า
“เมื่อเย็นเด็กที่อู่เอารถของอินมาส่งให้แล้วนะแต่พี่วินขอยืมไปใช้ก่อน เห็นว่ารถเครื่องไม่ค่อยดีพรุ่งนี้อินเรียกช่างมาดูรถให้พี่เค้าหน่อยนะลูก”
“ได้ค่ะแม่อินไปนอนก่อนนะคะ”
อินทิรารีบกลับเข้าห้องไม่สนใจกิจกรรมนอนแช่น้ำที่โปรดปรานพยายามทำทุกอย่างอย่างรวดเร็วเพื่อจะได้ขึ้นไปนอนห่มผ้าบนเตียงเงียบๆ คนเดียวบอกตัวเองว่าอย่าคิดถึงใครหรืออะไรทั้งนั้น เธอต้องนอนให้หลับ พักผ่อนให้มากๆพรุ่งนี้ยังมีอะไรอีกหลายอย่างรอให้เธอเผชิญหน้าไม่ว่าจะเป็ปัญหาเื่งานหรือเื่พี่ชาย...
เธอไม่ได้คิดไม่ได้คิดอะไรแล้วจริงๆ แต่ทำไมน้ำตาถึงยังไหลรินเพราะผู้ชายที่ชื่อธานินทร์หรือเพราะใจเธอเอง
ปึ้ก!
กำปั้นหนึ่งทุบลงบนพวงมาลัยก่อนที่อีกมือจะกดตัดสายโทรศัพท์ผู้หญิงคนแรกในโลกที่เขาโทรหาถึงสองครั้งในวันเดียวกันโดยไม่มีความจำเป็ ไม่ใช่เื่งาน และที่สำคัญเธอยังไม่เคยมาอยู่ใต้ร่างเขาด้วยซ้ำแล้วทำไมเขาต้องมาใส่อารมณ์กับเื่ของเธอด้วย!
ธานินทร์อยากคิดว่า์เข้าข้างเขาที่ทำให้ได้มาเห็นภาพเมื่อครู่และโชคดีที่เมื่อเย็นเขามีงานด่วนกะทันหันจึงไม่ได้ไปเซอร์ไพร์อินทิราที่บริษัทตามที่ตั้งใจไว้กว่าจะเสร็จงานก็ดึกดื่นแต่พอขับรถออกถนนใหญ่ไม่นานก็เห็นซีดานสีขาวป้ายทะเบียนตุ๊กตาคิตตี้สีชมพูที่มั่นใจเต็มร้อยว่าเป็ของอินทิราเขาแกล้งขับตามมาอย่างอารมณ์ดี กะจะสะกดรอยตามไปให้ถึงบ้าน
แต่ที่ไหนได้บ้านที่รถของเธอเลี้ยวเข้าไปจอดกลับเป็บ้านที่เขารู้ดีว่าเป็หนึ่งในหลายๆหลังของวุฒิพงษ์!
ดวงตาสีเข้มหรี่มองไปยังเป้าสายตาเดิมประตูบ้านหลังใหญ่ที่ปิดสนิทลงหลังจากรถของอินทิราขับเข้าไปเขาจึงคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเธอ ก็แค่อยากถามให้แน่ใจว่าเธอถึงบ้านแล้วใช่ไหม
ให้ตายเถอะเธอเพิ่งกลับถึงบ้าน แต่ยังมีหน้ามาโกหกเขาว่าอยู่กับแม่และพี่ชาย ก็เห็นชัดๆว่าเพิ่งขับรถเข้าไปในบ้านหลังนั้น อินทิรากับวุฒิพงษ์มีอะไรเกี่ยวข้องกัน และเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อเที่ยงนั่นมันอะไร!
“จะไปไหนอีก!”
ภาพความเคลื่อนไหวตรงหน้าทำให้ธานินทร์หลุดปากออกมารถของอินทิรากำลังเคลื่อนผ่านประตูแล้วแล่นต่อไปใน ทิศตรงกันข้ามชายหนุ่มขบฟันเคลื่อนรถตามหลังไปห่างๆ บอกตัวเองว่า ไหนๆ วันนี้ก็เจอแต่เื่บ้าๆแล้ว ขอบ้าระห่ำทำอะไรแบบที่ไม่เคยทำดูสักวันเถอะวะ
ไม่นานและไม่ไกลจนน่าหงุดหงิดรถคันหน้าก็จอดลงริมฟุตบาทหน้าลานเบียร์แห่งหนึ่งที่จัดอยู่ในเกรดกลางๆ ชายหนุ่มพยายามข่มกลั้นความเดือดดาลในอกไม่นึกไม่ฝันสักนิดว่าผู้หญิงที่ดูหัวสูงมีการศึกษาอย่างอินทิราจะมาเที่ยวสถานที่แบบนี้
“เฮ้ย!”
อีกครั้งกับความใแต่ครั้งนี้มันมากกว่าครั้งก่อนหลายเท่าเพราะได้เห็นเต็มตาแล้วว่าคนที่ก้าวลงมาจากรถคันนั้นไม่ใช่อินทิรา
ใครวะ...นั่นคือคำถามที่ก้องอยู่ในหัวแต่สิ่งที่ตอบตัวเองได้ก็คือไอ้หมอนั่นจะเป็ใครก็คงไม่ใช่ปัญหาใหญ่เท่าเมื่อครู่นี้เขาพูดอะไรกับอินทิราไปบ้าง จำได้ไม่หมด แต่ที่แน่ๆ มันแย่มากเขาไม่เคยพูดจาโหดร้ายแบบนั้นกับผู้หญิงคนไหนเลย
ผู้หญิงทุกคนรู้ว่าเขาปากหวานแค่ไหนแต่ทำไมเมื่อครู่ถึงได้พูดออกไปด้วยอารมณ์ฉุนเฉียวขนาดนั้น
เขาโกรธโมโห หงุดหงิด งุ่นง่าน... อินทิราเป็ผู้หญิงคนแรกที่จุดชนวนความรู้สึกใหม่ๆให้ประดังประเดเข้ามาในชีวิตภายในเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง
“ซวยแล้วไง”
ธานินทร์เอนหลังหงายศีรษะโขกเบาะรถหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจ้องมองแล้วถามตัวเองว่าเขายังพอจะมีหน้าโทรกลับไปขอโทษเธอตอนนี้ไหม
เช้านี้อินทิรายังจำเป็ต้องใช้รถบิดาเพราะเมื่อคืนวศินไม่ได้กลับบ้าน ป่านนี้แล้วเธอยังไม่เห็นรถคันเก่งของตัวเองเลยหญิงสาววนรถไปจอดในซอยด้านหลังร้านเหมือนเช่นทุกวัน เพราะฟุตบาทหน้าร้านไม่เหมาะสำหรับการจอดนานๆควรเว้นว่างไว้เผื่อให้ลูกค้าตัวเองหรือร้านข้างเคียงใช้ประโยชน์ ซึ่ง ตอนนี้ก็มีรถหรูคันหนึ่งจอดอยู่แต่เช้า
กุหลาบขาวช่อใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างบันไดสะดุดตาคนมาถึงทันทีที่เปิดประตูหลังร้านเข้ามาแต่หญิงสาวก็แค่เดินผ่านไปโดยไม่ได้สนใจจะมองซ้ำ คิดว่าไม่น่าจะเกี่ยวกับตนจนกระทั่งเสียงทักจากพนักงานด้านหลังดังขึ้น
“ดอกไม้ของคุณอินนะคะมีชายหนุ่มรูปหล่อเอามาฝากให้ตะกี้นี่เองค่ะ”
“ของอินเหรอ”ความงงเกิดขึ้นพร้อมความหวาดหวั่น
ตอนนี้จะไว้ใจใครหรืออะไรได้บ้างดอกไม้ช่อสวยจากหนุ่มปริศนาที่ถูกส่งมาให้ทั้งที่ไม่ใช่เทศกาลพิเศษช่อนี้ไม่น่าไว้ใจสักนิดถ้าเป็ปีใหม่หรือวาเลนไทน์เธอจะไม่แปลกใจเพราะผู้หญิงสวยมารยาทดีมีอัธยาศรัยอย่างเธอย่อมมีผู้ชายแวะเวียนมาขายขนมจีบอยู่บ้างและพนักงานที่สนิทกันก็พอจะรู้จักผู้ชายเ่าั้
แม้นานวันเข้าพอเธอไม่ค่อยสนใจใครเอาแต่ก้มหน้าก้มตาอยู่กับหลอดทดลองและกองดอกไม้ หนุ่มๆเ่าั้ก็ค่อยถอยห่างไปทีละคนสองคน
“ค่ะลองดูสิคะมีการ์ดด้วย ของใครน้า ช่อใหญ้ใหญ่ คนให้ก็ล้อหล่อ”พนักงานสาวแกล้งหยอกล้อเ้านายคนสวยอินทิรายิ้มให้พนักงานที่สนิทกันราวกับเพื่อนเพราะทำงานด้วยกันมาั้แ่เธอยังเป็นักศึกษามือเรียวยื่นไปหยิบช่อกุหลาบขึ้นพิศก่อนจับการ์ดสีครีมที่เป็แบบพับมาเปิดอ่าน
‘ผมขอโทษ เมื่อคืนผมเมา’
ต้า
“…!”ก็คงมีแต่เขาที่เมาแล้วพูดจาฉะฉานชัดถ้อยชัดคำ จนเธอจำได้แม่นยำ!
อินทิรากัดฟันกรอดกำดอกไม้ในมือแน่นนึกทบทวนภาพตัวเองที่นอนกอดหมอนร้องไห้จนตาบวมมาทั้งคืนกับเหตุผลงี่เง่าที่เขาเอามาอ้างในเช้านี้มนุษย์ผู้ชายคงที่ไม่รู้เลยว่าความรู้สึกในแง่ดีและแง่ร้ายของผู้หญิงนั้นสร้างง่ายและทำลายง่ายได้ไม่แพ้กันตลอดค่ำคืนที่ผ่านมา แง่มุมดีๆ ที่เธอเคยคิดว่าเขามีก็ถูกแทนที่ด้วยภาพลักษณ์ร้ายๆที่เขาพูดกรอกหูเธอไปหมดแล้ว
‘เ้าชู้ เพลย์บอย หญิงเพียบ ฟันแล้วทิ้งมีเซ็กซ์ได้กับผู้หญิงทุกคนที่ผมพอใจและต่อให้สวยราวกับนางฟ้านาง์ผมก็ไม่มีวันจริงจังด้วยผู้หญิงเป็แค่ของเล่นบนเตียงสำหรับผมเท่านั้น เข้าใจไหมครับ’
“ฉันเข้าใจ”หญิงสาวเชิดหน้า ก้าวออกจากร้าน เดินมุ่งไปยังถังขยะที่อยู่ห่างไปราวสี่คูหาแต่กลับต้องชะงักเท้าให้กับร่างสูงที่ยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงเบนซ์สปอร์ตโรดสเตอร์สีดำสุดหรูอยู่ถัดจากหน้าร้านเธอไปเพียงคูหาเดียวดวงตาสีเข้มของธานินทร์กำลังจับจ้องมา ริมฝีปากเม้มสนิทเป็เส้นตรงไม่ปรากฎรอยยิ้มที่มุมปากอย่างเคยอินทิราใช้หางตาจิกมองไปเพียงครั้งก่อนเชิดหน้าก้าวเดินต่อพอถึงถังขยะก็ทิ้งของในมือลงไปอย่างไม่ลังเลแล้วหันตัวกลับ
“ใจร้ายจังกับดอกไม้สวยๆ ก็ทิ้งได้ลงคอ แล้วหนุ่มหล่อๆ อย่างผมนี่ ทิ้งลงหรือเปล่าครับ”
“ลง!”
“โธ่คนสวยหน้าก็ออกจะหวาน อย่าเล่นบทโหดนักเลยนะครับ”เสียงโอดครวญจากด้านหลังไม่ส่งผลกระทบใดๆ ต่อคนเชิดหน้าเดินกระทั่งเธอเลี้ยวเข้าร้านก็ยังตามมารังควานไม่เลิก
“เมื่อคืนผมเห็นรถคุณเลี้ยวเข้าบ้านเสี่ยวุฒิก็เลยเข้าใจผิด ที่โทรไปต่อว่าคุณก็เพราะโมโหหึง แต่พอวางหูถึงได้เห็นว่าคนขับรถคันนั้นไม่ใช่คุณและตอนนี้ผมก็รู้แล้วว่าเขาเป็พี่ชายของคุณ ผมนอนสำนึกผิดอยู่ทั้งคืนพยายามคิดว่าจะง้อขอโทษคุณยังไงดี อินครับ ยกโทษให้ผมนะ” ประโยคสุดท้ายจบลงด้วยการก้าวยาวๆไปดักหน้าก่อนที่หญิงสาวจะเดินถึงบันไดขึ้นชั้นบน
อินทิราเหล่ตามองพนักงานในร้านสามคนที่กำลังพากันก้มหน้าซ่อนยิ้มเธอเองก็เขิน ไม่นึกว่าธานินทร์จะกล้าพูดอะไรแบบนี้ต่อหน้าคนอื่น แถมพูดเสียงดังมาั้แ่หน้าร้านจนถึงตรงนี้แต่เหนืออื่นใดสิ่งที่สะกิดใจเธอแรงไม่น้อยไปกว่าเื่อื่นก็คือเื่ที่วศินไปหาเสี่ยวุฒิพงษ์ถึงบ้าน...ไปทำไม สองคนนั้นกำลังวางแผนจะทำอะไรกันหรือเปล่า
“นะครับอินดีกันนะ” คนอ้อนสาวเป็แต่กำเนิดฉีกยิ้มสู้ ชูนิ้วก้อยขึ้นกระดิกยิกๆ
“ไหนว่าเมา”เธอเลิกคิ้วย้อนถาม มองข้ามปลายนิ้วก้อยที่กระดิกยิกๆ อยู่ตรงหน้าราวกับท่อนไม้
“ก็เมารักคุณไงครับ”
อินทิราเบิกตากว้างรีบหันมองซ้ายขวาก็เห็นพนักงานสามสาวคนพากันยกมือปิดปากที่กำลังฉีกยิ้มจนแก้มปริ ไม่นึกสักนิดว่าผู้ชายคนนี้จะพูดคำว่ารักออกมาได้คล่องปากขนาดนี้ลื่นไหลราวกับพูดบ่อยจนชิน... คงใช่ก็ทุกสรรพคุณที่เขาบอกเธอเมื่อคืนมันสื่อได้ว่าคำ ‘รัก’ สำหรับเขาก็แค่คำมักง่ายที่มีไว้พูดเพื่อหวังผลรักของเขาไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งแบบที่ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะหลงละเมอเพ้อหาเขาพูดก็เมื่อ้าให้ได้มาซึ่งผลลัพท์ที่น่าพอใจ...
ผู้ชายเห็นแก่ตัวเ้าชู้ มักง่าย! เพลย์บอยพันล้าน!
“คุณ...รักฉัน?”
อินทิราแสร้งถามออกไปเสียวแ่ราวกับว่ากำลังละเมอเพ้อหาความรักจากผู้ชายสักคนที่เธอกำลังหลงใหลมาคิดได้ตอนนี้คงยังไม่สาย อย่างน้อยเจตนาเดิมของเธอก็ยังอยู่
แม้‘รัก’ จะไม่มีความหมาย แต่ ‘ผลประโยชน์’ ยังมีค่าและจำเป็กว่าความรักหลายพันเท่า
“ถ้าบอกว่าครับ... จะเชื่อไหม”
ลื่นเป็ปลาไหลเชียวนะ...อินทิราแสร้งอมยิ้มก่อนตอบไป
“ไม่กล้าเชื่อหรอกค่ะของแบบนี้ต้องใช้เวลาพิสูจน์”
“อืม...ก็จริง งั้นยกโทษให้ผมก่อน แล้วเราค่อยมาใช้เวลาพิสูจน์เื่นั้นไปด้วยกัน”
ขยิบตาให้แล้วแอบเหล่มองนาฬิกาบนผนังสิบโมงตรงเขามีประชุมแต่คิดว่าคงไม่มีสมาธิทำงานถ้าไม่ได้ทำอะไรสักอย่างให้ตัวเองสบายใจกะว่าเวลาว่างที่มีคงมากพอสำหรับการง้อผู้หญิงสักคนแม้ไม่เคยทำแต่มั่นใจว่าต้องสำเร็จในเวลาที่กำหนด
“คุณกลับไปก่อนเถอะค่ะฉันมีงานต้องทำ”
“ตกลงดีกันแล้วนะ”
“ยัง”
“โธ่...”
“ไว้ฉันอยากได้‘เพื่อนเล่นบนเตียง’ เมื่อไหร่ แล้วจะโทรหา” ไม่ได้พูดดังมากและแค่ขยับริมฝีปากตรงคำว่า ‘บนเตียง’เพราะกระดากตัวเองและแอบอายสาวๆ ที่กำลังตั้งใจแอบฟังอยู่หน้าสลอน
ธานินทร์กลอกตาขึ้นเพดานรู้ตัวว่ากำลังถูกยอกย้อน
“งั้นอย่าให้รอนานนักนะครับผมอยากเป็เพื่อนเล่นบนเตียงให้คุณใจแทบขาดแล้ว”
คนฟังตาลุกกัดฟันกรอด เหล่มองสามสาวด้านหลังชายหนุ่มแล้วคิดว่าคงไม่มีใครได้ยินคำบางคำเพราะธานินทร์ค่อนข้างพูดเบา แถมประโยคสุดท้ายยังก้าวเข้ามาใกล้อีกหนึ่งก้าว
อินทิราโต้กลับไปด้วยการกวาดตามองเรือนร่างผึ่งผายของผู้ชายตรงหน้าราวกับผู้หญิงหื่นกามแล้วยกยิ้มมุมปากให้เหมือนกับที่อีกฝ่ายกำลังทำ
“ไม่นานค่ะเพราะฉันก็ใจร้อน”เธอย่างเท้าเข้าไปใกล้เป้าหมายอีกนิดเพื่อหยอดไม้ตายทิ้งทวนพร้อมขยิบตาให้ได้เห็นกันแค่สองต่อสอง
“คืนนี้ทำตัวให้ว่างนะคะแล้วจะโทรหา”
ว้าว...ธานินทร์ร้องอยู่ในใจ ถ้าเป็ไปได้ เขาจะสั่งเวลาให้ะโข้ามไปถึงคืนนี้ในทันทีเลย
‘ว่างป่าว มีเื่คุย’
ทันทีที่ว่างจากงานหลักอินทิราก็ไลน์หาศศิวิมลทันทีรอไม่นานอีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่า
‘เค เ้านายไม่อยู่’
‘เค’
อินทิราเปลี่ยนจากไลน์เป็โทรหาโดยตรงทันทีเื่แบบนี้กว่าจะจิ้มหน้าจอคุยกันรู้เื่ก็เสี่ยงข้อนิ้วเสื่อม
“ท่าจะเื่ใหญ่นะอินมีไรว่ามา” ศศิวิมลเอ่ยคำทักเพื่อนหลังรับสายอย่างรวดเร็ว
“ใหญ่สิก็เสี่ยวุฒิกับพี่วินรวมหัวกันขู่ฉันใหญ่แล้ววันก่อนพี่วินก็เอาเงินไปผลาญอีกห้าแสน...” อินทิราเริ่มเล่าเื่ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาให้เพื่อนฟังคราวๆก่อนจะจบลงด้วยเื่ที่วุฒิพงษ์ขอเธอเป็เมียน้อย โดยมีการขู่ตบท้ายว่าถ้าไม่ยอมก็ไม่รับประกันว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของเธอ
“ช่างกล้าหน้าด้านสุดๆ บ้ากามแล้วยังหน้ามึนอีกต่างหากขู่ผู้หญิงด้วยเื่แบบนี้เท่ห์ตายชัก” คนทนฟังไม่ไหวแสดงความคิดเห็นเสียงขุ่น
“ฉันจะทำไงดีกลับบ้านไปจะเจอพี่วินหรือเปล่าก็ไม่รู้”
“เฮ้อ...แล้วแผนทอดสะพานอย่างฉลาดของแกไปถึงไหนแล้ว คุณต้าอ่ะ อ่อยเขาบ้างหรือยัง”อีกฝ่ายรีบย้อนถามเพราะหลายเื่ราวที่อินทิราเล่ามาไม่มีเื่ไหนเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เธอเอ่ยถึงเลย
“ก็มีบ้างนิดหน่อยแต่ฉันอยากให้มันรวดเร็วเด็ดขาดกว่านี้ ฉันตัดสินใจแล้วนะหมวยฉันจะยอมทำทุกอย่างให้ได้เขามาเป็พวกเดียวกับฉัน”
“ดีๆลุยเลย ถ้าแกได้เดินควงแขนเขาเร็วเท่าไหร่ โอกาสที่เสี่ยวุฒิกับพี่วินจะหาเื่แกล้งแกก็จะน้อยลงเท่านั้นใครๆ ก็ เกรงบารมีคุณต้าทั้งนั้นแหละ”
“แต่ปัญหาก็คือฉันยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงให้รวดเร็วเด็ดขาด”ความจริงก็พอคิดออกอยู่บ้างแต่ยังกล้าๆ กลัวๆ เลยต้อง การเสียงสนับสนุนหน่อย
“แกหมายถึงแผนรวบหัวรวบหางคุณต้าใช่ม่ะ”
อินทิราอ้าปากค้างกับคำถามแทงใจดำของเพื่อนยอมรับว่าอายที่ตัวเองแอบคิดถึงขั้นนั้น ถ้าหัวใจกับสมองแยกเป็สองซีกตอนนี้ซีกหนึ่งก็กระซิบบอกเธอว่าถ้าไม่ถึงขั้นนั้นก็อาจชักช้าไม่ทันการและอีกซีกก็แย้งมาว่า คิดทำบ้าอะไรเนี่ย
“ฉันต้องทำถึงขนาดนั้นไหมล่ะถ้าแกเป็ฉันแกจะทำไหม”
“อืม...ถ้าฉันเป็แกนะ ฉันคงวิ่งใส่เขาไปตั้งนานแล้วล่ะอิน เพราะถ้าฉันสวย รวย และท่าทางฉลาดๆอย่างแก ฉันต้องมั่นพอที่จะทำให้ผู้ชายสักคนหลงรัก”
“แกให้กำลังใจฉันได้ดีมาก”แม้เสียงจะใกล้เคียงประชดแต่อินทิรารู้ว่าเพื่อนเข้าใจว่าเธอพูดจริง“แต่ฉันไม่หวังเื่รักหรือไม่รักหรอก แกก็รู้ว่าฉันทำเพราะอะไร”
“อืมๆก็ดี เผื่อใจไว้จะได้ไม่เจ็บนักเวลาผิดแผนอย่างคุณธานินทร์คงไม่ถูกผู้หญิงรวบง่ายๆ หรอกแต่ฉันก็แอบหวังนะว่าโปรไฟล์เริ่ดหรูกับความสวยสดงดงามราวกับนางฟ้านาง์ของแกจะมัดใจผู้ชายท่าทางเฉลียวฉลาดตาถึงอย่างเขาได้ แต่ ถ้าเขามองข้ามแกนะฉันฟันเฟิร์มเลยว่าสมองเขามีปัญหา”
“ขอบใจที่พูดให้ฉันคิดบวก”เธอรู้ว่าเพื่อนเจตนาแบบนั้น โดยหารู้ไม่ว่าคำบางคำแสลงใจเธอเหลือเกิน
“ดีใจที่แกรู้อิอิ แล้วนี่จะดำเนินการยังไงต่อ”
“แกรู้จักนักข่าวในหาดใหญ่กี่คนกี่ฉบับช่วยปล่อยข่าวไปทีว่าคืนนี้ ต้า วราเวศนัดดินเนอร์กับสาวสวยที่เขากำลังตามจีบที่ภัตตาคารในโรงแรม วี แกรนด์ ตอนทุ่มตรง”
“จริงอ่ะแกนัดเค้าได้แล้วเหรอ”
“ยังไม่ได้นัดแต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่ปฏิเสธฉันแน่”
“อย่างมั่นเลยอินจัดไปอย่าให้เสีย ส่วนเื่ปล่อยข่าวเดี๋ยวฉันจัดการให้อย่างแเี”
“ขอบใจมากหมวยฝากด้วยนะ”
“โอเควางใจได้”
อินทิราวางสายจากเพื่อนแล้วพักรวบรวมสมาธิไม่นานก็โทรหาผู้ชายที่เธอเลือกแล้วว่าคุ้มค่าแก่การเสียตัว
หญิงสาวพยายามบอกย้ำกับตัวเองว่าที่เธอตัดสินใจทำแบบนี้ลงไปทั้งหมดก็เพราะสถานการณ์บังคับไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับความรู้สึกภายในทั้งสิ้น เธอจำเป็ต้องมีผู้ชายชื่อธานินทร์ วราเวศกุล ไว้ข้างกายเพื่อที่ผู้ชายอื่นจะได้ไม่กล้ามาวางอำนาจบาตรใหญ่ใส่เธออีก
“ครับ”
“สวัสดีค่ะทำอะไรอยู่คะ ฉันโทรมากวนหรือเปล่า”
เธอหยอดเสียงหวานถามไปตามมารยาทใจชื้นขึ้นมาไม่น้อยเพราะพอต่อสายแค่ไม่นาน อีกฝ่ายก็รับสายเสียงนุ่ม
“ประชุมอยู่ครับ”เสียงนุ่มตอบกลับมาอย่างเป็การเป็งาน
อินทิราถึงกับห่อปาก...เขาประชุมอยู่แต่ยังอุตส่าห์รับสายของเธอ แค่นี้ก็รู้แล้วว่าตัวเองไม่ธรรมดา
“งั้นขอโทษนะคะเดี๋ยวอินค่อยโทรมาใหม่ก็แล้วกัน”
“บอกธุระของคุณมาเถอะผมรอฟังอยู่ั้แ่เช้าแล้ว”
หญิงสาวเผลอห่อปากอีกครั้งก่อนจะค่อยคลี่ยิ้มเป็รอยยิ้มมาดหมายของผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหัวใจฟูฟ่อง
“หนึ่งทุ่มคืนนี้ที่เดิมเป็ไงคะ”
“ที่เดิมตรงไหนชายหาด หน้าห้องน้ำ หรือในลิฟต์” เสียงถามกลับมาแหบพร่าราวแอบกระซิบอินทิรานึกภาพคนนั่งหัวโต๊ะประชุมใหญ่กำลังกระซิบกระซาบกับโทรศัพท์แล้วอดยิ้มแก้มปริไม่ได้
“ห้องอาหารค่ะฉันอยากได้ดินเนอร์ใต้แสงเทียนกับดอกไม้ช่อใหม่ เพิ่งนึกเสียดาย ไม่น่าทิ้งเลย”
“เหมือนที่เสียดายผมหรือเปล่า”
“มั้งคะ”
“ฮึๆหนึ่งทุ่มเจอกันครับ”
“ขอบคุณค่ะ”