เสี้ยววินาทีนั้น... โลกของอริสราหดแคบลงเหลือเพียงทางเลือกสองทางตรงหน้า
หอกแสงสีทอง... คือสัญลักษณ์ของระเบียบอันสมบูรณ์แบบที่้าจะ "แก้ไข" เธอ มันคือการดับสูญที่มาในรูปของความบริสุทธิ์
ล้อรถมอเตอร์ไซค์... คือความโกลาหล คือสิ่งที่ไม่รู้จัก คือคำสัญญาที่อาจเป็เื่โกหก แต่ในความมืดมิดนั้น... มันคือสิ่งเดียวที่ให้ "ทางเลือก" แก่เธอ
สัญชาตญาณที่เคยผลักไสอำนาจกดขี่เมื่อครู่... ชนะทุกสิ่ง
เธอเลือกความมืดที่หยิบยื่นคำตอบ
"ไปกับคุณ!" อริสราะโออกมาสุดเสียง ร่างกายของเธอพุ่งทะยานไปข้างหน้าโดยอัตโนมัติ... วิ่งตรงไปยังรถมอเตอร์ไซค์
"ทางเลือกที่ฉลาด" หญิงสาวนักบิดยิ้มกว้างขึ้น
"หลบหนีไม่ได้!" เสียงของชายชุดสูทดังขึ้นพร้อมกันกับที่หอกแสงทั้งสองเล่มถูกปล่อยออกมาจากมือของพวกเขา มันพุ่งแหวกอากาศมาด้วยความเร็วสูงราวกับสายฟ้าฟาด ไม่ได้มุ่งเป้าที่จะสังหาร แต่พุ่งไปยังพื้นที่ว่างตรงหน้าอริสรา... เพื่อตัดเส้นทางหลบหนีของเธอ!
แต่หญิงสาวบนมอเตอร์ไซค์เร็วกว่า...
เธอไม่ได้สร้างเกราะป้องกัน... แต่เธอบิดคันเร่งอย่างรุนแรง! เสียงเครื่องยนต์คำรามก้องจนแก้วหูสั่นะเื และเงาใต้ท้องรถก็บิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ มันพวยพุ่งออกมาข้างหน้า กลายเป็ม่านเงาที่สั่นระริกชั่วขณะ...
หอกแสงพุ่งทะลุม่านเงานั้นไปโดยไม่มีอะไรขวางกั้น... แต่วิถีของมันกลับเบี่ยงเบนไปเล็กน้อยอย่างน่าประหลาด!
เปรี้ยง! เปรี้ยง!
หอกทั้งสองเล่มพุ่งกระแทกพื้นคอนกรีตที่ว่างเปล่า... จุดที่อริสราเพิ่งจะวิ่งผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที เกิดเป็หลุมลึกที่ขอบหลอมละลายด้วยความร้อนสูง แสงสว่างจ้าบาดตาจนต้องหรี่ตาลง
จังหวะนั้นเองที่ร่างของอริสราก็มาถึงตัวรถ เธอปีนขึ้นซ้อนท้ายอย่างทุลักทุเลและเงอะงะที่สุด
"เกาะแน่นๆ!" หญิงสาวะโบอก
สิ้นเสียงนั้น... เธอก็หักแฮนด์รถและบิดคันเร่งสุดแรง! รถมอเตอร์ไซค์สีดำทะยานออกไปราวกับลูกธนู พุ่งออกจากลานจอดรถและหายลับไปกับความมืดของถนนเบื้องหน้า ทิ้งไว้เพียงเสียงเครื่องยนต์ที่ค่อยๆ จางหายไป กับชายชุดสูทสองคนที่ยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางความเงียบและความล้มเหลว...
ลมยามค่ำคืนที่พัดกระหน่ำใบหน้าทำให้สติของอริสรากลับคืนมาบางส่วน เธอกำลังซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ของคนแปลกหน้า สวมเพียงชุดผู้ป่วยบางๆ ที่เปียกชื้น ร่างกายสั่นเทาจากความหนาว ความเ็ป และความกลัว แสงไฟของเมืองหลวงไหลผ่านไปด้านข้างอย่างรวดเร็วจนพร่าเลือน
เธอกอดเอวของคนขับไว้แน่นตามสัญชาตญาณ... ััได้ถึงความเย็นของชุดหนังและโครงสร้างร่างกายที่แข็งแกร่ง
"คุณ... คุณเป็ใคร?!" เธอะโถามแข่งกับเสียงลม
หญิงสาวคนขับไม่ได้หันกลับมามอง "ตอนนี้เรียกฉันว่า 'ทางเลือกที่ดีกว่า' ไปก่อนก็แล้วกัน" เธอตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ยังคงเจือแววขบขัน
เธอพาอริสราเลี้ยวเข้าไปในตรอกซอกซอยที่ซับซ้อนราวกับเขาวงกต ความเร็วลดลงเล็กน้อย
"แล้วก็นะ..." หญิงสาวพูดต่อ "เกาะแน่นๆ ล่ะ... คืนนี้ยังอีกยาวไกล"
คำว่า "คืนนี้ยังอีกยาวไกล" ของหญิงสาวปริศนาทำให้กระดูกสันหลังของอริสราเย็นวาบยิ่งกว่าสายลมที่ปะทะร่าง
รถมอเตอร์ไซค์พาเธอซอกแซกไปตามถนนและตรอกซอกซอยที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน แสงไฟนีออนจากร้านค้าและตึกรามบ้านช่องสาดสะท้อนบนถนนที่เปียกชื้น กลายเป็เส้นสีที่พร่าเลือนราวกับภาพวาดนามธรรม มันคือโลกที่เธอเคยรู้จัก... แต่ในคืนนี้ มันกลับดูแปลกแยกและไม่เป็ของเธออีกต่อไป
ในที่สุด... รถมอเตอร์ไซค์ก็ลดความเร็วลงและเลี้ยวเข้าไปในเขตโกดังร้างริมแม่น้ำ บรรยากาศรอบตัวเงียบสงัดลงทันที มีเพียงเสียงน้ำในแม่น้ำที่ไหลเอื่อยๆ กับเสียงแมลงกลางคืน ที่นี่... แสงไฟจากเมืองใหญ่ส่องมาไม่ถึง
หญิงสาวจอดรถข้างกำแพงของโกดังหลังหนึ่งที่เต็มไปด้วยภาพวาดกราฟฟิตีจนแทบไม่เหลือสีเดิม เธอดึงกุญแจรถออกและลงมายืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินไปผลักบานประตูเหล็กขนาดใหญ่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังภาพวาดรูปดวงตาขนาดมหึมาบานหนึ่ง ประตูเปิดออกเผยให้เห็นความมืดมิดด้านใน
"เข้ามาสิ ที่นี่ปลอดภัย... อย่างน้อยก็ปลอดภัยกว่าข้างนอกนั่นล่ะนะ" เธอบอก
อริสราลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ความหนาวเย็นและสถานการณ์ที่ไร้ทางเลือกก็บีบให้เธอต้องก้าวตามลงจากรถและเดินเข้าไปในโกดังนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
ข้างใน... ไม่ใช่โกดังที่รกร้าง แต่เป็พื้นที่ที่ถูกดัดแปลงเป็ที่พักชั่วคราว มีโซฟาหนังเก่าๆ หนึ่งตัว โต๊ะที่เต็มไปด้วยชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผนที่เมืองขนาดใหญ่ที่กางอยู่ บนผนังอีกด้านมีชั้นวางที่เต็มไปด้วยหนังสือหน้าตาประหลาดและวัตถุโบราณที่ดูไม่เข้ากับยุคสมัย แม้จะดูไม่เป็ระเบียบ แต่ทุกอย่างก็สะอาดสะอ้าน อากาศภายในไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่น แต่ก็ไม่มีรังสีแห่งความทุกข์ทนเหมือนในโรงพยาบาล มันเป็อากาศที่เต็มไปด้วยพลังงานที่สั่นไหว...เหมือนอากาศก่อนพายุจะเข้า
หญิงสาวโยนผ้าห่มหนาๆ ผืนหนึ่งมาจากมุมห้อง "เอาไปคลุมตัวซะ... เดี๋ยวจะแข็งตายก่อนได้ฟังเื่สนุกๆ"
อริสราคว้าผ้าห่มไว้และพันรอบตัวอย่างรวดเร็ว ความอบอุ่นที่ได้รับช่วยให้ร่างกายที่สั่นเทาของเธอเริ่มสงบลง "ตกลงคุณเป็ใครกันแน่?" เธอถามคำถามเดิมอีกครั้ง
หญิงสาวเอนตัวพิงโต๊ะ กอดอกมองเธอด้วยสายตาที่ยังคงอ่านไม่ออก "เื่มันยาว... แต่เอาเป็ว่าเรียกฉันว่า 'ราตรี' ก็ได้"
"ราตรี..." อริสราทวนคำ "แล้วเื่ทั้งหมดนี่มันคืออะไร? พวกเงา... พวกผู้ชายชุดสูท... ฉันไม่ได้บ้าไปใช่ไหม?"
ราตรีส่ายหน้าช้าๆ รอยยิ้มมุมปากของเธอจางลง กลายเป็ความจริงจัง "เธอไม่ได้บ้า" เธอยืนยัน "สิ่งที่เธอเห็น... ทั้งหมดนั่นของจริง โลกที่เธอรู้จักมันก็แค่เวทีละคร... ที่มีมหาอำนาจสองขั้วกำลังเล่นหมากรุกกันอยู่ข้างหลังม่านมานานนับพันปีแล้ว"
เธอชี้นิ้วมาที่อริสรา
"และเธอน่ะ... ไม่ใช่แค่คนดูอีกต่อไปแล้ว แต่จู่ๆ เธอก็ดันกลายเป็ 'ตัวหมาก' ที่สำคัญที่สุดบนกระดาน... ตัวที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ทั้งหมด"
คำพูดของราตรีทิ้งตัวลงในความเงียบ... หนักอึ้งราวกับทั่งเหล็ก อริสราทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างหมดแรง ความจริงที่ได้รับรู้มันหนักหนาและใหญ่โตเกินกว่าที่เธอจะรับไหว จากคนธรรมดา... สู่หมากตัวสำคัญในเกมระดับจักรวาล...
มันคือความจริงที่น่าตื่นเต้น... และน่าสะพรึงกลัวที่สุดในเวลาเดียวกัน