เหมยหลันที่ออกมาจากจวน กำลังจะเดินไปตลาด ระหว่างทางที่ผ่าน นางไม่เคยสังเกตเห็นคฤหาสน์ ตรงนี้มาก่อน นางยืนมองอยู่นาน เห็นสตรีหลายคนร่ายล้อมเข้าไปข้างใน และเพียงไม่นานก็เห็นสตรีพวกนั้น เดินออกมา พร้อมกับได้ยินเสียงพวกนางคุยกัน ยกใหญ่ อย่างไม่พอใจอะไรบางอย่าง
"ดูสิ! ข้า อุตส่าห์ เตรียมตัวมาเป็อย่างดีก็ยังไม่ผ่านอีก" สตรีรูปร่างบอบบาง ใบหน้าเรียวงาม กล่าวขึ้นด้วยท่าทีโมโห พร้อมด้วยหญิงสาวอีกสองคนก็เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจเช่นกัน
"นั่นสิ! ไม่รู้ว่าพวกเขาใช้อะไรมาทดสอบ...นี้ก็ไม่ผ่าน...เเบบนั้นก็ไม่ผ่าน"
"ใช่ๆ ข้ารู้สึกเหมือนว่าคนที่ทดสอบ เหมือนจงใจกลั่นเเกล้งพวกเราชัดๆ"
เหมยหลันที่ยืนอยู่ไม่ไกล เมื่อได้ฟังพวกนาง สามคนที่กล่าวมา นางก็เริ่มสงสัย ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่นาน นางจึงเข้าไปสอบถามหญิงสาวเ่าั้
"เกิดอะไรขึ้นเหรอ....ข้าได้ยินพวกเ้ายืนบ่นอยู่สักพักแล้ว...แล้วทำไม ที่คฤหาสน์แห่งนั้น ถึงได้มีสตรีเข้าออกอยู่เรื่อยๆ"
สตรีทั้งสามนางเมื่อเห็นว่า เหมยหลันเอ่ยถามมา ก็นึกแปลกใจ เหตุใดแม่นางผู้นี้ถึงไม่รู้เื่ รู้ราวอะไรเลย
"เ้าไม่รู้หรืออย่างไร...ที่นั้น เขารับสาวใช้เข้าทำงาน...เ้ามาไม่ทันแล้วล่ะ...เวลานี้เขาพัก่แล้ว หากเ้าอยากจะเข้าทำงาน ก็ต้องมา่บ่าย"
"อ้อ!...ขอบคุณเเม่นางทั้งหลาย ที่บอกให้ข้ารู้...ข้าไม่ได้จะทำงานที่นั่น เพียงเเต่ข้าผ่านมา แล้วเห็นมีเเต่สตรีบุกเข้าไปที่นั่น เลยสงสัยก็เลยตั้งใจเอ่ยถามเท่านั้น"
นางมองดูคฤหาสน์เเห่งนั้นเหมือนนึกอะไรออก
'หรือที่เเห่งนี้ คือสถานที่...ท่านลุงผู้นั้นได้เคยบอกนางไว้ จะเป็ที่นี้อย่างงั้นหรือ?'
เหมยหลันยืนมองด้วยความสงสัย ด้วยความที่นางอยากรู้ว่าใช่ในสิ่งที่นางคิดว่าหรือไม่ นางจึงเดินเข้าไปถามชายผู้หนึ่งที่กำลังยืนเฝ้าหน้าประตูอยู่
"พี่ชาย...ที่นี้รับสาวใช้เข้าทำงาน ที่สามารถจะเรียกร้องเงินค่าจ้างได้...ใช่หรือไม่"
"ใช่แล้ว! เเต่ตอนนี้เป็่เวลาพักแล้ว...หากแม่นางสนใจ ก็ให้มา ตอนยามเว่ย (13.00-14.59 น.) ก็แล้วกัน"
เมื่อได้รู้คำตอบ นางถึงกับยืนเหม่อลอย เหมือนกำลังนึกคิดอะไรบางอย่าง หากที่นี้รับสาวใช้เข้าทำงาน แล้วสตรีกลุ่มนั้นที่เดินออกไป ตอนที่พวกนางทั้งสามคนบ่นอุบอิบเมื่อครู่นี้ สงสัยคงเป็บททดสอบสินะ สรุปว่า 'ที่ผ่านมา เป็ข้าเองที่เข้าใจผิด ที่เเห่งนี้คือสถานที่ ตามที่ลุงคนนั้นได้บอกข้าไว้จริงๆด้วย'
' โธ่เอ๊ย! ข้านี้โง่เง่าจริงๆ'
คิดไปแล้วนางจึงใช้มือตนเองตบไปที่ศีรษะตนเองถึงสองครั้ง เสมือนว่าจะเคาะเอาความโง่ของตนให้หลุดออกไปเสียอย่างนั้น ทำไมนางโง่เขล่าถึงเพียงนี้ ไม่พิจารณาให้ดีก่อน
'น่าเสียดายจัง ข้าได้ทำสัญญาทำงานที่นั่นไว้แล้ว เป็ข้าเอง ที่ไม่ได้ตรวจสอบให้ดี มัวเเต่คิดจะหาเงินมาใช้หนี้ ให้ได้เร็วขึ้น ดูสิ! ผิดพลาดจนได้ ต้องไปเป็สาวใช้ให้กับใต้เท้าโหดผู้นั้น ข้าจะตายก่อนหรือเปล่าก็ไม่รู้'
ระหว่างที่นางกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ประตูก็ถูกเปิดออกมาอย่างช้าๆ มีบุรุษในชุดอาภรณ์สีฟ้า เดินก้าวย่างออกมาจากคฤหาสน์ เขากำลังจะเอ่ยสั่งความกับบ่าวที่ยืนเฝ้าอยู่ตรงหน้าประตู แต่สายตาของเขาเหลือบไปเห็นสตรี ที่กำลังยืนนิ่ง
เซียนฟางมองสตรีตรงหน้า อย่างไม่อยากเชื่อสายตาตนเอง นี่เขาไม่ได้ตาฟาดไปหรอกนะ เขาเจอเหมยหลันที่นี้ นานแล้วที่เขาไม่ได้เห็นนางขายบะหมี่ ยังรู้สึกแปลกใจอยู่เช่นกัน ว่านางหายไปไหน ในเมื่อเจอนางแล้ว ก็ผุดรอยยิ้มขึ้นมาอย่างดีใจ เขาจึงรีบเข้าไปเอ่ยทักทายทันที
"เ้า...มาที่นี้ได้อย่างไร นึกว่าจะไม่ได้เจอ เ้าเสียแล้ว ข้าดีใจจริงๆ" เสียงของเซียนฟางกล่าว ออกมาอย่างดีใจ ในขณะที่เหมยหลันที่ยืนนิ่งอยู่เมื่อครู่ พอได้ยินเสียง ผู้ที่มาทักทายนาง ทำให้พึ่งรู้สึกตัว พลางมองคนที่ส่งยิ้มให้นาง เหมือนว่าใบหน้านี้ช่างรู้สึกคุ้นเหลือเกิน
นางพยายามนึก จนจำได้ว่า เขาคือ ชายผู้ยากไร้ นั่นเอง เเต่นี่ เขาเเต่งตัวดูมีสง่าราศีมาก เป็เหตุให้นางจำเขาเเทบมิได้
เขาเห็นนางยืนนิ่ง มองหน้าของเขาด้วยความงวยงง ทำให้เขารับรู้ได้ทันที ว่าเขาเเต่งกายเช่นนี้ คงทำให้นางจำมิได้ จึงรีบเอ่ยขึ้นมาให้สตรีที่ยืนสับสนอยู่ให้รับรู้ว่าเขาเป็ใคร
"เ้า...คงจำข้ามิได้ ข้า เซียนฟาง"
เหมยหลันได้ยิน เขาเอ่ยบอกนาม เช่นนี้ ทำให้นางที่ยืนลังเลอยู่เมื่อครู่ จึงมั่นใจขึ้น คิดว่าน่าจะใช่เซียนฟางตามที่นางเห็น
"ท่าน คือ เซียนฟาง จริงๆหรือ" นางถามย้ำอย่างไม่อยากจะเชื่อนักสายตานัก เพราะเขาเเต่งกายเช่นนี้
"ใช่! เป็ข้าเอง...ที่ผ่านมาข้า คิดถึงเ้ามาก รู้หรือไม่" เขาเอ่ยออกมา ด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกดีใจมาก ที่ได้พบเจอนาง
"คิดถึงข้า" นางเอ่ยถามเขาอย่างไม่เเน่ใจ เหตุใดต้องคิดถึงนางกัน หรือว่าคงคิดถึงบะหมี่ที่ข้าทำให้เขากินสินะ!
"ใช่! ข้าคิดถึงเ้ามาก" เอ่ยย้ำให้นางรับรู้อีกครั้ง ว่าเขารู้สึกอย่างไร เวลาที่เขาไปหาเเต่ไม่เห็นนางขายบะหมี่ที่นั่นแล้ว
ดูเหมือนว่า นางไม่ได้เข้าใจความรู้สึกของ บุรุษที่เอ่ยคำว่าคิดถึงเท่าไหร่นัก สิ่งที่นางแปลกใจอยู่ตรงนี้ เหตุใดตามที่นางเข้าใจ ว่าเขาคือบุรุษผู้ยากไร้ ถึงได้มาอยู่ที่นี้ ซ้ำยังเเต่งตัวดูดีเหมือนเป็คุณชายเสียอย่างนั้นหรือว่า เหมือนนางคิดอะไรได้ จึงได้เอ่ยถามเขา
"แล้วเหตุใด ท่านถึงมาอยู่ที่นี้ ท่านเป็บ่าวรับใช้ที่นี้หรือ" นางพร่ำถามเขา อย่างไม่อยากเชื่อสายตา ปกติที่ผ่านมา เวลาที่เขามาร้านบะหมี่ นางเห็นเขาใส่เสื้อผ้าที่ดูเก่าซอมซ่อ ซ้ำยังมีรอยขาดอยู่หลายจุด ดูอย่างไรก็เหมือนผู้ยากไร้ แต่ตอนนี้กับใส่ชุดผ้าไหม สีสันดูสดใส บ่งบอกถึงฐานะที่ร่ำรวย หรือว่าบ่าวที่นี้ คงทำงานและมีเงินมากพอ ที่จะซื้อเสื้อผ้าพวกนี้ได้ เพราะดูจากที่นี้แล้ว ขนาดภายนอกคฤหาสน์ ยังดูใหญ่โตมโหฬารเพียงนี้ ภายในคงตกเเต่งด้วยของล่ำค่าเป็เเน่ คิดไปแล้วก็รู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ทำงานที่นี้
ไม่ทันไร เสียงที่ตอบกลับมา ไม่ใช่เสียงของเซียนฟาง เเต่กับเป็ชายผู้หนึ่ง ทำหน้าที่ยืนเฝ้าหน้าประตู คงได้ยินนางกับเขา พูดคุยอยู่สักพักแล้ว จึงมีท่าทีเอ่ยแทรกขึ้นมาทันควันเช่นนี้ นางถึงกับหันหน้าไปมอง ชายผู้นั้น
"เหตุใด แม่นางถึงได้กล่าวเหยียดหยาม คุณชายเซียน เช่นนี้เล่า" บุรุษที่ยืนเฝ้าหน้าประตู ท้วงติงเหมยหลัน คงทนฟังนางที่เอ่ยเช่นนี้กับผู้เป็นายน้อยของตนเสียมิได้ จนเซียนฟางต้องยกมือขึ้นมาห้าม เพื่อไม่ให้บ่าวผู้นั้นกล่าวอะไรออกมาอีก
"ช่างเถอะ! เ้าอย่าได้ เสียมารยาทกับแม่นางผู้นี้"
เซียนฟางหันไปตำหนิ บ่าวรับใช้ของตน โดยพึ่งสังเกตว่า เหมยหลันยืนนิ่ง กำลังตีความหมายอะไรบางอย่าง
"หมายความว่าอย่างไร ข้าไม่เข้าใจ" นางเอ่ยถามขึ้นเสียงเรียบ
"ข้าต้อง ขอโทษด้วย ที่ผ่านมาข้า เอ่อ..." เซียนฟางเอ่ยคำกล่าวออกมา อย่างลังเล ยังรู้สึกกังวลที่จะบอกความจริงบางอย่างกับนาง กลัวว่านางจะโกรธเขา
เห็นท่าทางของเขา ไม่กล้าปริปากออกมา ทำให้นางเริ่มรู้สึกว่า เขากำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่ เหมือนว่า นางจะคิดอะไรออกมาได้
"อ๋อ! ข้าเข้าใจแล้ว ที่ผ่านมา เป็ท่านที่หลอกล่วงข้าสงสัย ข้าคงโง่มากสินะ เช่นนั้น! ข้าเองไม่มีอะไรจะพูดกับท่านแล้ว คิดเสียว่า ข้ากับท่านไม่เคยเจอกันมาก่อนก็แล้วกัน คุณชายเซียนฟาง" นางกล่าวแล้วเดินหันหลังให้ กำลังจะก้าวเท้าเดินออกไป
"เดี๋ยวสิ! อย่าพึ่งไป" เขากล่าวพลาง แล้วรีบเดินเข้าไปขวางไม่ให้เหมยหลันเดินจากไป หากปล่อยนางจากไปเช่นนี้ โดยที่เขายังไม่ได้อธิบายให้นางเข้าใจคงไม่ดีแน่
"ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจ จะทำเช่นนั้น ข้าเพียงเเต่ปลอมตัวออกไปข้างนอก และวันนั้นเห็น เ้ายืนลวกบะหมี่อยู่ ก็เป็เ้าเอง มิใช่หรือที่กวักมือเรียกข้าไปรับบะหมี่ถ้วยนั้น เ้าเห็นสภาพของข้า คิดว่าข้าไม่มีเงินจ่าย เป็ข้าที่ยื่นเงินให้ แต่เ้ากับไม่รับเงินจากข้า ตอนนั้นข้าเองก็ซาบซึ้งในความมีน้ำใจของเ้า และข้าเองก็อยากเปิดเผยความจริง แต่กลัวว่าเ้าจะเสียหน้า ข้าก็เลยปิดบังความจริงเอาไว้" เซียนฟานพยายามรีบอธิบายเหตุผล เพื่อให้นางเห็นใจเขา